บทที่ 10
ในอีกด้านหนึ่ง ณ ท่าเรือแห่งหนึ่ง คอนเทนเนอร์หลากสีหลายสิบตู้ที่กำลังจะถูกลำเลียงต่อไป มันเป็นของอดีตเสธ.ใหญ่ และเขาก็ใหญ่จริงๆสมชื่อ เสธ.ใหญ่เคยเป็นทหารยศพลตรีในกองทัพบก แต่ในปัจจุบันเขานั้นเกษียณออกจากงานราชการมาเป็นผู้มีอิทธิพลคุมงานทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังของประเทศไทย แม้ว่าเขาจะเป็นบุคคลตามหมายจับของตำรวจสากล แต่ในประเทศไทยที่เป็นถิ่นของเขาแล้วไม่มีใครกล้าที่จะทำอะไร “ไอ้ทิด .. งานเรียบร้อยดีไหม..” ใหญ่ถามออกมากับลูกน้องคนสนิท และไอ้ทิดคนนี้ชื่อจริงๆคือ อาทิตย์ มันเองก็เคยเป็นถึงทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพบก นับว่ามันอาจจะเป็นคนมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ด้วยเกียรติของแชมป์มวยไทยหลายสมัยซ้อน และเหรียญอื่นๆอีกมากมาย“เรียบร้อยดีครับนาย... ไม่มีวี่แววของตำรวจสากลตามสายข่าวเลยครับนาย” อาทิตย์กล่าวตอบกลับนายของตัวเอง ถึงที่ผ่านมาเขาจะต้องทำงานสกปรกมาโดยตลอด แต่นายใหญ่คนนี้เขาช่วยเหลือทั้งเขา และครอบครัวของเขามานับครั้งไม่ถ้วน ที่ทำงานให้ก็เพราะเขาต้องการจะตอบแทนสิ่งที่นายได้มอบโอกาสให้ และอีกอย่างมันก็ได้เงินดีอีกด้วย“อย่าประมาทล่ะ... ข้าจะไปรอที่จุดนัดพบ.. ฝากจัดการที่เหลือด้วย” เสธ.ใหญ่ก็ขึ้นรถแล้วก็จากไปในทันที ในการทำธุรกิจอย่างนี้ มันอาจจะมีบ้างบางครั้งที่เกิดความผิดพลาด แต่เขาจะพลาดไปกับพวกลูกน้องไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีคนที่คอยวิ่งเต้นให้พวกเขาได้เลย อย่างน้อยๆถ้าเขารอด เขาก็สามารถช่วยเหลือลูกน้องของเขาด้วยอำนาจทั้งหมดที่มี“ไว้ใจได้เลยครับนาย..” อาทิตย์ก้มหัวให้กับนาย ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะในการเคลื่อนย้ายสินค้าครั้งนี้มันมีความสำคัญมาก และมันเกี่ยวโยงถึงอีกหลายๆเหตุการณ์ทั้งในและต่างประเทศ ไม่พอพวกเขายังได้รับรายงานจากสายข่าวของพวกเขาที่ทำงานกับตำรวจสากลว่าในวันนี้จะมีการจู่โจมจากกองกำลังพิเศษที่ไม่ทราบข้อมูลนั้นอีกด้วย ในขณะที่ยามรักษาการณ์ของท่าเรือแห่งนี้วางกำลังกันเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า แต่มันก็ไม่ได้มีใครรู้เลยว่าเงามรณะทั้งห้ากำลังแอบเข้ามายังฐานที่มั่นของพวกเขาทีละก้าวแล้ว อาร์ทส่งสัญญาณมือให้เริ่มปฏิบัติการได้ พวกเขาทุกคนสวมชุดหน่วยซีลสีดำสนิท ราวกับนินจาในอดีต ยามที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆยังไม่ทันได้รับรู้ถึงการมาถึงของกลุ่ม‘Night Stalker’ อุ๊บ!! ฉึบ!! เสียงเบาๆที่ดังขึ้นมันบ่งบอกถึงการตายของหน่วยรักษาการณ์ ถึงแม้ว่าอีกคนจะเห็นเหตุการณ์นี้แต่ก็ไม่ทันถูกปิดชีวิตไปเสียก่อนจากฝีมือของอีกคน และมันก็เป็นอย่างนี้เรื่อยมา หน่วยของอาร์ทเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ จนคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด 1ในสี่แล้ว ผู้ควบคุมภารกิจใหญ่ที่อยู่ ‘เพรนตากอน(ศูนย์ควบคุมภารกิจทางการทหารของสหประชาชาติ)’ ได้มองพวกเขาผ่านกล้องที่ติดอยู่ตัวของพวกเขาทั้งห้า และเมื่อเห็นว่ามันเป็นไปตามแผนที่ได้วางเอาไว้ เขาก็หยิบไมค์ก่อนที่จะสั่งการต่อในทันที “ไนท์เปิดทางให้ทางทิศตะวันตกแล้ว หน่วยอื่นๆเตรียมพร้อมที่จุดนัดหมาย ...” จากนั้นหน่วยแอลฟาวันก็ได้เคลื่อนกำลังพลมาสนับสนุนหน่วยไนท์ที่ทิศตะวันตก ทางด้านของแอลฟาทูเองก็เคลื่อนพลประชิดริมฝั่งทะเลของท่าเรือแห่งนี้ แน่นอนว่าพวกเขามาจากทางน้ำ ส่วนทิศตะวันออกเป็นภูเขาเล็กๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยบีตาวัน พลซุ่มยิงระยะไกลสนับสนุน หรือก็คือพลแม่นปืน และทางเหนือเป็นทางออกจากทางเรือนี้สู่ถนนใหญ่ มีสามหน่วยที่คอยดักทางเอาไว้หมดแล้ว ได้แก่ แอลฟาทรี บีตาทู และบีตาทรี พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้คอนเทนเนอร์ของอดีตเสนาธิการคนนี้ผ่านไปได้ ถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองของประเทศเพื่อนบ้านได้เลยทีเดียว และมันจะทำให้ประเทศอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมหาผลประโยชน์จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก.. เมื่อพื้นที่ค่อยๆถูกเคลียร์ไปเรื่อยๆ แน่นอนว่ามันก็เป็นอะไรที่ผิดสังเกตสำหรับอาทิตย์ บรรยากาศและสัมผัสที่หกของเขานั้นค่อยข้างแม่นยำเสมอ‘พวกมันมากันแล้วซินะ’ อาทิตย์กล่าวในใจ ก่อนจะเอ่ยถามความคืบหน้าในทันที.. “พวกแกถึงไหนกันแล้ว..” ลูกน้องคนหนึ่งที่ได้ยินอย่างนั้นก็มองไปที่หน้าจอแสดงผล เหมือนกับว่ามันมีอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นตัวบ่งชี้ และมันก็ได้กล่าวตอบรายงานในทันที“อีกไม่เกิน 5 นาทีครับพี่ทิตย์ ...” เมื่อได้ยินอย่างนั้นเขาก็ได้ยิ้มออกมา เพราะแน่นอนว่ามันเป็นกับดับของเขาเองที่วางเอาไว้ให้กับพวกตำรวจสากล ก่อนจะหันไปหาใครบางคนที่อยู่ในมุมมืด และเอ่ยขึ้นมาทัก“ไม่ดีใจหน่อยหรือไงกัน.. ที่จะได้เจอกับลูกน้องเก่าๆของนายนะ.. เดวิด .. ทำงานให้คุ้มค่ากับเงินด้วย” อาทิตย์หันไปพูดอย่างนั้น เดวิดที่ได้ยินก็ยิ้มออกมา ก่อนจะกล่าวออกไปอย่างสบายๆพร้อมยกไหล่ทั้งสองข้าง“งานนี้ข้าอาจจะต้องขอเพิ่มค่าตัวสักหน่อย เพราะศัตรูนั้นมีระดับเดียวกับข้าเลยทีเดียว ข้าได้แค่ถ่วงเวลาเพียงเท่านั้น เพราะถ้าหากข้าเดาไม่ผิดจากสัมผัสนี้ ศัตรูของเราคือหน่วย ‘Night Stalker’ อย่างแน่นอน...แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่ใช่องค์กรสั่งการมาอีกที ข้าคงจะทิ้งภารกิจนี้ไปแล้ว เข้าใจไว้ด้วย”เดวิดกล่าวออกมา แม้ในใจลึกๆเรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะ แต่ถ้าให้ถ่วงเวลานั้น มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆเท่าไรนัก แต่เขาก็จะต้องไม่ประมาทเลยสักวินาทีเดียวในการต่อสู้ครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะหมายถึงชีวิตของเขาเองก็เป็นไปได้ และอีกอย่างเขาเองก็รู้จักหน่วยนั้นมาเป็นอย่างดีอีกด้วย“ข้าก็ไม่ได้เป็นตัวถ่วงให้แกหรอกน่า เดวิด.. แค่แกคอยถ่วงเวลาให้สัก 5 นาทีเท่านั้นเอง” อาทิตย์กล่าวออกมาอย่างนี้เดวิดถึงกับยิ้มออกมาเลยทีเดียว ตอนแรกกะไว้ว่าน่าจะถ่วงได้แค่ 10 นาทีเท่านั้น ในเมื่ออีกฝ่ายร้องขอแค่ห้านาที เขาก็หวานหมูเลยทีเดียว“ได้ ไม่มีปัญหา...” จากนั้นเดวิดก็หายไปในความมืดมิด ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ผู้ควบคุมภารกิจก็ได้สั่งเข้าจู่โจมในทันที หน่วยต่างๆต่างก็ตีล้อมเป็นวงกลมแคบเข้ามาเรื่อยๆ เสียงกระสุนเม็ดแรกดังขึ้น และมันก็ตามมาด้วยอีกหลายเสียง มีทั้งระเบิด และเสียงกระสุน ตู้มมมม!! ต๊าม!! ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!! เสียงที่ไม่รู้ว่าดังมาจากทิศทางไหนกันแน่ และฝ่ายไหนเป็นคนยิง มันชุลมุนไปหมด อาร์ทที่ถือปืนสั้นคู่ยืนนิ่งสงบหลับตาเพื่อฟังเสียงของศัตรูที่อยู่ด้านหน้า ในจังหวะที่ยามพวกนั้นกำลังเปลี่ยนแม็กกาซีนปืน อาร์ทเดินออกจากที่หลบ และยิงเข้าใส่ในทันที แต่ละนัดที่ยิงออกไปล้วนแล้วแต่ไม่พลาดเป้าเลยสักนิด ถึงจะมีศัตรูจากทิศอื่นเล็งมาที่อาร์ท แต่พวกนั้นก็ได้เพียงแค่เล็งเพียงเท่านั้น สไนเปอร์สาวอย่างเอมี่ก็สอยร่วงลงไปทีละคนสองคนด้วยเช่นกัน พวกเขาทำงานเข้าขากันราวกับว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นคู่หูอย่างแท้จริง บัสโก้ และมิเกลต่างก็ถือปืนไรเฟิลจู่โจมเข้าทะลวงข้าศึกอยู่ไม่ไกล และพวกเขาก็เหมือนกับแฝดที่รู้ใจ วางใจกันเป็นอย่างมาก สลับกันยิงซ้ายขวาด้วยความชำนาญ “..พันตรี.. ดูเหมือนว่าเราจะพบกับเพื่อนเก่าครับ..” ปาร์คที่ยืนอยู่นอกสนามต่อสู้เขามีหน้าที่สำคัญที่สุดในหน่วยเลยก็ว่าได้ คำพูดของปาร์คสามารถชี้เป็นชี้ตายเพื่อนในหน่วยได้เลย แต่เขาคนนี้ก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ใครคิด เขาเป็นหน่วยสนับสนุนของทีมที่ดี สามารถบอกตำแหน่งของศัตรูผ่านกล้องที่จับมาจากดาวเทียม ตรวจจับความร้อน และสัญญาณที่เขาได้รับ มันทำให้เขาถึงกับต้องปวดหัว เพราะงานนี้จะยากขึ้นเป็นเท่าตัว“ใคร!!...” อาร์ทกล่าวถามไปสั้นๆ ในระหว่างที่นิ้วชี้ทั้งสองข้างกำลังกดลงบนไกปืนอย่างรัวๆ แต่ยังไม่ทันที่ปาร์คจะได้ตอบกลับใดๆ อาร์ทก็ต้องรีบหลบห่ากระสุนที่พุ่งเข้ามา เขาเกือบที่จะหลบมันไม่ได้ อีกฝ่ายก็เดินออกมายังเงามืด และพูดขึ้นกับอาร์ท“ยังตัวพลิ้วเหมือนเดิมเลยนะเจ้าอาร์ท... ไงล่ะ ไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีหรือเปล่า” มันเหมือนเป็นคำถามของคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่มันไม่ถูกที่ถูกเวลาสักเท่าไรนัก เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าคือ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนทหารที่ถูกบรรจุว่าตายแล้วในสนามรบครั้งก่อนที่ตะวันออกกลาง“ร้อยโทเดวิด...” ทั้งสองได้แต่จ่อปืนเข้าหากัน แต่ไม่มีใครยิงใครก่อน แล้ว..