ฟางจื้อซ่านลอบมองนางพลางฟังคำเจื้อยแจ้วจนเพลิน สาวน้อยผู้นี้... ปากนิดจมูกหน่อยพูดจาฉะฉานน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนักเด็กสาวอายุเพียงสิบห้าปีกลับกล้าหาญถึงขั้นยิงธนูใส่โจรอย่างไม่ลังเลทั้งยังกล้าทวงบุญคุณกับเขาอย่างตรงไปตรงมาหาได้ยากนัก เขาเผลอยกยิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูชื่นชมในความสดใสและความกล้าหาญของนาง ที่เติบโตมากับท่านย่าเพียงสองคนในที่ทุรกันดารเช่นนี้ั้แ่อายุแปดขวบ... ก็นับว่าเก่งกาจเกินตัวแล้ว
“ข้ารู้แล้ว...ข้ารู้แล้ว เ้าเก่งมากจริงๆ”เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “แล้วเ้าอยากให้ข้าตอบแทนบุญคุณอย่างไรดีล่ะ”
หลิงเยว่ยิ้มกว้างจนดวงตาหยีเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว“ให้ข้าคิดดูก่อนเถิด...เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ข้าจะบอกท่านเอง!”
นางม้วนปอยผมเล่นพลางเอียงอายใบหน้าขึ้นสีระเรื่อดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก ทว่าเพียงพริบตาเดียวแววตาของนางกลับแปรเปลี่ยนเป็เบิกกว้างด้วยความสงสัย “แต่ข้ายังมีอีกเื่ที่ติดใจนัก...” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ข้ามิเห็นท่านโศกเศร้าเลยทั้งที่ท่านพ่อของท่านเสียชีวิตลงต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น” นางเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะทอดเสียงเศร้าลงเมื่อนึกถึงอดีตของตน “เป็ข้านะ... ตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่จากไปข้าร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ตั้งหลายวันเชียว” แต่เพียงครู่เดียว ความหม่นหมองในแววตาก็เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเชิดรั้นและฮึกเหิมตามนิสัย “แต่ข้าก็ต้องกลับมาเข้มแข็งให้ไวที่สุด เพราะกลัวท่านย่าจะเป็ห่วง!”
ฟางจื้อซ่านฟางนางพูดเพลินๆมาหยุดที่คำว่า ‘ท่านพ่อเสียชีวิต...’ เขาพึมพำกับตนเองเบาๆทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ก่อนที่เขาจะสลบไสลก็วาบกลับเข้ามาในหัวชายวัยกลางคนที่เรียกเขาว่า ‘อาซ่าน’ มือที่สั่นเทาขณะยื่นมาคว้ามือเขาไว้...เสียงที่ขาดหายและคำฝากฝังสุดท้ายที่ยังก้องอยู่ในหู
“จริงสิ!” เขาหันไปหาหลิงเยว่ด้วยท่าทีลนลาน “หลิงเยว่... แล้วเด็กหนุ่มที่ตามหาข้าล่ะตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”
ยังไม่ทันที่นางจะขยับปากตอบเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งพูดถึงก้าวพรวดเข้ามาอย่างเร่งรีบใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“คุณชาย!คุณชาย... ท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ” เขาโผเข้ามาใกล้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ข้าน้อยกลัวแทบแย่...กลัวว่าท่านจะทิ้งข้าไปอีกคนเสียแล้ว...”
ฟางจื้อซ่านมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาเขาจึงตัดสินใจถามออกไปเสียงเรียบ
“เ้า...ชื่ออะไร”
ทันทีที่สิ้นคำถามทั้งหลิงเยว่และเด็กหนุ่มต่างชะงักค้าง พวกเขาหันมาสบตากันก่อนจะประสานเสียงอุทานออกมาอย่างใ
“ท่าน... ความจำเสื่อม!”
คุณชายใหญ่ฟางจื้อซ่านอายุย่างสิบเจ็ดหนาวเริ่มออกเดินทางทำการค้ากับนายท่านฟางจื้อเหลียง ั้แ่อายุสิบสามหนาวตระกูลฟางเป็ตระกูลคหบดีผู้มั่งคั่งของเมืองหลวงชื่อ ‘จี้เฉิง’ทำการค้ามาหลายชั่วอายุคน นายท่านฟางแต่งนายหญิงจางลู่เสียนเป็ภรรยาเอกนายหญิงฟางเป็สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองจิ้เฉิง มาจากตระกูลขุนนางคุณชายใหญ่ฟางมีน้องสาวร่วมมารดาสองคน มีน้องสาวน้องชายต่างมารดาอีกสองคนคุณชายใหญ่ฟางมีรูปร่างตาหล่อเหล่า ฉลาดหลักแหลมเป็ที่นิยมชมชอบของหมู่สาวๆในจี้เฉิง ทั้งหมดเป็ข้อมูลคร่าวๆ ที่ซ่งอี้หยวนเล่าให้เขาฟัง
หลังจากได้ฟังเื่ราวของคุณชายใหญ่ฟางฟางจื้อซ่านนักแสดงตัวประกอบก็ไม่ลังเล ตกลงรับบทเป็ ‘คุณชายใหญ่ฟาง’ ในทันทีอย่างเต็มอกเต็มใจ ไหนๆ คุณชายก็มีชื่อเดียวกับเขานี่อาจเป็วาสนาของเขากับคุณชายก็เป็ได้ เขารีบเรียกหากระจกมาส่องดูความหล่อเหลาที่ซ่งอี้หยวนพรรณนา
‘แม่เ้าโว้ย! จะหล่ออะไรขนาดนี้!’
คุณชายใหญ่ฟางจื้อซ่านหนุ่มน้อยเยาว์วัยหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร คิ้วกระบี่ จมูกโด่งเป็สันปากโค้งเว้าหยักกึ่งกลางคล้ายปีกนกชวนมอง โครงหน้าเรียวได้รูป กรอบหน้าสันกรามชัดหน้าผากกว้างรับคางเรียว โดยเฉพาะดวงตาดอกท้อที่ดูมีเสน่ห์
‘นี่มันพิมพ์นิยม…พระเอกชัดๆ!’
ฟางจื้อซ่านคนเดิมอายุปาเข้าไปยี่สิบเจ็ดหน้าตาก็งั้นๆ ถึงได้รับบทเป็แค่ตัวประกอบ ปีหน้าคงรับบทพ่อ บทลุง บทปู่หรือไม่ก็บทเ้าสำนักแก่ๆ แล้วกระมัง จะเอาอะไรมาเปรียบเทียบกับคุณชายใหญ่ฟางที่หล่อเหล่า ฉลาด ร่ำรวย ครบสูตร แถมเป็ทายาทตระกูลคหบดี
ระหว่างที่ฟางจื้อซ่านกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับกระจกซ่งอี้หยวนและเจียงหลิงเยว่จ้องมองเขาไม่วางตาสายตาทั้งคู่เต็มไปด้วยความสงสัยปนขำขัน
“คุณชาย…ท่านอย่าบอกนะ…ว่าท่านก็จำหน้าตัวเองไม่ได้”เจียงหลิงเยว่ถามอย่างสงสัย คนความจำเสื่อมจะจำหน้าตนเองไม่ได้ด้วยหรือ
ฟางจื้อซ่านกระแอมเบาๆเอามือลูบท้ายทอยอย่างเขินอาย
“ก็…ก็จำได้บ้าง” เขาตอบเสียงเบา
ซ่งอี้หยวนยิ้มเจื่อนก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ “หากคุณชายรู้สึกดีขึ้นแล้วท่านพ่อเรียนเชิญคุณชายไปเคารพศพนายท่าน และปรึกษาเื่ขบวนสินค้าขอรับ”
ฟางจื้อซ่านพูดทวนคำของซ่งอี้หยวนแบบงงๆ“ท่านพ่อ…”
“ข้าน้อยลืมไปคุณชายความจำเสื่อม…ท่านพ่อของข้าน้อยชื่อซ่งสุยโจว เป็คนสนิทของนายท่านฟางทำงานอยู่กับท่านมาั้แ่ยังเด็กแม้แต่ท่านปู่ของข้าน้อยก็เคยทำงานกับนายท่านผู้เฒ่า ั้แ่ยังเล็กเช่นกันขอรับ”
ซ่งอี้หยวนตอบฟางจื้อซ่านอย่างเกรงใจ“อืม…จากนี้ไป อี้หยวนเ้าต้องอยู่ใกล้ชิดข้าตลอดนะ คอยแนะนำเื่ต่างๆ ที่ข้ายังจำไม่ได้เ้ารู้เื่ของข้าทั้งหมดใช่หรือไม่”
ฟางจื้อซ่านพูดเสียงเรียบดูมีพิรุธเพียงเล็กน้อยการเป็นักแสดงอาชีพ สามารถช่วยเขาได้มากในเวลาคับขันเช่นนี้…
“ขอรับไม่ต้องห่วงขอรับ ข้าน้อยติดตามคุณชายั้แ่เกิด รู้เื่คุณชายทุกเื่คุณชายไม่เคยปิดบังข้าน้อยเลยขอรับ”ซ่งอี้หยวนยืดตัวขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาดูภูมิใจและจริงใจอย่างที่สุด
ฟางจื้อซ่านนิ่งไปเขามองรอยยิ้มของซ่งอี้หยวนรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักความเคารพและความภักดีที่มีต่อคุณชายใหญ่ฟางความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นในอก....
‘คุณชายใหญ่ฟางช่างอายุสั้นนัก….’