เสาร์อาทิตย์แม้เป็วันหยุดของโรงเรียน แต่นักศึกษาระดับมัธยมปลายที่เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยล้วนตระหนักในใจว่าตนเองไม่อาจจะหยุด สถาบันกวดวิชาคือศูนย์รวมในวันหยุดของพวกเขา
แต่ไม่ใช่สำหรับธาราอีกต่อไป
เขาเพิ่งรู้ว่าชีวิตนักเรียนที่ไม่ต้องแบกภาระเื่การทำคะแนนสอบให้ความรู้สึกเหมือนทาสที่ได้รับการประกาศอิสรภาพ เป้าหมายในชีวิตถูกย้ายมาสู่เื่ที่ตื่นเต้นเร้าใจอย่างเช่น การปั้นตัวละครอันดับหนึ่งในเซิร์ฟเวอร์เกม โดยมีสองผู้เล่นที่คะแนนชื่อเสียงสูงสุดในเซิร์ฟเวอร์ดั้งเดิม (ปัจจุบันที่ธาราเล่นอยู่คือเซิร์ฟเวอร์เถื่อน) อย่างกระบี่แสวงพ่าย(พี่แม็ค) และ หล่อไร้รัก (พี่วิน) เป็แรงบันดาลใจ อันที่จริงเป็เพียงเกมกำลังภายในสองมิติที่ปัจจุบันไม่ได้รับความนิยมแล้ว (เมื่อก่อนก็ใช่ว่าเป็เกมที่โด่งดังระดับแนวหน้าอย่าง แร็กนาร็อค เสียเมื่อไหร่) ปัจจุบันบริษัทเ้าของเกมปิดตัวไปแล้ว แต่เป็แฟนเกมที่ใจรักมั่นนำไฟล์ตัวเกมมาลงขันเปิดเซอร์ฟเวอร์กันเอง เปิดไอเทมมอลเพื่อแลกเงินจริงกับไอเทมในเกมสำหรับคนที่อยากเก่งไวๆ มีระบบป๋าประจำเซิร์ฟที่จ่ายเงินหลักพันแล้วสัปดาห์นั้นจะมีการเพิ่มค่าประสบการณ์ที่ได้จากมอนสเตอร์เป็สองเท่า ธาราคำนวณแล้วตัดสินใจอย่างว่องไว โอนเงินเพื่อครองตำแหน่งป๋าประจำเซิร์ฟ เพียงประหยัดค่าข้าวลงวันละประมาณสามสิบบาทก็จะได้เป็ค่าตำแหน่งแล้ว เขาภูมิใจยิ้มแก้มปริเมื่อเกมประกาศว่าผู้เล่นชื่อ “ธาราชันย์” คือผู้สนับสนุนประจำสัปดาห์นี้อย่างเป็ทางการ
ในระหว่าง่ก่อนเที่ยง ชาคริตก็ทักว่าให้แนะนำการเล่นให้หน่อย เมื่อธาราเห็นชื่อของชาคริตก็ต้องนั่งหัวเราะนานอยู่เป็นาทีหน้าจอคอมพิวเตอร์ แชทแซวอีกฝ่ายในเกม
ธาราชันย์ : ชื่อเฟี้ยวเงาะเลยพี่ ไม่คิดว่าจะมีโมเมนต์แบบนี้กับเขาด้วย
ชาคริตเด็กเทพ : ทำไมต้องทักให้ข้าเสียความมั่นใจวะ ข้าคิดเป็ชั่วโมงกว่าจะได้ชื่อที่เหมาะกับการเล่นเกมเลยนะเว้ย
หากไม่รู้จักตัวจริงกันมาก่อน ธาราคงเข้าใจว่าตัวเองกำลังพาผู้เล่นสูงอายุคนหนึ่งเก็บเลเวล ธาราไม่เคยเจอใครที่เข้าใจระบบเกมยากและเล่นห่วยได้ขนาดนี้มาก่อน บางช็อตที่ชาคริตเด็กเทพโดนมอนสเตอร์สุนัขลาบราดอที่อ่อนที่สุดตีตายสามารถ่ายวีดีโอไว้เป็ช็อตฮาๆเรียกยอดคนดูได้เลย ธารารู้สึกตลกและเอ็นดูกับการเล่นของอีกฝ่ายเป็อย่างยิ่ง
