ใช้เวลาไม่นานนัก เจียงมั่วก็กลับมาถึงบ้านตระกูลกู้ และพบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา เขาใส่แว่นตากรอบทองทรงวินเทจ เครื่องหน้ามีส่วนคล้ายกู้เหลียนอยู่หลายส่วน แต่ดูสำอางกว่าเล็กน้อย บนหัวสวมหมวกเบเร่ต์ ผมหน้าม้าเป็ทรงวงเล็บปัดลงมาคลอเคลียอยู่แถวกรอบคิ้ว ส่วนคิ้วเรียวนั้นเลิกขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เม้มแน่นดูเป็คนหยิ่งยโสทีเดียว พอเห็นเธอเดินเข้ามา สายตาของชายคนนั้นก็เริ่มสแกนเธอั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนเครื่องเอกซเรย์ทันที
"เธอคือเจียงมั่วใช่ไหม?" เขาลุกขึ้นยืนฉับพลัน สายตาคู่นั้นดูฉลาดปราดเปรียว แต่กลับฉายแววดูถูกเหยียดหยามอย่างชัดเจนจนแทบจะกลายเป็รังสีที่จับต้องได้ เพื่อ้าจะสกัดกั้นเจียงมั่วไว้ไม่ให้ก้าวเท้าข้ามประตูเข้าบ้าน
เจียงมั่วเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วพยักหน้า สีหน้าไม่มีความกลัวเลยสักนิด ซ้ำยังสบสายตากับกู้โย่วกลับไปตรง ๆ อย่างเปิดเผย
"หน้าตาก็พอมีเค้าลางของคนตระกูลกู้อยู่บ้าง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะเหยียบย่างเข้ามาในบ้านตระกูลกู้ได้! ฉันไม่รู้ว่าเธอพกจุดประสงค์อะไรมาที่นี่ แต่ฉันจะบอกเธอให้ชัดเจนเลยนะว่า บ้านตระกูลกู้ของฉันไม่คิดต้อนรับผู้หญิงจิตใจชั่วร้ายแบบเธอ เชิญเธอออกไปเดี๋ยวนี้!"
ตอนแรกเขาคิดว่า การตะคอกแบบนี้อย่างน้อยก็น่าจะขู่ให้เจียงมั่วกลัวจนหัวหดได้บ้าง แต่คิดไม่ถึงเลยว่า เจียงมั่วจะแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปนั่งลงบนโซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังดึงหมอนอิงมาอุ้มไว้ แล้วบีบมุมหมอนเล่นสองสามทีอย่างสบายใจเฉิบอีกด้วย
"ฉันพูดกับเธออยู่นะ เธอได้ยินไหม?" ตอนนี้ในใจของกู้โย่วได้ข้อสรุปเกี่ยวกับตัวเจียงมั่วคร่าว ๆ แล้วว่า หน้าหนา เล่ห์จัด และเป็ผู้หญิงที่รับมือยาก
เจียงมั่วเงยหน้ามองเขาพลางแคะหูอย่างรำคาญใจ "ได้ยินแล้ว คุณจะเสียงดังทำไมเนี่ย? เออจริงด้วย คุณคือกู้โย่วหรือว่ากู้อวี๋ล่ะ?"
สีหน้ากู้โย่วชะงักไปนิด ก่อนจะพ่นคำพูดเ็าออกมา "กู้โย่ว เธอเรียกฉันว่าคุณชายรองกู้ก็พอ"
"คุณชายรองกู้?" เจียงมั่วขมวดคิ้ว ท่าทางดูดื้อรั้นไม่ยอมใคร "ฟังดูห่างเหินจัง อีกอย่าง ฉันรู้สึกว่าถ้าเรียกคุณว่าพี่รอง ทุกคนก็น่าจะอึดอัดใจกันเปล่า ๆ เอาเป็ว่า... ฉันเรียกว่า...อืม..."
สายตาของเธอจับจ้องไปที่กู้โย่วพลางขมวดคิ้วคิดอยู่นาน ก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น "ฉันเรียกว่าพี่กู้โย่วแล้วกันนะ?"
น้ำเสียงนั้นเอ่ยออกมาหวานเยิ้ม จนกู้โย่วถึงกับขนลุกซู่ด้วยความสะอิดสะเอียน
เขาขยับตัวลุกขึ้นอย่างไม่เป็ธรรมชาติ ใบหน้าพยายามแสร้งทำเป็ดุดันสุดขีด "เจียงมั่ว เธอคิดจะทำอะไรกันแน่? ฉันกำลังคุยกับเธอแบบเป็ทางการนะ ขอให้เธอทำท่าทางจริงจังหน่อย!"
เจียงมั่วกะพริบตาอย่างใสซื่อ "ฉันก็คิดว่าตัวเองจริงจังอยู่นะ!"
