ก่อนกลับเคียงรักขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วหญิงสาวจึงไปล้างมือที่หน้ากระจก
“ส้ม”
เคียงรักเงยหน้ามองกระจก ก่อนจะหมุนตัวไปข้างหลังที่มีบริกรหญิงวัยกลางคนเรียกเธอ
“คะ คุณเป็นใครคะ” เคียงรักเอ่ยถาม เธอรู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้แต่ก็นึกไม่ออก
“ส้มจำแม่ไม่ได้เหรอ”
“แม่!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
“แม่ดีใจนะที่ได้เจอส้ม ไม่เจอกันตั้งนาน หนูโตเป็นสาวแล้ว” คัทยาเดินตรงมาจับมือทั้งสองข้างของเคียงรัก
เคียงรักบอกไม่ถูกว่าดีใจที่ได้เจอแม่เลี้ยงที่เคยใจร้ายกับเธอหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่เคยเกลียดแม่เลี้ยงเลยเพราะไม่อย่างนั้นเธอก็คงไม่ได้เจอกับพิธา ความรู้สึกตอนนี้น่าจะเหมือนเจอคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนานมากกว่า
“แม่สบายดีนะคะ” เคียงรักยิ้มตอบ
“สบายดี แล้วหนูล่ะ กำลังจะได้เป็นแม่คนแล้วนี่”
“ใช่ค่ะ แม่ก็อยู่ในงานเมื่อกี้เหรอคะ”
“ใช่ แม่เห็นหนูกับคุณพิธาเดินมาด้วยกันตั้งแต่แรกเลย”
ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันให้มากความ เสียงเรียกของพิธาก็ดังมาจากข้างนอก
“แม่ไปทักทายปะป๊าด้วยกันไหมคะ”
“ไม่ดีกว่า แม่ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขออวยพรให้หนูมีความสุขในชีวิตนะ หนูเป็นเด็กดี แม่เชื่อว่าหนูจะเป็นแม่ที่ดีได้แน่นอน”
“ขอบคุณค่ะ หนูก็ขอให้แม่โชคดีนะคะ”
“รีบไปเถอะ เดี๋ยวคุณพิธารอนาน”
คัทยายืนโบกมือให้เคียงรัก เมื่อเดือนที่แล้วเธอไปหาพิธาที่บริษัทก็เพื่อจะขอเคียงรักคืนเพราะเพิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับลูกเลี้ยง ถึงแม้จะรู้ว่ามันสายไปก็ตาม แต่วันนั้นเธอดันไปทะเลาะกับรปภ.ข้างล่างซะก่อน หลังจากวันนั้นคัทยาก็ไปแอบดักรอที่ช่องจอดรถของประธานบริษัททุกเช้า เธอได้เห็นคนทั้งคู่หยอกล้อกันด้วยความสนิทสนม เคียงรักดูมีความสุขดี เธอไม่เคยทำให้หลานยิ้มขนาดนั้นได้เลยด้วยซ้ำ คัทยาจึงล้มเลิกความคิดที่จะพาเคียงรักมาลำบากกับเธอ แต่เหมือนฟ้าเมตตาที่จู่ ๆ เธอก็ได้เจอเคียงรักโดยบังเอิญที่นี่ คัทยาได้แต่มองเคียงรักในงานจากมุมไกล ๆ เพราะไม่กล้าเข้าไปทัก พอสบโอกาสเธอจึงเดินตามมาเข้าห้องน้ำด้วย อย่างน้อยแค่ได้เอ่ยขอโทษกับสิ่งที่เคยทำเธอก็พอใจแล้ว
“นึกยังไงถึงพาหนูมาเดินเล่นตอนกลางคืนคะเนี่ย”
เคียงรักถามขึ้นขณะที่พิธาจูงมือเธอเดินบนทางเท้ามายี่สิบนาทีแล้ว
“ก็ปะป๊าอยากเดตกับเมียนี่ครับ”
“ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเนี่ยนะ” เคียงรักถามขึ้นอย่างแทบไม่เชื่อหู
“ครับ”
“ปกติปะป๊าพาสาวมาเดตที่แบบนี้เหรอคะ แถมเป็นตอนกลางคืนอีก รสนิยมแปลกดีนะคะ”
