“คิกๆ”
เสียงหัวเราะที่ฟังดูชั่วร้ายและสนุกสนานไปกับความเ็ปของคนอื่น เ้าของเสียงคือแม่มดที่กำลังนำสมุนไพรเวทมตร์ต่างๆ มาปรุงลงในหม้อเคี่ยวของเธอเพื่อสร้างสรรค์ยาแสนวิเศษ ถึงแม้จะบอกว่าเธอเป็แม่มด แต่ถ้าดูในแง่ของการที่เธอชอบค้นคว้าแล้ว น่าจะเรียกเธอว่า นักวิทยาศาสตร์มากกว่า
“นักวิทยาศาสตร์แห่งการทรมานและความสุขสม… ล่ะมั้งนะ”
ถ้าจะให้นิยามตัวเอง แม่มดก็คงจะบอกแบบนั้น เธอชื่นชอบที่จะทรมานผู้คน ไปพร้อมกับการที่ได้ทำให้ใครคนนั้นสุขสมไปด้วย จนผู้ที่ถูกทรมานไม่สามารถแยกออกมาอะไรคือความเ็ป อะไรคือความสุข และในที่สุด จิตใจและร่างกายของใครคนนั้นก็จะสับสน และตีความว่า ความเ็ปก็คือความสุขอย่างหนึ่ง
“แต่ว่า ปัญหาก็คือไม่มีเหยื่อมาให้ทดลองเลยเนี่ยสิ”
แม่มดถอนใจแล้วส่ายหน้าให้กับตัวเอง ถ้าหากจะให้เธอออกไปข้างนอกป่าแล้วจับเด็กน่ารักๆ สักคนมาทรมานก็ดีอยู่หรอก แต่ไม่เคยมีเด็กคนไหนถูกตาต้องใจเธอเลยนี่สิ
แม่มดพูดออกมาอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่า ตนเองพูดคนเดียวอยู่นานแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“แต่ถึงยังไงก็อยากได้ทาสสักคนจังเลยน้า พระเ้าไม่ส่งคนดีๆ แบบนั้นมาให้แม่มดเลวๆ คนนี้หน่อยเหรอ คิกๆ”
แม่มดเงยหน้ามองเพดานห้องใต้ดิน แต่กำลังพูดกับใครสักคนที่อาจจะอยู่บนฟ้า เธอหัวเราะออกมา แล้วทันใดนั้นเอง เสียงบานประตูก็ดังขึ้นเหมือนมีใครมาเคาะ ทำให้แม่มดใจนทำหม้อที่กำลังเคี่ยวหกพื้น จนเธอต้องรีบหาผ้ามาเช็ดพร้อมกับงอแงกับตัวเองว่า ไม่น่าเลย
“เอ… ใครกันน้าที่มาทำยาของฉันหก ถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอ จะจับถอดเล็บจริงๆ ด้วยน้า”
แม่มดเดินขึ้นไปยังชั้น้า ก่อนจะเปิดประตู แต่สิ่งที่เธอได้ผลหลังบานประตูนั้น คือเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่สะพายกระเป๋าเหมือนมาทัศนศึกษา เธอดูสับสนคล้ายกับคนหลงทาง
“เอ่อ… หนูหลงกับเพื่อน หาทางออกจากป่านี้ไม่เจอเลยค่ะ พี่สาวช่วยพาหนูออกไปได้ไหม… หนูกลัว”
พริบตาแรกที่เห็น แม่มดอยากจะดึงเธอคนนั้นเข้ามากอด เด็กคนนี้ช่างสดใสไร้เดียงสา น่ารักเปราะบางเหมือนกับเศษแก้วที่พร้อมจะแตกได้เสมอหากจับต้องด้วยความรุนแรงเกินไป เด็กคนนี้ราวกับจะขโมยหัวใจเธอั้แ่ครั้งแรกที่พบ
แม่มดบอกกับเด็กสาวคนนั้นว่า “ตอนนี้มืดแล้ว ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะพาเธอไปข้างนอกเอง คืนนี้เธอมาพักที่บ้านฉันก่อนนะ”
“แต่ว่า… มันจะรบกวนพี่สาวนะคะ”
ช่างเป็เด็กที่ขี้เกรงใจเสียจริง อยากจะหยิกแก้มสักครั้งเหลือเกิน แม่มดอยากให้เธอเข้ามาในบ้านสักที เลยแกล้งพูดว่า “ในป่านี้ตอนกลางคืนจะมีผีออกมาจับตัวเด็กด้วยนะ ถ้าไม่หาที่ปลอดภัยอยู่ละก็ คงโดนจับตัวไปแน่ๆ” เธอบอกไปอย่างนั้น และเด็กสาวก็ใกลัวแล้วรีบเดินเข้ามาในบ้านทันที
“ขอรบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่ได้รบกวนสักหน่อย”
แม่มดพาเธอคนนั้นเข้ามาในบ้าน ตรงมายังห้องครัวแล้วบอกกับเธอว่าจะทำอาหารให้ นั่งรอที่โต๊ะอาหารไปก่อน แต่เด็กสาวก็ส่ายหน้าแล้วเดินตามเข้ามาในครัว
“ให้หนูช่วยทำอาหารนะคะ หนูทำอาหารอร่อยมากเลยนะ”
“ไม่เป็ไร เธอกลับไปนั่งเถอะ”
“แต่ว่า”
“เถอะน่า”
แม่มดลากเด็กสาวกลับไปนั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิม ความจริงเธอก็จะลองชิมฝีมืออาหารของเด็กน่ารักๆ คนนี้อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเกิดให้เธอมาช่วยทำอาหารล่ะก็ เธอจะเอาเวลาที่ไหนไปแอบใส่ยาพิษกันล่ะ
“ยาพิษเหรอ เปล่าสักหน่อย แค่ยาปลุกกำหนัดเอง…”
แม่มดหัวเราะคิกคักกับตัวเองหลังจากทำอารหารเสร็จโดยผสมยาปลุกอารมณ์ทางเพศไป ซึ่งการที่เธอวิจัยตัวยานี้มานานพอสมควร เธอมั่นใจได้เลยว่าหากเด็กสาวได้ลองทานอาหารนี้เข้าไปแล้ว เธอจะต้องเกิดความอยากทางเพศจนควบคุมตัวเองไม่อยู่อย่างแน่นอน
แม่มดนำอาหารไปให้เด็กสาว ก่อนขจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าง เพื่อมองปลาตัวน้อยที่กำลังจะกินเบ็ด แต่ว่าระหว่างที่กำลังจะตักอาหารเข้าปาก เด็กสาวก็สงสัย
“พี่สาวไม่กินเหรอคะ”
“พี่ยังไม่หิวน่ะ”
จ๊อก…
ช่างเป็โชคร้ายอะไรแบบนี้ คงป็นเพราะเธอหมกตัวอยู่แต่ในห้องใต้ดินทั้งวันจนไม่ได้สนใจทานอาหารเลย แล้วท้องก็ดันมาร้องตอนนี้ซะด้วย และด้วยความใสซื่อ เด็กสาวก็เลยยืนจานอาหารมาให้แม่มดแล้วบอกว่า
“พี่สาวกินดีกว่าค่ะ ความจริงหนูเพิ่งกินข้าวไปตอนเย็นนี้เอง”
“ต แต่ว่า เด็กวัยกำลังโต”
“พี่สาวจะดื้อไม่ได้นะคะ เดี๋ยวเป็โรคกะเพาะนะ”
“ก กินก็ได้ค่า”
แล้วแม่มดก็ต้องยอมจำใจกินอาหารที่ตัวเองใส่ยาปลุกกำหนัดเข้าไป เพียงแค่คำแรกที่ลิ้มเธอัักับอาหาร ่ล่างของเธอก็กระตุกวูบราวกับโหยหาบางอบ่างให้ใส่เข้าไป จนเด็กสาวต้องถามด้วยความสงสัยว่า
“พี่สาวเป็อะไรเหรอคะ”
แต่แม่มดก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ไม่คิดว่าตัวเองจะทำอาหารอร่อยขนาดนี้น่ะ” แม่มดกล่าวแบบนั้น ก่อนจะรีบทานอาหาจนหมดแล้วขอตัวไปอาบน้ำ ซึ่งเด็กสาวก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วอาสาตัวจะล่างจานให้กับเธอ ส่วนทางด้านแม่มดนั้น
“โดนยาตัวเองเล่นงานเข้าแล้วอ่าาาา”
แม่มดทำเสียงงอแงอยู่ในห้องนำ ขณะที่ทำการช่วยตัวเองไปด้วยเพื่อลดความร้อนรุ่นที่ครุกรุ่นในร่างกายเธอ
“พี่สาวเป็อะไรรึเปล่าคะ แช่น้ำร้อนนานไปรึเปล่า ตาลอยเลย”
เด็กสาวมองแม่มดที่เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพอ่อนเพลีย เธอช่วยตัวเองไปประมาณสี่ห้าครั้งเพื่อหยุดยั้งอารมณ์กำหนัดของตัวเอ จนตอนนี้สมองเธอโล่งไปหมดจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก
“ช่างเถอะ ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะเตรียมที่นอนให้”
“ขอบคุณค่ะ”
เด็กสาวพยยักหน้ารับแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป แม่มดยิ้มราวกับจะบอกว่าทุกอย่างเป็ไปตามแผน ในอ่างน้ำน้ำเธอได้ทำการผสมยาสลบเอาไว้ ซึ่งมันจะซึมผ่านิัแล้วทำให้เด็กสาวหมดสติได้ แม่มดที่บอกว่าจะจัดที่นอนแต่ความจริงแล้วเธอลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับ”ของเล่น”ของเธอในคืนนี้ แล้วเมื่อเดินไปยังห้องน้ำ เคาะประตูสองสามทีแล้วถามว่า
“น้ำอุ่นดีไหม”
แต่เด็กสาวก็ไม่ตอบ ทำให้แม่มดแน่ใจว่า เธอคงจะสลบไปแล้ว และใช่ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับเด็กสาวที่นั่งหลับไม่ได้สติอยู่ในอ่างอาบน้ำ ผิวสีขาวราวกับไข่มุกของเธอเป็สีชมพูระเรื่อเล็กน้อย อาจเพราะเธอแช่น้ำร้อนนานเกินไป
“ได้เวลาสนุกแล้วล่ะน้า”
แม่มดสยายยิ้มอย่างหุบไว้ไม่อยู่ ว่าแต่เธอจะเล่นอะไรกับเด็กคนนี้กันนะ ?
จะว่าไป เธอเคยอยากจะเลี้ยงหมามานานแล้วนี้ แต่เพราะว่าเธอไม่ใช่พวกที่ฝึกสัตว์ให้เชื่องเป็เท่าไร ตอนที่พยายามเลี้ยงหมาแล้วขอมือก็โดนมันกัดมือแทน ถ้างั้น แค่เปลี่ยนคนให้กลายเป็หมาก็สิ้นเื่แล้ว
แต่ว่า เด็กน่ารักอย่างนี้จะกลายเป็หมาก็น่าเสียดายสิ ถึงจะมีเวทมนตร์ที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็หมาได้แต่มันก็ไม่คุ้มกันหรอก แต่ว่า ก็อยากลองเลี้ยงหมาจังเลยน้า
“จริงสิ แค่ทำให้เหมือนหมาก็พอแล้วนี่”
แม่มดคิดแบบนั้น ก่อนจะเริ่มลงมือกับของเล่นของตนเอง
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจทราบ เด็กสาวค่อยๆ ได้สติขึ้นมาก่อนจะขยี้ตาอย่างงัวเงียตามประชาคนเพิ่งตื่น แต่ว่า เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเธอไม่สามารถยื่นมือมาขยี้ตาได้ ไม่สิ มือของเธอมันหายไปมากกว่า
“ก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย !”
เด็กสาวพบว่าั้แ่ช่วมือของตนเองหายไปเหลือเพียงแค่บริเวณคอกเท่านั้น รวมถึงขาของเธอด้วย นี่เธอถูกตัดแขนตัดขางั้นเหรอ ไหนจะมีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีก ชัดเจนเลยว่าตอนนี้เธอกลายเป็คนพิการไปแล้ว
“พ พี่สาว พี่สาวอยู่ไหน”
เด็กสาวเรียกร้องหาแม่มดด้วยความกลัว แล้วหันไปเห็นแม่มดที่กำลังเคี่ยวบางอย่างอยู่ในหม้อ เธอหันมายิ้มให้กับเด็กสาว
“เป็ไงบ้าง หลับสบายดีไหม”
“พ พี่สาวทำอะไรกับหนู”
“เอ… ก็แค่เอาแขนขาเธอออกไง ฉันน่ะ อยากเลี้ยงน้องหมามานานแล้ว แต่ว่าหมามันฟังฉันไม่รู้เื่นี้สิ แต่ถ้าเป็เธอ ถ้าได้เธอเป็หมา เธอจะฟังฉันรู้เื่ใช่ไหม ?”
“ป เปลี่ยนคนเป็หมาเหรอ พี่สาวล้อเล่นใช่ไหม”
เด็กสาวแสดงสีหน้าหวาดกลัว แต่รอยยิ้มของแม่มดก็ไม่ได้มีความล้อเล่นแฝงอยู่เลย ถึงแม้ว่าความจริงเด็กสาวจะไม่ได้สูญเสียแขนขาไปก็ตาม เพียงแค่ผ้าพันแผลนั้นทำกรดูดแขนขาเธอไปเก็บเอาไว้เฉยๆ เพียงแค่อดผ้าพันแผลนั้นออกมา ก็สามารถเรียกแขนขาเธอกลับมาได้แล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น ขอฝึกหมาตัวนี้ก่อนละกัน
“เอ้า ฝึกเดินได้แล้ว เธอต้องทำร่างกายให้ชินกับสภาพนั้น”
“ก โกหกใช่ไหม เอาแขนขาหนูคืนมา”
เด็กสาวแดสงสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่แม่มดไม่สนใจแล้วทำการเทบางอย่างที่อยู่ในหม้อออกมา แต่แทนที่มันจะเป็ของเหลวแล้วกระจายไปตามพื้น ตอนนี้มันกลับเป็ของเหลวหนืดและขยับได้เหมือนกับมีชีวิต
“สไลม์ไง”
“น น่ากลัว พี่สาวจะเอามันมาทำอะไร”
“ก็เธอดื้อนี่นา ไม่ยอมฝึกเดิน เพราะงั้นก็…” หญิงสาวใช้นิ้วปาดส่วนหนึ่งของสไลม์ออกมา ก่อนจะทำการยัดมันเข้าไปในร่องของเด็กสาวอย่างไม่ปราณี ดวงตาของคนตัวเล็กเบิกโพล่งพร้อมกับวัตถุเผหลวหนืดที่อยู่ด้านในเริ่มกลายสภาพเป็ของเหลวกึ่งแข็งแล้วขยับไปมา
“เ้านี่น่ะ มันชอบช่องคลอดของผู้หญิงมากเลยรู้ไหม แถมยังชอบลวนลามผู้หญิงอีก เพราะงั้น ถ้าไม่อยากโดนมันข่มขืนล่ะก็ ใช้ร่างกายนั้นคลานหนีซะ อย่าให้โดนจับได้น้า”
“ม ไม่เอา อย่านะ พี่สาว”
เด็กสาวส่ายหน้า แต่แม่มดก็ไม่สนใจแล้วทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงมุมห้องพร้อมกับจิบชาไปด้วย ทางด้านเด็กสาวได้แต่มองด้วยสายตาอ้อนวอนแต่ก็ไม่มีอะไรกลับมา
ทางด้านของสไลม์ก็กำลังเคลื่อนตัวมาหาเธอ เด็กสาวหวาดกลัว เธอจำััที่แม่มดได้นำส่วนหนึ่งของสไลม์เข้าไปในร่างกายเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากจะเจอความรู้สึกแบบนั้นอีก ถึงแม้ว่ามันเป้นความรู้สึกที่เสียวเหมือนกับจะขาดใจอย่างไรเธอก็บอกไม่ถูก แต่ไม่เอาอีกแล้ว
และการวิ่งไล่จับก็เริ่มต้นขึ้น เด็กสาวพลิกตัวแล้วพยายามใช้แขนขาที่เหลือเพียงแค่ครึ่งเดียวของตนเองคล้ายหนีสไลม์ที่เริ่มคลืบคลานเข้ามา แน่นอนว่าเธอไม่สามารถปรับตัวได้อย่างทันที เธอล้มจนหน้ากระแทกพื้นบ้าง ล้มลงด้านข้างตอนที่พยายามจะก้าวเดินบ้าง แต่เมื่อเธอหันไปมองสไลม์เธอก็พบว่ามันใกล้เข้ามาทุกที สิ่งนั้นทำให้เธอหวาดกลัวแล้วพยายามควานไปข้างหน้า แม้ว่าจะต้องล้มลุกคลุกคลานก็ตาม
เด็กสาวคลานหนีไปรอบห้อง ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เธอก็หอบหายใจ แต่สไลม์เหมือนจะไม่เหนื่อยเลย มันใกล้เข้ามาหาเธอเรื่อยๆ และด้วยแรงตอนนี้ เธอคงไม่สามารถจะหนีมันต่อไป ทำยังไงดี ?
แม่มดมองเด็กสาวที่กำลังสับสนพร้อมกับยิ้มอย่างสนุกสนาน แต่แล้ว เด็กสาวคนนั้นก็ตรงมาทางเธอ
“พ พี่สาว ช่วยด้วย หนูไม่ไหวแล้ว” เธอพูดพร้อมกับหอบไปด้วย แม่มดแทบอยากจะดึงเธอเข้ามานัวเนีย แต่ก็อย่าลืมว่า เธออยากจะฝึกเธอให้เป็หมา เพราะงั้น
“ถ้างั้น สาบานกับพี่สาวสิ ว่าจะเป็หมาของพี่สาวตลอดไป จะยอมทำตามคำสั่งของพี่สาว”
“ร เื่นั้น”
เด็กสาวลังเล แม่มดเห็นแบบนั้น จึทำการถีบเด็กสาวจนเธอล้มลงไปนอนกับพื้นแนวด้านข้าง ขณะที่สไลม์ก็กำลังเคลื่อนที่เข้ามา
“ก ก็ได้ หนูเป็หมาของพี่สาว หนูขอสาบาน เพราะงั้น ช่วยหนูด้วย”
เด็กสาวอ้อนวอน แม่มดยิ้มอย่างถูกอกถูกใจ แล้วทำการอุ้มเด็กสาว ที่ตอนนี้น้ำหนักของเธอหายไปเยอะเพราะถูกตัดแขนขาออกไป
“ดีมาก หมาที่น่ารักของพี่สาว ถ้างั้น คำสั่งแรกสำหรับหมาน่ารักอย่างเธอ”
“ค คำสั่งแรกงั้นเหรอ…”
“ช่วยไปเป็เพื่อนเล่นกับสัตว์เลี้ยงฉันหน่อยนะ”
“ม หมายความว่าไง”
เด็กสาวไม่เข้าใจความหมายที่แม่มดพูด แต่ก็หวาดกลัวอย่างสุดขั้วหัวใจ อะไรก็ได้ ขอแค่อย่าให้เธอไปเจอกับเ้าสไลม์ตัวนั้น
แม่มดอุ้มเธอไปยังกรงสำหรับขังสุนัข ทำการเปิดฝากรงออกแล้วปล่อยเธอไว้ข้างใน ภายในนั้นมีน้ำและอาหารเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย
“จ จะปล่อยให้หนูนอนใช่ไหม หนูจะได้พักแล้วใช่ไหม”
“อืม ต่อจากนี้ นี่คือที่นอนของเธอ”
แม่มดพยักหน้าพร้อมกับทำการปิดกรง ก่อนจะเดินไปหยิบสไลม์แล้วเดินตรงมายังกรงที่ขังเด็กสาวเอาไว้ เด็กสาวเห็นก็เบิกตากว้่างแล้วพยายามจะคลานหนี แต่เธอก็ถูกขังอยู่ในกรง ไม่สามารถออกไปไหนได้
“ช่วยเป็เพื่อนเล่นกับมันสักคืนนะ หมาที่น่ารักของฉัน”
แม่มดปล่อยสไลม์เข้าไปข้างใน ทันใดนั้นสไลม์ก็ทำการห่อหุ้มร่างกายของเด็กสาว แล้วขยับไปมาคล้ายกับผู้ชายที่กระหายคาวสาปสาวแล้ว้าจะลวนลามเล้าโลมอย่างไม่อาจหยุดได้
“ม ไม่เอา หนูจะต้องเป็บ้าแน่ๆ”
เด็กสาวส่ายหน้า พร้อมกับพยายามดิ้นไปมา จนอาหาและน้ำในกรงหกไปหมด
“ฝันดีนะ”
แม่มดกล่าวอย่างนั้น ก่อนจะปล่อยเด็กสาวทิ้งไว้ในกรง และในคืนนั้น เธอก็ถูกสไลม์ทำตามใจชอบกับร่างกายเธอ โดยที่เธอไม่สามารถปัดป้องได้เลย ทำได้เพียงแค่กรีดร้องและอ้อนวอนให้มันหยุด แต่ว่ามันคงฟังภาษาของเธอไม่รู้เื่
นอกจากมันจะเข้าไปในช่องคลอดจนเธอรู้สึกจุกคล้ายกับคนท้องที่อยากจะคลอดลูกออกมาแล้ว สไลม์ยังแบ่งบางส่วนของร่างกายเข้าไปในด้านหลังของเธอ ทำเอาเด็กสาวใและหวาดกลัวอย่างที่สุด สไลม์ทำการเคลื่อนไหวในร่างกายของเธอ จากลำไส้ใหญ่เคลื่อนไปถึงลำไส้เล็ก กะเพาะ และลำคอของเธอจนเธอหายใจไม่ออก จนกระทั่งมันพุ่งออกมาจากปากเธอ
“พ พอได้แล้ว ขอร้องล่ะ นี่ฉันฝันร้ายใช่ไหม ช่วยตื่นทีเถอะ”
เด็กสาวร้องไห้ราวกับคนเสียสติ แต่ทุกอย่างคืนความจริง แล้วเธอก็กลายเป็ของเล่นของสไลม์ตัวนั้น จนเธอสลบลงไป
เช้าวันถัดมา แม่มดลงในชั้นล่างแล้วพบกับเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในกรง บริเวณช่องคลอด ประตูหลัง และปากของเธอมีสไลม์กำลังไหลเข้าและออกอย่างไม่หยุดพัก ดวงตาของเด็กสาวเบิกโพล่งจนเห็นตาขาว และกระตุ้นทุกครั้งที่เสร็จสม
“อรุณสวัสดิ์ หมาของฉัน”
แม่มดหวังจะได้ฟังเสียงโอดครวญของเด็กสาวกลับมา แต่เหมือนว่าเธอจะรู้หน้าที่กว่าที่คิด เพราะเสียงที่ตอบกลับมานั้น แทนที่จะเป็เสียงพูดอกมา กลับเป็เสียงครวญครางอยู่ในลำคอ คล้ายกับหมากำลังอ้อนเ้านายตัวเอง