“หลักสูตรมินิแลงเยอร์” เป็ชื่อโครงการที่เสนอกออกไปให้หน่วยทหารของประเทศไทยรับรู้
กลุ่มทดลองเป็อาสาสมัครอายุเยาว์พวกเขาเป็ลูกหลานทหารเรือที่เติบโตในค่ายทหาร โครงการทดลองนี้ แอบสอดไส้เข้าไปภายใต้โครงการกิจกรรมครอบครัวทหารเรือที่เกิดขึ้นทุกปี‘โครงการค่ายเยาวชนลูกนาวี’หลังจากค่ายเยาวชนเปิดใน่ฤดูร้อน จะมีการทดสอบวัดระดับ เยาวชนที่ผ่านการทดสอบถึงจะถูกแยกออกมาและทำการฝึก ในหลักสูตรของกลุ่มทดลอง
เด็กพวกนี้เห็นทหารฝึกกันทุกวัน ทุกสิ่งทุกอย่างในการฝึกเป็ความเคยชินของพวกเขาั้แ่เติบโตมาในกองทหาร เริ่มั้แ่เช้าตรู่ เวลาตีห้าแตรทหารเป่าปลุกกองร้อย ไม่ว่าการวิ่งระยะไกลพร้อมเครื่องหลังของกองทหารการโรยตัวจากเครื่องบิน การลงน้ำจากเครื่องบินลำเลียงที่บินโฉบเหนือผิวน้ำการะโร่มดิ่งพสุธา การไต่หน้าผา การยิงปืนแม้กระทั่งการใช้ทหารหนึ่งหมู่แบกท่อนซุงขนาดสองคนโอบยาวสิบเมตรแล้ววิ่งไปตามถนนในค่าย กิจวัตรที่เห็นเป็เื่ประจำวันเหล่านี้ จบลงเมื่อ เสียงแตรทหารเป่าเข้านอน
แม้ไม่มีใครรู้รายละเอียดทั้งหมดในการฝึก แต่ต่อให้ฝึกโหดแค่ไหนขอเพียงไม่มีคนาเ็ล้มตาย ย่อมไม่มีใครสงสัยหรือก่อกวนเื่ราวให้ใหญ่โตแน่นอนผู้ปฏิบัติการ นอกจากนายทหารไทยที่เข้าร่วมไม่กี่คนแล้วทั้งหมดล้วนเป็ทหารสหรัฐชั้นหัวกะทิ
ในเวลานั้น มือของโรเบิตร์ที่กำเมาท์ถึงกับสั่นระริก เขาอ่านข้อมูลด้วยใจสั่นสะท้านเป้าหมายของเขา สามารถผ่านหลักสูตรที่มหาโหดกว่า การฝึกซีล หรือกรีนเบอเร่ต์เสียอีกอีกทั้งผ่านหลักสูตรนี้ด้วยคะแนนประเมินสูงสุดเมื่อมีอายุเพียงสิบขวบ! เทียบกับตอนที่เขามีอายุสิบขวบ เขายังเป็เด็กน้อย เล่นโลโกตัวต่ออยู่เลย
ปัจจุบันเป้าหมายมีอายุสามสิบปีปลายๆ เขาผ่านหลักสูตรโหดหินที่สุด ั้แ่เกือบสามสิบปีที่แล้วแม้ปัจจุบันมีอาชีพเป็ผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ แต่หลายสิบกว่าปีมานี้เขาผ่านอะไรมาบ้าง และจะมีความร้ายกาจขนาดไหนกัน แฟ้มข้อมูลที่สหายส่งมามีจำนวนสิบสามแฟ้มนี่ขนาดแค่เปิดแฟ้มแรก โรเบิร์ตก็รู้สึกไม่อยากอ่านต่อแล้ว และเขาก็ไม่ได้เปิดอ่านต่อจริงๆเมื่อต้องเร่งออกมาจากที่พัก เพราะได้รับข่าวว่า รู้ที่ซ่อนะเิแล้ว
ความสงสัยของเขาได้รับการยืนยัน เส้นทางการต่อสู้ ของชายหนุ่มนักคอมพิวเตอร์ไม่จบสิ้นไปพร้อมกับค่ายทดลองเมื่อหลายสิบปีก่อนอย่างแน่นอนไหวพริบและการเคลื่อนที่ แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ต่อสู้ที่เหนือชั้นไม่ธรรมดาการที่เขาเรียกเืจากมุมหน้าผากฝ่ายตรงข้ามได้ น่าจะเป็เพราะความบังเอิญอีกฝ่ายไว้ใจระบบตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น
เมื่อเขาดูวิดีโอการต่อสู้ในสวนที่เล่นช้าๆเฟรมต่อเฟรมแล้วเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดเขาถึงถูกจู่โจมสลบกลางอากาศนั่นเป็การจู่โจมด้วยพลังเพียงเล็กน้อย แต่จู่โจมตามวิชาสรีรศาสตร์ทำลายจุดอ่อนของมนุษย์อย่างแม่นยำและถูกวิธีที่สุด
การจู่โจมที่ทำให้สมองสั่นะเืจนหมดสติ ไม่จำเป็ต้องรุนแรงหนักหน่วงแต่ต้องเข้าเป้าทำให้เกิดแรงสั่นะเือย่างรุนแรงของสมอง โดยเฉพาะลูกเตะปลายคางที่จู่โจมเข้าใส่มืดมีดหากเป็เขาลงมือเกรงว่า อีกฝ่ายคงคอหักตาย แต่จากรายงานของแพทย์มือมีดเพียงปากแตกฟันหักเล็กน้อยเท่านั้นภาพช้าทำให้เห็นชายหนุ่มเปลี่ยนมุมข้อเท้า ทำให้แรงปะทะกลายเป็แรงเฉือน ทำให้สมองสั่นะเืโดยตรงนี่เป็การจู่โจมของยออดฝีมือขั้นเทพอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
...
“ซู๊ด... ฮ่าห์...”
โรเบิร์ตซดสาเกร้อน ติดกันเป็แก้วที่สี่ นึกไม่ถึงว่าเครื่องดื่มที่เขาสั่งตามชายหนุ่มตรงข้าม จะซาบซ่านเร่งเร้าความคึกคักตื่นตัวได้ถึงขนาดนี้เขาเป็ลูกครึ่งนอร์เวย์กับสเปน ที่ประเทศของเขานิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็หลักแต่นอกจากดื่มเปล่าๆ หรือผสมน้ำแข็ง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้ดื่มแอลกอฮอล์ที่อุ่นจนร้อนรสชาติที่ประหลาดพิกลเหมือนกินน้ำอัดลมของมันพร้อมกับความร้อนที่อุนวาบลงไปในกระเพาะช่างซาบซ่านดีเหลือเกิน พริบตาเดียวขวดแรกหมดไป เขาเริ่มขวดที่สอง
โซโลเอ่ยปากสนทนาก่อน “ขอบใจนายที่ตามประกบคนร้ายบนรถบัส”
โรเบิร์ต กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “มันเป็หน้าที่ หวังว่ามันคงทำให้นายลืมเื่ที่สนามบินไปได้ฉันใจร้อนไปหน่อย”
โซโลยิ้มพลางพูด “ว้า... สงสัยผมจะเป็อัลไซเมอร์ ลืมไปแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่สนามบินพรุ่งนี้นายมีแผนไปเที่ยวที่ไหน”
โรเบิร์ต หัวเราะในลำคอ “ว่าจะไปหัดตีกอล์ฟสักหน่อยเพื่อได้เลื่อนขั้นตำแหน่งขึ้น จะได้ออกงานกับเขาได้บ้าง”
ทั้งสองคนคุยกันราวกับว่ารู้จักกันมานาน จนอิ่มโซโลขอตัว พอดีกับกลุ่มคนไทยทั้งสี่อิ่มและจะกลับหลังจากต่างคนต่างจ่าย พวกเขาออกมาที่นอกร้าน จากอากาศอุ่นร้อนกลายเป็หนาวะเืหญิงสาวที่ผอมกว่า เดินมาข้างๆชายหนุ่ม ก่อนที่จะแนะนำตัวอย่างง่ายๆ
“หนูชื่อแพท นี่เพื่อนหนู พิมพ์ และนี่ก็โต้ง และแม็กพวกเราเรียนที่เดียวกันใน กรุงเทพ”
“เรียกผมว่าโซโลแล้วกัน”
พิมพ์ กล่าวออกมาทีเล่นทีจริงว่า “ชื่อพี่แปลกดี แต่ทำไมเหมือนกับว่าพิมพ์เคยเห็นพี่มาก่อน”
โซโลอมยิ้ม “คำว่าโซโลที่จริงมันเป็ฉายา และก็ไอดีในเกมนะเด็กๆที่บริษัทไม่เรียกชื่อจริงกัน พอนานๆไปพาลลืมชื่อไป คนถูกเรียกอย่างพี่ก็ไม่หันจนกว่าจะเรียกว่าโซโลแบบว่า... เกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองชื่ออะไร ฮ่าๆๆ”
จู่ๆ แม๊กที่เดินนำหน้าก็หยุดกึก ก้มลงมองสิ่งที่คล้ายฝาท่อระบายน้ำตอนนี้ห่างจากสี่แยกเล็กข้างหน้าไม่กี่เมตร โรงแรมอยู่ห่างไปไม่เกินหนึ่งร้อยเมตรเขาก้มลงดูอย่างพินิจพิจรณา
โต้ง “เฮ้ย..เอ็ง... พออิ่มปุ๊ปจิติญญานักสำรวจเข้าสิงเลยมึง ทีตอนหิวนี่ ขนาดป้ายรถเมล์ยังมองไม่เห็น”
แม็ก ก้มๆเงยสักพักแสงจากมือถือก็สาดส่องฝาโลหะ ที่เขาคิดว่าน่าจะเป็ฝาท่อระบายน้ำ
“มรึงดู ที่ญี่ปุ่นนี้แมร่งคลาสิก ขนาดฝาท่อระบายน้ำยังทำเป็รูปคลื่นแถมพ่นสีฟ้าอีกด้วยนะ แต่ภาษาญี่ปุ่นนี้อ่านไม่ออกว่ะ”
โซโลเห็นก็อดขำไม่ได้ แต่ต้องยอมรับว่านายคนนี้ช่างสังเกตจริงๆเขาเฉลยพร้อมกวักมือชี้ให้ดูป้ายที่ติดตั้งอยู่ใกล้ทางแยกมันเป็ป้ายสูงประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเิเ มีลูกศรขนาดใหญ่ชี้ให้เลี้ยวขวา
“อันนี้ไม่ใช่ฝาท่อหรอก แต่เป็ป้ายบอกว่า ถนนสายนี้จะจมน้ำเมื่อมีสึนามิส่วนไอ้ป้ายสูงเมตรครึ่งนี้ ไม่ใช่ป้ายจราจรมันเตี้ยเกินไปคนขับรถใหญ่ไม่มีทางมองเห็นเพราะมันเป็ป้ายชี้ทางให้คนอพยพหนีสึนามิ ถ้าสังเกตดีๆถนนทางขวามันเป็เนินชันขึ้นไป”
ทั้งสี่สหาย มองป้ายและสัญลักษณ์ที่พื้นอย่างมึนงง
“ตอนนี้พวกเราอยู่ในูเา อืมเรียกว่าหุบเขาน่าจะถูกกว่าถึงแม้จะมีทะเลสาบอยู่ใกล้ๆก็เถอะ แล้วมันจะเกิดสึนามิได้อย่างไรคะพี่” แพทถามอย่างสงสัย
ชายหนุ่มยักไหล่ “ก็ง่ายๆ เกิดแผ่นดินไหว น้ำในทะเลสาบกระฉอกหรือูเาไฟะเิ เอาแค่ว่ามีหน้าผาริมทะเลสาบ ตรงไหนมีหินั์ถล่มลงทะเลสาบก็เกิดสึนามิได้แล้ว”
ทั้งสี่คนหน้าเปลี่ยนสีไป โซโลหัวเราะ “ฮ่าๆๆไม่ต้องกังวลไป มีระบบเตือนภัยมากมายติดตั้งอยู่ ก่อนเกิดเหตุพวกเรารู้ตัวก่อนแน่ว่าแต่พวกคุณเตรียมกระเป๋าเพื่อยามฉุกเฉินเอาไว้บ้างหรือเปล่า”
ทั้งสี่คนถามขึ้นเกือบพร้อมกัน “มันคืออะไร?”
โซโลยิ้ม เขารู้ว่าทั้งหมดเป็มือใหม่ในการท่องเที่ยวระหว่างเดินช้าๆข้ามสี่แยก เล่าสรุปออกมาให้พวกเขาฟังสั้นๆ
“เวลาเราออกไปพักนอกบ้านไม่ว่าจะเป็ที่ไหนก่อนนอนควรเตรียมสิ่งที่จำเป็เอาไว้ในกระเป๋าพกพา เช่นโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ พาสสปอร์ตและอื่นๆที่จำเป็ อย่างเช่นยาประจำตัว เวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่นไฟไหม้แผ่นดินไหวน้ำหลาก เมื่อรู้สึกตัวก็คว้าออกมาได้ หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไม่ว่าเราจะเป็ผู้ประสพภัยหรือไม่ อย่างน้อยก็ไม่ต้องวุ่นวายเดือดเนื้อร้อนใจมากนัก”
คำพูดของเขาแสดงให้เห็นประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่าง ทั้งสี่นักศึกษาผงกศีรษะยอมรับความคิดนี้ สี่สหายแปลกใจที่พบว่า ชายหนุ่มก็พักที่โรงแรมนี้เช่นกันทั้งหมดแยกย้ายกันไปพักผ่อน แล้วก็ต้องมองหน้าหัวเราะกันเบาๆเพราะทั้งหมดพักอยู่ชั้นบนของโรงแรมที่มีเพียงสามห้อง ประตูห่างกันไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ
โซโลบอกพวกเขาเบาๆ “เวลาอาหารเช้าเจ็ดนาฬิกาตรงแนะนำให้ลงมาตรงเวลาหน่อยนะ คุณเ้าของโรงแรม แกเป็คนตรงเวลาเป๊ะๆหากสายอาจถูกเหล่เอาได้ เพราะแกมีเื่ต้องทำมากมาย โรงแรมนี้ไม่มีพนักงานทุกอย่างถูกวางเวลาเอาไว้แน่นอน รักษาหน้าคนไทยเอาไว้ละ”
โรงแรมที่ความจริงสมควรจะเรียกว่า เกสเฮาท์มากกว่า มีเวลาปิดประตูเสียด้วยประตูปิดเวลา ยี่สิบเอ็ดนาฬิกา กดออดเรียกได้ถึงยี่สิบสองนาฬิกา กลับมาสายกว่านั้นคงต้องไปหาที่นอนที่อื่น เพราะคุณพ่อบ้านจะตัดระบบไฟกระดิ่งหน้าบ้าน
...
คืนนั้นหลังจากอาหารมื้อเย็น โรเบิร์ต กลับเขาที่พัก เขาพักที่โรงแรมHakone Hotel ความจริงในโรงแรมมีร้านอาหารเปิดจนถึงสามทุ่ม แต่โรเบิร์ตอยากออกไปเดินมากกว่า และได้พบกับโซโลโดยบังเอิญ เมื่อเขากลับมานั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดแฟ้มลับที่สองของโซโลเพื่อดูข้อมูลเพิ่ม
แฟ้มนี่ยังคงเป็แฟ้มจากสหรัฐอเมริกาแหล่งที่มาเดียวกันเป็การติดตามอาการและสภาพของกลุ่มเป้าหมาย ระยะเวลาการติดตามหนึ่งปี
ยิ่งอ่านรายละเอียดเขายิ่งรู้สึกแตกตื่น เพราะข้อสรุปก่อนลงรายละเอียดคือเป้าหมายในการทดสอบ ไม่มีความผิดปรกติใดๆ ทางสภาพจิตแม้แต่นิดเดียว การติดตามนี้ทำให้ได้ข้อมูลทางกีฬาของเป้าหมาย
เป้าหมายเข้าแข่งขันในกีฬาเยาวชนหลายประเภท “เป็นักวิ่งระยะกลางและระยะไกลเข้าแข่งนักมวยสากลสมัครเล่นรุ่นเยาว์ เข้ากลุ่มนักยิมนาสติกรุ่นเยาว์และออกแสดงโชว์กายกรรมที่คล้ายฟรีรันเนอร์เป็นักกีฬาวินด์เซิร์ฟ เคยเข้าแข่งเทนนิสเยาวชนลูกนาวี เป็นักกีฬาเทเบิลเทนนิสและยังเล่นกีฬา เอ็กซ์สตรีม ที่สมัยนั้นยังไม่มีใครเล่น คือจักรยานดาวน์ฮิลและไม่ใช่ดาวน์ฮิลธรรมดา จากรูปถ่ายระยะไกล มันน่าจะเป็จักรยานไต่เขามากกว่า”
ข้อมูลกีฬาสารพัดชนิด ที่เป้าหมายเล่นในวัยเด็กหลังจากจบหลักสูตรภายในหนึ่งปียิ่งทำให้ โรเบิร์ต สมองพองโต เขาใช้เวลาสามชั่วโมงในการอ่านข้อมูลการติดตามนอกจากประวัติการเล่นกีฬาสารพัดชนิด กับรางวัลมากมายจากการแข่งขัน ก็ไม่พบสิ่งใด
ในที่สุดเขาต้องถอนใจออกมายาวๆ ข้อมูลของชายหนุ่มคนนี้ หากเป็บุคคลอื่นเห็นผ่านๆ อาจจะสรุปได้อย่างเดียวว่า เขาเป็อัจฉริยะทางกีฬาที่หาตัวจับยากแต่ในสายตาของทหารหน่วยรบพิเศษ เขาพบว่าที่จริงนี่เป็เื่เดียวเท่านั้นเป้าหมายผ่านหลักสูตรอย่างสมบูรณ์ เขาสามารถใช้มายน์คอนโทรล(การควบคุมจิตใจที่ส่งผลต่อร่างกาย) และสามารถควบคุมร่างกายได้อย่างสมบูรณ์
ทันทีที่ได้ข้อสรุปเขานิ่งไปหลายอึดใจ ก่อนที่จะะโปราดขึ้นมาและส่งอีเมลไปหาแฮกเกอร์เพื่อนรัก เขา้าข้อมูลเกี่ยวกับโครงการมากกว่านี้เื่นี้จุดประกายความคิดของเขา ราวกับประภาคารถูกจุดกลางพายุที่บ้าคลั่งเขา้าข้อมูลผลการทดสอบของกลุ่มเด็กที่ผ่านการทดลองทุกคนรวมถึงผลการติดตามทั้งหมด จากนั้นเขานั่งอ่านขบวนการทดลองใหม่ทั้งหมดอย่างละเอียดจนหลับคาโน๊ตบุ๊คไป
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวไทยห้าคนลงมากินอาหารเช้าที่ห้องด้านข้างตรงเวลาเจ็ดนาฬิกาตรง เช้าวันนี้เขาวางแผนจะเดินทางไป มิชิมา Mishima Sky Walk ซึ่งเป็แผนเดียวกันกับสี่นักศึกษา อาหารเช้าเป็ไข่คนไส้กรอกกับสลัดผักมีเครื่องดื่มร้อนให้บริการ แน่นอนว่าที่ญี่ปุ่นเป็ประเทศที่นิยมกาแฟสดมากโซโลก็ไม่ธรรมดาเขาซัดกาแฟสดไปถึงสองแก้ว
ระหว่างอาหารเช้า เื่บางอย่างก็เผยออกมา ปรากฏว่าทั้งสี่เป็นักศึกษาปีสี่ของมหาวิทยาลัยที่โซโลนั่งเรือคลองแสนแสบไปนั่งกินอาหารทุกเช้าวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และสองสาวก็เป็ขาประจำของโรงอาหารมหาวิทยาลัยที่ติดท่าเรือคลองแสนแสบนี้เช่นกันจึงไม่แปลกใจที่ หญิงสาวทั้งสองเคยเห็นโซโลมาก่อน
พอรู้ว่าที่จริงชายหนุ่มมาทำงาน แล้วอาศัยช่องว่างท่องเที่ยวสี่นักศึกษาออกอาการอิจฉาเล็กน้อย แต่จากการพูดคุยก็ทำให้พวกเขาวางแผนการเที่ยวได้รัดกุมมากขึ้นระยะเวลาที่สี่นักศึกษาพักที่โรงแรมนี้ เท่ากับโซโล แถมเดินทางกลับโตเกียววันเดียวกันเพียงแต่แตกต่างในรายละเอียด หลังจากพูดคุยและช่วยกันเก็บถ้วยชามให้กับคุณพ่อบ้านเ้าของโรงแรมแล้วพวกเขาก็เดินย้อนไปรอรถเมล์ที่สถานีรถบัส เนื่องจากออกเช้าทำให้ทันขึ้นรถเที่ยวแปดนาฬิกาตรง
ทั้งหมดใช้ฮาโกเนะฟรีพาส ที่เป็ตั๋วรวมจ่ายครั้งเดียวใช้ได้หลากหลายในพื้นที่ฮาโกเนะตั๋วนี้มีหลายราคาและราคาขึ้นอยู่กับว่าเริ่มต้นเดินทางมาจากจุดไหนมีทั้งแบบวันเดียว สองวัน และสามวัน หากเริ่มต้นที่สถานีชิจูกุค่าตั๋วรวมนี้สำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคนราคาจะอยู่ที่ หกพันหนึ่งร้อยเยนพาสมีอายุสามวัน สามารถใช้ขึ้นรถเมล์ ในพื้นที่ฮาโกเนะไม่จำกัดจำนวนครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เข้าชมสถานที่หลายแห่งที่ระบุในคู่มือของพาส โดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าเข้าชม
นอกจากใช้ขึ้นรถบัส ที่เดินทางรอบๆ ฮาโกเนะ พาสนี้สามารถใช้กับขนส่งสาธารณะที่มีหลากหลายประเภทให้เลือกในพื้นที่ ซึ่งมีให้บริการทั้งรถราง รถไฟ เรือ กระเช้าหรือ รถบัส

รูปแสดง ขนส่งที่สามารถใช้ ฮาโกเนะฟรีพาสได้
หากไม่ใช้พาส ทุกครั้งที่เดินทางต้องจ่ายค่าโดยสาร ซึ่งหากนับรวมๆกันแล้วในโปรแกรมท่องเที่ยวตามปรกติสามวัน ค่าใช้จ่ายอาจจะมากถึงสองหมื่นเยนทีเดียวนอกจากประหยัดแล้วการใช้ก็ง่ายดาย เพียงแสดงพาสให้เ้าหน้าที่ดูไม่ต้องไปเข้าคิวต่อแถวซื้อตั๋วซึ่งต้องยุ่งยากเพราะราคาของตั๋วนั้นแปรผันตามระยะทางยิ่งหากใช้บริการรถรางที่มีหลายต่อแค่ซื้อตั๋วก็อาจเสียเวลาไปเป็ชั่วโมงทีเดียว
วันนี้ทั้งหมดจะขึ้นรถบัสสายที่เรียกว่า Hakone Tozan Bus เส้นทางที่จะเริ่มจาก สถานีรถบัสไปสิ้นสุดที่เมืองมิชิม่า แต่เป้าหมายของพวกเขาคือลงที่กลางทางบริเวณจุดสูงสุดของทิวเขา ระหว่างฮาโกเนะกับเมืองมิชิม่าสถานที่ท่องเที่ยวที่เรียกว่า “Mishima Sky Walk”

Mishima SkyWalk เป็สะพานแขวนลอยฟ้ายาวที่สุดในญี่ปุ่นที่มีความยาวถึงสี่ร้อยเมตรตัวสะพานทอดข้ามหุบเขาสูงจากพื้นดินเจ็ดสิบจุดหกเมตร บนสะพานลอยฟ้านี้ ถือเป็อีกสถานที่หนึ่งที่สามารถชมูเาไฟฟูจิที่คนนิยมไปกันมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ฮาโกเนะฟรีพาสยังสามารถใช้เข้าชม สถานที่แห่งนี้ได้ด้วย
รถบัสออกจากสถานีแล้วขับผ่านโรงแรมที่พัก เพียงไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรแรก เส้นทางเริ่มคดเคี้ยวสูงชันไต่ระดับไม่นานนักก็วิ่งบนสันเขาที่เปิดโล่ง นี่เป็ทางหลวงหมายเลขหนึ่งวิ่งข้ามเทือกเขา เป็เส้นทางหลักเชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแหลมทางตอนใต้ของจังหวัดซิซูโอกะ
ภูมิประเทศบริเวณนี้เปิดโล่งเนื่องจากเป็สันเขาสูง มีลมพัดแรงตลอดเวลาทำให้สภาพต้นไม้เตี้ยแคระแกร็น แม้ดูโล่งๆ แต่ก็สามารถมองไปได้ไกลบางจุดถึงขนาดมองเห็นน้ำทะเลทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว ด้วยระยะทางเพียงเก้าจุดเก้ากิโลเมตรปรกติขับรถยนต์เพียงสิบห้านาที แต่รถบัสประจำทาง ถูกจำกัดความเร็วรวมเวลาทั้งหมดราวครึ่งชั่วโมง เขากับคณะสี่สหายก็มาถึง มิชิมะ สกายวอล์ค
เมื่อมาถึงแต่เช้าราวแปดนาฬิการสามสิบนาทีชายหนุ่มพุ่งขึ้นไปบนทางลอยฟ้าก่อน เพราะ้าถ่ายรูปใน่ที่ไร้ผู้คนเขาหามุมกดชัทเตอร์รัวๆ ส่วนสี่สหาย เน้นถ่ายรูปที่ป้าย จนเขาเดินไปจนสุดสะพานพวกเขาก็ยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม จากภาพวิวธรรมดา กลายเป็ภาพพาโนรอมาแสดงให้เห็นูเาไฟฟูจิ ที่โดดเด่นเป็พื้นหลังของตัวสะพานลอยฟ้า
ระหว่างที่ชายหนุ่มก้มลงถ่ายภาพมุมกด ที่บริเวณโคนเสาที่ปลายสะพาน ทันใดนั้นเขารับรู้ถึงอันตรายบางอย่างรีบพลิกร่างหลบเข้าหลังเสาปูน เสียงดัง
“พิ้ง...”
พร้อมประกายฝุ่นสีขาวกระจายออกมาแม้ว่าจุดที่เกิดฝุ่นฟุ้งสีขาวจะห่างจากจุดที่เขายืนถ่ายรูปเมื่อครู่ไปถึงเกือบสามเมตรแต่ชายหนุ่มมั่นใจว่า
“เขาถูกลอบยิง!”