หลังจากตัดสินใจไม่สังหารลี้ไห่ เพราะเห็นความเป็สายเืของปู่ตนเอง ถึงแม้ว่าจะเลวร้ายมาก แต่ทว่า เพื่อให้ร้านโอสถตระกูลลี้ดำเนินต่อไปไม่สูญหาย ลี้เฟยคิดว่า ปู่และพ่อน่าจะเห็นดีด้วยมากกว่า ดังนั้นจึงปล่อยไป ตำาโอสถตระกูลลี้ ถ้าหากพากเพียรย่อมพัฒนาได้ไม่ยากเกินไปเช่นกัน แม้ในระดับสูงจะต้องใช้พลังธาตุอัคคีซึ่งนับถึงตอนนี้ ก็มีเพียงปู่และปู่ต้นตระกูลเท่านั้นที่ทำได้ ส่วนชายชุดดำที่ทำร้ายตนนั้น หลังจากจบเื่รับเงินค่าจ้างจากลี้ไห่แล้ว ก็หายตัวไป อย่างไรก็ตาม ลี้เฟยจดจำรูปร่างและใบหน้าได้เป็อย่างดี ไม่แน่ว่าวันหนึ่งข้างหน้า จะได้พบเจอกันอีก ในยามนี้ ด้วยพลังปราณระดับพลังิญญาตะวันหลากสีแดง ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของระดับราชัน ห่างกันถึงสอง่ชั้น ก็ถือเป็โอกาสดีของลี้เฟยเช่นกัน คิดได้เช่นนี้ ลี้เฟยจึงออกเดินทางไปชางไห่
ข้ามีเวลาอีกร่วมยี่สิบวันก่อนตัดสินใจเข้าสำนักในชางไห่ ระยะทางจากที่นี่น่าจะใช้เวลาสักสิบกว่าวัน ข้าไม่ต้องเร่งรีบก็ได้ หลังจากเดินทางมาได้สี่วัน ลี้เฟยเดินลัดเข้าป่าอีกครั้ง เนื่องจากไม่รีบแต่ลี้เฟย้าพัฒนาทักษะการต่อสู้อีก จึงเข้าป่าาระหว่างทางไปเมืองชางไห่ ป่าในแถบนี้ใหญ่มาก แม้นจะเป้นป่าาแต่ไม่เหมือนกับที่ตนเองเคยเข้าไปหาสมุนไพรเลย เทือกเขาสูงชัน ป่ารกทึบ ขณะกำลังเดินเข้าไป "เ้าหนู เ้าจะเข้าป่ารึ ่นี้ข้าได้ข่าวมาว่า มีสัตว์เซียนปรากฏไม่รู้จริงหรือเปล่า ระวังตัวด้วย" ชายชราคนหนึ่งกล่าวขณะกำลังแบกฟืนสวนกลับมา ลี้เฟยพงกหัวกล่าวขอบคุณชายชราแล้วเดินเข้าไป
ข้ารู้สึกได้ว่า มีสัตว์อสูรระดับิญญาอยู่แถวนี้ พลังขนาดนี้ร้อนแรงเหลือคณา ขณะที่คิดและระวังอยู่นั้น เสียงโครมครามจากด้านในป่าก็ดังขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็การต่อสู้กัน ลี้เฟยพุ่งตัวเข้าไปตามเสียงที่ดัง พบมีหญิงสาวกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร หญิงสาวดังกล่าวาเ็ เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเื ลี้เฟยมองไปที่สัตว์อสูร พร้อมกับตกตะลึง มันคือแรดนิลกาฬ ระดับพลังิญญา ตะวันหลากสีเน้ำเงิน สัตว์ตัวนี้ มีพละกำลังมหาศาล นอของมันใช้ทำยา ส่วนเกราะของมันสามารถนำมาทำอาวุธและเกราะอักขระได้เป็อย่างดีทีเดียว
คิดได้เช่นนั้น จึงหันไปดูหญิงสาวที่หมดสภาพ แรดอสูรกำลังจะวิ่งเข้าใส่หญิงสาว ลี้เฟยจึงใช้ท่าัทะยานกระโจนใส่พร้อมอัดพลังปราณัล้านจินเข้าไปที่หน้าของมัน พลังล้านจินมิใช่น้อย ส่งผลให้แรดอสูร เซไปกระแทกหินที่อยู่ด้านข้าง ตูม~ เสียงกระแทกดังสนั้น แรดอสูรลุกขึ้นต่อ หันมาหาลี้เฟย ข้าต้องใช้พลังอัดไปที่ใต้คอ ใต้คอมันเป็จุดอ่อน ท่านปู่เคยสอนไว้ ดีเลย ข้าจะทดลองใช้พลังจักระั แปลงพลังิญญาเป็อาวุธ คิดได้ ลี้เฟยจึงเปลี่ยนพลังเป็ทวนแล้วพุ่งทะยาน การต่อสู้ดำเนินไป ลี้เฟยเปลี่ยนอาวุธเป็ทวน เป็กระบี่ และใช้พลังกายาสลับกัน "ข้าไม่นึกเลยว่าจะมีโอกาสฝึกฝนดี ๆ เช่นนี้" ลี้เฟยคิดในใจ แม้นว่าลี้เฟยจะคิดเช่นนั้น แต่สัตว์อสูรตัวนี้มีความฉลาดในตัวเอง มันระวังตัวมากขึ้น และพลังก็มหาศาล ทำให้ลี้เฟยาเ็ไม่ใช่น้อย โชคดีที่มีพลังจักระั ที่สามารถเดินพลังรักษาตัวเองได้ แม้จะต้องใช้เวลาก็ตาม
หลังจากการต่อสู้ผ่านไปเกือบชั่วยาม ลี้เฟยก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอมไม่ต่างจากแรดอสูร หญิงสาวได้แต่ลุกขึ้นมานั่งดู แต่ไม่มีแรงเข้าไปต่อสู้ เกรงว่าถ้าไม่มีลี้เฟยเข้ามา นางก็คงจะถูกสัตว์อสูรตัวนี้จัดการเป็แน่แท้
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ลี้เฟยตัดสินใจส่งพลังเป็ทวน พร้อมใช้ัลี้ทะยาน พุ่งเป็วงรอบสัตว์อสูร แล้วใช้จังหวะที่กำลังงง พุ่งเข้าไปแทงส่วนท้าย วนรอบกลับมาที่ส่วนหัส วนกลับมาส่วนท้าย สุดท้ายพุ่งเข้าไปที่ซอกคอด้านล่าง พลังทวนทะลุเข้าไปด้านในทะลุหัว ลี้เฟยแปลงทวนเป็กระบี่ สะบัดข้อมือพร้อมพลังปราณตัดคอแรดอสูรขาดกระเด็น แรดอสูรล้มลงพร้อมความใที่เกิดขึ้นในพริบตา
ลี้เฟยสะบัดข้อมือ พร้อมส่งผ่านปราณเข้าไปในร่าง เดินพลังปรับสมดุลย์ร่างกายแล้วจึงเดินไปหยุดที่หน้าหญิงสาว "เ้าเป็อะไรไหม ดูเ้าาเ็พอสมควร เ้ามียาหรือไม่" ลี้เฟยถามหญิงสาว "ข้าไม่เป็ไร ข้ามียาแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ข้าออกมาจากเมือง ไม่คิดว่าจะเจอสัตว์อสูรระดับนี้" หญิงสาวกล่าวพร้อมกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง ลี้เฟยก้มหยิบยาอัคคีโลหิตออกมาจากแหวนมิติส่งให้หญิงสาว "เ้ากินยานี้ก่อน มันจะช่วยเ้าบรรเทา เ้ากินแล้วเดินพลังปราณเข้าจุดลั่วเสฺวีย น่าจะดีขึ้น" ลี้เฟยกล่าวพร้อมเดินไปเดินพลังปราณ ครึ่งชั่วยามผ่านไป ทั้งสองคนลุกขึ้นมา "ข้าชื่อมู่หยงฟ่าน