การลอบโจมตีของจิวฉองฉับไวยิ่งนัก เขานำกำลังทหารบุกทะลวงเข้าสู่ทัพหลักอย่างดุดัน พวกของโลติดที่กำลังนำทัพไล่ตามไปทางด้านหน้า นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีกองฏโพกผ้าเหลืองกลุ่มหนึ่งมีความคิดพิสดารเช่นนี้ ถึงขั้นหาโอกาสลอบบุกเข้ามาถึงข้างกายตนได้
"สกัดพวกมันไว้!" โลติดเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเ็า
จิวฉองกระชับหอกยาวในมือพลางควบม้าพุ่งชนเข้าไป ความเร็วในการบุกของเขาเร็วยิ่งยวด เพียงไม่นานก็เร่งม้าเข้าประชิดข้างกายโลติดได้สำเร็จ ส่วนทหารราบที่ตามหลังมานั้น กล่าวได้ว่าเป็ทหารระดับหัวกะทิของกองฏโพกผ้าเหลือง ซึ่งแตกต่างจากพวกชาวนาที่จับอาวุธขึ้นมาก่อฏกลางคันเ่าั้ พวกเขาติดตามอยู่ด้านหลังจิวฉอง ทำลายแนวป้องกันข้างกายโลติดจนย่อยยับ
จิวฉองบุกทะลวงตรงเข้ามา หมายจะพุ่งเข้าสังหารโลติดให้สิ้นซาก!
นายทหารใต้บังคับบัญชาของโลติดหลายนายต่างควบม้าเข้ามาต้านทานไว้ ทหารคนสนิทและองครักษ์ทั้งหมดพากันมารวมตัวกันที่ด้านหน้า จนสามารถต้านทานการบุกโจมตีระลอกแรกของจิวฉองเอาไว้ได้
อีกด้านหนึ่ง หยางเจายึดม้าศึกของหุยง่วนเสี้ยวมาได้ เขากำลังควบม้าติดตามอยู่ข้างกายพัวหอง เตรียมจะซ้ำเติมศัตรูเพื่อฟาร์มค่าประสบการณ์สำหรับอัปเลเวลให้เร็วที่สุด แต่กลับเห็นจิวฉองกำลังพุ่งทะยานตรงไปทางโลติดโดยไม่คาดคิด
"ท่านตูเว่ย ท่านหลูจงหลางตกอยู่ในอันตรายขอรับ!"
หยางเจาะโขึ้นเสียงดัง สร้างความใให้แก่พัวหองที่กำลังนำทัพอยู่ด้านหน้า และยังไม่ทันที่พัวหองจะได้ตอบรับ เขาก็หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง ควบม้าเร่งรุดไปทางโลติดทันที ขณะควบม้าผ่านพลธนูคนหนึ่ง เขาได้เอี้ยวตัวยื่นมือไปฉวยจับเอาไว้
"เอามาให้ข้า!"
หยางเจาชิงธนูและลูกศรมาได้ ก็ใช้สองขาหนีบท้องม้าแน่นแล้วฟาดก้นม้าไปหนึ่งที ม้าศึกเร่งความเร็วพุ่งทะยานไปด้านหน้า ช่วยลดระยะห่างระหว่างเขากับโลติดลงเรื่อย ๆ
โลติดไม่อาจสิ้นชีพได้! ไม่อย่างนั้นกองทัพหลวงได้ตกอยู่ในความระส่ำระสายแน่ และจุดจบก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับพวกกองฏโพกผ้าเหลือง
เมื่อระยะห่างลดลง หยางเจาเห็นจิวฉองโจมตีทหารใต้บังคับบัญชาของโลติดร่วงตกม้าไปหลายนาย ทั้งยังคงนำกองกำลังพุ่งทะยานไปด้านหน้า ทำให้โลติดไม่กล้าเสี่ยง หมุนตัวถอยร่นไปทางเมืองเยี่ยเฉิง แน่นอนว่าจิวฉองไม่มีทางยอมละทิ้งโอกาสนี้ เขาจึงนำกำลังไล่ล่าสังหารต่ออย่างไม่ลดละ
โลติดเป็ขุนนางสายปัญญาชน ความสามารถในการคุมทัพย่อมเหนือกว่าฝีมือการรบของตนเอง เขารู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ปรับของจิวฉองจึงไม่กล้าปะทะตรง ๆ ทว่าพอเขาถอย อีกฝ่ายก็ไล่ตาม และความเร็วในการถอยหนีก็ไม่อาจสู้ความเร็วในการไล่ล่าได้เลย
ขณะที่จิวฉองใกล้จะตีโลติดร่วงลงจากหลังม้า ฝั่งหยางเจาก็ได้คำนวณระยะห่างจนเข้าสู่ระยะยิงของธนูทั่วไปแล้ว มือของเขายื่นไปหยิบลูกศรสามดอกจากซองธนูออกมา ก่อนจะน้าวสายยิงออกไปหาจิวฉองในทันที!
เขาไม่ได้ยิงออกไปพร้อมกันสามดอก แต่เป็การยิงลูกศรสามดอกออกไปอย่างต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว!
ลูกศรราวกับติดตั้งพิกัดไว้ มันจับเป้าหมายไปที่จิวฉอง พุ่งแหวกอากาศเข้าถึงตัวอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ ลูกศรดอกแรกเล็งตรงไปที่ลำคอของจิวฉอง ทำให้จิวฉองจำต้องละทิ้งการไล่ล่า แล้วยกหอกขึ้นต้านทาน ปัดลูกศรดอกแรกตกไปได้ แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งหลัก ลูกศรอีกสองดอกทางด้านหลังก็พุ่งเข้าประชิดติดต่อกัน!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบเร่งปัดลูกศรดอกที่สองให้ตกไป ทว่าดอกที่สามกลับต้านทานไม่ทัน ทำได้เพียงเอี้ยวตัวหลบ ปลายศรจึงเฉียดแขนของเขาไปตกลงในระยะไกล หากความเร็วช้ากว่านี้สักนิด ศรคงแทงทะลุหน้าอกเขาไปแล้ว!
เมื่อมองตามทิศทางที่ลูกศรพุ่งมา เขาก็เห็นเพียงหยางเจาทิ้งธนู แล้วถือหอกควบม้าเร่งรุดเข้ามา
"วิชาธนูยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
โลติดเองก็เห็นภาพนี้ การยิงออกไปสามดอกติดต่อกันด้วยความเร็วสูง และลูกศรทั้งสามดอกมีความแม่นยำแทบจะเหมือนกัน ต่อให้เป็ยอดฝีมือของค่ายเซ่อเชิงก็ไม่อาจทำได้ถึงขั้นนี้!
ที่สำคัญที่สุดคือ การยิงธนูติดต่อกันสามดอกขณะควบม้าออกศึกเช่นนี้ ย่อมยากกว่าการยืนยิงบนพื้นดินเกินสิบเท่า!
คนผู้นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ในกองทัพรักษาการณ์เมืองเยี่ยเฉิง กลับมียอดฝีมือเช่นนี้ซ่อนอยู่ด้วยหรือนี่?
โลติดถึงกับลืมเลือนการหลบหนี ในสายตาทอประกายความชื่นชมขึ้นมาทันที
ฝ่ายจิวฉองเองก็ลืมเลือนการไล่ล่าไปชั่วขณะ สายตาจับจ้องไปที่หยางเจา พลางััได้ถึงกลิ่นอายคุกคามจาง ๆ
"คุ้มกันท่านหลูจงหลาง!" พัวหองและพวกพ้องในที่สุดก็ติดตามมาจนทัน
จิวฉองอุทานในใจว่าแย่แล้ว เขารีบแทงหอกยาวออกไปจู่โจมต่อ ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ต้องสังหารโลติดให้ได้ก่อน ทว่าเขาได้สูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดไปแล้ว หอกเพิ่งจะแทงออกไป ก็ถูกหยางเจาใช้หอกปัดออกไปได้ทันที
หยางเจาถือหอกเหวี่ยงฟาดใส่จิวฉองอย่างดุดัน!
ตึง!
ด้ามหอกของทั้งสองปะทะกันอย่างแรง สองแขนของจิวฉองเกิดอาการชาหนึบ หอกยาวเกือบจะหลุดออกจากมือ ในใจอดคิดไม่ได้ว่า คนผู้นี้มีพละกำลังมหาศาลยิ่งนัก!
"ท่านหลูจงหลางไปก่อนเลยขอรับ!" หยางเจาเข้ามาขวางอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา
โลติดเองก็ไม่ลังเล ปรี่ไปหาพวกพัวหองทันที
"เ้ามีนามว่าอะไร? ใต้หอกของข้า... จิวฉอง ไม่สังหารแม่ทัพศัตรูไร้นาม!" จิวฉองยกหอกขึ้นชี้ไปทางหยางเจา
ที่แท้คนผู้นี้ก็คือจิวฉอง ที่ต่อมาถูกกวนอูสยบ และคอยถือง้าวให้กวนอูนั่นเอง
"หยางเจา!"
สิ้นคำพูดนั้น หอกในมือของหยางเจาก็ตวัดแทงตรงเข้าหาจิวฉองทันที เขาแทงหอกออกไปสามครั้งติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ประกายแสงเย็นเยียบของปลายหอกสะท้อนอยู่ตรงหน้าจิวฉอง
จิวฉองต้านทานไว้ได้เพียงสองหอก พอหอกที่สามเกือบจะแทงโดนหน้าอก เขาก็รีบเหวี่ยงหอกยาวตอบโต้
สิบกระบวนท่าแรก จิวฉองยังพอรับมือได้ ทว่าพอผ่านพ้นสิบท่าไป เขาก็เริ่มรู้สึกเกินกำลัง ก่อนหน้านี้นึกว่าหยางเจาเพียงแค่มีพละกำลังมาก ตนเองน่าจะเอาชนะได้ ตอนนี้ถึงได้พบว่าตนเองมั่นใจเกินไป ในเมื่อลอบสังหารโลติดไม่สำเร็จ เขาจึงเกิดความคิดจะถอยทัพขึ้นมา
จิวฉองต้านทานหอกหนึ่งไว้ได้อย่างยากลำบาก ก่อนจะออกแรงดึงบังเหียน หมุนตัวพุ่งกลับเข้าหากองทัพโพกผ้าเหลืองที่สกัดหลังอยู่
ทหารที่ติดตามมาลอบสังหารโลติดพุ่งเข้ามาขวางหน้าหยางเจาทันที หอกยาวสองเล่มแทงขึ้นมาจากด้านล่าง หยางเจาถือหอกตวัดลงด้านล่าง จัดการศัตรูที่ขวางทางไปจนหมด แล้วมองไปทางจิวฉอง...
น่าเสียดายที่ปล่อยให้เขาหนีไปได้ แต่นั่นก็ทำให้เขาพอจะเข้าใจในระดับพลังของตนเองบ้าง
ระดับเลเวลยังคงต่ำไปนิด ความแข็งแกร่งยังไม่พอ คงต้องอัปเลเวลต่อไป
เมื่อทัพหนุนของโลติดมาถึง ก็พลิกสถานการณ์ที่เสียเปรียบทั้งหมดในทันที กองทัพหลวงไล่ล่าสังหารทหารโพกผ้าเหลืองอย่างดุเดือด เตียวเหลียงสิ้นชีพ ฏโพกผ้าเหลืองโกลาหล ต่อให้จางหนิวเจี่ยวจะพยายามเพียงใด ก็ไม่อาจกอบกู้สถานการณ์พ่ายแพ้ได้ สุดท้ายทำได้เพียงนำทหารสองหมื่นกว่าคนหลบหนีไปทางเมืองกิลกกุ๋นอย่างหมดสภาพ
เมืองเยี่ยเฉิงรอดพ้นวิกฤตโดยสมบูรณ์!
ผู้ตรวจการแคว้นหวังเฟินนำกำลังออกจากเมือง เพื่อต้อนรับโลติดเข้าสู่เมืองเยี่ยเฉิง
หยางเจากลับมายังค่ายทหาร รู้สึกว่าร่างกายและจิตใจผ่อนคลายลง ในที่สุดก็ไม่ต้องสู้ตายถวายหัวรักษาเมืองเยี่ยเฉิงอีกต่อไป ความรู้สึกหลังได้รับชัยชนะช่างสบายยิ่งนัก
"ท่านจวินโฮ่ว พวกเราเหลือทหารอีกร้อยกว่านายขอรับ"
ฟางรุ่ยยังคงมีชีวิตอยู่ คนที่สามารถรอดชีวิตมาได้ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากเพียงนี้ ย่อมมีความสามารถและศักยภาพอยู่บ้าง หยางเจาคิดว่า ในอนาคตสามารถส่งเสริมพวกเขาขึ้นมาได้
ฟางรุ่ยเอ่ยถามอีกว่า "หลังจากนี้พวกเราควรทำอย่างไรดีขอรับ?"
พวกเขาก็แค่ทหารใหม่ที่ถูกเกณฑ์มาชั่วคราวเพื่อรักษาเมือง ตอนนี้รักษาเมืองเยี่ยเฉิงไว้ได้แล้ว คงไม่ต้องใช้พวกเขาอีก จึงมีความเป็ไปได้สูงที่จะถูกปลดประจำการ
หยางเจาในฐานะจวินโฮ่วอย่างเป็ทางการ บางทีอาจจะยังคงอยู่ต่อได้ จึงกล่าวตอบว่า "ข้าเองก็ยังไม่รู้ รอฟังการจัดสรรจากท่านตูเว่ยเถิด พวกเ้าไปพักผ่อนกันก่อน"
รอจนกระทั่งฟางรุ่ยจากไป เขาก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมา
[โฮสต์] : หยางเจา
[ระดับ] : lv38 (27,592/38,000)
[ทักษะ] : วิชาดาบ (ระดับเชี่ยวชาญ *สามารถทะลุขีดจำกัดได้*), วิชาธนู (ระดับเชี่ยวชาญ ขั้นต้น), วิชาหอก (ระดับเชี่ยวชาญ ขั้นสูง), วิชาขี่ม้า (ระดับชำนาญ ขั้นกลาง), วิชากระบี่ (ระดับชำนาญ)
[แต้มทักษะที่ยังไม่ได้จัดสรร] : 3
หลังจากสังหารเตียวเหลียง ค่าประสบการณ์จากการสังหารศัตรูที่เหลือยังคงไม่พอให้อัปเลเวล
"แต้มทักษะทั้งหมดเพิ่มให้วิชาดาบ!" หยางเจาอยากจะรู้ว่า หลังจากทะลุขีดจำกัดแล้ว วิชาดาบจะเป็ระดับใด
[เพิ่มแต้มสำเร็จ ระดับวิชาดาบยกระดับเป็ วิชาดาบพื้นฐาน (ระดับเริ่มต้น ขั้นต้น)]
"ทะลุขีดจำกัดแล้ว ถึงเพิ่งจะเป็แค่วิชาดาบพื้นฐานอย่างนั้นหรือ?"
หยางเจาชะงักไปครู่ใหญ่ พูดอีกอย่างก็คือ วิชาดาบที่เขาใช้สังหารศัตรูก่อนหน้านี้ แม้แต่ขั้นพื้นฐานก็ยังไม่ใช่! และหลังจากขั้นพื้นฐานแล้ว ยังคงแบ่งออกเป็ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับเชี่ยวชาญอีก
ทว่าต่อให้ไม่ใช่ขั้นพื้นฐาน วิชาดาบก็ยังเก่งกาจถึงเพียงนี้! หากในอนาคตเพิ่มแต้มยกระดับขึ้นไป ทักษะที่ยกระดับขึ้นไปจะไม่ยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้อีกหรือ?
หยางเจาเฝ้ารอคอยด้วยความคาดหวังอย่างยิ่ง!