ตอนที่ 3. (ท้าพนันใจ)
เมื่อเห็นว่าอาการของหญิงสาวไม่หนักหนา เ้าถิ่นจึงเชิญเธอออกมานั่งที่ระเบียงนอกห้อง ทำให้รักร้อยมีโอกาสได้สำรวจบ้านพักที่เธอถูกนำตัวมารักษา บ้านพักสร้างจากไม้ทั้งหลังตกแต่งคล้ายวิลล่าในรีสอร์ท รอบๆ ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้อย่างร่มรื่น สวยและน่าอยู่ ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้ มองเห็นบ้านหลังใหญ่สร้างจากไม้สักตกแต่งแบบล้านนา
คุยกันตั้งนานฉันยังไม่ทราบชื่อคุณเลย รักร้อยถือโอกาสถามชื่อเสียงเรียงนามชายหนุ่ม
ที่นี่ใครๆ เรียกผมว่าหนึ่ง เขาไม่ยอมบอกชื่อจริง
งั้นฉันขอเรียกว่าคุณหนึ่งนะคะ คุณก็เรียกฉันว่าคุณร้อย หนูร้อย หรือจะน้องร้อยก็ได้ค่ะ เอาตามสะดวก
รักร้อยนำเสนอชื่อแทนตัวให้เขารับรู้บ้าง แม้อีกฝ่ายจะไม่ถาม แต่เธออยากให้เขาเรียกเธอแบบสนิทสนม เผื่อเขาอยากจะเดินข้ามสะพานเสริมคอนกรีตของเธอ
ครับคุณร้อย
เขาเลือกสรรพนามแทนตัวเธออย่างแรก รักร้อยยิ้มหวานรับคำเรียกขานนั้น ทั้งๆ ที่ใจอยากให้เขาเรียกเธอว่าน้องร้อยมากกว่า น้องร้อยกะพี่หนึ่ง ห่างกันเก้าสิบเก้า แหม... น่าเสียดายเขาน่าจะชื่อสามสิบหนึ่ง จะได้ห่างกันสักหกสิบเก้า
(555... อุตส่าห์คิดได้เนอะ)
บ้านหลังใหญ่นั้น เป็บ้านพักของคุณเอกดนู ชายหนุ่มชวนคุย เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่จ้องหน้าทำตาวาวๆ เหมือนจะกลืนกินเขา
แล้วคุณหนึ่งพักที่ไหนคะ
เขาชะงักกับคำถามนั้น มองคนนั่งตรงข้ามเหวอๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานๆ ตาววิวบวาวส่งมาให้ ก็รีบหันหน้าหนีทันที
ผมพักที่บ้านใหญ่ คุณเอกดนูกับผมเราเป็เพื่อนกัน ผมมาช่วยเขาทำงานเลยพักด้วยกัน ชายหนุ่มร่ายยาวราวกับกลัวรักร้อยจะซักถาม
แล้วเรือนหลังเล็กนี่ล่ะคะ
ปกติ จะใช้เป็บ้านรับรองแขกครับ เขาตอบโดยไม่มองหน้า
แปลว่าปกติก็ไม่มีคนอยู่สิคะ
ครับ เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันขวับไปมองคนถามที่ยิ้มกริ่ม รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง
ถ้างั้น ฉันก็พักที่นี่ได้สิ ฉันก็เป็แขกนะ รักร้อยถือโอกาสโมเม หญิงสาวถือคติด้านได้อายอด มัวแต่หน้าบางออมปาก อดแน่ๆ ยังไงเธอต้องอยู่ที่นี่
ผมคงให้คุณอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกครับ คุณไปหาที่พักที่โรงแรมในเมืองน่าจะดีกว่านะครับ
ชายหนุ่มรูปหล่อเอ่ยปากไล่ด้วยถ้อยคำสุภาพ ถึงจะใช้คำพูดฟังดูดียังไงความหมายมันก็ไม่ต่างจากเดิม ใบหน้าของเขาเริ่มมีรอยหงุดหงิดปรากฏขึ้น ขณะมองหน้าหญิงสาวด้วยสายตารำคาญปิดไม่มิด
ฉันไม่ไป ฉันจะอยู่รอพบคุณเอกดนู
รักร้อยไม่ยอมให้เขาไล่เธอไปง่ายๆ ขืนไปเธอก็โง่เต็มทีแล้ว อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงนี่จะยอมถอยทัพกลับโดยไม่ได้ผลงาน ไม่ใช่นิสัยของเธอ ไอ้เหยินเอกดนูก็ช่างเลือกเวลาไม่อยู่ ราวกับรู้ว่าเธอกำลังจะมา อยากรู้นักว่าเอกดนูจะหลบหน้าเธอจนครบกำหนดเส้นตายหรือเปล่า ให้มันรู้ไปว่าเขาจะทนอยู่ในกระดองได้นานขนาดนั้น
คุณจะอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร หึ คุณผู้หญิง
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน ริมฝีปากแดงหนาของเขาแย้มหยันอย่างจงใจ กวาดสายตามองเธอไปทั่วร่างก่อนจะส่ายหน้า ความอดทนพร้อมกับมารยาทหมดลงไป เมื่อเห็นว่าความสุภาพและมารยาทอันดีงาม ไม่น่าจะใช้ได้กับหญิงสาวคนนี้
นี่คุณคงลำบากมาสินะ ถึงได้ยอมแต่งงานแลกเงินกับผู้ชายที่ตัวเองไม่รู้จัก เขาไม่เอายังหน้าด้านมาเสนอถึงที่ ไม่อายมั่งหรือไง
กิริยาดูิ่กับคำพูดเชือดเฉือนนั้น ไม่น่าออกมาจากปากผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ได้ รักร้อยตะลึงงันไปร่วมสิบวิ หน้าร้อนผ่าวด้วยความโมโห เกิดมาไม่เคยมีใครกล้ามาว่าเธอต่อหน้าแบบนี้ ความหล่อเหลาของชายหนุ่มอันตรธานหายวับไปจากสายตาของเธอเสียแล้ว เมื่ออีกฝ่ายจงใจเปิดศึกก่อน
ผู้ชายอะไรปากจัดยิ่งกว่าตุ๊ด คุณเป็เ้าชีวิตคุณเอกดนูหรือไง ถึงได้รู้ใจเขานัก เธอแหวเข้าใส่อย่างเหลืออด
แล้วคุณคิดว่าคุณเอกดนู จะยอมรับข้อเสนอของคุณรึไง เขาโต้กลับ
คำตอบนี้ ฉันว่าให้คุณเอกดนูเป็คนตอบเองจะดีกว่า คุณเป็แค่เพื่อนของเขาไม่ใช่เหรอ จะมารู้ดีกว่าตัวเขาได้ยังไง รักร้อยเชื่อมั่นในตัวเองเต็มที่ เธอไม่มีทางยอมให้ไอ้เหยินปฏิเสธเธอแน่
คนฟังส่ายหน้า ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปเกาะราวระเบียงหันหลังให้ กิริยานั้นช่างบาดตาเหลือทน รักร้อยลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างๆ จิกแขนเสื้อเขาให้หันมามองเธอ
นี่ ทำท่าแบบนี้หมายความว่ายังไง หรือนายคิดว่าฉันจะทำให้คุณเอกดนูเปลี่ยนใจไม่ได้
เหอะ มาพนันกันไหมล่ะ เงินล้านหนึ่งผมเอาขี้หมากอง คุณเอกดนูไม่มีทางยอมแต่งงานกับคุณแน่ๆ
คำพูดสบประมาทนั้น ทำเอาคนฟังรู้สึกไม่ต่างกับถูกคนเอามือเปื้อนพริกมาลูบหน้า มันแสบร้อนเข้าไปถึงทรวง ผู้ชายคนนี้ถือดียังไงมาปรามาสเธอแบบนี้ คนอย่างรักร้อยฆ่าได้แต่อย่าหยาม!
งั้นก็มาดูกัน ว่าฉันจะได้เงินล้านหรือนายจะได้ขี้หมา กล้ามั้ย กล้าให้ฉันอยู่ที่นี่ ให้ฉันพิสูจน์ไหม
คนที่คิดว่าเหนือกว่ากลับเพลี้ยงพล้ำเพราะคำพูดไม่คิดของตัวเอง ชายหนุ่มอยากตบกระโหลกตัวเองแรงๆ ไม่นึกว่าจะถูกหญิงสาวย้อนศร ถือโอกาสรับคำท้าลบคำสบประมาทของเขา หากเขาไล่เธอไปตัวเขาจะกลายเป็คนไม่แน่จริงทันที
ก็ได้ เผื่อคุณจะได้รู้จักกับคำว่ายางอายมั่ง ผมยอมให้คุณอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่จะมาอยู่ฟรีๆ นั่งกินนอนแผ่ ผมไม่เอานะ
อ๊าย! ใครจะมานอนแผ่ให้นายเอากันยะ ถึงได้บอกว่าไม่เอาน่ะ
รักร้อยกรี๊ดลั่นราวกับถูกิญญานางร้ายละครไทยเข้าสิงในบัดดล เขาพูดมาได้ยังไงนั่งกินนอนแผ่ ผมไม่เอานะ แบบนี้มันสบประมาทกันชัดๆ อยากรู้นักถ้าเธอทำอย่างที่เขาว่าจริงๆ เขาจะทำยังไง จากที่คิดว่าจะสอยนายคนนี้ รักร้อยขอเปลี่ยนเป็เสยปลายคางนายคนนี้แทนจะดีไหม (ผู้เขียนขอไม่ใช้คำว่าสอยหมอคนนี้นะคะ มันจักจี้ปาก)
ผมหมายถึง คุณต้องทำงานแลกที่อยู่แลกอาหารเหมือนคนงานคนหนึ่ง จะเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ ถ้าคิดอยากเป็คุณนายนั่งกระดิกนิ้วเหมือนอยู่กรุงเทพ ก็กลับไปได้เลย คนพูดยิ้มเย้ย วาดหวังว่าคนฟังจะปรี๊ดแตกอีกรอบ ดูจากหน้าตาท่าทางแล้ว คงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ให้มาคลุกดินคลุกโคลนไม่น่าจะทนไหว
นั่นเป็ความคิดตามประสาคนมองโลกในแง่ร้าย นายหนึ่งคงไม่รู้ว่ารักร้อยเติบโตมาแบบสมบุกสมบันเพียงใด แค่ฟังเขาพูดเธอก็รู้ว่าชายหนุ่มคิดเล่นงานเธอแบบไหน หนอย... รู้จักรักร้อยลูกพ่อพันน้อยไปเสียแล้ว ไอ้มุกกระบือแบบแกล้งใช้ให้ทำงานหนักๆ แล้วนางเอกแสนสวยจะทนลำบากไม่ไหวเผ่นหนีไปน่ะ มันโบราณแท้ๆ ภายใต้หน้าตาและรูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมนี้ รักร้อยมีทุกสิ่งครบเครื่อง ไม่ว่าจะงานบ้านงานเรือน เย็บปักถักร้อย รวมไปถึงงานกลางแจ้งแบบที่ผู้ชายทำได้เธอก็สามารถเช่นกัน ไม่ใช่มีดีที่ความสวยอย่างเดียวนะคะ ขอบอก
ตกลงฉันจะช่วยนายทำงาน ตามความสามารถของฉัน หวังว่านายคงไม่ใช้ฉันไปดายหญ้า รดน้ำผัก ผ่าฟืน หรืออุ้มช้างไปอาบน้ำหรอกนะ รักร้อยพูดกันตัวเองจากงานหนักเหล่านี้ไว้ก่อน เผื่อเขาจะหาทางเล่นงานเธอได้น้อยวิธี
ผมไม่ใช้คุณทำอะไรแบบนั้นแน่ แต่จะใช้ให้ทำงานอะไรนั้น พรุ่งนี้คุณจะได้รู้เอง หวังว่าคงไม่เปลี่ยนใจหนีไปก่อนนะ
พูดจบ เขาก็เดินหนีไป ไม่เปิดโอกาสอีกฝ่ายให้โต้กลับ เหมือนรู้ว่า ยิ่งพูดมาก ยิ่งเื่ยาว เมื่อเจอคนช่างเถียงทางที่ดีเลี่ยงหนีไปให้ไกลจะดีกว่า
พรุ่งนี้จะได้รู้กันว่าระหว่างหนึ่งกับร้อย ใครกันจะสามารถมากกว่า...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา