ตัวประกอบสาวขอไม่ทน เกิดใหม่ชาตินี้จะพลิกบทเป็นนางตัวแสบ

    บทที่ 39 ให้บุตรีอนุภรรยานอกจวนมาใส่เครื่องประดับของแม่ข้า เว้นแต่ข้าจะตายไปแล้วนั่นแหล่ะ

    บทที่ 39 ให้บุตรีอนุภรรยานอกจวนมาใส่เครื่องประดับของแม่ข้า เว้นแต่ข้าจะตายไปแล้วนั่นแหล่ะ


    ซูเหวินยวนสวมชุดกระโปรงสีแดงเข้ม ชายกระโปรงปักด้วยดิ้นสีทอง เมื่อสีแดงเข้มผสมผสานกับสีทอง ยามเคลื่อนไหวก็เกิดประกายวิบวับ งดงามสง่าเสียจนผู้คนไม่อาจละสายตาได้


    หยกขาวแกะสลักฉลุประดับด้วยไข่มุก เพิ่มความหรูหราด้วยการดุนดิ้นสีทองเป็นลายดอกไม้ ทั่วทั้งร่างของนางดูสง่างามเป็นอย่างยิ่ง


    เดิมทีว่านกุ้ยเฟยยังเอนหลังพิงเก้าอี้อยู่อย่างสบายใจ บัดนี้กลับลุกขึ้นมานั่งตัวตรงอย่างอดไม่ได้ 


    การแต่งกายของซูเหวินยวนในครั้งนี้ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง ทั้งยังดูสมฐานะชายาเอกเสียด้วย


    ผู้คนที่อยู่ในงานนี้ ต่างก็มองซูเหวินยวนด้วยสายตาชื่นชม


    เมื่อครู่นี้หญิงสาวเหล่านั้นพูดจาว่ากล่าวอะไรกัน?


    ตัวจริงของนางไม่เหมือนกับที่พวกนางพูดเลยแม้แต่น้อย


    ฮูหยินบางคนยังหันไปถลึงตาใส่บุตรีข้างกาย "ดูสารรูปของตัวเองเสียก่อน แล้วยังจะกล้าไปว่ากล่าวคนอื่นอีก!"


    ซูหลินเอ๋อร์เบิกตากว้างมองนางอย่างตกตะลึง 


    เครื่องแต่งกายชุดนี้ไม่เหมือนกับชุดที่นางใส่ในวันที่กลับไปเยี่ยมบ้าน 


    นี่นางเปลี่ยนชุดใหม่อีกแล้วรึ?


    นางกักตุนของดี ๆ ไว้กับตัวเสียเปล่า ๆ แต่กลับไม่ยอมแบ่งปันให้น้องสาวเลยแม้แต่น้อยเนี่ยนะ!


    ซูเหวินยวนถวายความเคารพแล้วกล่าว "ดูเหมือนหม่อมฉันจะมาผิดเวลาไปเสียหน่อย ขัดจังหวะความสนุกของทุกคนเสียแล้ว"


    ว่านกุ้ยเฟยฝืนยิ้มห่อนจะกล่าวตอบ "พระชายาคงยุ่งอยู่กับการดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ ในจวน จะช้าไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา มาได้ก็ถือว่าให้เกียรติข้าแล้ว จะเรียกว่าผิดเวลาได้อย่างไร"


    ซูเหวินยวนแย้มยิ้ม ก่อนจะหันไปมองซูหลินเอ๋อร์ แสร้งทำเป็นกล่าว


    อย่างเกินจริง 


    "นี่น้องหญิงเป็นอะไรไปหรือ? ปกติวัน ๆ เจ้าเอาแต่แต่งองค์ทรงเครื่องราวกับดอกไม้บาน แต่วันนี้กลับแต่งกายเรียบง่ายนักเชียว แต่ว่าใบหน้าของเจ้าน่ะนะ ปกติก็ต้องพึ่งพาเครื่องประทินโฉมช่วยเสริมสง่าราศีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้..."


    ซูเหวินยวนยกมือขึ้นปิดปากพลางหัวเราะเบา ๆ แววตาที่เย้ยหยันนั้นปิดเท่าไหร่ก็ปิดไม่มิด


    ทุกคนต่างก็ดูออกแล้วว่าพี่น้องคู่นี้ไม่ถูกกัน


    เป็นเรื่องธรรมดา... มารดาของซูเหวินยวนถูกลดขั้นจากฮูหยินเอกให้เป็นอนุภรรยา ส่วนมารดาของซูหลินเอ๋อร์ก็ก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ในเรือน หากทั้งสองคนยังปรองดองกันได้สิถึงจะแปลก


    ว่านกุ้ยเฟยเหลือบมองไปยังซูหลินเอ๋อร์ เมื่อครู่ที่ซูหลินเอ๋อร์กล่าววาจาเหล่านั้น พระนางก็ไม่ได้ห้ามปราม เพียงแต่อยากจะดูว่าเมื่อถูกรัศมีความงามของอีกฝ่ายบดบังเช่นนี้แล้ว ซูหลินเอ๋อร์จะแก้ตัวอย่างไร


    ใบหน้าของซูหลินเอ๋อร์แดงก่ำด้วยความอับอาย ในใจเริ่มเกลียดชังนางหวังผู้เป็นมารดาขึ้นมาแล้ว


    ว่านกุ้ยเฟยเห็นนางไม่พูดอะไร จึงกล่าวตำหนิ "คุณหนูซูดูถูกงานเลี้ยงชมบุปผาของข้าหรือ?"


    วันนี้พระนางตั้งใจจะเลือกพระชายาให้องค์รัชทายาท แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการคัดเลือกคนที่เฉลียวฉลาดด้วย


    บรรดาคุณชายที่อายุถึงวัยออกเรือนในตระกูลต่าง ๆ ก็ยังไม่ได้ออกเรือนกันเลย หากได้คนที่โง่เขลาแล้วยังอวดฉลาดมาเป็นสะใภ้ คงจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตระกูลเป็นแน่


    ซูหลินเอ๋อร์ถูกซักถามจนอับอายไร้ที่ยืน พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็เห็น ซูเหวินยวนที่แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างหรูหราอลังการ ก็พลันรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที


    "เปล่านะเพคะ ไม่ใช่ว่าหม่อมฉันดูถูกพระนาง ในทางกลับกันหม่อมฉันให้ความสำคัญกับงานเลี้ยงชมบุปผาในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เป็นพระชายาเฉินอ๋อง! หม่อมฉันอยากจะขอยืมเครื่องประดับจากนาง แต่พระชายาเฉินอ๋องกลับไม่ให้ยืม"


    ซูหลินเอ๋อร์คุกเข่าลงกับพื้นพลางกล่าวหาซูเหวินยวนว่ากดขี่ข่มเหงน้องสาว


    ซูเหวินยวนตกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ ที่แท้นางแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ ก็เพื่อจะหาเรื่องตนนี่เอง!


    ช่างโง่เสียจริง! เพื่อที่จะทำลายชื่อเสียงของข้า ถึงกับไม่สนใจเลยรึว่าตัวเองจะได้แต่งให้องค์รัชทายาทหรือไม่?


    "เป็นถึงคุณหนูใหญ่ของจวนอัครมหาเสนาบดี แต่เครื่องประดับต้องอาศัยการหยิบยืม ซูหลินเอ๋อร์ เจ้าช่างขายขี้หน้าเสียจริง ๆ"  ซูเหวินยวนกล่าวด้วยสีหน้าดูถูก


    ว่านกุ้ยเฟยเองก็รู้สึกไม่ชอบใจเช่นกัน “ไต้เท้าซูไฉนถึงได้ยากจนขนาดนี้? ถึงกับเลี้ยงดูคุณหนูใหญ่ในจวนให้เป็นคนเช่นนี้ไปได้”


    ใบหน้าของซูหลินเอ๋อร์แดงก่ำด้วยความโกรธปนอับอาย ไม่เพียงแต่ตนเองจะเสียหน้า บิดาของนางก็ต้องพลอยเสียหน้าไปด้วย


    ทันใดนั้นซูหลินเอ๋อร์ก็ร้องตะโกนขึ้นมา "ตอนที่นางออกเรือน นางนำสินเดิมติดตัวไปมากมาย เครื่องประดับที่นางสวมใส่อยู่นั้นดีกว่าของทุกคนที่นี่รวมกันเสียอีก ของธรรมดา ๆ เหล่านั้นข้าก็มี แต่ข้าเพียงแค่อยากจะยืมนางใช้เครื่องประดับประกายเมฆาชาดในครั้งที่แล้วเท่านั้นเอง"


    คำว่าของธรรมดา ๆ นั้นทำให้ทุกคนพากันก้มหน้าลง ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่ซูหลินเอ๋อร์อย่างไม่พอใจ


    ซื้อของแพงไม่ได้ ซื้อของถูกมาใส่ก็ยังจะโดนว่าอีกรึ?


    เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาเกลียดชังของทุกคน ซูหลินเอ๋อร์ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก สติสตังแทบไม่อยู่กับตัว


    นับตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในงานเลี้ยง นางก็ต้องตกเป็นเป้าสายตาเคลือบแคลงสงสัยไม่หยุดหย่อน


    ยิ่งเมื่อถูกว่านกุ้ยเฟยเรียกตัวออกไปยืนเป็นเป้าให้ทุกคนจับจ้องวิพากษ์วิจารณ์ จิตใจของนางก็ใกล้จะพังทลายลงเต็มที


    เดิมทีคิดว่าจะเป็นโอกาสให้ได้รุมประณามซูเหวินยวน นางจึงใส่ไฟอย่างเต็มที่ แต่เมื่อซูเหวินยวนตัวจริงปรากฏกายขึ้นมา คำพูดร้ายกาจทั้งหมดกลับกลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงนางเสียเอง


    และบัดนี้... ยังต้องมาถูกซูเหวินยวนตอกหน้าเย้ยหยันอีก


    "เครื่องประดับชุดนั้นพี่หญิงก็ไม่ได้สวมใส่ แค่ยืมสักหน่อยจะเป็นอะไรไปเพคะ? เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่กลับใจแคบถึงเพียงนี้ หม่อมฉันทนไม่ไหวจริง ๆ จึงจำต้องแต่งกายเรียบง่ายมาร่วมงานเพคะ"


    ซูหลินเอ๋อร์สติขาดผึง นางโพล่งวาจาตัดพ้อออกมาอย่างไม่คิดชีวิต แม้จะเป็นการขายหน้าตัวเอง แต่แผนการนี้ก็ดูเหมือนจะได้ผลอยู่บ้าง


    รอบข้างเริ่มมีเสียงซุบซิบดังขึ้นมาแผ่วเบา


    "นี่เป็นงานเลี้ยงในวังหลวงนะ การแต่งกายให้ดูดีสมฐานะก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว พี่สาวก็ไม่ได้ใส่ เหตุใดถึงไม่ให้น้องยืมเล่า?"


    "ถึงจะรู้ว่าไม่ลงรอยกัน แต่เพื่อหน้าตาของวงศ์ตระกูล ก็น่าจะแสร้งทำดีต่อกันเสียหน่อย"


    ...


    ในชั่วพริบตา กระแสความเห็นก็เริ่มเอนเอียงไปทางซูหลินเอ๋อร์ ทุกคนต่างรู้สึกว่าซูเหวินยวนนั้นใจแคบเกินไป เป็นถึงพระชายาแล้ว ยังจะหวงแหนของนอกกายไปไย


    สำหรับคนทั่วไปเครื่องประดับเหล่านั้นอาจเป็นของล้ำค่า แต่สินเดิมของนางคือมรดกตกทอดจากบุตรีของอันเล่อโหวผู้สูงศักดิ์ 


    ของดีมีราคาจะมีน้อยได้อย่างไร เพียงของล้ำค่าที่เล็ดลอดออกมาจากง่ามนิ้วนาง ก็มากพอให้ซูหลินเอ๋อร์แต่งกายได้อย่างสมเกียรติแล้ว


    ว่านกุ้ยเฟยที่สวมบทบาทเป็นคนกลางอยู่ บัดนี้ก็เริ่มหันมาตำหนิซูเหวินยวนแล้ว


    "พระชายาเฉินอ๋อง เรื่องนี้ข้าคงต้องขอกล่าวสักสองสามคำแล้ว พี่น้องหยิบยืมเครื่องประดับกันถือเป็นเรื่องปกติ..."


    "นั่นมันเรื่องของตระกูลอื่นเพคะ" ซูเหวินยวนขัดจังหวะอย่างแข็งกร้าว


    "ก่อนที่หม่อมฉันจะมาถึง น้องหญิงของหม่อมฉันผู้นี้ได้พูดจาว่าร้ายอะไรไปบ้าง ทุกท่านคงได้ยินกันหมดแล้ว เรื่องราวในอดีตหม่อมฉันไม่ขอแก้ต่างใด ๆ เรื่องที่ฮูหยินเอกและบุตรีร่วมหัวกันรังแกบุตรสาวอนุภรรยานั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร


    แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านอยากจะลืม ก็จะลบเลือนไปได้! เมื่อวานนางไม่ได้ส่งคนมา ‘ขอยืม’ แต่เป็นการมา ‘ขอ’ เลยต่างหาก! และหม่อมฉันไม่เพียงแต่ไม่ให้ แต่ยังสั่งให้คนซ้อมคนแล้วโยนออกไปอีกด้วย!"


    เมื่อซูเหวินยวนกล่าวจบ ทุกคนต่างก็ส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึง นึกว่านางจะหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยง แต่กลับกลายเป็นว่านางยอมรับอย่างตรงไปตรงมา 


    มิหนำซ้ำยังเล่าเรื่องที่สั่งทำร้ายคนอย่างไม่ปิดบัง


    พอได้สติกลับมาคิดดูอีกที... นี่สิถึงจะสมกับเป็นนาง!


    ขนาดจวนเฉินอ๋องกับจวนอัครมหาเสนาบดีนางยังกล้าเผามาแล้ว แค่ซ้อมคนส่งสารจะนับเป็นอะไรได้?


    ซูหลินเอ๋อร์หน้าซีดเผือด รีบแก้ตัวอย่างร้อนรน "ข้าไปรังแกท่านตั้งแต่เมื่อไหร่?"


    สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนก็พากันยิ้มหยันอย่างดูแคลน เรื่องราวที่คนมากมายต่างก็เห็นกับตา จะปฏิเสธไปจะมีประโยชน์อะไร?


    ซูเหวินยวนค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปหาซูหลินเอ๋อร์ ใช้สายตามองนางจากที่สูงกว่าก่อนจะเอ่ยว่า 


    "วันนี้ข้าจะพูดให้ชัด ๆ ต่อหน้าพระสนมตรงนี้เลยว่า...หากจะให้บุตรีของอนุภรรยานอกจวน มาแตะต้องเครื่องประดับของมารดาข้า... ฝันไปเถอะ เว้นแต่ว่าข้าจะตายไปแล้ว!"


    ว่านกุ้ยเฟยมองนางอย่างตกตะลึง กล้าประกาศวาจาตัดรอนเช่นนี้ต่อหน้าธารกำนัล พระชายาองค์นี้ช่างไม่ไว้หน้าใครเลยแม้แต่น้อย


    คนอื่น ๆ ก็พากันตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ที่พระชายาเฉินอ๋องไม่ยอมอ่อนข้อให้ซูหลินเอ๋อร์นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดการณ์ไว้แล้ว แต่การที่นางพูดจาโผงผางตรงไปตรงมาถึงเพียงนี้ กลับเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง


    ซูหลินเอ๋อร์โมโหจนตัวสั่น ขอบตาแดงก่ำแต่กลับพูดโต้ตอบไม่ได้แม้แต่คำเดียว


    เป็นครั้งแรกที่นางเกลียดชังนางหวังถึงเพียงนี้


    เหตุใดต้องเป็นแค่อนุภรรยานอกจวนด้วย หากได้เป็นแค่อนุภรรยาในจวนอัครมหาเสนาบดี ก็ยังดีกว่าการต้องมาถูกหยามเกียรติในวันนี้เสียอีก!


    ซูเหวินยวนจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปกล่าวกับว่านกุ้ยเฟย "ทำให้งานเลี้ยงของพระสนมต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้ หม่อมฉันรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง หม่อมฉันขอทูลลากลับก่อน ไว้มีโอกาสค่อยมาดื่มชากับพระสนมอีกครั้งเพคะ"


    แม้ตัวเอกของงานยังไม่ปรากฏตัว แต่นางก็ได้ตอกหน้าซูหลินเอ๋อร์กลับไปอย่างสะใจแล้ว ทั้งยังกอบกู้ภาพลักษณ์ของตนเองกลับคืนมาได้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว

    คล้ายกับเรื่องตัวประกอบสาวขอไม่ทน เกิดใหม่ชาตินี้จะพลิกบทเป็นนางตัวแสบ ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390