ตั้งแต่เดินมาซอยนี้ทั้งซอยมีสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งเรียงรายกันทั้งสองฝั่ง เธอพอจะเห็นว่าบางที่ก็ตั้งเป็นนามสกุลหรือชื่อของพิธา บ่งบอกว่าเขาน่าจะเป็นผู้ก่อตั้งหรือผู้อุปถัมภ์ นอกจากนี้แล้วยังมีโรงเรียนอนุบาลกับสนามเด็กเล่นด้วย
“ฮ่า ๆ พามาแค่หนูคนเดียวเนี่ยแหละ หนูน่าจะพอเห็นชื่อสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วว่าเป็นชื่อปะป๊า”
“อยากอวดรวยเหรอคะ”
“ไม่ใช่แบบนี้สิ เราไปนั่งคุยกันที่ม้านั่งกันเถอะ” พิธาจูงมือคนรักไปยังม้านั่งสีดำที่ดูเก่าแต่ก็ยังดูแข็งแรงดี
“จะว่าไปที่นี่ก็น่าอยู่เหมือนกันนะคะ”
เคียงรักพูดพลางหันไปมองรอบ ๆ ซอยนี้เงียบสงบ ไม่ค่อยมีรถราวิ่ง แถมยังมีต้นไม้ใหญ่มากมาย ขนาดเป็นตอนกลางคืนที่นี่ยังไม่เปลี่ยวเลยเพราะมีแสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างตลอดทาง
“หนูจำที่นี่ไม่ได้เหรอครับ”
“หนูเคยมาด้วยเหรอคะ”
“ครับ เราเคยมา”
“อืม จำไม่ได้เลยค่ะ ตอนไหนเหรอคะ”
“ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกไงครับ” พิธายกมือไปวางบนศีรษะเธออย่างเอ็นดู
“อย่าบอกนะว่าที่นี่เคยเป็นหน้าผับที่หนูมานั่งร้องไห้รอแม่ตอนนั้น” เคียงรักอ้าปากหวอ
“ใช่ครับ วันนั้นมีเด็กหน้าตามอมแมมขี้มูกย้อยมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ เก้าอี้ตัวนี้”
“ตัวเดิมกับวันนั้นเลยเหรอคะ”
“ใช่ครับ หลังจากรับเลี้ยงหนูปะป๊าก็เริ่มคิดว่าคงมีเด็กที่ถูกทิ้งเหมือนหนูอีกเยอะ ปะป๊าเลยตั้งใจสร้างบ้านอุปถัมภ์ขึ้นมา และอยากเปลี่ยนที่อโคจรที่มีแต่คนมาขายตัวกับเสพยาตรงนี้ให้กลายเป็นสถานที่ปลอดภัย”
“ปะป๊าพิธาของหนูใจดีที่สุดเลยค่ะ” เคียงรักโผเข้าไปกอดเขา
“ที่ปะป๊าพาหนูมาเดตที่นี่ก็เพราะอยากพาหนูมาดูที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราสองคนด้วยครับ”
“ขอบคุณนะคะ แล้วก็ขอบคุณแทนเด็กกำพร้าคนอื่น ๆ ด้วย พวกเขาโชคดีที่ไม่ต้องโดนเร่ขาย หรือนอนตากยุงข้างถนน”
เคียงรักเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดของเด็กที่ไม่มีใครต้องการ เพราะบางวันที่แม่เลี้ยงเธอไม่มีลูกค้า เธอก็ต้องคุ้ยขยะประทังชีวิตยามหิว บางทีถ้าโชคดีก็มีคนซื้อข้าวให้กิน แต่ถ้าเจอคนใจร้ายเธอก็โดนเอาน้ำสาด ตอนนั้นเธอไม่ต่างอะไรจากหมาข้างถนนด้วยซ้ำ
“อย่าร้องสิครับ” พิธาใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาให้เคียงรักอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ หนูรักปะป๊าที่สุดในโลกนะคะ” เคียงรักยิ้มกว้างให้เขา
“ปะป๊าก็รักหนูไม่แพ้กันครับ”
เคียงรักโอบกอดพิธาแน่น
ใครจะไปคิดว่าการขอความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าที่เจอกันในวันที่แย่ที่สุดของชีวิต จะกลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอในวันนี้