หนึ่งวันต่อมา
“จะไม่ไปจริงเหรอ” นิชาหันไปมองนับดาวที่ปฏิเสธการลงไปเต้นด้านล่าง
“ไม่เอาอะ ไปกันเลย” นับดาวส่ายหน้าไปมายืนยัน
“งั้นก็นั่งรอไปก่อนละกัน แล้วก็อย่าดื่มเยอะล่ะ เดี๋ยวผัวแกมาด่าฉันอีก” นิชาลุกขึ้นเดินไปพร้อมกับวิลันดายังโซนด้านล่างที่ยิ่งดึกคนก็ยิ่งมาก
“ไปกันเถอะ” กุมภาลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นสาว ๆ มากมายมากันเต็มร้าน
“มึงไปเลย กูี้เี” จิณณวัตบอกเพื่อนสนิท
“กูเตือนละนะว่าอย่าทำให้กูอายคน” กุมภาหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับผิด
“กูไม่ได้จะทำอะไร มึงรีบไปเถอะ เดี๋ยวสาวที่มึงเล็งไว้ก็โดนคาบไปก่อนหรอก” เขาสะบัดมือไล่กุมภาอย่างรำคาญที่เพื่อนตัวดีช่างจับผิดกันเก่งจริง ๆ
“เออ ๆ” พูดเพียงเท่านั้นกุมภาก็เดินลงไปทันที
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ ของนับดาวดังพอจะทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหันมามอง ตอนนี้เธอกำลังยกแก้วในมือขึ้นดื่มไม่หยุด
“พอได้แล้ว” จิณณวัตเอ่ยห้าม แล้วส่งสายตาให้พนักงานหยุดชงเหล้า
“อย่ามายุ่งน่า” นับดาวตวัดสายตาไม่พอใจใส่
“อกหักหรือไง” จิณณวัตเลิกคิ้วขึ้นถาม
“บอกว่าอย่ายุ่งไง!”
“ทำไม มันไม่มีเวลาให้คนสวยอย่างพี่เหรอ เรียนหมอหนักหรือว่าติดผู้หญิงใหม่กันแน่” จิณณวัตพูดแหย่ด้วยรอยยิ้มโดยไม่ได้สนใจสีหน้าหงุดหงิดของคนตรงหน้า
แต่ประโยคนั้นกลับทิ่มแทงใจคนฟังเข้าอย่างจัง จนนับดาวแทบอยากจะลุกไปจิกหัวเขาโขกกับโต๊ะ
“ปากเสีย คนยิ่งคิดมากอยู่”
“มันหายไปกี่วันแล้วล่ะ”
“ฟังภาษาคนรู้เื่ไหมคะ ว่าอย่ายุ่ง!” นับดาวทำเสียงฟึดฟัดใส่
“พี่เองก็คิดเหมือนกันไม่ใช่เหรอว่าแฟนตัวเองอาจจะมีคนใหม่แล้ว”
“....” นับดาวกับริมฝีปากล่าง คนตรงหน้าราวกับอ่านใจเธอได้
“ต่อให้เรียนหนักขนาดไหน มันก็ต้องมีเวลาให้แฟนตัวเองบ้างไม่มากก็น้อย ไม่ใช่หายไปเลย ผู้ชายด้วยกันก็พอเดาออกว่าเทกันแล้วค่ะ” จิณณวัตพูดตามตรงแบบไม่ถนอมน้ำใจอีกฝ่าย เพราะถ้าเป็คนสำคัญจริง ๆ ยังไงก็หาเวลาให้ได้
“ฉันไปถามเพื่อนเขามาแล้ว คนอื่นก็บอกว่าเรียนหนักจริง ๆ” นับดาวเชิดหน้าตอบกลับ แต่แววตาแสดงความไม่มั่นใจออกมาอย่างชัดเจน
“แน่ใจว่าคนสวยอยากเชื่อว่าเป็เพราะเรียนหนัก”
“เชื่อสิ เรียนหมอก็ต้องเรียนหนักอยู่แล้ว” ความจริงเธอแอบอ่านกระทู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตของนักศึกษาแพทย์ปีหกเพื่อยืนยันความเชื่อของตัวเอง แล้วก็พบว่าทุกคนแทบไม่มีเวลานอนกันทั้งนั้น