ข้ามาจากในเมืองชางไห่ ข้าจะมาฝึกฝนต่อสู่กับสัตว์อสูร ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นมาก ข้าไม่คิดว่ายาเ้าจะช่วยข้าได้เร็วเพียงนี้" หญิงสาวกล่าว "อืม เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ข้าชื่อลี้เฟย ข้าจะไปชางไห่เช่นกัน สัตว์อสูรตัวนี้ เรามาแบ่งกันคนละส่วนละกันนะ" ลี้เฟยกล่าว "ได้ ข้าขอเพียงกระดูกิญญาชิ้นนึงของมันเท่านั้น ที่เหลือเ้าเอาไป ส่วนอย่างอื่น ข้าไม่ได้้า" มู่หยงฟ่านกล่าวออกมา "ได้ กระดูกิญญา ใช้ซึมซับพลังพลังให้ หลายเมืองจะเรียกว่าหินิญญา แต่แท้จริงแล้วมันคือส่วนกระดูกส่วนห่อหุ้มหัวใจที่เก็บสะสมพลังงานปราณทั้งหมดเอาไว้ ข้าเอาครึ่งนึง ส่วนเกราะและหนังของมันรวมถึงนอ ข้าจักเอาไว้ทำยา"
"เ้าเป็นักโอสถหรือนี่" ไม่ทันที่ลี้เฟยจะกล่าวจบ มู่หยงฟ่านก็รีบพูดแทรกขึ้นมา "อืมใช่" ลี้เฟยกล่าวพร้อมพงกหน้าลงเป็การยอมรับ "หลังจากจัดสรรส่วนต่าง ๆ แล้ว "ข้าว่าเ้าไปล้างตัวใหม่ก่อนเถอะนะ ข้าเห็นด้านข้างมีลำธารอยู่ เ้าเปื้อนโลหิตมากมาย ข้าก็จักไปเช่นกัน" ลี้เฟยกล่าวพร้อมเดินนำไป "มู่หยงฟ่านมองแบบงงแล้วเดินตามไป
ลี้เฟยลงไปอาบน้ำ ถอดเสื้อล้างตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะนี้มู่หยงฟ่านมีท่าทีลังเลแต่สุดท้ายก็เดินไปอีกทางเพื่อชำระร่างกาย ทั้งสองยืนอาบกันคนละมุม ใช้เวลาไม่นานลี้เฟยก็ขึ้นมาแล้วเดินมาหามู่หยงฟ่านอีกมุมเพื่อจะบอกลา
ทว่า ลี้เฟยไม่คิดว่ามู่หยงฟ่านกำลังอาบน้ำอยู่ จึงเดินเข้าไป จึงเห็นนางกำลังอาบน้ำ ส่วนบนของนางเสื้อผ้าแนบเนื้อ จากน้ำที่เปียก ทำให้เห็นสัดส่วนของนางที่สูงเพรียวขาวได้เป็อย่างดี ทั้งสองเงยหน้าและเห็นพร้อมกันโดยไม่ตั้งใจ "ว๊่ย .....@#$% g0 เ้าคิดจะทำอะไรนะ เ้าบ้าเอ๊ย... มู่หยงฟ่านกัดฟันพูดด้วยความโกรธและหน้าแดงซ่าน
"เออ ๆ ... ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าขออภัย ข้าเพียงแต่จะมาบอกเ้าว่าข้าจะไปแล้ว" ลี้เฟยกล่าว
"เ้าจะไปไหนก็ไปเลย ไม่ต้องมาบอกข้า เ้าบ้าเอ๊ย..." มู่หยงฟ่านยังคงอายจึงพูดออกมาด้วยท่าทีโกรธ
"ขออภัย งั้นข้าไปละนะ" กล่าวจบลี้เฟยก็พุ่งตัวจากไป
จริง ๆ แล้วข้ายังไม่ได้ขอบคุณเ้าเลย แต่เ้าทำให้ข้าโกรธ ั้แ่เกิดมา ข้าไม่เคยอาบน้ำให้ใครดูแบบนี้เลย เ้าบ้าเอ๊ย ... ฟ่านเอ๋อพึมพำขณะใส่เสื้อและมุ่งกลับเข้าเมืองด้วยสีหน้าอายไม่หยุด