เหล่าจางเดินออกมาจากห้องครัวด้วยผ้ากันเปื้อนพันไปว้รอบเอว
“โอ้ สหายเสี่ยวหูมาแล้วสินะ นั่งลงก่อนเหลืออาหารอีกสองจานให้พี่สะใภ้เธอไปจัดการเอง ส่วนเธอก็นั่งลงกินก่อนได้เลย”
“เหล่าจางไม่ต้องสุภาพหรอกค่ะ เรียกฉันว่าชื่อเหวินก็ได้!”
หูชื่อเหวินเดินอย่างรวดเร็วเตรียมจะเข้ามาช่วยถือจานในมือของเขา
แต่เธอถูกสะใภ้จางจับไว้เสียก่อน
“เสี่ยวหูไม่ต้องยุ่ง นั่งเป็นเพื่อนหัวหน้าหยินดีกว่า พวกเธอยังหนุ่มยังสาวคงมีเรื่องราวคุยกันเยอะแยะ”
หลังจากพูดจบเธอก็วางจานลงบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบผ้ากันเปื้อนจากเหล่าจางใส่เดินเข้าครัวไป
“ชื่อเหวินจำใจนั่งลงข้างหยินเหวินกั๋ว เธอรู้สึกเหมือนตอนนี้กำลังนั่งบนหญ้าแหลมทิ่มแทงก้นตัวเองอยู่
โต๊ะอาหารเป็นสี่เหลี่ยมทำให้สามารถนั่งได้หนึ่งคนหนึ่งด้านพอดี หูชื่อเหวินจึงรีบย้ายเก้าอี้ไปนั่งอีกด้านหนึ่งเงียบๆ
หยินเหวินกั๋วมองเธอไม่เอ่ยปากพูดอะไร
เหล่าจางรีบทอดอาหารสองจานอย่างรวดเร็วมาวางไว้บนโต๊ะ
อาหารจานนั้นกลิ่นหอมมาก หลังจากอยู่ในร่างนี้เธอได้แต่กินผักดองและมันฝรั่งตุ๋นในโรงอาหาร โชคดีที่ยังพอมีไส้กรอก ไข่เป็ดเค็ม ฯลฯ ที่ส่งมาจากที่บ้าน ไม่เช่นนั้นแล้วเดือนหนึ่งคงไม่ได้เห็นเนื้อสัตว์เลย
อาหารบนโต๊ะจึงดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ไก่ตุ๋นเห็ดวุ้นเส้น เนื้อขาวต้มกะหล่ำปลี ปลาตุ๋น และถั่วตุ๋น
ครอบครัวจางเหมือนจะใช้เงินเยอะมากสำหรับมื้อนี้ ยุคนี้อาหารดีๆ จะได้กินแค่ช่วงตรุษจีนและอาจจะไม่อุดมสมบูรณ์มากนัก
แน่นอนยกเว้นหูลี่อิง
หูชื่อเหวินเคยเห็นอาหารแบบนี้ในชาติก่อนมาแล้ว แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป การที่มีคนต้อนรับด้วยปลาและเนื้อสัตว์เช่นนี้บ่งบอกว่าคนผู้นั้นให้ความสำคัญกับแขกถือว่าใส่ใจมาก
ถ้าแค่หูชื่อเหวินคนเดียวคงไม่ได้รับต้อนรับถึงขนาดนี้ แต่เป็นเพราะเหล่าจางและหยินเหวินกั๋วมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้เธอได้อานิสงส์จากผู้ชายจอมหยิ่งไปด้วย เรียกได้ว่าเธอโชคดีจริงๆ
เหล่าจางหยิบสุราองุ่นขาวขึ้นมาหนึ่งขวดเทใส่แก้วส่งให้หูชื่อเหวิน
“มาเถอะเสี่ยวหู! ดื่มกันสนุกๆ เธอลองดื่มสักหน่อยดูสิ”
หลังจากพูดเขาก็ส่งแก้วสุราให้หูชื่อเหวินทันที หญิงสาวกำลังรับแต่ถูกมือใหญ่คว้าตัดหน้าไปเสียก่อน
“แผลที่หลังของเธอยังไม่หายดียังดื่มไม่ได้ ”
หยินเหวินกั๋ววางแก้วลงถัดจากชามข้าวของตัวเอง
หูชื่อเหวินรู้สึกอายแต่ก็ยอมชักมือกลับ ชีวิตก่อนเธอสืบทอดรสนิยมรักการดื่มมาจากพ่อสำหรับเธอแล้ว การดื่มสุราแค่อึกสองอึกไม่นับว่าเป็นอะไรได้
แต่ในเมื่อถูกตัดหน้าด้วยเหตุผลอันสมควรที่ปฏิเสธไม่ลง เธอจึงต้องนั่งเขินอายอยู่เงียบๆ
สามีภรรยาแซ่จางมองหน้ากัน ทั้งสองเหลือบมองหยินเหวินกั๋วกับหูชื่อเหวินอย่างคลุมเครือ ในใจพวกเขารู้สึกถึงบางอย่าง
หยินเหวินกั๋วไม่มีสีหน้าผิดปกติแม้แต่น้อย เขาจำได้ว่าหูลี่อิงในชีวิตก่อนดื่มไม่เก่ง ในวันแต่งงานเธอดื่มไปแค่ครึ่งแก้วก็เริ่มอาละวาด ขว้างปาและไล่ทุบตีคน เขาไม่แน่ใจว่าหูชื่อเหวินสามารถรับปริมาณแอลกอฮอล์ได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้อาการบาดเจ็บของเธอพึ่งผ่านมาไม่กี่วัน แผลยังไม่หายดีด้วยซ้ำ
“โอ้.. งั้นไม่เป็นไรครั้งต่อไปค่อยดื่มด้วยกันก็ได้! เอาล่ะๆ วันนี้เธอกินให้เยอะหน่อยแล้วกัน” พี่สะใภ้จางทำลายบรรยากาศอึดอัด
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า สงสัยจะมีความสุขมากไป จนลืมว่าหัวหน้าหยินเคยบอกไว้เมื่อสองสามวันก่อนว่าเธอได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้อาการเป็นอย่างไงบ้างละ?”
เหล่าจางเติมเหล้าเพิ่มอีกแก้วอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็วางขวดลงนั่งบนเก้าอี้
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ อันที่จริงก็แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้นเอง” หูชื่อเหวินตอบด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้สะเก็ดแผลเกือบจะหลุดออกหมดแล้ว ไม่เจ็บแต่คันนิดหน่อย อาจเพราะเนื้อเยื่อกำลังสร้างใหม่ ชาติก่อนหูชื่อเหวินร่างกายแข็งแรงมากจึงไม่ใส่ใจบาดแผลแบบนี้มาก่อน
หยินเหวินกั๋วฟังอย่างเงียบๆ ที่พูดว่าแผลดีขึ้นแล้วเป็นเพราะอยากดื่มหรือเปล่า?
เห็นเธอเป็นแบบนี้แล้ว เขาคิดว่าไม่น่าช่วยหยุดเธอดื่มเหล้าองุ่นในตอนแรกเลย เพราะแต่เดิมเหล่าจางและพี่สะใภ้จางก็เข้าใจผิดมากอยู่แล้ว
เขาลังเลว่าจะคืนแก้วให้หูชื่อเหวินดีไหม เพราะในอดีตหูลี่อิงก่อเรื่องไว้มากมายเพราะการดื่มเหล้า เขาไม่อยากให้มื้ออาหารที่ดีกลายเป็นสนามรบ
“ดีแล้วๆ! หัวหน้าหยินเป็นห่วงเธอมาก! ฉันกำลังคิดเรื่องนี้อยู่เลย วันสองวันก่อนภรรยาของฉันอยากเชิญเธอมาทานข้าวด้วยกัน แต่หัวหน้าหยินบอกว่าเธอพึ่งได้รับบาดเจ็บมายังไปไหนไม่ค่อยได้ คราวนี้พวกเราคุยกันใหม่ให้ภรรยาไปเชิญเธอ ส่วนฉันก็ไปเชิญหัวหน้าเหวินมาที่นี้ มานั่งทานอาหารดีๆ คุยกันสักหน่อย อ๋อ! นี่เลยๆ ใช้ตะเกียบแล้วกินได้เลย! ยินดีต้อนรับ! ทำเหมือนว่าที่นี้เป็นบ้านตัวเองได้เลย”
นายน่ะสิมีปัญหาในการขยับตัว? ป้าคนนี้ร่างกายยังดีอยู่ เดินเหินไม่สะดวกตั้งแต่เมื่อไหร่ ?บาดเจ็บแค่นิดเดียวทำเป็นเรื่องราวใหญ่โต ฉันยังไม่เคยขาดงานเลยสักวันด้วยซ้ำ!
หูชื่อเหวินได้แต่คิดในใจเท่านั้น
“ขอบคุณหัวหน้าหยินมากนะคะ ครั้งที่แล้วฉันเองก็ยังไม่ได้ขอบคุณเขาดีๆ เลยสักครั้ง” หูชื่อเหวินหยิบเหยือกน้ำจากโต๊ะข้างๆ แล้วรินน้ำหนึ่งแก้ว ยืนขึ้นประคองแก้วด้วยมือทั้งสองข้างต่อหน้าหยินเหวินกั๋ว
หยินเหวินกั๋วมองเธอแล้วพูดว่า
“ไม่เป็นไร” เขายืนขึ้นแล้วหยิบถ้วยของเธอแล้วยกดื่ม
หูชื่อเหวินเองก็ดื่มเช่นกัน เป็นน้ำหนึ่งแก้ว
แม้ว่าสิ่งที่ดื่มจะไม่ใช่เหล้าองุ่น แต่เขาก็ไม่อยากเสียการควบคุม!
“โอ้นี่มันพรหมลิขิต! เห็นไหมละ วีรบุรุษกอบกู้สาวงามไม่ใช่สิ่งที่เจอได้ง่าย เสี่ยวหูสวยมากจนแม้แต่ผู้ชายอย่างเขาก็ยังอยากช่วยเหลือสาวงามเช่นนี้ เขากำลังไล่ตามเธออยู่ล่ะสิ คงอีกไม่ไกลแล้วสินะ เอาเลยๆ เสี่ยวหูลองปลาตุ๋นตัวนี้ดูสิ เหล่าจางของเธอไปตกปลามาเองเลย มันสดมาก!” หลังจากพี่สะใภ้จางพูดเสร็จเขาก็คีบเนื้อปลาส่วนท้องมาวางในชามของหูชื่อเหวิน
เป็นที่รู้กันดีว่าเนื้อบริเวณท้องปลาเป็นสิ่งที่ดีและอร่อยที่สุด
“พี่สะใภ้จาง ฉันคีบเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับฉันแบบนี้ก็ได้” เมื่อมองเนื้อปลาชิ้นใหญ่ตัวนี้หูชื่อเหวินก็รู้สึกเขินนิดหน่อย ดูเหมือนมีปลาครึ่งตัวอยู่ในชามของเธอเลยตอนนี้
“มันเป็นเรื่องของพรหมลิขิตนี่นะ เหล่าจางและฉันเองก็ถูกลิขิตเอาไว้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันเผลอกลิ้งตกบันได เจ็บมากเลย แต่เหล่าจางบังเอิญผ่านมาช่วยส่งฉันไปที่โรงพยาบาล จากนั้นเขาก็มาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ฉันคิดว่าหลังจากฉันหายดีแล้วเรื่องระหว่างเราทั้งคู่ก็น่าจะลงเอยกันได้…”
“โอ้ ดูสิยายแก่จะมาพูดถึงตอนนั้นทำไมกัน” เหล่าจางรู้สึกว่าประวัติความรักของทั้งสองคนในอดีตเป็นเรื่องน่าอาย