แตงโมจากมิติฟาร์ม
เสียงกริ่งพักเที่ยงดังขึ้นเป็สัญญาณบอกหมดคาบเรียน่เช้า ครูไพบูลย์เดินออกไปพร้อมกับกระดาษข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนเด็กนักเรียนสิบสี่คนในห้องก็แตกฮื่อเหมือนมดออกจากรัง ต่างเร่งมือเก็บดินสอปากกาลงกระเป๋าพร้อมกับหยิบกระติบข้าวเหนียวน้อยๆและชามใส่แกงออกมา
โรงเรียนวัดท่าน้ำใสมีโครงการเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กนักเรียนทุกวัน โดยมีบรรดาแม่ๆแต่ละคุ้มในหมู่บ้านมาช่วยลงแรงกับคุณครูผู้หญิง เมนูในแต่ละวันก็เป็แกงง่ายๆตามงบประมาณ เช่นวันจันทร์เป็ไข่พะโล้ วันอังคารผัดกะกล่ำปลีใส่หมู วันพุธต้มฟักใส่ไก่ หมุนเวียนกันไปตามแต่ละสัปดาห์หรือวัตถุดิบที่มี
เด็กนักเรียนทุกชั้นปีจะต้องห่อข้าวพร้อมกับถือชามมาเอง พอกริ่งดังก็ไปต่อแถวรับแกงนั่งกินที่โรงอาหาร กินเสร็จก็ล้างชามของใครของมันเก็บใส่กระเป๋า จากนั้นก็เป็เวลาพักของเด็กๆ บ้างก็จับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่ตามหน้าห้อง บ้างก็ลงไปเล่นอยู่ใต้ถุนอาคาร กลางสนามฟุตบอลมีเด็กชายสิบกว่าคนกำลังวิ่งรุมลูกบอลอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยแม้แดดตอนกลางวันจะร้อนจัด ส่วนลูกจันทร์และเพื่อนอีกสองคนเดินลงไปที่ร้านขายขนม วันนี้ใบเตยบอกว่ามีของเล่นมาใหม่ เป็ตุ๊กตากระดาษแผ่นละบาท มีชุดสวยๆให้เปลี่ยนถึงสามสี่ชุด เด็กผู้หญิงได้ยินก็ร้องกริ๊ดกร๊าดตื่นเต้น
แม้เด็กสาวจะี้เีฝ่าแดดยามเที่ยงวันลงไปแต่ก็สู้แรงตื้อของใบเตยไม่ได้ เธอจึงได้แต่เดินตามลงไปอย่างไม่มีทางเลือก
หลังจากได้ของเล่นที่ตนชอบ เด็กสาวก็ชวนกันกลับขึ้นห้องเรียนเพื่อหลบร้อน
ใบเตยและเพื่อนอีกสองคนต่างซื้อตุ๊กตากระดาษกันมาคนละแผ่น แม้จะพยายามเชียร์ให้ลูกจันทร์ซื้อบ้างแต่ก็ไม่เป็ผล เด็กสาวส่ายหน้าไม่้า เด็กๆคนอื่นจึงทำอะไรไม่ได้ ใบเตยเห็นเพื่อนไม่มีของเล่นก็ตบหน้าอกออกปากจะแบ่งให้เล่นด้วยอย่างใจป้ำ
วิชาต่อไปเป็คาบภาษาอังกฤษ สอนโดยคุณครูปราณี ครูบรรจุใหม่ที่เพิ่งย้ายมาสอนได้ไม่กี่เดือน ครูปราณีเป็ขวัญใจเด็กๆทุกชั้นปีเพราะหน้าตาสะสวย มักยิ้มแย้มแจ่มใส แม้นักเรียนจะดื้อก็ไม่เคยดุด่าให้เสียใจโดยไม่มีเหตุผล
ลูกจันทร์ที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษผ่านวิชานี้ไปอย่างชิวๆ ได้รับคำชมจากครูปราณีและเพื่อนในห้องล้นหลาม สถานะเด็กเก่งภาษาลูกรักของครูปราณีจึงตกลงหัวเธออย่างช่วยไม่ได้
หลังเลิกเรียนครูปราณีจึงเรียกให้เธอไปพบที่ห้องพักครู แม้ไม่รู้ว่าเป็เื่อะไร แต่ลูกจันทร์ก็รับคำแข็งขัน
เวลาเลิกเรียนของโรงเรียนวัดท่าน้ำใสคือบ่ายสามโมงครึ่ง เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กนักเรียนที่เลิกพร้อมกันดังออออกไปที่หน้าประตูโรงเรียน ลูกจันทร์เองก็เก็บสมุดการบ้านลงกระเป๋า โดยมีใบเตยที่นั่งข้างๆยืนรอเป็เพื่อน
