โรงเรียน A
“ซือซือ หยางหยางเข้าไปแค่สองคนได้แน่นะ” เสียงทุ้มอันเป็เอกสักษณ์ของจ้าวลี่ิเอ่ยถามสองแฝดอย่างเป็ห่วง
“ได้แน่นอนค่ะ พ่อรีบไปทำงานเถอะค่ะบ๊ายบาย” เธอเอ่ยลาพ่ออย่างเร็วก่อนจะจูงมือหยางหยางเข้าโรงเรียนไป
“คุณหนูดูตื่นเต้นมากเลยนะครับบอส” เลขาอู๋ที่สังเกตุอาการของเ้านายมาั้แ่ต้นก็ดูออกเลยว่าบอสของเขานั้นได้ยกทั้งหัวใจให้สาวน้อยและหนุ่มน้อยฝาแฝด หรือลูกๆ ของเขาไปหมดแล้วแต่ยังคงไม่ได้แสดงอาการออกมามากนัก เฮ้อ!สายซึนสินะ
ทางด้านของสองแฝดพวกเธอเดินมาที่ห้องผู้อำนวยการคุณพ่อนั้นได้บอกไว้ว่าให้เดินขึ้นไปหาเขาซึ่งคุณพ่อคุยเื่ทุกอย่างไว้หมดแล้ว
โชคดีที่ตอนนี้พึ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน เมื่อวานนี้ทางโรงเรียนได้เรียกตัวพวกเรามาสอบเพื่อวัดระดับ ที่โรงเรียนนี้ไม่ได้มีการสอบวัดเพื่อแบ่งห้องแต่สอบเพื่อวัดระดับความรู้ที่มีอยู่และจะปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสม จ้าวลี่ิที่เห็นว่าที่โรงเรียนนี้หลักสูตรดีและไม่เคร่งจนเกินไปเขาจึงเลือกที่จะให้ลูกๆ ฝาแฝดเรียนในที่ที่ดีแบบนี้
สองแฝดเดินมาถึงหน้าห้องเธอเคาะประตูสองสามทีก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของพวกเธอ
“มากันแล้วเหรอ” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นในระยะใกล้ทำเอาจ้าวลี่ซือสะดุ้งจนตัวโยน
“ขอโทษๆ ฉันไม่คิดว่าจะใขนาดนี้” ผอ.หนุ่มกล่าวอย่างรู้สึกผิดเมื่อทำสาวน้อยตัวเล็กใ และเขาก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อหันมาเห็ฯสายตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจจากชายหนุ่มด้านข้าง
“คุณคือผอ.เหรอคะ” จ้าวลี่ซือถามออกไปด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วครับ ผอ.เป็เพื่อนกับพ่อของพวกหนูนั่นแหละ” สิ่งที่เขาเอ่ยออกมาทำเอาฉันใเพื่อนคุณพ่อแต่ละคนนี่ไม่ธรรมดาเลยแฮะ เอ๊ะ!แต่คุณพ่อก็เป็ประธานบริษัทนี่
จ้าวลี่ซือที่กำลังสับสนกับความคิดของตนเองจึงเงียบไป คิ้วสวยขมวดมุ่นดั่งกำลังคิดเื่เครียด จ้าวลี่หยางที่เห็นดังนั้นจึงยื่นมือไปบีบแก้มขาวนุ่มดั่งซาลาเปาของจ้าวลี่ซือเบาๆ จนเธอได้สติ
“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวผอ.ให้ครูพาไปที่ห้องนะ” เขาเอ่ยออกมาอย่างใจเย็นก่อนจะเรียกคุณครูสาวคนหนึ่งให้พาพวกเธอไปที่ห้อง
“นักเรียนตามครูมาเลยนะคะ” ขณะที่ครูสาวพาเธอเดินไปที่ห้องก็ได้อธิบายสถานที่ที่เดินผ่านซึ่งจ้าวลี่ซือที่ชอบฟังเื่ราวก็ยิ้มชอบใจอย่างสดใส
