บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 58 ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์

             สองพี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อว่าพลังของเนี่ยหลีจะก้าวถึงระดับที่น่าอัศจรรย์ใจปานนี้ได้แล้ว

            “ท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอินจะไม่เป็นอันตรายหรือ?” เนี่ยเสี่ยวยื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามผู้อาวุโสเนี่ยเอินออกตามล่าไปเป็นเวลานานแล้ว ยังไม่กลับมาเสียที

            “วางใจได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงส่ายศีรษะ “ที่นี่เป็นเขตหมู่บ้านของตระกูลเทียนเหิน ผู้คนจากสมาคมมืดที่สามารถปลอมตัวเข้ามาในเมืองกวงฮุยได้อย่างมากก็เป็นแค่ระดับเงินห้าดาวและผู้อาวุโสเนี่ยเอินนั้นเป็นนักสู้ระดับทองสามดาวแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด”

            ไกลออกไปในผืนป่าเกิดเสียงดังตูม ตูม ตูม ขึ้นทว่าประเดี๋ยวเดียวก็เงียบหายไป

            ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ แล้ว

            ไกลออกไป เงาร่างหนึ่งรุดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            “เป็นท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอิน ท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอินกลับมาแล้ว!”

            เนี่ยเอินทะยานลงมาตรงหน้าของพวกเขา ใบหน้าคร่ำเคร่งยิ่ง

            “ท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอิน เป็นอย่างไรบ้าง? ตามตัวมันได้ทันหรือไม่?” เนี่ยเสี่ยวเฟิงเอ่ยถาม

            ผู้อาวุโสเนี่ยเอินส่ายหน้าตอบ “อีกฝ่ายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวหลังจากหลอมรวมกับจิตอสูรพยัคฆ์ดำเทียนซิง พลังของมันแข็งแกร่งยิ่งทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมอีกด้วย ข้าตามไม่ทัน มันจึงหนีไปแล้ว!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยเอินเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อต่างมองหน้ากันไปมา ‘สามารถหนีรอดไปจากเงื้อมมือของท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอินได้ผู้ควบคุมจิตอสูรคนนั้นย่อมไม่ธรรมดาเลย!’

            เนี่ยเอินมองศพของหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียนบนพื้น สองคิ้วก็ขมวดมุ่น เรื่องนี้ค่อนข้างประหลาด คนจากสมาคมมืดเหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่? ผู้ใดเป็นคนฆ่าเจ้าสองคนนี้? หรือว่าในสมาคมมืดเกิดเหตุขัดแย้งกันเองวิ่งไล่ล่ากันมาถึงหมู่บ้านของพวกเขาแล้วก็ฆ่ากันตาย? คิดไปคิดมาก็ไม่น่าเป็นไปได้หรือจะมียอดฝีมือลึกลับผู้หนึ่งช่วยตระกูลเทียนเหินฆ่าเจ้าสองคนจากสมาคมมืดนี้?

            ยอดฝีมือลึกลับผู้นั้นฆ่านักสู้ระดับเงินสองคน เวลาเดียวกันก็ทำร้ายผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินห้าดาวจนบาดเจ็บเกรงว่าอย่างน้อยต้องเป็นยอดฝีมือระดับทองกระมัง! ที่แท้เป็นผู้ใดที่ช่วยเหลือตระกูลเทียนเหินกันแน่? เหตุใดยอดฝีมือผู้นั้นช่วยเหลือตระกูลเทียนเหินแล้วจึงไม่ยอมปรากฏตัว?

            แม้เขายังมีความสงสัยในตัวเนี่ยหลีอยู่บ้างทว่าอย่างไรผู้อาวุโสเนี่ยเอินก็คิดไม่ถึงเป็นเนี่ยหลีฆ่าเจ้าสองคนนี้และยังทำร้ายผู้ช่วยอวิ๋นฮว๋าจนบาดเจ็บเพราะเนี่ยหลียังก้าวไม่ถึงระดับทองแดงด้วยซ้ำก่อนจากบ้านไปเข้าโรงเรียนเซิ่งหลันแค่ภาคการศึกษาเดียว จะทะลวงขึ้นถึงระดับเงินได้อย่างไร?