“ครูปราณีเรียกลูกจันทร์ไปพบก่อนกลับบ้าน ฉันจะไปเป็เพื่อนเธอเอง เราจะได้ไปรอแม่มารับที่หน้าโรงเรียนพร้อมกัน”
“ได้สิ งั้นใบเตยนั่งรอเราที่หน้าห้องก็ได้ คงไม่นานหรอก”เด็กสาวสองคนไม่ใช่เวรทำความสะอาดห้องวันนี้ พวกเธอจึงสามารถหิ้วกระเป๋ากลับบ้านได้เลย
ห้องพักครูอยู่ถัดออกไปสองห้อง แม้จะเลิกเรียนแล้วแต่คุณครูทุกคนก็ยังคงนั่งทำงานไม่ยอมกลับในทันที ลูกจันทร์เห็นครูปราณีนั่งอยู่แถวหลังสุดก็เดินเข้าไปพร้อมกับขออนุญาตเสียงดัง
เห็นเด็กสาวตัวน้อยเดินเข้ามาคุณครูที่กำลังก้มหน้าทำงานก็ทักทายยิ้มๆ
“อ้าว ลูกจันทร์มาแล้วหรือ มาตรงนี้สิ ครูจะได้บอกเธอเื่แข่งขันวิชาการ”
ครูปราณีกวักมือเรียกให้เด็กหญิงเข้าไปหา บนโต๊ะนอกจากมีกองสมุดการบ้านของนักเรียนห้องอื่นแล้ว ยังมีกระดาษประทับตราเนื้อหาเกี่ยวกับการแจ้งให้โรงเรียนส่งตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทักษะด้านภาษาที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า สถานที่จัดการแข่งขันนั้นเป็โรงเรียนในตัวอำเภอ นักเรียนที่เป็ตัวแทนจะต้องเดินทางเข้าร่วมตามวันและเวลาที่กำหนด
“หนูก็ยุ่งยากใจอยู่ตั้งนานค่ะพี่เหมียว นักเรียนโรงเรียนเราไม่ค่อยเอาวิชาภาษาอังกฤษเท่าไร ไปหาเด็กปอหกก็ไม่มีใครยอมเป็ตัวแทนโรงเรียนไปแข่งให้เลย วันนี้เห็นเ้าลูกจันทร์ค่อนข้างคล่องเลยเรียกมาถามความสมัครใจ”
ครูปราณีหยิบกระดาษรายละเอียดบนโต๊ะทางหนึ่งก็หันไปคุยกับครูเหมียวที่อยู่มานาน ครูเหมียวได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วย นักเรียนวัดท่าน้ำใสไม่ค่อยชอบวิชาภาษาอังกฤษจริงๆนั้นแหละ หากไม่บังคับขู่เข็ญก็ไม่ยอมพูดเลย ครั้งจะให้ไปเป็ตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน ไหนเลยจะยอมไปให้
“จริงนั้นแหละน้องปราณี แล้วนี้เ้าลูกจันทร์จะไหวหรือ”
“กำลังเรียกมาถามนี่ละจ๊ะพี่ หากตกลงไปแข่งจะได้ส่งรายชื่อแต่เนิ่นๆแล้วค่อยๆฝึกให้ เดือนหน้าคงพอพูดได้บ้าง”
ครูปราณีกับครูเหมียวเออออกันสองคน พอเห็นว่าเด็กสาวเข้ามาแล้วก็เริ่มอธิบายจุดประสงค์ให้ลูกจันทร์รู้
“ไหวไหมเ้าลูกจันทร์ ไม่ต้องห่วงนะ ครูจะช่วยติวให้ ครูเห็นว่าเธอคล่องอยากให้หาประสบการณ์ไว้เยอะๆ ในอนาคตต้องได้ใช้”
ครูปราณีสอบถามความสมัครใจของลูกศิษย์ ก็จริงอย่างที่ครูปราณีพูด ในอนาคตข้างหน้าภาษาอังกฤษมีความจำเป็มากขึ้นในชีวิตการทำงาน ในยุคนั้นคนที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษาจะมีโอกาสในการเลือกมากกว่า ได้รับภาระหน้าที่หลากหลายสร้างเม็ดเงินจำนวนไม่น้อย
ลูกจันทร์ขบคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่เธอให้ความสนใจจริงๆ
“ครูปราณีคะ คนที่ชนะการแข่งขันจะได้รางวัลอะไรบ้างคะ”
อะไรคือสิ่งที่เธอขาดแคลนที่สุดถ้าไม่ใช่เงิน!
เด็กคนนี้ ยังไม่ทันชนะเลยถามถึงรางวัลชะเเล้ว จริงๆเลยเชียว แต่ก็นั้นแหละ รางวัลชนะเลิศอันดับหนึ่งจะได้รับเกียรติบัตรพร้อมกับเงินรางวัลสามร้อยบาท แต่ครูไม่อยากให้เธอสนใจแต่รางวัลจนลืมเก็บเกี่ยวประสบการณ์หรอกนะ ไม่ชนะก็ไม่เป็ไรเลย ฝึกฝนไปเลยๆ ครูเชื่อว่าวันหนึ่งเธอจะสำเร็จได้”ครูปราณีหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงมีแววเชื่อมั่นอยู่หลายส่วน ในคาบเรียนที่ผ่านมาเธอสังเกตว่าลูกศิษย์คนนี้ค่อนข้างรู้คำศัพท์หลายคำ สำเนียงเวลาออกเสียงก็ใกล้เคียงกับเ้าของภาษาแบบไม่ต้องดัด ราวกับเป็ธรรมชาติส่วนหนึ่งของเธอจริงๆ หากฝึกฝนให้หนักกว่านี้สักหน่อย เด็กสาวต้องเป็คนหนึ่งที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีแน่นอน
“ในเมื่อครูเห็นว่าหนูมีความสามารถในการเข้าร่วมแข่งขัน หนูก็จะไม่ทำให้ครูผิดหวังค่ะ หนูจะลองเข้าร่วมตามที่ครูแนะนำ แล้วหนูต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ”
ลูกจันทร์ตกลงเข้าร่วมการแข่งขันตามที่ครูปราณีแนะนำ เงินรางวัลสามร้อยบาทในสมัยนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ หากเธอสามารถนำกลับมาได้ ครอบครัวของเธอก็จะมีสภาพการเงินคล่องขึ้นใน่เวลาหนึ่ง
ครูปราณีได้ยินลูกศิษย์ตกลงพร้อมกับแสดงท่าทีกะตือรือร้นก็ยินดี ทั้งสองคนจึงพูดคุยเกี่ยวกับรายละเอียดที่จำเป็ต้องรู้กันอยู่สักพัก ไม่นานลูกจันทร์ก็เดินออกมาหาใบเตยที่นั่งเล่นหมากเก็บรออยู่หน้าห้อง สองสาวจูงมือกันลงบันไดเพื่อไปรอผู้ปกครองมารับ
บ่าวสามโมงครึ่งยังมีแดดร้อน เด็กนักเรียนที่ยังไม่กลับบ้านบางส่วนจึงนั่งเล่นตามร่มไม้ ลูกจันทร์กับใบเตยเองก็นั่งรอแม่มารับที่ริมถนนใกล้ๆกับพ่อของเด็กสาวมาส่งเมื่อเช้า นั่งร้อนกันอยู่สักพักลูกจันทร์ก็เห็นน้าพุดซ้อนแม่ของใบเตยเดินเข้ามา
“ถ้าอย่างนั้นน้าไปแล้วนะเ้าลูกจันทร์ แม่หนูคงกำลังมานั้นแหละ ฝากบอกแม่เราด้วยว่าพรุ่งนี้เช้าๆจะเข้าไปหาที่บ้าน”
น้าพุดซ้อนอายุไล่เรี่ยกับแม่หวานของเธอ เป็เพื่อนไปหาเห็ดบนภูด้วยกันบ่อยๆ เวลามีงานก็ชอบชวนแม่หวานไปทำด้วยกัน ครอบครัวของเธอจึงถือว่าสนิทกันพอสมควร
“ได้จ้ะน้าพุดซ้อน หนูจะบอกแม่ให้”
เด็กสาวรับคำพร้อมกับโบกมือร่ำลาน้าพุดซ้อนและใบเตยเล็กน้อย
เมื่อเห็นคนทยอยเดินผ่านไปจนหมดเธอก็ฉวยโอกาสเข้าสู่มิติฟาร์มอีกครั้ง กลับเข้ามาครั้งนี้ผักคะน้าและแตงโมที่เธอปลูกตอนเช้าโตพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว เธอจึงกดไปที่ไอคอนตะกร้าเพื่อทำการเก็บเกี่ยวอัตโนมัต ผักคะน้าในมิติฟาร์มต้นใหญ่ใบเขียว สำคัญที่สุดคือปลอดสารพิษกรุบกรอบเป็พิเศษ รอบนี้เธอขายผักคะน้าที่ได้ทั้งหมด แตงโมเองก็เช่นกัน เธอต้องรวบรวมเหรียญทองให้มากขึ้นเพื่อปลดล็อคสิ่งก่อสร้างอื่นๆในมิติฟาร์มเพิ่ม
เมื่อขายผักและผลไม้รอบสองของวันเสร็จ ในคลังเก็บของก็ไม่มีเมล็ดพันธุ์เหลืออีก เธอจึงเข้าไปที่ร้านค้าระบบเพื่อสั่งซื้อผักและผลไม้เพิ่ม รอบนี้เธอจะปลูกผักกะหล่ำปลีบ้าง อีกแปลงจะปลูกข้าวโพดน้ำนม ดูจากจำนวนเหรียญทองที่ต้องจ่ายมากขึ้น เธอก็คาดเดาว่าผลผลิตครั้งนี้น่าจะใช้เวลานานกว่ารอบที่แล้ว
มิติฟาร์มของเธอยังมีเลเวลค่อนข้างต่ำ การปลดล็อคแปลงผักเพื่อปลูกจึงจำกัดได้เพียงแค่สองแปลงเท่านั้น หากเธอสามารถสะสมเหรียญทองได้ถึงจำนวน 5,000 เหรียญ แปลงเพาะปลูกก็จะปลดล็อคเพิ่ม นี่ก็เป็อีกสาเหตุใหญ่ที่เธอต้องเร่งเก็บเหรียญให้ครบ
ออกจากมิติฟาร์มก็เห็นร่างผอมในชุดทำงานมอซอของแม่เดินมา เด็กสาวลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งออกไป น้ำเสียงร่าเริงของเธอทำให้แม่หวานอดยิ้มตามไม่ได้
“เหนื่อยไหมลูก ดูสิเหงื่อออกเต็มหน้าเลย”
“ไม่เหนื่อยเลยจ้ะแม่จ๋า จริงสิหนูมีอะไรจะให้แม่ดูด้วยละ นี่ แตงโมค่ะ”
ลูกจันทร์ส่ายหน้าก่อนแสร้งทำทีเปิดกระเป๋านักเรียนแล้วหยิบผลแตงโมในมิติฟาร์มออกมา แตงโมลูกใหญ่หนักห้ากิโลกรัมถูกเธออุ้มขึ้นท่ามกลางความแปลกใจของแม่
“ลูกจันทร์ หนูไปเอาแตงโมมาจากไหนลูก หนูคงไม่ได้ไปขโมยใครใช่ไหม”
แม่หวานที่เข้ามาช่วยเด็กสาวอุ้มแตงโมรีบถาม แตงโมนี่ค่อนข้างหนักขั้วเขียวลายชัดเจน เป็แตงโมพันธุ์ดีราคาแพงในเมือง เธอเคยเห็นตอนเข้าไปทำธุระแต่ไม่ได้ใหญ่ขนาดนี้
“ขโมยอะไรกันจ๊ะแม่ นี่เป็แตงโมที่พวกหนูช่วยกันปลูกที่แปลงหลังโรงเรียน เป็แตงโมพันธุ์นำเข้าจากนอก ครูสมหมายให้นักเรียนปลูกในคาบเรียนวิชาเกษตรั้แ่เทอมที่แล้ว หนูเพิ่งเก็บมาจ้ะ”ลูกจันทร์ไม่กังวลว่าแม่ของเธอจะไปถามเด็กคนอื่นหรือไม่ ที่แปลงหลังโรงเรียนมีปลูกแตงโมไว้จริงๆ เพียงแต่ลูกไม่ใหญ่เท่านี้
“แตงโมลูกใหญ่สมกับเป็พันธุ์นอกจริงๆ”
แม่หวานเป็ผู้หญิงชนบทจบแค่ปอสี่ เธอไม่มีความรู้มากนัก แค่อ่านเขียนชื่อตัวเองได้เท่านั้น ในเมื่อลูกสาวยืนยันว่าเป็แตงโมจากแปลงหลังโรงเรียน เธอก็ไม่เซ้าซี้ให้มากความอีก ลูกสาวว่าอย่างไรเธอก็ว่าอย่างนั้น ขอแค่ไม่ได้ขโมยของใครมาก็พอ แม้ครอบครัวจะยากจนแต่เธอก็ไม่เคยสอนให้ลูกอยากได้อยากมีจนต้องลักขโมยคนอื่น
“ใช่จ๊ะแม่ ครูยังบอกอีกนะจ๊ะว่ากินแล้วเมล็ดสามารถนำมาปลูกได้ เราปลูกแตงโมที่หลังบ้านดีไหมจ๊ะ หนูอยากกินอีก”
เห็นลูกสาวชอบแตงโมจนอยากปลูกไว้กินเองก็อดใจอ่อนไม่ได้ แม่หวานมองแตงโมหนักห้ากิโลกรัมในแขนเล็กน้อยก็พยักหน้า
“เอาสิ แม่จะปลูกไว้ให้นะ พอดีฝนตกรอบนี้คงขึ้น”
“หนูอยากทำแปลงผักที่บ้านเราเพิ่มด้วยจ้ะ แม่แบ่งพื้นที่ปลูกในสวนให้หนูหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
เด็กสาวร้องขอเสียงใส ที่บ้านของเธอมีสวนปลูกผักเล็กๆ ผักที่ปลูกไว้ก็เป็ผักที่กินในครัวเรือนของชาวบ้าน เมื่อเช้าเธอมองแปลงผักที่ล้อมรั้วไม้ไผ่สานสูงเท่าเอวแล้วก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้น
“เอ๊ะ หนูจะปลูกผักเพิ่มหรือ จะไม่เหนื่อยเกินไปหรือลูก หนูต้องไปโรงเรียนทุกวัน ปลูกผักต้องดูแลรดน้ำนะ”
แม่หวานกังวลว่าลูกสาวจะเหน็ดเหนื่อยจนเกินไป
“ไม่หรอกจ้ะแม่ หนูจะค่อยรดน้ำตอนเย็นหลังเลิกเรียนเอา หนูทำไหว แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะ”
ลูกจันทร์เอ่ยอย่างมั่นใจ เธอเป็คนกล้าคิดกล้าทำ ไม่ค่อยนั่งกังวลว่าจะเหนื่อยหรือลำบาก
ในเมื่อลูกสาวยืนยันมั่นเหมาะว่าอย่างไรก็จะทำให้ได้ แม่หวานก็ได้แต่พยักหน้าตกลง
“งั้นแม่จะขนปุ๋ยขี้ไก่มาไว้ให้ หนูจะได้ใส่ผักที่ปลูก”
“ขอบคุณค่ะแม่ แม่ใจดีที่สุด!”
ร่างผ่ายผอมของเด็กสาวะโโลดเต้นอย่างยินดี เธอฉีกยิ้มให้แม่ก่อนจะเข้าไปเกาะแขนออดอ้อนจนแม่หวานต้องหัวเราะอย่างเอ็นดู
บ้านของเธอค่อนข้างไกลจากตัวหมู่บ้าน ทางเข้าบ้านเป็ถนนลูกรังสีแดงตามชนบททั่วไป หน้าบ้านล้อมรั้วไม้ไผ่ ปลูกชะอมไว้หลายต้น ข้างๆมีต้นลำไยปลูกไว้เอาร่มเงา เดินเข้ามามองเห็นหลังคาไพรหญ้าและใต้ถุนเปิดโล่ง สมัยนี้แม้จะอยู่ในชนบทแต่ชาวบ้านก็นิยมปลูกบ้านมุงหลังคาด้วยสังกะสีกันหมดแล้ว น้อยมากที่จะใช้หญ้าคาอยู่ แต่พ่อกับแม่ของเธอยากจน แม้แต่เงินซื้อสังกะสีก็ไม่มี อาศัยขายข้าวมาซื้อเครื่องไม้เครื่องมือทำบ้านไปก่อน
“หนูกินแตงโมรองท้องไปก่อนนะ แม่จะไปรดน้ำพริกที่สวนสักหนาอย ตอนเย็นแม่จะต้มปลาให้กิน”
แม่หวานวางแตงโมบนแคร่ไม้แล้วสั่งความผู้เป็ลูก พริกของเธอแห้งน้ำมาหลายวันแล้ว วันนี้จะไปตักน้ำรดเสียหน่อย อีกสองสามวันอาจจะได้เก็บมาไว้กิน
“แม่ เอาแตงโมไปกินด้วยสิจ๊ะ เอาไปฝากพ่อในแปลงนาด้วย หนูหั่นให้จ้ะ”ลูกจันทร์เรียกแม่ที่กำลังหาบไม้คานออกไปสวนพริก เธอวิ่งไปหยิบมีดก่อนจะผ่าครึ่งอย่างคล่องแคล่ว แตงโมลูกใหญ่เผยเนื้อสีแดงฉ่ำออกมา เด็กสาวกลัวแม่ปฏิเสธจึงรีบหั่นเป็เสี้ยวใส่ถุงให้ถือสะดวก
“เปลือกบางเนื้อเยอะ แตงโมพันธุ์ดีจริงๆ”
แม่หวานรับถุงแตงโมที่ลูกสาวฝากไปให้พ่อที่แปลงนาใส่ถังไว้ อีกมือก็รับแตงโมที่หั่นเป็ซีกขึ้นมาชิม
“เอ๊ะ หวานมาก กรอบอร่อยไม่เหมือนที่เคยกินมาก่อน”