“แต่ก็แอบคิดด้วยว่าเขาอาจจะมีผู้หญิงคนใหม่ใช่ไหม” จิณณวัตมองใบหน้าของนับดาวชัด ๆ ความสวยของเธอที่แต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องสำอางที่ดูจะเข้มกว่าเมื่อวานแทบทำให้เขาละสายตาไปไหนไม่ได้ ถึงตอนนี้เธอจะชักสีหน้าไม่พอใจอยู่ก็ตาม
“หายไปตั้งสองสามอาทิตย์ เป็ใครบ้างที่จะไม่คิดล่ะ” นับดาวก้มหน้าตอบ ไม่คิดว่าต้องมานั่งคุยกับรุ่นน้องของนิชาที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานในเื่ที่เธอกังวลด้วยซ้ำ
“ผู้ชายมีอีกเยอะ” จิณณวัตพูดพลางยักไหล่สบาย ๆ
“แต่ฉันคบกับเขามาตั้งหลายปี” และที่สำคัญเธอวาดฝันอนาคตไว้กับเขามากมาย และมอบความรู้สึกดี ๆ ให้ไปจนหมด
“ให้คบเป็ยี่สิบปีแต่คนนั้นนอกใจ พี่ก็ยังจะคบกันอยู่เหรอ” จิณณวัตถามกลับนิ่ง ๆ
“ไม่” ต่อให้รักมากแค่ไหน แต่ถ้านอกใจกันก็ไม่มีทางที่เธอจะยอมคบต่อ
“ก็ฉลาดอยู่นี่ นึกว่าจะโง่” เขาแย้มรอยยิ้มที่มุมปาก
“นี่เจเจ! ฉันเป็รุ่นพี่เธอนะ!” นับดาวเสียงดังใส่เมื่อโดนด่าจากรุ่นน้องตรงหน้า หน้าตากวนไม่พอ คำพูดยังจะทำให้เธอปรี๊ดแตกอีก
“แล้วใครบอกว่าพี่เป็รุ่นน้องผมล่ะ” จิณณวัตเอียงคอถามและส่งยิ้มกว้างให้ ท่าทางของเขาดูเหมือนจะถูกอกถูกใจเมื่อทำให้สาวสวยตรงหน้าโกรธได้
“น่าโดนตบสักทีสองที” นับดาวสะบัดหน้าหนี
“หึ ๆ จะตบด้วยอะไรเหรอคะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามต่อ
“ก็ต้องมือไหม นี่กวนเหรอ” เธอหันไปมองหน้าเขา จิณณวัตเรียกได้ว่าเป็หนุ่มหล่อที่ดึงดูดสายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ได้แม้เพียงยืนเฉย ๆ และยิ่งเมื่อเขาพูดจาคะขาก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ดูเ้าชู้ไม่เบา
“เปล่า ก็นึกว่าจะโดนตบด้วยปากเพราะปกติผมโดนตบบ่อย แต่ยังไม่เคยโดนใครตบแล้วสวยเท่าคนตรงหน้านี้เลย” เขาพูดด้วยรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ที่ยังคงประดับไว้บนใบหน้า
“ไปเ้าชู้ที่อื่น”
“เลิกกับมันเมื่อไหร่ก็บอกนะคะ เพราะเจเจคนนี้รอเสียบอยู่” พูดจบจิณณวัตขยิบตาให้หนึ่งที
“นายนี่มัน” นับดาวส่ายหน้าไปมา สำหรับเธอท่าทางและรอยยิ้มของเขาไม่ได้ชวนให้ใจสั่น แต่กลับดูกวนโมโหมากกว่า
ก่อนที่ทั้งสองคนจะพูดอะไรกันต่อนิชาวิลันดา และกุมภาเดินก็ขึ้นมา้าเสียก่อน ทำให้จิณณวัตและนับดาวหยุดเถียงกัน นับดาวจึงหันไปคุยกับเพื่อนทั้งสอง โดยมีสายตาของจิณณวัตที่มองเธอยิ้ม ๆ