ธาราชันย์ : พี่เล่นได้กากจนน่าเอ็นดูเลย ไม่เคยเจอใครอ่อนขนาดนี้อีกแล้ว
ชาคริตเด็กเทพ : ไอ้เวร! ข้าจะเลิกเล่นละ ยิ่งเล่นยิ่งเครียด ข้าจะไปซ้อมชกลม
ธาราชันย์: อ้าว! วันนี้จะพักผ่อนไม่ใช่เหรอ ทำให้ได้สิ แค่นี้ยอมแพ้ได้ไง
ชาคริตเด็กเทพ : เออ! ไม่ซ้อมก็ได้ เดี๋ยวข้าหาอย่างอื่นทำ แต่ที่แน่ๆ เลิกเล่น
และแล้ววันเสาร์ทั้งวันก็หมดไปกับเกมออนไลน์สะท้านภพอย่างลืมเวลา ทักษะการโกหกของธาราไม่แเีเท่าไหร่เมื่อโกหกอีกฝ่ายว่าไม่สบายต้องพักผ่อนอยู่ที่ห้องทั้งวัน เมื่อธันยามาหาที่หอแล้วพบว่าอีกฝ่ายโกหกก็ลงโทษด้วยการบิดหูจนม้วนราวกับบิดน้ำออกจากผ้าขี้ริ้วให้หมาด
“พอฉันไม่อยู่ดูหน่อยกลายเป็เด็กมีปัญหาเลยนะ”ธันยาพูดอย่างหมั่นเขี้ยวขณะบิดหู ไม่แยแสเสียงร่ำร้องจากอีกฝ่าย “ฉันจะไม่ปล่อยให้แฟนตัวเองติดเกมจนเอ๋อกินหรอก พรุ่งนี้เราจะไปเดินเขากับคุณอาธีระ จะได้ไม่ติดอยู่แต่หน้าจอ”
“ได้ไง เธอก็ไปเรียนกวดวิชาของเธอสิ” ธาราต่อต้าน มือสั่นเล็กน้อยคล้ายคนกำลังลงแดงจากสิ่งเสพติด ความคันมืออยากเล่นออนไลน์ สะท้านภพต่อ ทำให้เขากล้าลุกขึ้นปฏิวัติอำนาจแฟนสาว
“ก็ฉันต้องโดดเรียนมาดูเธอยังไงเล่า เข้าใจมั้ย นี่แน่ะ นี่แน่ะ”ธันยาเพิ่มองศาการบิดหูให้ครบรอบยิ่งกว่าเดิม
“โอ้ย! โอ๊ย! ยอมแล้วครับๆ” ธาราร่ำร้อง ก่อนจะใช้วิธีอ้อนไม้ตายชื่อท่า “ลูกแมวั์” เอาหน้าตัวเองถูกับไหล่และหน้าของธันยาอย่างที่เคยทำประจำ
“โอเคๆ ไม่ลงโทษแล้ว”ธันยาบอก พลางหัวเราะคิกคัก “พอก่อน ฉันจั๊กจี๋”
ทั้งคู่นั่งอยู่ขอบเตียงซึ่งปูที่นอนสีเหลืองหลาย สปองจ์ บ็อบ ขึงตึง ด้วยความรโหฐานและใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่โน้มหน้าเข้าหากันประกบปากจูบตามห้วงอารมณ์พาไป ไฟร้อนแรงที่ประทุในตัวธันยาโหยหาสายน้ำอย่างธารา สองมือเธอขยุ้มผมสั้นบนหัวของเขา บดริมฝีปากอย่างหนักหน่วงพลางระรัวลิ้นแลกพัลวัน ส่วนธาราก็พยายามตอบรับตามอีกฝ่าย ขณะที่เขาลังเลคล้ายลอยคอเคว้งคว้าง ธันยาก็ผลักเขาลงบนเตียงแล้วขึ้นคล่อมเหนือร่างเขา เด็กสาวส่งเสียงครางจุดอารมณ์ตัวเองให้ปะทุยิ่งขึ้นขณะไซร้คออีกฝ่ายอย่างหิวกระหาย
“วันนั้นของเดือนไม่ใช่เหรอ”ธารากระซิบข้างหูเธอแ่เบา
ประโยคเดียวทำให้ธันยาชะงัก ชันร่างขึ้นมาจากการคล่อม ลุกมานั่งที่ขอบเตียงอย่างเรียบร้อย เอามือจัดเสื้อแขนสั้นสีม่วงตัวเองที่เลิกขึ้นให้เข้าที่ สางผมก้มหน้าพูดอย่างเขินๆว่า “ใหัฉันใช้มือช่วยให้ก่อนมั้ย”
“ไม่เป็ไร ไว้รอพร้อมเธอดีกว่า”ธารานอนหงายมือหนุนท้ายทอยตอบ ยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
ธันยายิ้มอย่างเขินๆ ยื่นมือไปลูบใบหน้าของแฟนหนุ่มอย่างอ่อนโยนและหลงไหล แต่แล้วหน้าพลันเปลี่ยนเป็บึ้งตึง ตีฝ่ามือใส่ใบหน้าอีกฝ่ายดัง เพียะ! เบาๆ
“อุ้ย!” เด็กหนุ่มสะดุ้ง เอามือทาบอก “ทำแบบนี้ปรับอารมณ์ตามไม่ทันจริงๆนะ”
“พรุ่งนี้เธอจะไม่ได้แตะเกมแน่นอน เตรียมใจไว้”หญิงสาวพูด บีบจมูกอีกฝ่ายอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะลุกไปหยิบไม้กวาดมากวาดห้อง จนพื้นเอี่ยม หนังสือการ์ตูนเื่มายฮีโร่อคาเดมีย วันพันช์แมน (ธาราชอบเื่นี้ที่สุด) บากิ ก้าวแรกสู่สังเวียน รวมถึงหนังสือ จิตวิทยาความฝันของซิกก์ มุนด์ ฟรอยด์ และตำราจิตวิทยาเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยถูกจัดเก็บไว้บนโต๊ะตั้งโทรทัศน์ที่หันหน้าเข้าหาเตียง เรียงในชั้นของโต๊ะไม้อัดตัวนั้นอย่างคล่องแคล่ว บรรยากาศในห้องดูเป็ระเบียบเรียบร้อยผิดกับนิสัยของเ้าของห้องตัวจริง
ธารายังคงนั่งอยู่บนเตียง แต่สายตาลอบมองไปยังคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่ตั้งไว้บนโต๊ะอ่านหนังสืออย่างร้อนรน ธันยาแกล้งทำเป็ไม่สังเกตุเห็นแต่ความจริงแอบก้มหน้าหัวเราะคิกคัก พอเห็นว่าลงโทษและทรมานอีกฝ่ายได้เวลาพอสมควรแล้ว ก็กระแอมไอก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ คืนนี้ให้เล่นต่อก็ได้”
ราวกับสุนัขนั่งรอให้เ้านายอนุญาตให้กินได้ ธารากระโจนเข้าไปหาคอมพิวเตอร์ด้วยความโหยหายินดี เปิดคอมพิวเตอร์ นั่งเขย่าขารัวๆขณะรอให้คอมพิวเตอร์โหลดเสร็จ
“เชอะ! ทีเื่เล่นเกมละขยันเชียว”ธันยาพูดพลางย่นจมูก “ตอนนี้สามทุ่มแล้ว ฉันกลับบ้านอาก่อนนะ เที่ยงคืนฉันจะโทรมาเช็ค ตอนนั้นต้องนอนแล้วนะ”
“คร้าบบ”ธารารับคำเหมือนเด็กๆ มือเคาะเมาส์รอโหลดตอนเข้าเกม
วันรุ่งขึ้นธาราขี่มอเตอร์ไซต์ด้วยสภาพสะโหลสะเหลมายังบ้านอาธีระ ซึ่งมีศักดิ์เป็อาแท้ๆของธันยาและเป็พ่อบุญธรรมของเขา บ้านจัดสรรขนาดกลางตั้งอยู่ในโครงการเล็กๆแถบชานเมือง ตัวบ้านสองชั้นตัวอาคารสีขาวหลังคาสีแดงอิฐ ขนาดบ้านรับรองแขกหนึ่งครอบครัวได้อย่างสบาย ประตูรั้วเหล็กเลื่อนเปิดออก ธาราขี่รถมอเตอร์ไซต์เข้ามาจอดข้างรถเก๋งฮอนด้าซิตี้สีขาวใต้ร่มหลังคาโรงจอด ยกมือไหว้สวัสดีคุณอาธีระที่ฉีดสายยางรดน้ำต้นไม้ในสวนหย่อมเล็กๆหน้าบ้าน ต้นมะม่วงริมร้ัวสองต้นที่ลูกมักไปตกบ้านข้างๆอยู่บ่อยๆ กระถางต้นเฟื่องฟ้า ต้นพวงคราม และราวไม้แขวนดอกกล้วยไม้ แม้ด้วยงานของธีระที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่สวนก็ได้รับการดูแลอย่างดีโดยฝีมือของหลานสาว
“ดูง่วงๆนะเรา นอนกี่โมงเอ่ย”ธีระทักทายพร้อมรอยยิ้ม มือขยับขาแว่นตามความเคยชิน แกสวมเสื้อกีฬาผ้าร่มซึ่งเป็เสื้อทีมชื่อ “ลูกหมูกลิ้ง” และกางเกงขาสั้นเตรียมพร้อม รองเท้าเทรลผ้าใบสีดำ ถุงเท้ายาวหุ้มแข้ง ไม้โพลค้ำยันของแกน่าจะเตรียมไว้ในรถแล้ว ลักษณะแกเป็คนท้วมป้อมๆ ผิวขาวดูสะอาดสะอ้านและหน้าดูอ่อนกว่าวัยสี่สิบสามปี ตาตี่และหยีเวลายิ้ม ไม่ว่าใครก็จินตนาการหน้าแกเวลาโกรธไม่ออก และโดยปกติแกก็ไม่น่าจะเคยโกรธใครให้ได้เห็นกัน
“นอนเที่ยงคืนครับ ไม่ง่วงเลยครับ” ธาราตอบ พยายามทำตัวให้สดชื่นกว่าปรกติ ทั้งที่ความร่มรื่นของสวนและแสงอาทิตย์อรุณอ่อนของเช้าวันอาทิตย์ไม่สามารถส่องผ่านม่านความสะโหลสะเหลมาได้เลย เมื่อคืนเขารับโทรศัพท์โทรเตือนจากธันยา บอกว่าเข้านอนแล้ว แต่จริงๆแอบเล่นออนไลน์สะท้านภพต่อจนตีห้าครึ่ง ยามนี้เจ็ดโมงเช้าเขาต้องมาตามนัด และจะให้ธันยารู้ว่าเขาอดนอนเล่นเกมไม่ได้เด็ดขาด
“ธารา!!”ธันยาร้องเรียก โบกมือทักทายขณะออกมาจากประตูหน้าบ้าน ปิดประตูมุ้งลวด ก่อนลงกล่อนประตูไม้ เธอสวมเสื้อทีม “ลูกหมูกลิ้ง” เหมือนกับคุณอาธีระกางเกงวิ่งขาบานสีม่วงโชว์ต้นขาขาวเรียว ร้องเท้าเทรลผ้าใบโฮก้าสีบานเย็น สะพายกระเป๋าเป้พร้อมสายยางไว้ดูดน้ำสีแดงไว้ที่หลัง ขณะที่มือถือกระเป๋าเป้พร้อมสายยางสีน้ำเงินอีกใบไว้ในมือ ง่วนเดินมาหยิบน้ำที่เบาะหลังรถเติมน้ำดื่มลงในถุงเป้ ยัดกล้วยน้ำว้า เอเนอร์จี้เจล สเปรย์แก้ปวดพร้อมสรรพ ก่อนปิดประตูรถแล้วมายื่นเป้ใบนั้นให้กับธารา
“ฉันเตรียมให้เธอหมดแล้ว”
“ขอบคุณนะ” ธารารับเป้มาสะพาย พร้อมยิ้มออดอ้อนอย่างมีพิรุธ
“อาธีระรดน้ำเสร็จเดี๋ยวเราไปกัน แวะกินข้าวต้มรองท้องกันหน่อย และก็อาแกมีเสื้อทีมไซส์ของเธอมาให้ด้วย เดี๋ยวฉันหยิบให้นะ เวลาถ่ายรูปจะได้ดูเป็ทีมเดียวกัน”ธันยาจัดแจงบอก ก่อนจะโน้มหน้ามามองหน้าของแฟนหนุ่มราวกับจับพิรุธได้ “เมื่อคืนนอนกี่โมง”
“เอ่อ…” ธาราอ้ำอึ้ง “ก็เที่ยงคืนไง เธอโทรเช็คแล้วนี่ ถามแปลกๆ”
ธันยาหัวเราะหึๆ “เหรอคะ พ่อหมีแพนด้า เธอเหมือนคนเมาที่พยายามแกล้งทำว่าตัวเองไม่เมามากเลยรู้ตัวมั้ย! รอก่อน เดี๋ยวอาธีระไม่อยู่แล้วเธอโดนแน่!”
ธาราหน้าเสีย ส่ายหน้าบ่นว่าชีวิตไม่ยุติธรรม มันไม่ใช่ความผิดของเขา เขาเป็เหยื่อของสิ่งที่เรียกว่าเกม แต่คำอุธรณ์ดังกล่าวไม่ทำให้ธันยาใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย
ธาราเปลี่ยนเป็เสื้อทีม “ลูกหมูกลิ้ง” เรียบร้อย กางเกงขาสั้นไนกี้สีดำ และรองเท้าเทรลโฮก้าสีส้มสดที่ธันยาเคยพาไปซื้อและแนะนำให้ แวะกินร้านข้าวต้มกุ๊ยข้างทางจนอิ่มราวๆครึ่งกระเพาะ ก่อนจะปักหมุดแผนที่โทรศัพท์นำทางไปยังอ่างเก็บน้ำผาเมาะ ออกจากอำเภอเมืองไปราวๆสี่สิบกว่ากิโลเมตร ถนนเส้นดังกล่าวทอดยาวขึ้นไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวบนยอดดอยที่ชาวต่างจังหวัดนิยมมาเที่ยว อ่างเก็บน้ำแยกออกมาจากถนนเส้นนั้นเป็ระยะสั้นๆ ธีระเป็คนขับ ธันยานั่งข้างๆถือมือถือคอยบอกเส้นทาง ขณะที่ธารานั่งสัปหงกหลับๆตื่นๆอยู่เบาะหลัง ระหว่างขับรถธีระมีรับสายลูกค้าบ้าง ตอบราคาอาหารเสริมที่อีกฝ่ายถามราคามา ก่อนจะรับฟังคำบ่นว่าแพงอย่างนู้นอย่างนี้จากอีกฝ่ายด้วยความสุภาพ ความสุภาพคล้ายเป็ลักษณะตามธรรมชาติั้แ่กำเนิดของธีระ อดทนระงับโทสะเพื่อยอมคนได้เสมอ กลายเป็ธันยาที่ต้องคอยทวงถามสิทธิหลายอย่างที่แกควรจะได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะโปรโมชั่นสิค้า แพ็คเกจพิเศษ หรือเวลาได้รับบริการที่ไม่ดีจากบางร้านในห้างสรรพสินค้า ในสมัยเด็กๆที่ยังอยู่บ้านหลังเดียวกันสามคน ก่อนที่ธาราจะย้ายออกมาอยู่หอพักคนเดียว (เนื่องจากคงไม่เหมาะที่จะปล่อยให้อยู่กับธันยาสองต่อสองใน่ที่อาต้องเดินทางต่างจังหวัด) สมัยนั้นคุณอาคอยดูแลทั้งสองคน สลับกับน้าทอฝันเพื่อนที่เป็เซลล์เหมือนกันมาช่วยดูแลให้ใน่ที่ไม่ว่าง จ้างพี่เลี้ยงเด็กชาวไทยใหญ่บ้าง แต่พอขึ้นชั้นมัธยม ธันยาก็เริ่มกลายเป็ผู้ดูแลคุณอาและธาราโดยพฤตินัย
ถนนลาดยางนำทางขึ้นไปสู่ลานจอดรถเล็กๆริมอ่างผาเมาะ มีรถคันอื่นๆจอดไว้ก่อนแล้วสามถึงสี่คัน บริเวณนั้นมีศาลาหลบฝนเล็กๆซึ่งเป็ที่อยู่ของสุนัขเ้าถิ่นหลากพันธุ์ราวๆเกือบสิบตัว มันเดินกระดิกหางเข้ามารุมล้อมทันทีที่พวกเขาลงรถ น่าจะเป็ความเคยชินของพวกมันที่มักมีคนเอาอาหารมาให้ บางตัวทำหน้าจ๋อยน่าสงสาร บางตัวทำหน้ารื่นเริงกระตือรือร้น
“โถ! ลุงคะ หนูไม่รู้ว่าจะมีน้องๆเยอะอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นเตรียมอาหารมาด้วยแล้ว”ธันยารำพึง ก่อนจะเข้าไปคลุกคลี ลูบหัว เกาพุงพวกมันสลับกันไปมาอย่างกะตือรือร้น เธอสละกล้วยน้ำว้าตัวเองแบ่งเป็ชิ้นๆให้พวกมัน บางตัวเมินหน้าหนี แต่มีบางตัวอย่างเ้าพันธุ์ทางหน้าหักคล้ายมีพันธุ์ปั๊กผสมเขมือบงับเนื้อกล้วยอย่างหิวโหย ส่วนธารายืนดูห่างๆ ปรกติเขาไม่ค่อยถูกกับสุนัขเท่าไหร่นัก และพวกมันก็คล้ายััความรู้สึกนี้ได้จากตัวเขา หลายตัวเมินเฉยเหมือนเขาไม่มีตัวตน หนึ่งตัวในนั้นทำขู่ให้ธารา่สั้นๆด้วยซ้ำ ก่อนจะไปกระดิกหางประจบธันยาต่อ
“รักหมาจริงๆแม่คนนี้” ธีระว่า “อยากเป็สัตวแพทย์บ้างมั้ยเนี่ย”
ธันยาหัวเราะคิกๆขณะเกาพุงเ้าตัวเล็กผสมพันธุ์ปั๊กจนนอนตาพริ้มขยับขาไปมา “ก็แอบสนนะคะ แต่ตอนนี้หนูกะจะเข้าคณะมนุษย์ค่ะ หนูอยากเรียนจิตวิทยา”
“เอ๊ะ! เห็นเมื่อก่อนอยากเรียนหมอไม่ใช่เหรอ” ธีระถามอย่างสงสัย ขณะที่เริ่มงอนขายืดเส้น
“หนูคิดว่าเื่จิตใจและพฤติกรรมคนน่าสนใจดีค่ะ”ธันยาพยายามหาเหตุผลอธิบาย จะบอกตรงๆว่าเธอย้ายเรียนตามแฟนหนุ่มก็คงไม่เหมาะสมนัก “อย่างเวลาอีกฝ่ายโกหกตอนถามว่านอนกี่โมง จะได้จับพิรุธได้ไงคะ”
“ไม่ต้องเรียนก็จับได้อยู่แล้วนี่” ธาราแอบบ่นอุบ