เสียงอุทานของหญิงสาวที่เพิ่งชิมเเตงโมดังขึ้น แตงโมในสมัยนี้ราคาแพงเอาเื่ แต่ไม่หวานเท่านี้เลย เธอเคยได้ชิมตอนไปวัดในวันพระ เป็พ่อกำนันนำมาถวายพระแต่เหลือมาถึงญาติโยม
“แม่กินเยอะๆนะจ๊ะ ยังมีอีกเพียบเลย”
ลูกจันทร์ที่ถือแตงโมซีกหนึ่งในมือยิ้มแย้ม ของในมิติฟาร์มไม่ใช่ธรรมดาจริงๆด้วย
“แม่กินซีกเดียวก็พอแล้วลูก หนูกินเถอะ แม่จะเอาไปให้พ่อลองชิมหน่อย”
เห็นร่างผอมของแม่เดินจากไปพร้อมกับถังน้ำและถุงแตงโม ลูกจันทร์ก็ไม่เอ่ยอะไรอีก เธอขึ้นไปผลัดเสื้อผ้าเป็ชุดเล่นธรรมดา กางเกงเจเจลายดอกสีส้มกับเสื้อยืดคอกลม
เด็กสาวเดินตรงไปที่สวนผักข้างบ้านที่แม่ปลูกไว้พร้อมกับจอมและเสียม ในแปลงผักมีต้นหอม ผักซีใบเลื่อย ผักบุ้งที่กำลังจะเหลืองตายอยู่จำนวนหนึ่ง เด็กสาวหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะลงมือเด็ดผักบุ้งที่สารอาหารไม่พอออกจนหมด เหลือแค่แปลงต้นหอมผักชีที่แม่ปลูกไว้เท่านั้น
เธอจะถอนผักในแปลงเพื่อพรวนดินเตรียมลงเมล็ดผักใหม่
แผนการของเธอคือปลูกผักขายโดยใช้เมล็ดพันธุ์จากมิติฟาร์ม เธอมีปุ๋ยเร่งโตอยู่ในคลังอีกแปดถุงที่ยังไม่ได้ใช้ เด็กสาวจึงมีความคิดอยากลองนำมาใช้กับผักด้านนอกดู
ทำแปลงผักไม่ใช่เื่ลำบากอะไร ไม่ถึงยี่สิบนาทีเธอก็สามารถทำเสร็จถึงสองแปลง รวมกับแปลงเก่าที่มีก็เป็สามแปลง เมื่อพรวนดินให้ละเอียดไว้ก็เป็อันเสร็จภาระกิจในวันนี้ พรุ่งนี้เธอถึงจะลงเมล็ดผักและโรยปุ๋ย
ในชนบทจะเริ่มหุงหาอาหาร่ย่ำค่ำ ข้าวเหนียวที่เหลืออยู่ในกระติบเมื่อเช้าสามารถนำมาอุ่นกินอีกมื้อได้ ลูกจันทร์ที่ล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาดเริ่มจุดไฟเพื่ออุ่นข้าวรอพ่อกับแม่กลับมา
เธอมองเตาสามขาเล็กน้อย ด้านข้างมีกองฟืนที่พ่อตัดเป็ท่อนขนาดเท่าข้อศอกไว้ เชื้อไฟในสมัยนี้เรียกว่าขี้ไต้ห่อเป็มัดยาวด้วยใบตอง มีส่วนผสมของน้ำมันยางจากขุมขี้ยางที่ถูกเจาะเป็โพลงลึกผสมกับต้นพอกที่นำมาทุบหรือตำให้เป็ชิ้นเล็กๆ เวลาใช้ก็จะค่อยๆฉีกใบตองออก แล้วแกะเนื้อยางออกมาจุดไฟในปริมาณเล็กน้อย
เมื่อไฟติดก็ยกหม้อขึ้นเตา นำหวดไปชุบน้ำเพื่อป้องกันเปลวไฟเล็มปลายหวดจนไหม้ พัดไฟให้ลุกอีกหน่อยจนน้ำเริ่มร้อนก็ค่อยๆควักข้าวเหนียวในกระติบเป็ก้อนเล็กๆใส่หวด หมดแล้วก็ใช้ฝาหม้อปิด รอสิบห้านาทีข้าวเหนียวด้านล่างจะร้อนและจับตัวเป็ก้อนเดียวกันเหมือนข้าวนึ่งใหม่ เด็กสาวต้องคอยยกหวดขึ้นมากระท้อนเพื่อกลับข้าว้าให้ลงไปใต้ก้นหวด รอสักครู่ข้าวเหนียวร้อนๆก็ได้ที่พร้อมกินแล้ว
เด็กสมัยนี้ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านั้แ่เด็ก เื่งานในครัวแบบนี้ไม่ใช่เื่แปลกใหม่สำหรับเด็กในชนบท ตัวลูกจันทร์คนเก่าเองก็เช่นเดียวกัน