ผิดกับจ้าวลี่หยางที่ในตอนนี้ใบหน้าของเขาเรียบนิ่งราวกับมีรังสีแผ่ออกมา สาเหตุมาจากสายตาที่จ้องมองมาที่จ้าวลี่ซือตอนนี้ ด้วยใบหน้าสวยน่ารัก แก้มป่องๆ ตาโต ตัวเล็กจึงตกเป็เป้าสายตาแล้วยิ่งในตอนนี้ที่สาวน้อยกำลังยิ้มอย่างสดใสเด็กหนุ่มพวกนั้นยิ่งจ้องมอง
“ห้องนี้นะคะนักเรียน” เมื่อมาถึงหน้าห้องครูสาวก็เปิดประตูเข้าไป เสียงเอะอะโวยวายตามประสาเด็กวัยกำลังโตก็เงียบลงเมื่อได้เห็นเด็กใหม่ทั้งสองคน ไม่มีเสียงซุบซิบนินทา ทั่วทั้งห้องเงียบซะจนได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของคุณครูอย่างชัดเจน
“เงียบแบบนี้ตื่นเต้นเหรอ หืม? วันนี้ครูมีเพื่อนมาแนะนำสองคนเชิญเลยค่ะ” เธอผายมือมาที่พวกเราสองคน ฉันจึงสะกิดให้หยางหยางที่เข้าสังคมไม่ค่อยเก่งแนะนำตัวเพื่อฝึกทักษะการเข้าสังคม
“สะ…สวัสดีครับจ้าวลี่หยางครับ”
‘แกกกกก หล่ออ่ะ’
‘ฉันจองนะ’
เมื่อหยางหยางเอ่ยแนะนำตัวออกไปเสียงคนในห้องก็เริ่มดังขึ้้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็เสียงผู้หญิงที่กรี๊ดกร๊าดหยางหยางซะมากกว่า
“สวัสดีค่ะจ้าวลี่ซือค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
‘แกกกกก เขาน่ารักมาก’
‘ยิ้มทีใจกูละลายเลยว่ะ’
‘ผู้หญิงด้วยกันเองยังเขินเลย’
เมื่อฉันเอ่ยแนะนำตัวออกไปเสียงของเพื่อนๆ ก็ดังซะยิ่งกว่าตอนหยางหยางเสียอีกซึ่งมีทั้งเสียงหญิงและชาย
“เงียบๆ ก่อนนะคะ เพื่อนๆ ทั้งสองเป็ฝาแฝดกันย้ายมาเรียนที่นี่ยังไม่มีเพื่อนมาทำความรู้จักกันเข้าไว้นะ”
“ที่ของพวกหนูอยู่ตรงนั้นนะ”ครูเอ่ยก่อนจะเดินออกจากห้องไป พวกเราจึงเดินไปที่นั่งของตนซึ่งเป็ที่นั่งติดหน้าต่างและหยางหยางก็นั่งอยู่ด้านหลังของฉัน
ทันทีที่พวกเรานั่งลงเพื่อนๆ ก็วิ่งเข้ามาที่โต๊ะโดยเพื่อนผู้ชายก็ไปคุยที่โต๊ะหยางหยางส่วนผู้หญิงก็เดินมาที่โต๊ะของฉัน
“สวัสดีลี่ซือ” เด็กสาวทั้งหลายักทายฉัน
“สวัสดี” ฉันจึงเอ่ยตอบออกไปยิ้มๆ
“เธอเป็ฝาแฝดกันเหรอ เจ๋งสุดๆ เลยล่ะ! สวยหล่อทั้งสองเลย”
“เธอใช้อะไรเหรอผิวขาวอมชมพูดูสุขถาพดีมากเลย”
“เที่ยงนี้ไปกินข้าวกันมั้ย”
คำถามที่พวกเธอสาดกันเข้ามารัวๆ ทำเอาฉันตั้งตัวไม่ทัน จนพวกเธอต้องค่อยๆ ถามทีละคน ฉันแอบเงี่ยหูฟังว่าหยางหยางนั้นจะสามารถเข้ากันได้ดีกับเพื่อนไหม
‘โห นายไม่เล่นเกมเลยเหรอโหลดมาๆ เดี๋ยวฉันสอน’
‘เสียดายวันนี้พี่โจวไม่อยู่’
พี่โจว?
“ใครเหรอ”หยางหยางเอ่ยถาม
“โจวเฟยเทียน ลูกชายบริษัทโจวกรุ๊ปไงล่ะ วันนี้เขาไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้มาน่ะ”
“ซือซือไปกันเถอะ” ขณะที่ฉันกำลังแอบฟังเพื่อนสาวคนหนึ่งก็ได้เรียกเธอไปทานข้าวเธอจึงเลิกสนใจ ก่อนเดินออกไปเะอมองไปที่หยางหยางซึ่งเขาก็มองมาพอดีเธอจึงยิ้มให้เขาไปหนึ่งที เฮ้อ!น้องเธอเริ่มโตแล้วสินะ
เดี๋ยวๆสาวน้อยหนูใช่พี่จริงๆมั้ยลูกกกกกกก