            เนี่ยเอินนั่งยองๆ ลงตรวจสอบศพของหลิ่วชิงและหลิ่วเหยียนทั้งสองไม่ว่าจะเป็นหลิ่วชิงหรือหลิ่วเหยียน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรงทว่าพวกมันถูกคนใช้อาวุธมีคมทำร้ายที่จุดตายอีกทั้งรอยแผลยังมีลักษณะประหลาดคล้ายถูกเลื่อยฟันจนตัดขาด

            “เป็นวิธีฆ่าที่ร้ายกาจนัก!” เนี่ยเอินอดตกใจมิได้ต่อให้เป็นเขาเกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่านักสู้ระดับเงินสามดาวสองคนได้อย่างง่ายดายปานนี้และอาวุธที่คนผู้นี้ใช้ก็ดูเหมือนจะประหลาดยิ่ง เขาไม่เคยเห็นร่องรอยแบบนี้มาก่อน

            “เนี่ยหลี เจ้าไปกับข้า รายงานทุกอย่างให้ท่านประมุขทราบ เจ้ามาพบคนจากสมาคมมืดทั้งสามนี้ได้อย่างไรเบื้องหลังเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ล้วนรายงานให้ท่านประมุขทราบให้หมด!” เนี่ยเอินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและหันไปมองเนี่ยเสี่ยวเฟิงกับเนี่ยเสี่ยวยื่อ“เจ้าสองคนนำศพทั้งสองนี้กลับไปให้ท่านประมุขดู!”

            “ขอรับ ท่านผู้อาวุโสเนี่ยเอิน!” เนี่ยหลีพยักหน้า

            “ขอรับ!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองคนแบกศพคนละร่างและติดตามเนี่ยเอินไป

            พวกเขาเพิ่งออกเดินไปได้ไม่กี่ก้าวพลันมองเห็นเนี่ยอวี่กำลังวิ่งเร็วจี๋เข้ามาความเร็วของเนี่ยอวี่ย่อมช้ากว่าผู้อาวุโสเนี่ยเอินและพวก ดังนั้นจึงเพิ่งมาถึง

            “พี่เนี่ยหลี ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ท่านไม่เป็นอะไรนะ?” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเนี่ยอวี่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาดวงตาก็เต็มไปด้วยความกังวล

            “วางใจได้ พี่เนี่ยหลีไม่เป็นอะไร!” เนี่ยหลียิ้มๆลูบศีรษะของเนี่ยอวี่

            “อืม” ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีเนี่ยอวี่ค่อยโล่งอกขึ้น เดินตามหลังเนี่ยหลีไปอย่างว่าง่าย

            ห้องบรรพชนตระกูลตราสวรรค์เทียนเหิน ที่นี่จุดตะเกียงไฟสว่างไสวผู้คนในตระกูลเทียนเหินแต่ละคนถืออาวุธครบมือ มืออีกข้างก็ถือคบเพลิงเอาไว้พวกที่รู้ว่ามีคนของสมาคมมืดมาถึงหมู่บ้านของตระกูลเทียนเหิน แต่ละคนต่างล้วนลุกขึ้นจากเตียงเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากันทุกขณะ

            เมื่อเห็นพวกเนี่ยเอินกลับมาถึง ผู้คนก็ค่อยๆ เปิดทางให้พวกเขา

            ประมุขของตระกูลเทียนเหิน เนี่ยไห่ นั่งอยู่บนเก้าอี้ประมุขเขาสวมชุดสีเทา หนวดยาวผมขาว มีท่วงท่าสง่าผ่าเผยน่าเกรงขาม

            “เนี่ยเอิน เกิดอะไรขึ้น?” เนี่ยไห่จ้องมองเนี่ยเอินและเอ่ยถาม

            “ท่านประมุข เป็นโจรสามคนจากสมาคมมืดเดาว่าพวกมันอาจจะพยายามเข้ามาขโมยอะไรบางอย่างจากตระกูลเทียนเหินของพวกเราถูกกำจัดไปสองคน อีกคนหลบหนีไปได้!” เนี่ยเอินยกสองมือขึ้นคำนับและพูด

            เนี่ยไห่ชำเลืองมองศพทั้งสองบนพื้น รู้สึกโล่งอกขึ้นเล็กน้อยและกล่าวว่า “ดีที่มีแค่สามคน แม้พวกเราไม่รู้ว่าพวกมันมาที่นี่มีวัตถุประสงค์อะไรทางที่ดีควรระวังตัวไว้ ตระกูลเทียนเหินของพวกเราก็ไม่น่าจะมีของมีค่าอะไรให้พวกสมาคมมืดสนใจสามคนนี้อาจจะเข้ามาสำรวจความเป็นไปในตระกูลเทียนเหินของพวกเราหลายวันจากนี้ไปควรเพิ่มกำลังตรวจตราเป็นสองเท่า!”

            “ขอรับ!” พวกยามของตระกูลเทียนเหินที่อยู่ด้านข้างขานรับขึ้นโดยพร้อมเพรียง

            “สองคนนี้เป็นเจ้าสังหารมันหรือไม่?” เนี่ยไห่ชำเลืองมองคราวเดียวก็บอกได้แล้วว่าสองคนที่ถูกฆ่าตายนี้อย่างน้อยต้องมีพลังระดับเงิน

            “มิใช่!” เนี่ยเอินส่ายศีรษะและตอบ

            “เช่นนั้นเป็นเสี่ยวเฟิงกับเสี่ยวยื่อหรือ?” เนี่ยไห่ชื่นชม “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวยื่อ วรยุทธ์ของพวกเจ้าก้าวหน้ารวดเร็วยิ่ง!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อรู้สึกว่าหน้าของตนร้อนผะผ่าวขึ้นมากระทันหัน

            “เรียนท่านประมุข มิใช่ฝีมือของพวกเราเช่นกัน!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อรีบพูดพวกเขาจะกล้ารับความชอบได้อย่างไร

            เนี่ยไห่ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยและเอ่ยถามอย่างสับสน “เช่นนั้นเป็นผู้ใดฆ่า?” นอกจากเนี่ยเอิน เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อที่ไล่ตามพวกสมาคมมืดไปแล้ว ยังจะมีผู้ใดอีก?

            “เมื่อพวกเราไปถึง สองคนนี้ก็กลายเป็นศพแล้ว มีเพียงเนี่ยหลีอยู่ที่นั่น!” เนี่ยเอินพูดตามความเป็นจริง

            เวลานี้ทุกสายตาตกอยู่ที่เนี่ยหลี ในใจก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเหลวไหลยิ่งนักเนี่ยหลีมีวรยุทธ์ระดับใดกัน เขาจะกำจัดนักสู้ระดับเงินถึงสองคนได้อย่างไร?

            “ข้าก็ไม่รู้ ข้าเพียงเห็นเงาดำสายหนึ่งวูบผ่านจากนั้นสองคนนี้ก็ร่วงลงพื้น แค่นั้นเอง” เนี่ยหลียักไหล่แสร้งทำไร้เดียงสา เขายังไม่ต้องการเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตน

            “เงาดำสายหนึ่งอย่างนั้นหรือ?” ทุกคนแปลกใจเล็กน้อย

            ผู้อาวุโสเนี่ยเอินนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะคุกเข่าลงชี้ไปที่ศพของนักสู้ระดับเงินทั้งสองบนพื้น เขาพูดว่า “ท่านประมุขโปรดดูบาดแผลนี้ถูกอาวุธบางอย่าง อาวุธชนิดนี้ประหลาดนัก ข้าคิดไม่ออกจริงๆว่าจะเป็นผู้ใดในเมืองกวงฮุยที่ใช้อาวุธชนิดนี้!”

            สายตาของทุกคนจรดอยู่ที่บาดแผลของศพทั้งสอง

            “สองคนนี้ถูกจัดการที่จุดตาย สังหารในกระบวนท่าเดียว!” ผู้อาวุโสเนี่ยเอินสูดลมหายใจลึกคำหนึ่ง

            ทุกคนเริ่มมองหน้ากันไปมา ในบรรดาพวกเขา ไม่มีผู้ใดใช้อาวุธชนิดนี้อย่างแน่นอนเช่นนั้นจะเป็นฝีมือของผู้ใดกัน? เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่ที่หลังเขาอีก? ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรูแต่ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู หากมีคนเช่นนี้หลบซ่อนอยู่ที่หลังเขาจริงพวกเขาคงกินนอนไม่สงบแล้ว

            “ในเมื่อคนผู้นั้นช่วยพวกเรากำจัดพวกสมาคมมืดก็น่าจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเมืองกวงฮุย คงไม่มีปัญหาอันใด” เนี่ยไห่พูดเบาๆ “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไปประเด็นสำคัญคือเหตุใดพวกสมาคมมืดจึงมาที่นี่ เพื่อความปลอดภัยตระกูลเทียนเหินต้องเตรียมตัวพร้อมรบอยู่ตลอดเวลาแนวการป้องกันภายในตระกูลก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไข”

            เวลานี้ ข้างๆ เนี่ยไห่ ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยชำเลืองมองเนี่ยหลีและเอ่ยถาม “เนี่ยหลี เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

            ได้ยินคำถามของเนี่ยเหว่ย เนี่ยหลีอดรู้สึกหนังหัวชาขึ้นมามิได้ภายในตระกูลเทียนเหินนี้ คนที่คุยด้วยยากที่สุดก็คือผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยเนี่ยเหว่ยเป็นผู้อาวุโสรักษากฎของตระกูลเทียนเหิน สมาชิกในตระกูลเทียนเหินผู้ใดทำผิดก็จะถูกผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยทำโทษดังนั้นฐานะของเนี่ยเหว่ยภายในตระกูลเทียนเหินจึงต่ำกว่าเพียงเนี่ยไห่ขั้นหนึ่งเท่านั้น

            ภายในตระกูลเทียนเหิน คนที่เนี่ยหลีเกลียดชังที่สุดนอกจากเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อแล้ว ก็ย่อมเป็นเนี่ยเหว่ยในชีวิตชาติที่แล้ว เขาถูกเนี่ยเหว่ยลงโทษอยู่หลายครั้งเนี่ยเหว่ยยังมีอีกฐานะหนึ่ง นั่นก็คือปู่ของเนี่ยเสี่ยวเฟิงกับเนี่ยเสี่ยวยื่อ

            เนี่ยหลีไม่ได้คิดเพียงแค่ครั้งเดียวเป็นเพราะครอบครัวของเขาไม่ลงรอยกับครอบครัวของพวกเขาใช่หรือไม่ดังนั้นเนี่ยเหว่ยจึงทำโทษเนี่ยหลีด้วยความแค้นส่วนตัว

            “เรียนผู้อาวุโส ข้าเพิ่งกลับมาถึงวันนี้!” เนี่ยหลียกสองมือขึ้นคำนับตอบ

            เนี่ยเหว่ยร้องฮึตำหนิ “เนี่ยหลีเจ้ายอมรับความผิดหรือไม่?”

            เนี่ยหลีงุนงงเล็กน้อย เอ่ยถามลังเลว่า “เนี่ยหลีไม่เข้าใจผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยโปรดให้ความกระจ่าง!”

            “เนี่ยหลี เจ้าไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนอย่างที่ควรและยังก่อเรื่องมากมาย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไปล่วงเกินลูกหลานสายตรงคนหนึ่งของตระกูลเสินเซิ่งเข้าทำให้พวกเขามากดดันพวกเราตระกูลเทียนเหินเจ้าแน่ใจหรือว่าไม่มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น?” เนี่ยเหว่ยเอ่ยถามเข้มงวด

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยเหว่ยสายตาของทุกคนก็กลับมาตกอยู่ที่เนี่ยหลีอีกครั้งหนึ่ง เวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของตระกูลเทียนเหินถูกตระกูลเสินเซิ่งกดดันทุกด้าน การค้าทุกอย่างขาดทุนอย่างหนักทั้งหมดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีหรือ?

            เมื่อเนี่ยไห่ได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยเขาขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองเนี่ยหลี เอ่ยถามเสียงเข้ม “เนี่ยหลี เป็นความจริงหรือ?”

            เนี่ยหลีได้แต่พยักหน้าและพูด “มิผิด เป็นข้าจริงๆ!”

            “ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่โรงเรียนเซิ่งหลัน ทว่าไม่ทำตามกฎของตระกูลไม่รู้ผิดถูกจนทำให้ตระกูลได้รับความเสียหายอย่างหนักเจ้าต้องถูกลงโทษโดยการเฆี่ยนหนึ่งร้อยครั้ง เจ้ายอมรับหรือไม่?” สายตาของผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยจดจ่ออยู่ที่เนี่ยหลีด้วยท่วงท่าสง่าน่าเกรงขาม

            เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยเหว่ยเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยยื่อมองหน้ากันและยิ้มๆดีอกดีใจกับความโชคร้ายของผู้อื่น เนี่ยหลีช่างโชคร้ายเสียจริง ตกอยู่ในน้ำมือของท่านปู่ข้าเสียแล้ว

            ในตระกูลเทียนเหินมีแปดสาขา ระหว่างแต่ละสาขายังมีความขัดแย้งกันอยู่แม้ยามเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ทุกคนจะรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ทว่าในยามปกติแล้วพวกเขามักต่อสู้กันเองไม่หยุดเพื่อผลประโยชน์และฐานะภายในตระกูล

            ผู้อาวุโสบางคนจากสาขาที่เนี่ยหลีสังกัดอยู่คิดต้องการช่วยเนี่ยหลีทว่าพวกเขาได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ว่าอย่างไร เนี่ยหลีทำผิดจริงๆเนี่ยเหว่ยทำสิ่งที่สมควรกระทำแล้ว และพวกเขาไม่มีอะไรจะพูดได้

            เนี่ยเอินขมวดคิ้วมุ่น เขาเองก็มาจากสังกัดเดียวกันกับเนี่ยหลี เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงยกสองมือขึ้นคำนับและพูด“ท่านประมุข เนี่ยหลียังเด็กนัก ยิ่งไปกว่านั้นวรยุทธ์ของเขาก็อ่อนด้อยยิ่ง หากลงโทษเขาด้วยการเฆี่ยนร้อยครั้งเกรงว่าจะรุนแรงเกินไปแค่ครั้งเดียวก็เกรงว่าจะทำให้เขาลุกจากเตียงไม่ขึ้นไปถึงสองเดือนแล้ว!”

            ผู้อาวุโสเนี่ยเหว่ยพูดเสียงต่ำ “ผู้อาวุโสเนี่ยเอินใจดีกับเด็กผู้นี้เช่นนี้ไม่ถูกต้องความผิดที่เนี่ยหลีกระทำไม่อาจอภัยให้ได้หากทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่ได้ช่วยเหลือพวกเราให้พ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายนั้นข้าก็คิดไม่ออกเลยว่าพวกเราจะต้องเผชิญกับสภาพเลวร้ายอย่างไรบ้าง เกรงว่ากระทั่งที่ยืนของพวกเราตระกูลเทียนเหินก็คงไม่เหลือ! ความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้ ลงโทษเขาแค่การเฆี่ยนหนึ่งร้อยครั้ง ถือว่าเบาแล้ว!” ดวงตาของเนี่ยเหว่ยเบิกกว้าง ถลึงตามองเนี่ยหลีอย่างเย็นชา “เนี่ยหลี เจ้ายังจะมีอะไรแก้ตัวอีกหรือไม่?”

            เนี่ยหลีสีหน้าไร้อารมณ์ใดๆ ในชีวิตหนก่อนเนี่ยหลีหวาดกลัวเนี่ยเหว่ยที่สุดแค่เห็นเขาก็ทำให้เนี่ยหลีหวาดกลัวจนผมตั้งได้แล้ว กระทั่งพูดก็พูดไม่ออกทว่าในชาตินี้ เขาไม่แม้แต่จะเห็นเนี่ยเหว่ยอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

            เนี่ยไห่ขมวดคิ้วมุ่น นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งและพูด “ข้าเพิ่งได้รับแจ้งว่าเนี่ยหลีได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันเขาจะถูกอบรมดูแลอย่างดี หากเขาถูกเฆี่ยนหนึ่งร้อยครั้งเกรงว่าจะทำให้การศึกษาของเขาต้องล่าช้าไป!”

            เนี่ยไห่ยังคงช่วยพูดให้แก่เนี่ยหลี ในฐานะที่เป็นประมุขของตระกูลผลการสอบของสมาชิกในตระกูลจากโรงเรียนเซิ่งหลัน เขาย่อมเป็นบุคคลแรกที่ได้รับรู้ครั้งแรกที่ได้ยินว่าเนี่ยหลีก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้วและยังได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์เขารู้สึกสงสัยอย่างยิ่ง หนึ่งคือ เนี่ยหลีสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวได้รวดเร็วปานนี้ได้อย่างไรสองคือเหตุใดโรงเรียนเซิ่งหลันจึงยอมรับผู้ที่เพิ่งก้าวขึ้นเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวเข้าชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์?

            เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเนี่ยไห่ ทุกคนตกตะลึงจ้องมองเนี่ยหลีพวกเขารู้ดีถึงความสามารถในการฝึกยุทธ์ของเนี่ยหลีและเขากลับได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันข่าวนี้ช่างน่าตื่นตะลึงเสียจริง!

            เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองพี่น้องก็มีสีหน้าไม่เชื่อถือแขวนอยู่บนหน้าเนี่ยหลีมีดีอะไรพวกเขายังไม่เข้าใจ? กลับได้รับเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันได้! นี่เป็นข่าวปลอมหรือไม่? กระทั่งพวกเขาสองคนก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันได้ทว่านี่เป็นเรื่องที่ออกจากปากของท่านประมุข พวกเขาไม่มีความกล้าพอที่จะท้วงถามหาความจริง

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน