ผ่านไปหนึ่งปีครึ่ง หลังจากที่สองแม่ลูกได้ตกลงจากหน้าผา และมาอาศัยหลบอยู่ในถ้ำข้างใต้เหว ทั้งคู่ต่างฝึกฝนวรยุทธ์ในคัมภีร์อย่างมุ่งมั่น จนในที่สุดเว่ยเซี่ยก็ฝึกสำเร็จเคล็ดวิชาในคัมภีร์เก้าเอ็นขั้นที่สาม่ต้นตามที่มัน้า เว่ยเซี่ยเติบใหญ่เป็ชายหน้าตาดี รูปร่างกำยำ ไม่ต่างกับเว่ยถังวัยหนุ่มเลยทีเดียว ส่วนฟางเหนียงมารดาบุญธรรม เดิมทีนางมีความตั้งใจจะฝึกเคล็ดวิชาจากคัมภีร์เก้าเตียง ที่จดจำมาจนถึงขั้นที่ห้า่ต้นให้สำเร็จ
ทว่า….พอนางฝึกมาจนถึงขั้นสี่่กลาง ฟางเหนียงกลับมิอาจสามารถทะลวงจุดขั้นต่อไปได้ นางคิดว่ายังไงก็ต้องมีคัมภีร์เล่มจริงช่วยฝึก มิเช่นนั้นคงมิอาจวันผ่านทำสำเร็จเป็แน่ แต่แม้จะไม่ได้ตามที่นางหวัง มันก็มากพอที่จะใช้รับมือกับพวกพรรคมารราคะในระดับหนึ่งแล้ว แถมนางยังดูอ่อนเยาว์ อวบอิ่ม ทุกส่วนสัด ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จนเว่ยเซี่ยที่เห็นเรือนร่างมารดามันก็เกิดอารมณ์กำหนัดนิด ๆ จนอยากจะแอบไปชักรูดเ้าัั์ตาเดียวพ่นพิษออกใจจะขาด แต่มันก็สามารธควบคุมธาตุไฟราคะไว้ได้ จากนั้นไม่นานสองแม่ลูก็ก็เก็บข้าวเก็บของเพื่อออกเดินกลับที่ หมู่บ้านเขียวขจีเพื่อพบกับ เว่ยถัง
แม้นจะผ่านมาหนึ่งปีครึ่ง หลังจากที่ ฟางเหนียงได้ฟังความจริงเื่สามีนาง กับ มินเอ๋อ แต่นางไม่เคยลืมเว่ยถังเลยสักวัน นางเคยแค้น และเสียใจ กับสิ่งที่เว่ยถังทำลงไปมากใน่แรก แต่วันเวลาก็ค่อย ๆ เยียวยาให้ฟางเหนียงดีขึ้น ยามนี้นางแค่อยากเห็นว่าเว่ยถังยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่เพียงเท่านั้น ในขณะที่เดินทางกลับ ฟางเหนียงคงใช้ผ้าบางปิดบังใบหน้าเช่นเดิม จนเว่ยเซี่ยเกิดความสงสัยจึงกล่าวถามมารดา ฟางเหนียงหันมายิ้มก่อนกล่าวตอบอย่างอารมณ์ดี
“แม่ใส่ไว้แบบนี้แหละดีแล้ว พวกพรรคมารราคะจะได้ไม่สังเกตเห็น แล้วอีกอย่าง เ้าก็จะได้ไม่ฟุ้งซ่านด้วยยังไงเล่าเ้าตัวแสบ...” วาจาหยอกเย้าที่นางกล่าวกับบุตรชายช่างดูน่ารักยิ่งนัก ราวกับเด็กสาวแรกรุ่นเลยทีเดียว นั้นทำให้ หัวใจของเว่ยเซี่ยเกิดความหวั่นไหว และอยากจะเห็นใบหน้าของมารดามากยิ่งขึ้น หลังจากไม่ได้เห็นมานานหนึ่งปีครึ่ง แต่มันก็ทำอันใดมิได้นอกจากทำใจ...
หลังจากสองแม่ลูกเดินทางมาได้ไม่นาน ก็กลับมาถึงหมู่บ้านเขียวขจี มันเปลี่ยนไปมาก จากครั้งล่าสุดที่ถูกไฟเผาโดยพวกพรรคมารราคะ หมู่บ้านยังมีชาวบ้านหน้าตาเดิม ๆ อาศัยอยู่ ส่วนใหญ่ก็จำเว่ยเซี่ยได้ แถมยังจำฟางเหนียงได้แม้นางจะปิดคลุมใบหน้า บางคนยังคงหวาดกลัวอยู่ จนฟางเหนียงต้องรีบอธิบายว่าพวกนางสองแม่ลูกแค่มาจะมาข่าวเว่ยถังแล้วก็จะจากไป แต่น่าแปลกที่มิมีชาวบ้านคนใดยอมพูดเลย ยกเว้นคนคนเดียว…
หลิน เจียวจู หญิงสาวสหายวัยเด็กของเว่ยเซี่ยที่มีใจให้มัน แถมยังเคยมีสัมพันธ์สวาทกับนางในถ้ำหนึ่งครั้ง นางดีใจมากที่รู้ว่าเว่ยเซีายกับฟางเหนียงยังไม่ตาย เว่ยเซี่ยเองก็ดีใจที่เจียวจูปลอดภัย เช่นกันและยังไม่ลืมรสสวาทครั้งนั้น ตอนแรกที่เว่ยเซี่ยเห็นเจียวจู มันแอบคิดว่าอยากจะทบทวนความหลังแบบสุดเสียวกับนางอีกสักครั้ง เจียวจูดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เป็สาวเต็มมากขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะหน้าอกกับสะโพก ที่เว่ยเซี่ยเห็นแล้วถึงกับตาลุกวาว เ้าัั์ตาเดียวตรงหว่างขาถึงกับมีปฏิกิริยาตอบสนอง บางทีมันอาจจะขอนางอีกสักครั้งก็ได้ หากโน้มน้าวให้ฟางเหนียงกลับไปพักที่บ้านเก่าบนเขาได้สำเร็จสักวันสองวัน แต่ทว่า…ความฝันของเว่ยเซี่ยก็ต้องพังทลายเมื่อมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นมา
“น้องเจียวจู เดียวพี่เอาลูกไปเข้าบ้านก่อน เ้าคุยเสร็จแล้วก็ตามมานะ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งในชุดผ้าสีน้ำเงินเก่า ๆ กล่าวขึ้น ในอ้อมแขนของมันมีเด็กทารกคนหนึ่งอุ้มอยู่ เว่ยเซี่ยถึงกับอ้าปากค้างนิ่งไปเลย
“นี่…เ้า…” เจียวจูยิ้มสดใสก่อนจะพยักหน้าให้เว่ยเซี่ย ก่อนกล่าวตอบ “นั้นสามีกับบุตรสาวข้าเอง หลังจากเกิดเื่ในตอนนั้นได้ไม่กี่เดือน ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าเป็ห่วงกลัวจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นอีกจึงได้ไปเจรจากับสหายที่รู้จักเพื่อให้ข้าได้แต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝา แล้วก็อย่างที่เ้าเห็นนั้นแหละ” เว่ยเซี่ยได้แต่รู้สึกใจหายไม่คิดเลยว่าเจียวจูจะแต่งงานมีลูกแล้ว “แล้วพวกเ้าเป็อย่างไรกันบ้าง มีคนบอกว่าเ้ากับท่านป้าตกเขาไป ตอนที่ข้ารู้ข่าวใมากเลย” เว่ยเซี่ยถอดถอนหายใจก่อนจะเล่าเื่ทุกอย่างให้เจียวจูฟัง
พอเล่าจบก็นิ่งเงียบไปก่อนจะเอ่ยปากถามถึง เว่ยถังบิดากับ มินเอ๋อ เจียวจูในิดหน่อยที่เว่ยเซี่ยเอ่ยปากถามเื่นี้ต่อหน้าฟางเหนียง แต่ฟางเหนียงก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า ไม่เป็ไรนาง รู้เื่ทุกอย่างหมดแล้ว เจียวจูจึงพยักหน้า ก่อนจะแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา นางมิได้พูดอันใดต่อแต่บอกให้สองแม่ลูกตามนางไป ฟางเหนียง กับ เว่ยเซี่ยมองหน้ากันอย่างงุนงง แต่ก็ตามไป และยิ่งประหลาดใจขึ้นอีก เมื่อพบว่าหนทางที่เจียวจู กำลังนำไป เป็ทางกลับบ้านบนเนินเขาของคนทั้งคู่
ภายในใจของเว่ยเซี่ยทีแรกมันคิดว่าเจียวจูคงจะพาไปพบกับ เว่ยถัง และมินเอ๋อที่บ้านเก่าเป็แน่ ฟางเหนียงก็คงคิดแบบนั้นเช่นกันแต่ทว่า…เมื่อมาถึงสิ่งที่ได้พบก็คือ บ้านบนเขา มอดไหม้เหลือจนแต่ซาก แถมข้าง ๆ ยังมีหลุมศพของใครบางคนอยู่ ฟางเหนียง และ เว่ยเซี่ยถึงกับตกตะลึงก่อนจะก้าวเขาไปดูใกล้ ๆ หัวใจของทั้งสองพลันแตกสลายในทันที
“ท่านลุงต่อสู้แลกชีวิตกับพวกพรรคมารจนตัวตาย หลังจากรู้ข่าวว่า เ้ากับท่านป้าตกลงไปในหุบเหว..” เจียวจูกล่าวขึ้นอย่างแ่เบาพร้อมใบหน้าเศร้าสร้อย
ใช่แล้ว เว่ยถังเสียชีวิตหลังต่อสู้กับพวกพรรคมารราคะหลังจากที่รู้ว่าเว่ยเซี่ยกับฟางเหนียงตกเขาไป สองแม่ลูกถึงกับเข่าทรุด ร้องห่มร้องไห้เสียใจ แม้เว่ยถังจะนอกใจฟางเหนียง หรือจะแย่งมินเอ๋อ หญิงสาวที่ลูกชายหลงรักไป แต่มันก็ยังเป็สามี และ บิดาที่ทั้งคู่รักอยู่ดี…
หลังจากโศกเศร้าอยู่นาน สองแม่ลูกก็วางดอกไม้กับของเซ่นไหว้บนไหว้หลุมศพเว่ยถังก่อนที่ เว่ยเซี่ยจะเอ่ยปากถามถึง มินเอ๋อ เจียวจูตอบว่า หลังจากเกิดเื่ไม่กี่เดือนพ่อของมินเอ๋อ รีบพาตัวไปขายให้ท่านเศรษฐีลี่ ในเมืองหลวง เพื่อตบแต่งเป็สะใภ้ จากนั้นพอพ่อของมินเอ๋อกลับมาได้ไม่กี่เดือน ก็ล้มป่วยเพราะพิษสุราจนลาโลกไปในที่สุด จึงเหลือเพียงแม่ของมินเอ๋อคนเดียวตอนนี้ในบ้าน
เว่ยเซี่ยหลังจากได้ฟังคำของเจียวจู มันก็คิดว่า ดีแล้วที่เป็เช่นนี้ มันทำได้แค่อวยพรให้มินเอ๋อมีความสุขไม่ต้องเจอเื่ร้ายอีกต่อไป หลังจากคุยกับเจียวจูเสร็จนางก็ขอตัวกลับมาดูลูกกับสามี ปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่กันตามลำพังกับหลุมศพของเว่ยถังต่อ “ท่านแม่คิดจะทำเช่นไรต่อขอรับ…” เว่ยเซี่ยกล่าวถามฟางเหนียงออกมา แต่ในใจของมันอยากให้ ฟางเหนียงตอบว่า เช่นนั้นพวกเรากลับไปอยู่ในถ้ำใตู้เาเหมือนเดิมกันเถอะลูกแม่ หากเป็เช่นมันคงจะมีความสุขน่าดู แต่คำตอบของฟางเหนียงกลับเป็….
“แม่อยากฝึกวิชาในคัมภีร์เก้าเตียงต่ออีกสักหน่อย ยังไงแม่ก็ต้องล้างแค้นให้พ่อของเ้า ด้วยวิชาที่แม่มียามนี้ยังไงก็ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะพวกมันทุกคนได้ การที่แม่จะบรรลุถึงขั้นนั้นแม่จำเป็จะต้องไปขอยืมคัมภีร์เล่มจริง ที่สำนักสตรีหยก์…”
จบบทที่ 17
โปรดติดตามบทต่อไป
บทต่อไป เื่เสียว...ในวังหลวงแสนวุ่นวาย..