“ฮ่าฮ่า ช่างน่ายินดีอะไรเช่นนี้เจินเออร์เ้าตั้งครรภ์แฝดแม่นมอิ๋นต่อไปก็ดูแลนางให้ดีด้วยเล่าในท้องของนางมีหลานของข้าถึงสองคนเชียวหน่า” นางซือเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีเสียงพูดคุยในเรือนสร้างความเจ็บช้ำให้กับหญิงอีกคนที่อยู่นอกเรือนอย่างอนุเสวี่ยเป็อย่างยิ่งนางกำมือของตนด้วย้าข่มโทสะที่กำลังจะปะทุของนาง
“เหนียงเออร์”แม่ทัพไป๋หรือไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยเรียกคนรักของตนเบาๆด้วยเข้าใจว่าหญิงคนรักของตนกำลังเสียใจ
“ท่านพี่ท่านรักข้าหรือไม่เ้าคะ”เหม่ยเหนียงกล่าวพร้อมกับมองหน้าสามีของตนด้วยแววตาเศร้า
“พี่รักเ้ารักเ้าเพียงผู้เดียว”ไป๋หยางเจี๋ยบอกรักคนรักของตนแล้วกอดนางแนบอกด้วย้าปลอบใจนาง
“หึบุตรสาวหอนางโลมยังคงมีกริยาเช่นนี้สินะ ขวางหูขวางตาข้าจริงๆไปจะไปที่ใดก็ไปไม่ต้องมายืนบีบน้ำตาหน้าเรือนของข้าเพราะข้าไม่มีความสงสารให้หญิงแพศยาเช่นเ้า”นางซือที่้าสูดอากาศเอ่ยพร้อมกับมองไปที่อนุเสวี่ยอย่างดูแคลน
“ท่านแม่”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยเรียกนางซือเสียงดัง
“ขึ้นเสียงใส่ข้าหรืออาเจี๋ย”นางซือตวาดถามบุตรชายอย่างมีโทสะเพราะหญิงแพศยานั้นผู้เดียวแท้ๆ อาเจี๋ยจึงขึ้นเสียงใส่นาง
“ท่านแม่ตอนนี้เหนียงเออร์กำลังตั้งครรภ์ลูกของข้าอยู่นะขอรับ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยกับนางซือที่ยืนอยู่บนเรือน
“แล้วเจินเออร์ไม่ท้องลูกของเ้าอยู่หรือไร”นางซือถามกลับพร้อมหันไปจับมือของสะใภ้ตนเบาๆ
“ท่านแม่เ้าค่ะ”เสวี่ยเหม่ยเหนียงเอ่ยเรียกนางซือด้วยท่าทางน่าสงสาร
“อนุเช่นเ้าเรียกข้าว่าแม่ได้หรือช่างไม่เจียมตนจริงๆ” นางซือแค่นเสียงตอบเหม่ยเหนียงอย่างไม่ชอบใจ
“ท่านแม่ถึงไม่เห็นแก่ข้าก็เห็นแก่หลานของท่านในท้องของนางเถอะขอรับ”ไป๋หยางเจี๋ยเอ่ยพร้อมกับพร้อมกับมองสบที่ตาของมารดาตนอย่างอ้อนวอน
“หึแล้วเ้าเคยเห็นแก่ลูกในท้องของเจินเออร์หรือไม่ เหตุใดเ้าไม่เคยมาดูดำดูดีนางและลูกบ้างเจินเออร์นางคือฮูหยินของเ้านะอาเจี๋ย” นางซื่อเอ่ยถามบุตรชายของตน
“แต่ข้าไม่เคยรักนางเลยนะขอรับท่านแม่ข้ารักเหนียงเออร์ท่านแม่จะให้ข้าทำร้ายจิตใจของคนที่ข้ารักหรือขอรับ”ไป๋หยางเจี๋ยตอบนางซือแล้วมองมาที่กุ้ยเจินด้วยสายตาเกลียดชัง
“ทำร้ายจิตใจหรือแล้วผู้หญิงที่เป็คู่หมั่นของเ้ามาั้แ่เกิดนางทำอะไรผิดหรือหรือนางไม่ใช่ลูกสาวของแม่เล้าในหอนางโลมที่วิ่งเอาตัวเข้ามาเสนอให้เ้าถึงในจวนผู้หญิงเช่นนั้นหรือที่เ้าอยากยกขึ้นมาเป็ฮูหยินยามเ้าออกงานเ้ากล้าบอกคนอื่นหรือไม่ว่านางเป็ใครมาจากที่ใดส่วนเ้าหยุดเสแสร้งเสียทีเ้าคิดว่าน้ำตาของเ้าจะทำให้ข้าใจอ่อนหรือไม่มีทางเสียหรอกอย่าคิดใช้มารยาชั้นต่ำพวกนั้นกับข้าอีกเพราะข้าไม่โง่เหมือนบุตรชายหัวลาของข้า”นางซือว่าคนทั้งสองอย่างมีโทสะ มีอย่างที่ใดกันเข้ามาเป็อนุแท้ๆยังคิดจะเก็บบุตรชายนางไว้คนเดียวอีกช่างโอหังเสียจริง
“ท่านแม่อย่ามีโทสะเลยเ้าค่ะ”กุ้ยเจินเอ่ยพร้อมกับช่วยพยุงนางซือเข้าเรือน
“ท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ”เสียงบ่าวรับใช้เอ่ยรายงาน
“คารวะฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ฮูหยินไป๋ขอรับ” หมอเกาทำความเคารพคนทั้งสองด้วยความนอบน้อม
“มาก็ดีแล้วท่านหมอช่วยมาตรวจดูหน่อยเถอะว่าเจินเออร์นางตั้งครรภ์แฝดใช่หรือไม่”นางซือเอ่ยกับหมอเกาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ขอรับ”หมอเกาขานรับด้วยความสงสัยจะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อตลอดหกเดือนมานี้ชีพจรของเด็กในครรภ์ของฮูหยินไป๋มีแค่หนึ่งชีพจรเท่านั้น“ขออนุญาตนะขอรับ”หมอเกาเอ่ยขออนุญาตแล้ววางมือลงที่ข้อมือของฮูหยินไป๋ทันที“นะนี้”จะเป็ไปได้เช่นไรที่อยู่ๆ ในครรภ์ของฮูหยินไป๋ก็มีเด็กมาเพิ่มอีกหนึ่งคน
“ยินดีด้วยขอรับฮูหยินตั้งครรภ์หงษ์ัขอรับ” หมอเกาเอ่ยแสดงความยินดี
“ดีจริงเป็สิริมงคลแก่ตระกูลไป๋เป็อย่างยิ่งดีดีเช่นนั้นอีกสามวันให้บ่าวเตรียมโรงทานข้าจะทำบุญต้อนรับหลานๆของข้าเรื่ิองดีเช่นนี้ให้คนส่งสารไปเเจ้งกับตระกูลจินด้วย” นางซือสั่งการคนรับใช้
“เจินเออร์ต่อไปเ้าต้องดูแลตัวเองให้มากๆ เข้าใจที่แม่บอกหรือไม่”นางซือที่สั่งงานคนรับใช้เสร็จจึงหันมาเอ่ยกำชับกุ้ยเจินอีกที
“เ้าค่ะท่านแม่”กุ้ยเจินขานรับแล้วลูบท้องของตนด้วยแววตารักใคร่