อุปกรณในการทำให้ข้าวเหนียวเย็นจนสามารถนำใส่กระติบได้คือกระด้งส่ายข้าวกับไม้พาย เด็กสาวหยิบกระด้งที่เย็บกระสอบสีขาวไว้ด้านในออกมา เธอพรมน้ำลงบนกระด้งเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวติด แต่เพราะเป็ครั้งแรกจึงกะปริมาณน้ำเยอะไปหน่อย ข้าวเหนียวจึงแฉะติดมือจนปั้นไม่ได้
เด็กสาวไม่ท้อใจแต่อย่างใด เธอใช้ไม้พายพลิกข้าวที่จับเป็ก้อนใหญ่ไปมาเพื่อแผ่ออกให้เย็น เมื่อเย็นพอใช้มือกอบเป็ปั้นใส่กระติบข้าวได้แล้วก็ล้างมือให้ชุ่ม ข้าวเหนียวร้อนๆจากฝีมือเด็กสาวจึงสำเร็จลุล่วงด้วยดี แม้จะแฉะและหกเลอะเทอะไปบ้างก็ตาม
ลูกจันทร์มองกระติบข้าวสองกล่องอย่างภาคภูมิใจ เธอยิ้มกับผลงานของตนอยู่ชั่วครู่ก็เริ่มเตรียมกับข้าวอย่างอื่นเพิ่ม แน่นอนว่าเธอต้มปลาไม่เป็และแม่ก็บอกแล้วว่าจะกลับมาทำด้วยตัวเอง เมนูต้มปลาจึงตกไป
ในมิติของเธอมีผักบุ้งเหลืออยู่ เธอสามารถนำมาทำอาหารได้โดยไม่ผิดสังเกตเพราะวันนี้เธอถอนผักบุ้งในแปลงจนหมด พ่อกับแม่จึงไม่น่าแปลกใจว่าผักบุ้งมาจากไหน
เมนูผัดผักบุ้งจึงถูกเพิ่มเข้ามาอีกอย่าง
เด็กสาวเข้าไปยังมิติฟาร์มส่วนตัวเพื่อนำผักบุ้งออกมาล้างทำความสะอาด จากนั้นก็หั่นเป็ท่อน ทุบกระเทียม ตักน้ำมันเจียวกากหมูลงกะทะให้ร้อน ครั้งน้ำมันหมูส่งกลิ่นหอมก็โยนกระเทียมทุบลงไปผัดให้เหลือง ตามด้วยผักบุ้งที่หั่นเป็ท่อน เติมเครื่องปรุงให้ได้รสชาติที่ชอบ ่เวลานี้เพิ่มไฟแรงอีกหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นหอม ไม่นานผักบุ้งของเธอก็สุกได้ทีพร้อมส่งกลิ่นอบอวลชวนน้ำลายไหล
ผักจากมิติฟาร์มชุ่มฉ่ำด้วยน้ำ ก้านกรุบกรอบ อร่อยกว่าผักบุ้งธรรมดาทั่วไป
เด็กสาวชิมผัดผักที่ตนเองตั้งใจทำก็ต้องตาโต ไม่ต้องใช้เครื่องปรุงอะไรมากมายราวกับผักมีรสอร่อยในตัวของมันเองอยู่แล้ว บอกตรงๆว่าเธอไม่เคยกินผักบุ้งที่ไหนอร่อยเท่ากับจานนี้เลย
นี่ต้องยกความดีความชอบให้กับมิติฟาร์มของเธอ
เด็กสาวตักผัดผักที่เสร็จแล้วใส่จานก่อนจะนำวางบนขื่อรอยกลงมามื้อเย็น
แดดร่มลมตกไม่นานแม่หวานที่หาบถังน้ำเหล็กสองถังก็เดินกลับมา กลิ่นหอมของผัดผักทำให้เธอถูกร้องทักทายมาแต่ไกล
ภาระหน้าที่ในครัวของเด็กสาวก็เป็อันเรียบร้อย จากนี้ปล่อยให้แม่ของเธอจัดการไป
ลูกจันทร์กลับมานั่งทำการบ้านบนแคร่ไม้ตามลำพังเงียบๆ พอมืดก็ไปจุดตะเกียงเพิ่มความสว่าง หกโมงเย็นในชนบทมืดเร็วกว่าในเมือง ไม่นานพ่อของเธอก็แบกจอบกลับมาจากท้องนา ่นี้ต้องดูข้าวในแปลงนาบ่อยหน่อยเพราะข้าวเริ่มตั้งท้องแล้ว พวกแมลงมักมาเจาะรวงข้าวจนเสียหายอยู่เสมอ การใช้ปุ๋ยบางครั้งก็ไม่ได้ผลอีกทั้งยังสิ้นเปลืองเงินเป็จำนวนมาก พ่อแสนปวดหัวมาหลายวันกับปัญหาดังกล่าว
เมื่อสมาชิกในบ้านมาพร้อมหน้า สามคนพ่อแม่ลูกก็นั่งล้อมวงกินข้าวบนแคร่ไม้ท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียง ลมเย็นใน่หัวค่ำช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานหนัก ข้าวเย็นวันนี้มีต้มปลาร้อนๆใส่ยอดมะขามอ่อนของแม่หวาน ผัดผักบุ้งของลูกจันทร์ น้ำพริกผักสดที่พ่อเก็บมา แม้เป็อาหารพื้นๆทั่วไปแต่พวกเธอก็กินอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะผัดผักบุ้งที่ได้รับคำชมจากพ่อและแม่ไม่ขาดปาก
ตบท้ายด้วยแตงโมหวานฉ่ำที่หั่นเป็ชิ้นพอดีคำ สามคนพ่อแม่ลูกลูบพุงป่องๆอย่างพออกพอใจ
“พ่อจ๊ะแม่จ๊ะ หนูได้เป็ตัวแทนไปแข่งขันภาษาอังกฤษที่อำเภอจ้ะ คนที่ชนะเลิศจะได้เงินรางวัลถึงสามร้อยบาท ถ้าหนูได้มาหนูจะให้พ่อกับแม่เก็บไว้”
เด็กสาวเล่าเื่ที่ตนเข้าร่วมการแข่งขันภาษาให้พ่อกับแม่ฟังหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ พ่อแสนที่นั่งเหลาไม้ไผ่อยู่บนแคร่ได้ยินลูกสาวบอกดังนั้นก็ตื่นเต้นดีใจยิ่งกว่าคนไปแข่ง
“หนูได้เป็ตัวแทนไปแข่งภาษาอังกฤษเลยหรือ เก่งเหมือนพ่อสมัยเรียนไม่มีผิด แบบนี้แหละแม่ถึงมาชอบพ่อ”
ใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของพ่อแสนทำให้เด็กสาวพูดไม่ออก เด็กสาวมองแววตาภาคภูมิใจของผู้เป็พ่อก็อมยิ้ม การที่เธอได้เป็ตัวแทนไปแข่งขันน่าตื่นเต้นกว่าเงินรางวัลที่ได้ สิ่งพ่อแสดงออกทำให้หัวใจของเธอฟูฟ่อง
“จริงจ้ะพ่อ สมัยเรียนพ่อก็เก่งวิชาภาษาอังกฤษหรือจ๊ะ แหม สมกับที่แม่เลือกจริงๆ”
“อะไรกัน พ่อเรานี่นะเก่ง อย่าให้แม่พูดเลย สมัยเรียนน่ะเกเรจะตาย หนีเรียนไปจับแย้บ้างแหละ ตกปลาบ้างแหละ นี่ถ้าไม่ใช่ครูใหญ่เหม็นขี้หน้านะคงไม่จบปอสี่หรอก”
เสียงไม่เห็นด้วยของแม่หวานที่เพิ่งทำงานในครัวเสร็จเดินเข้ามาพร้อมกับเมล็ดแตงโมสีดำในมือ คนที่ทำให้แม่หวานแสนอ่อนโยนพูดเสียงดังขึ้นมาได้นี่ไม่ธรรมดา พ่อของเธอสุดยอดจริงๆ
เห็นเมียตัวเองทำตาเขียวใส่ก็ลูบหัวฉีกยิ้มประจบประแจงก่อนจะพูดเสียงอ่อย
“แม่จ๋าทำไมพูดแบบนี้ละ ลูกรู้กันหมด”
“อย่าไปสนใจพ่อเลย หนูได้เป็ตัวแทนก็ให้ตั้งใจ ขยันฝึกซ้อมตามที่ครูแนะนำ เงินรางวัลอะไรนั้นถ้าหนูได้มา พ่อกับแม่ไม่เอาหรอก จะเก็บไว้ให้หนูนั้นแหละ”
แม่หวานขยับตัวนั่งลงใกล้กับเด็กสาวพร้อมกับให้กำลังใจ คนเป็พ่อเป็แม่เห็นลูกทำอะไรได้ดีก็ยินดีด้วย เงินทองที่ลูกหามาได้ย่อมไม่อยากใช้ มีแต่อยากเก็บออมไว้ให้ลูกเรียนต่อสูงๆ
________________________________________
โปรดติดตามตอนต่อไป