"อุ๊ย~" กู้หลิงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ กลั้นขำไว้ไม่อยู่ เธอเดินเข้าไปหากู้โย่วแล้วเอนกายซบอกเขาอย่างออดอ้อน "พี่รอง มีอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันสิคะ อย่าเพิ่งโมโหั้แ่มาถึงเลยนะ"
"เหอะ! ฉันก็อยากจะคุยกับหล่อนดี ๆ หรอกนะ แต่เธอดูท่าทางกะล่อนปลิ้นปล้อนแบบนั้นสิ มีตรงไหนที่เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่บ้าง?" ดูไม่ต่างอะไรจากพวกผู้หญิงหากินพวกนั้นเลยสักนิด
แววตาของกู้หลิงเยว่ฉายแววสะใจ แต่มือกลับทุบไหล่กู้โย่วเบา ๆ ทำเป็งอแง "พี่รอง อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ยังไงน้องเจียงมั่วก็เป็น้องสาวแท้ ๆ ของพี่นะ พี่มาถึงก็ดุเธอแรงขนาดนี้ จะทำให้เธอเสียใจเอานะคะ"
พอได้ยินคำว่า 'น้องสาวแท้ ๆ ' กะทันหัน ใบหน้าของกู้โย่วก็ผุดความรังเกียจขึ้นมาทันที ตอนแรกที่ได้ยินหลิงเยว่เล่าเื่เจียงมั่วให้ฟัง เขายังแอบสงสัยอยู่บ้าง แต่พอได้มาเจอตัวจริงถึงได้เข้าใจว่า ไม่ใช่ว่าน้องสาวทุกคนจะน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนหลิงเยว่ ท่าทางดูตลาดล่างไม่มีระเบียบแบบแผน ขืนปล่อยให้เื่นี้แพร่งพรายออกไป หน้าตาของบ้านตระกูลกู้คงได้ขายขี้หน้าจนหมดสิ้น
"น้องสาวแท้ ๆ งั้นเหรอ?" กู้โย่วแค่นหัวเราะเสียงเ็า ก่อนจะยื่นมือไปโอบไหล่กู้หลิงเยว่ไว้ แล้วปรายตามองเจียงมั่วอย่างดูถูก "ฉันกู้โย่วมีน้องสาวแค่คนเดียวมาตลอด นั่นคือกู้หลิงเยว่ ส่วนเธอมาจากไหนก็ไสหัวกลับไปที่นั่นซะ!"
พอได้ยินประโยคนี้ กู้หลิงเยว่ก็ก้มหน้าแอบยิ้มกริ่ม ส่วนเจียงมั่วยังคงนั่งนิ่งเป็รูปปั้นอยู่บนโซฟา พลางจิบชาอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย
กู้โย่วขมวดคิ้วแน่น ในใจรู้สึกรำคาญเต็มทน ผู้หญิงคนนี้หน้าหนาขนาดนี้เลยเหรอ? เขาแทบจะสั่งให้พ่อบ้านมาไล่คนอยู่แล้ว ถ้ามีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ป่านนี้ก็ควรจะเก็บข้าวของออกไปเองแล้วไหม!
เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปหยุดตรงหน้าเจียงมั่ว สีหน้ามืดมนพลางก้มมองเธอจากมุมที่สูงกว่า "ฉันไม่อยากพูดซ้ำเป็รอบที่สาม เชิญเธอย้ายออกจากบ้านตระกูลกู้ไปเดี๋ยวนี้!"
เจียงมั่วค่อย ๆ วางแก้วชาลงบนโต๊ะกาแฟอย่างไม่รีบร้อน พลางเงยหน้าขึ้นมองอย่างเฉื่อยชา "กู้หลิงเยว่ไปเป่าหูอะไรคุณมาล่ะ?"
กู้โย่วชะงักไปเหมือนคิดไม่ถึงว่าเธอจะถามแบบนี้ สายตาของทั้งคู่ประสานกัน เขามองเข้าไปในดวงตาของเจียงมั่ว มันดูใสกระจ่างบริสุทธิ์ และมีประกายฉ่ำน้ำอยู่นิด ๆ
สวยดีเหมือนกันนะ ในใจของกู้โย่วผุดคำนี้ขึ้นมาดื้อ ๆ แต่วินาทีต่อมา ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน "พ่อบ้าน! ช่วยเก็บข้าวของของคุณหนูเจียงคนนี้ให้เรียบร้อย แล้วให้เธอเอาออกไปเลย"
เพราะยังคำนึงถึงสายเืที่เกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง กู้โย่วเลยไม่ได้ใช้คำว่า 'โยนทิ้ง'
พูดจบ เขาก็เดินกลับขึ้นไปชั้นสองทันทีคล้ายไม่อยากจะเห็นหน้าเธออีก ภายในห้องนอนเขานั่งลงบนเก้าอี้ ความหงุดหงิดในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น คิ้วขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นราวกับกำลังคิดเื่ที่กวนใจอยู่ พักใหญ่ เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา นิ้วมือจดจ่ออยู่ตรงรูปโปรไฟล์ของคนคนหนึ่ง ก่อนจะกดส่งข้อความไปด้วยความลังเล
[ฉันไล่ยัยเด็กที่บอกว่าเป็น้องสาวแท้ ๆ ของฉันออกไปแล้ว ฉันรู้ว่าทำแบบนี้มันไม่ถูก แต่ฉันไม่อยากให้หลิงเยว่ต้องน้อยใจ อีกอย่าง... คราวก่อนก็เป็เธอที่ช่วยฉันไว้ แต่ตอนนี้พอฉันนึกถึงสายตาของยัยเด็กคนนั้น ในใจฉันกลับรู้สึกผิดยังไงไม่รู้...]
ในหน้าต่างแชตมีแต่ข้อความที่กู้โย่วส่งไปฝ่ายเดียว ส่วนคนฝั่งตรงข้ามดูเหมือนจะไม่เคยตอบกลับเขาเลยสักครั้ง
ที่ชั้นล่าง เจียงมั่วค่อย ๆ เป่าลมน้อย ๆ ให้ชาในแก้วกระเพื่อม พลางฟังเสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวอย่างใจเย็น
[ติ๊ง~ อัปเดตความคืบหน้าค่าความประทับใจ]
[กู้เหลียน : 13]
[กู้โย่ว : -90]
[กู้อวี๋ : -50]
[รายงานผลเสร็จสิ้นค่ะ~]
ผลลัพธ์นี้อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว เจียงมั่วจิบชาด้วยความเบิกบานใจ แต่ยังไม่ทันจะกลืนลงคอ เสียงของระบบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
[ติ๊ง~ โฮสต์ ฉันกลับมาแล้วค่ะ! อัปเดตค่าความประทับใจอีกครั้ง]
[กู้เหลียน : 13]
[กู้โย่ว : -75]
[กู้อวี๋ : -50]
[ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ โฮสต์พยายามต่อไปนะคะ~]
เจียงมั่วแทบจะพ่นน้ำชาพรวดออกมา เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? เมื่อกี้เพิ่งจะลดลงไปไม่ใช่เหรอ? ทำไมมันถึงเด้งกลับขึ้นมาอีกแล้วล่ะ? กู้โย่วเอ๋ยกู้โย่ว ฉันปั่นประสาทนายขนาดนั้นแล้ว นายช่วยหนักแน่นหน่อยได้ไหม?
กู้หลิงเยว่เห็นเจียงมั่วทำหน้าตาบูดบึ้ง ก็นึกว่าเธอโกรธเพราะกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลกู้ ในใจเลยยิ่งรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง
"น้องเจียงมั่ว เธอก็อย่าไปโกรธพี่รองเลยนะ บางทีพี่รองอาจจะยังทำใจยอมรับเื่ที่มีเธออยู่ไม่ได้ เขาเป็คนหัวโบราณมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ดูเหมือนข้างนอกฝนกำลังจะตกเลย เดี๋ยวฉันบอกให้พ่อบ้านช่วยแพ็กเสื้อผ้าหนา ๆ ให้เธอเพิ่มอีกสองสามตัวนะ จะได้ไม่หนาวตอนออกไปข้างนอก!"
เจียงมั่วตวัดสายตามองกู้หลิงเยว่พลางยิ้มหยัน "ฉันต้องขอบใจเธอจริง ๆ เลยนะ!"
กู้หลิงเยว่ทำเป็ฟังไม่ออกว่าเจียงมั่วกำลังพูดจาจิกกัด น้ำเสียงเอ่ยออกมาเรียบ ๆ "ไม่เป็ไรหรอกจ้ะ! เื่ลงเอยแบบนี้ มันดีต่อทุกฝ่ายแล้วล่ะ"
ผ่านไปไม่นาน พ่อบ้านก็เดินลงบันไดมา เขายื่นกระเป๋าเดินทางให้เจียงมั่วด้วยท่าทางอึกอัก ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกกู้หลิงเยว่ตวัดสายตาดุกลับไปจนต้องกลืนคำพูดลงคอ
"ตอนนี้ข้างนอกยังมีรถเมล์วิ่งอยู่ ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะหมดเอา" กู้หลิงเยว่ปรายตามองนาฬิกาข้อมืออย่างเกียจคร้าน พลางมองออกไปนอกบ้านที่ท้องฟ้ากำลังมืดครึ้ม อารมณ์ของเธอตอนนี้เบิกบานเป็ที่สุด