"ใครที่หันหลังวิ่งหนีเมื่อกี้ เก็บของไปเข้าแผนกอื่นได้เลย แผนกเราไม่้าคนขี้ขลาด! "
พอได้ยินคุณกรรมการหน้าั์พูดเช่นนั้น หัวใจของฉันก็แทบจะสลายแตกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นี่ฉันเสียเวลาไปถึงสองปีเพื่อ---
"จากตรงนี้คือสอบตก ส่วนตรงนี้คือสอบผ่าน รีบไปยืนรวมตัวหน้ากล่องผ้าเดียวนี้! "
---เพื่ออะไรกันดอง…
ในตอนนั้นเองที่กรรมการแมงโกเดินมาตัดไล่คนที่อยู่ตรงหน้าฉันออกไป
ส่วนตัวฉันนั้นยังคงอยู่ดีมีสุขในแถวคนที่สอบผ่าน
เดียวนะดอง?
ทำไมถึงตัดตอนเฉพาะจุดที่อยู่ด้านหน้าฉันไปละดอง?
ไม่สิ… เมื่อกี้ดูเหมือนว่าฉันจะติดฝูงชน ฉันเลยยังไม่หลุดไปอยู่กลุ่มหันหลังหนีสินะ?
โชคดีผุด ๆ ไปเลยดอง!
ฉันดีใจจนตัวลอยขึ้นท้องฟ้ากว้าง พร้อมกับปล่อยแสงสาดส่องออกมาจากปีก
ทุกคนต่างรีบยกมือขึ้นมาบังสายตาตัวเอง อันเนื่องจากแสงสว่างแห่งความปิติยินดีจากปีกของฉัน
"... อย่าพึ่งรีบดีใจไป เพราะว่ายังมีการสอบรออยู่อีกนะ---"
อุ้ยตายว้ายกรีด~
เผลอตัวไปหน่อยแฮะดอง
ฉันรีบร่อนลงมาต่อแถวตามเดิม
ในตอนนั้นเอง
“อ่าว เธอยังอยู่ด้วยหรือเนี่ย? ”
ที่มีเด็กผู้ชายชื่อว่าโฮปกับเยลโล่ สองคนเมื่อกี้หันหน้ามายิงคำถามใส่ฉันจากทางด้านขวาของฝูงชน
“เงียบแล้วตั้งใจฟังสิดอง! ”
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวคุยกันเองนะ
เพราะว่ากรรมการกำลังจะพูดบททดสอบต่อไปแล้ว
“การทดสอบเข้าแผนกการทหารคือ…"
ว่าแล้วแมงโกก็ดึงผ้าคลุมสีขาวลงมา
สิ่งที่ซ่อนเอาไว้อยู่ใต้ผ้าคลุมนั้นคืออสูรร้ายตัวใหญ่ที่กำลังนอนหลับอยู่
มันมีเขายาว รูปร่างคล้ายวัวขนาดใหญ่สิบเมตร มีขนปกคลุมทั่วลำตัวสีม่วง และมีกรงเล็บยืดยาวน่ากลัว
สิ่งนั้นคือ [เบฮีมอธ] อสูรที่ดุร้ายเทียบเท่ากับัซึ่งพบได้ทั่วไปในทวีปแห่งนี้
เสียงกรนแสนสงบของมัน ทำให้นักเรียนทุกคนในสถานที่แห่งนี้ถึงกับขนลุกขึ้นมา
"พวกเ้าจงไปเข้าแถวรอบลูกกรงที่ฝั่งซ้ายกับขวาซะ ให้เวลา 60 วินาที! ”
บททดสอบอะไรกันเนี่ยดอง?
มีบางคนที่รีบวิ่งไปยืนทางฝั่งซ้ายกับขวาของลูกกรงอย่างรวดเร็ว
แต่มีอีกหลายคนที่ตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง
เพราะว่ามันออกจะเป็บททดสอบที่แปลกประหลาดไปสักหน่อย
“เอายังไงดี ปิว~? ”
“เยลโล่ ผมพอจะรู้คำตอบแล้ว! ”
นักเรียนชายสองคนที่คุยกับฉันเมื่อกี้ ต่างรีบออกตัววิ่งไปยืนฝั่งซ้ายของลูกกรงที่เป็ส่วนหางของมันกัน
“...เอายังไงดีนะ? ”
เวลาที่ให้ตัดสินใจนั้นมีน้อยมาก
ถ้าให้เดาสุ่ม โอกาสสอบผ่านก็จะกลายเป็ 50/50
แต่ฉันไม่อยากสอบผ่านด้วยการอาศัยโชคแบบนั้น
ทุกสิ่งและการกระทำย่อมมีคำตอบในตัวของมันเอง
ต่อให้คำตอบนั้นจะไร้เหตุผลเพียงใด แต่คำตอบก็คือคำตอบ
ท่านพ่อได้สอนฉันมาเช่นนั้น
หัวสมองของฉันเริ่มเค้นคิดหาคำตอบ
แล้วในตอนนั้นเองที่ฉันเริ่มเอะใจขึ้นมา
หรือว่าสิงโตที่หลุดออกมาเมื่อกี้คือหนึ่งในบททดสอบ?
บางทีอาจจะเป็การทดสอบจิตใจเพื่อวัดความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับอันตราย
ฉันเงยหน้ามองไปดูเบฮีมอธในลูกกรง
ฝั่งซ้ายคือหาง
ฝั่งขวาคือเขี้ยวกับปากอันกว้างใหญ่ แถมประตูลูกกรงยังจงใจไปตั้งอยู่ที่ฝั่งนั้นอีกด้วย
ถ้าหากนี่คือบททดสอบความกล้า ฉันควรจะไปยืนอยู่ฝั่งขวา
แต่ส่วนหนึ่งของจิตใจฉันกลับคิดว่ากรรมการไม่น่าจัดบททดสอบซ้ำรอยเดิม
อีกอย่าง สถานการณ์มันต่างไปจากเมื่อกี้นี้มาก
เพราะครั้งนี้ถูกจัดวางให้ดูปลอดภัยกว่าจนน่าสงสัย
นี่ต้องไม่ใช่การทดสอบความกล้าหาญแน่นอน
แต่กรรมการคงอยากดูอะไรอย่างอื่นมากกว่า
จะว่าไปแล้ว ยังมีเื่ที่ผู้อำนวยการพูดเอาไว้เมื่อเช้าด้วยนี่ดอง
“ข้าไม่้าคนที่อยากตายเร็วมาเข้าแผนกนี้หรอกนะ”
ฉันหันไปดูที่ลูกกรงอีกครั้ง
ฉันว่าฉันรู้คำตอบแล้วละ
หลังจากนั้นราวหนึ่งนาที
“คนที่เข้าแถวฝั่งขวา ฝั่งด้านที่อสูรวัวหันเขี้ยวออก สอบตก! ”
ฉันที่ยืนเข้าแถวฝั่งซ้ายกำลังถอนหายใจลากยาวออกมาอย่างสบายใจ
นึกว่าตัวเองจะวิเคราะห์ผิดไปเสียแล้ว
“ทำไมละครับ! ”
“ไม่ยุติธรรม! ”
นักเรียนหลายคนเริ่มส่งเสียงประท้วงดังลั่น
ส่วนใหญ่จะเป็คนจากเผ่าั์
“หุบปาก! ถ้าแค่นี้ยังคิดไม่ออก ก็จงกลับบ้านไปดูดนมแม่ไป! ”
แต่พอเจอเสียงคำรามของจริงเข้าให้ พวกนักเรียนเผ่าั์ก็ถึงกับก้มหน้าอย่างหวาดกลัวไปในทันที
“การทดสอบนี้คือการวัดความสามารถตัดสินใจเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะต้องใช้สัญชาตญาณ หรือผ่านการไตร่ตรอง แต่การที่มายืนฝั่งหัวของอสูรที่ไม่รู้ว่ามันจะลุกขึ้นมายิงลูกไฟใส่เมื่อไหร จึงนับว่าเป็การตัดสินใจที่ประมาทมาก! แผนกของเราไม่้าคนเช่นนั้น ถ้าเข้าใจในความอ่อนหัดของตัวเองแล้ว ก็จงเก็บกระเป๋าไปเข้าแผนกอื่นซะ! ”
นักเรียนบางคนที่สอบตกถึงกับร้องไห้โฮออกมาดังลั่น
น่าสงสารแฮะ…
"เหลืออยู่ถึงหนึ่งพันสองร้อยคนเลยหรือ? นึกว่าจะคัดออกได้เยอะมากกว่านี้แท้ ๆ ”
กรรมการแมงโกถอนหายใจลากยาวออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนัก
“ช่วยไม่ได้ งั้นขอเพิ่มการทดสอบ ด้วยการวัดสมรรถภาพทางร่างกาย ใครไม่ถึงเกณต์ สอบตก! ”
นี่ยังคิดจะคัดออกอีกหรือดอง!?
หลังจากนั้นราวยี่สิบนาที
ทดสอบวิ่ง…ผลประเมิน [F]
ทดสอบพลังกาย…ผลประเมิน [F]
ทดสอบพลังะโ…ผลประเมิน [F]
ทดสอบพลังการบิน…ผลประเมิน [F]
ทดสอบความอ่อนตัว คล่องตัว…ผลประเมิน [F]
ฉันกำลังจ้องมองผลการประเมินติดตัว F ด้วยร่างกายที่แข็งเป็หิน
ผลการประเมินเชี่ยนี่คืออะไรกันดอง?
ไม่สิ ยังมี A อยู่ตัวหนึ่งนี่น่าดอง!
รอบอก… [คัพ A-]
เน้นย้ำอีกครั้งว่า [A] แถมยังติด [ลบ] ด้วยค่ะ
"..."
ขอร้องไห้ออกมาจะได้หรือเปล่าคะ?
ปกติวัดขนาดรอบอกต้องบอกเป็ตัวเลขสิคะ? แล้วนี่คิดยังไงถึงบอกเป็ไซด์แทนได้ละเ้าคะ?
แล้ว [A ลบ] มันแปลว่าอะไรเ้าคะ? จะหาเื่กันใช่ไหมคะ?
นี่ะเืใจมาก~ จนหันมาใช้วิธีพูดแบบมนุษย์เลยนะคะ?
“พลังกายของผมได้ระดับ D ละปิว! ”
“ยอดไปเลยนะเยลโล่! ”
แม้แต่เผ่าภูติเืแท้ที่น่าจะมีพลังกายต่ำกว่าฉัน ยังมีผลประเมินถึงระดับ D เลย
“แล้วผลทดสอบของลิลลี่...F ทุกตัว? ไม่สิ มี A ตัวหนึ่ง… ขนาดรอบอก [A ลบ] !? "
“...”
จะพูดเสียงดังหาเตี่ยเรอะ!
“ต่อไปทดสอบความสามารถพิเศษ ใครมีอะไร จงแสดงออกมาให้หมด”
กรรมการแมงโกปล่อยฝูงสไลม์ปลอมออกมาจากกรงที่พึ่งเข็นเข้ามา
สไลม์ปลอมนั้นถูกผลิตโดยพวกภูติ มันทำจากเมือกสังเคราะห์ที่ใช้แกนโกเลมในการสร้าง
วิธีปราบก็คือให้ทำลายแกนของมันทิ้ง ซึ่งเป็วิธีที่ไม่ต่างไปจากการทำลายนิวเคลียสของสไลม์
แต่มันมีอันตรายน้อยกว่าสไลม์ของจริง เพราะมันไม่มีระบบย่อยสลายกับระยางเหน็บชา ดังนั้นมันจึงปลอดภัยต่อการนำมาใช้เป็เป้าฝึกฝนของเหล่านักเรียนปีหนึ่งกัน
“เมื่อสไลม์ล๊อคเป้าคู่ฝึกได้แล้ว ก็จงทำลายมันด้วยความสามารถของพวกเ้า เดียวคะแนนจะถูกส่งกลับไปที่ศูนย์ประเมินเอง”
ถ้าหากว่าฉันสอบตกตรงนี้ คงไม่อาจไล่ตามความฝันของตัวเองต่อไปได้
นี่ไม่ใช่เวลาจะมามัวทำเล่นแล้ว
จริงอยู่ว่าฉันนะอ่อนแอเื่พลังกายมาก
ยังไงฉันก็เป็ผู้หญิงที่บอบบางนี่ดอง~
ดังนั้นการทดสอบความสามารถพิเศษนี้ จึงเป็โอกาสสุดท้ายที่ฉันจะทำให้กรรมการประทับใจ
จงใช้พลังที่เสียเวลาฝึกฝนมาถึงสองปีเต็มออกมาตรงนี้ ตอนนี้
นึกถึงวันคืนที่ฝึกเืตาแทบกระเด็นกับท่านแม่สิ
คิดถึงวันที่ท่านพ่อสร้างสิ่งประดิษฐ์มากมายเพื่อฝึกฝนฉันสิ
ดังนั้นยังเร็วไปที่จะยอมแพ้ตรงนี้
ฉันจะต้องเข้าแผนกการทหารที่ใฝ่ฝันให้ได้
จงเค้นพลัง ใช้ความรู้ทั้งหมดที่มี ควบคุมมวลอะตอมทั้งหลายตรงหน้า แล้วสร้างเป็รังสีแสงแห่งการทำลายล้าง
จัดการแผดเผาให้สลายไม่เหลือแม้แต่ซาก
ให้โดดเด่น ยิ่งใหญ่ อลังการ
เอาให้โลกใบนี้ได้รับรู้
ว่า [ฉันอยู่ตรงนี้]
ในเวลาเดียวกัน
ณ ร้านกาแฟทรงไข่ขนาดเล็กซึงกำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินสองเมตรข้างหอประชุม มีคนสองคนกำลังพบปะพูดคุยกันอยู่
“มีอะไรถึงเรียกออกมาหรือเอสเทอ? ”
ฝ่ายหนึ่งคือผู้อำนวยการจากแผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ สตรีเผ่าภูติร่างเล็กผู้ซึ่งกำลังสวมชุดวันพีชโปร่งสบายสีเขียว มีผมสีเขียวปล่อยยาวยืดตรง และมีดวงตาตายด้านไร้อารมณ์
“บานา ฉันมีเื่ที่ต้องเตือนนายเอาไว้ก่อนนะดอง”
อีกฝ่ายหนึ่งคือผู้อำนวยการจากแผนกการทหาร [บานา] บุรุษเผ่าั์ผมสีส้มเปลวเพลิงในชุดคลุมนักรบสีเทา
หลังจากจบพิธีตอนเช้า เขาก็รีบไปเปลี่ยนชุดกลับทันที
“ใช่เื่ข่าวลือที่ว่าลูกสาวของเ้าที่เข้าเรียนในปีนี้ ที่ชื่อยาว ๆ ว่า---เออ…”
“ [ลิลลี่ออฟซิเดี้ยน] ...”
น้ำเสียงของพวกเขาทั้งสองคนฟังดูสนิทสนมกันมาก ราวกับว่าเป็เพื่อนเก่าแก่ที่รู้จักกันเป็อย่างดี
“ใช่ ๆ ลิลลี่อะไรสักอย่างของเ้า… ไม่ใช่ว่าจะไปเข้าแผนกของเ้าหรอกหรือยังไง? ”
“ไม่ใช่ดอง แม่หนูคนนั้น้าออกจากเงาของพ่อแม่ เลยคิดจะไปเข้าแผนกการทหารของนายนะสิดอง”
“สายวิชาการจะมาสายสมองกล้ามของข้าเนี่ยนะ? ฮะ ฮะ ฮะ! ข้าเข้าใจความทุกข์ของเ้าดี เพราะลูกของข้าเองก็เป็เหมือนกัน ถูกชื่อเสียงของพ่อแม่กลบจนหมด เลยต้องเหนื่อยกันหน่อย ของข้าบางคนยังหัวดื้อจนไปเข้าแผนกวิทยาศาสตร์เวทมนตร์เพื่อประชดข้าเสียอย่างงั้น ทั้งที่มีพละกำลังสูงที่สุดในหมู่ลูก ๆ ของข้าแท้ ๆ ”
บานายกแก้วชาตรงหน้าขึ้นมาซดดื่มราวกับอยากจะพยายามลืมเื่ที่ทุกข์ใจเ่าั้ให้จางหายไป
กลิ่นของดอกไม้ที่ผสมสารลึกลับซึ่งคั้นมาจากเต้านมของเบฮีมอธแก้วนี้ คือสุดยอดชาเลิศรสที่ทุกคนชื่นชอบและมีราคาแพง
“ไม่ใช่เื่น่าขำนะดอง เพราะจะไปเข้าแผนกอันตรายที่สุดอย่างทหาร ฉันเลยสอนวิชา [ลับ] ทุกอย่างให้กับเธอไปแล้วนะดอง”
*พรูด! *
แต่ทว่าบานากลับพ่นชาแสนอร่อยนั้นออกมาทิ้งจนหมดปาก
“เออ… เดียวนะ หรือว่าที่เธอส่งลูกเข้าเรียนช้าไปสองปีจะเป็เพราะ---”
“ใช่แล้ว เพราะเป็ห่วงว่าเธอจะถูกส่งไปตายตอนลงสนามจริง เลยจัดฝึกหนักให้ แล้วดันเผลอฝึกโหดมากไปหน่อย เลย… เออ…ถึงจะยังไม่เก่งเท่าฉัน แต่จะมองว่าแม่หนูคนนั้นเป็---”
ในพริบตานั้นเองที่ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็สีขาวโพล้น
เสารังสีแสงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเมตรได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เสาแสงต้นนั้นวิ่งตรงจากพื้นดินสู่ฟากฟ้า
พุ่งขึ้นไปชนม่านบาเรียที่หุ้มปกคลุมขอบเขตโรงเรียนอยู่ข้างบน
เสาลำแสงปะทะกับบาเรียโปรงใสอย่างรุนแรง
สายลมพัดโบกกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
จนกระทั้งเครื่องกำเนิดบาเรียทรงไข่ตามหัวมุมกำแพงของแผนกการทหารเริ่มร้อนระอุ
กำแพงสูงห้าเมตรที่ปิดกั้นเขตเหนือเริ่มส่งควันสีดำน่ากลัว
เนื้อกำแพงสีดำที่ทอดตัวยาวตลอดหลายสิบกิโลเมตร ได้ฉับพลันกลายเป็สีแดงฉาน
ก่อนที่จะ---
*บรึ๊ม! *
ะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตาพวกเขา
---เป็นิวเคลียร์เดินได้นะดอง...”
เอสเทอพูดปิดท้ายด้วยสีหน้าตายด้านไร้อารมณ์ พร้อมกับยกชาตรงหน้าขึ้นมาดื่มด่ำกับภาพหายนะตรงหน้าอย่างใจเย็น
สายลมโกรกนี้ช่างเย็นสบายนัก
เธอคิดเช่นนั้น
ส่วนบานา เขาถึงกับเอามือก่ายหน้าผากไปแล้ว
“เธอสอนบ้าอะไรให้กับลูกตัวเองไปฟะเนี่ย…”
ก่อนที่จะบ่นพึมพำเช่นนั้นออกมาอย่างหมดแรง
วันรุ่งขึ้น
“ฮึ ฮึ ฮึ ในที่สุดก็สอบผ่าน! ... ถึงจะเป็ตัวสำรองก็ตามทีเถอะ”
เมื่อวานนี้ หลังจากที่ได้ซัดพลังออกไป กรรมการก็อาปากค้าง ก่อนจะประกาศยุติการสอบแล้วส่งนักเรียนทุกคนกลับบ้าน
แน่นอนว่าโดนท่านแม่ด่าว่าทำเกินไป... แต่ฉันไม่สนหรอกดอง
แล้วหลังจากนั้นก็มีข้อความส่งเข้ามาในลูกแก้วภูติสื่อสารของฉัน
ว่าฉันสอบผ่านในฐานะตัวสำรอง
ตัวสำรองคือนักเรียนที่ได้รับพิจารณาเป็พิเศษ ว่าอาจจะเรียนในแผนกที่สมัครไหว
ถ้าหากว่าระหว่างเรียนเริ่มทำท่าจะไปไม่รอด นักเรียนคนนั้นจะถูกส่งไปเข้าเรียนแผนกอื่นในทันที
ส่วนสาเหตุที่ติดตัวสำรองนั้น น่าจะเป็เพราะเื่พลังกายที่ต่ำติดดินของฉัน
ถึงจะเป็ตัวสำรอง แต่สอบติดก็คือติดดอง! ดังนั้นฉันถึงรู้สึกดีใจที่สุดเลยดอง~
หลังจากวันนี้ฉันจะได้เข้าเรียนในแผนกการทหารที่ใฝ่ฝันแล้วดอง~
สู่วันแรก---
เดียว… ทำไมไม่มีคนเลยละดอง?
พื้นที่ทางเดินอันกว้างใหญ่ซึ่งทอดตัวยาวไปสู่ทิศเหนือนั้น ไม่มีผู้คนปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่คนเดียว
ผิดกับถนนเส้นอื่นที่ยังคงเต็มไปด้วยนักเรียนคับคั่งของแผนกต่าง ๆ
นักเรียนแผนกการทหารหายไปไหนกันดอง?
แล้วในตอนที่ฉันกำลังสงสัย ฉันก็ได้เหลือบไปเห็นบางอย่าง
มีป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าประตูรั้วทางเข้าเขตทิศเหนือ
บนป้ายนั้นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า---
[ประกาศหยุดเรียนหนึ่งอาทิตย์ เพื่อปิดซ่อมอาคารเรียน-ลงนาม ผู้อำนวยการบานา]