ท่ามกลางความเงียบสงัดยามราตรีของจวนชินอ๋อง บรรยากาศรอบด้านช่างวังเวงและเยือกเย็นเกินกว่าที่ผู้ใดจะจินตนาการถึง กลิ่นอายของเหมันต์ฤดูที่ยังหลงเหลืออยู่จางๆ พัดพาเอาความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าถึงกระดูก สายลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ฉลุลายัคาบแก้ว ส่งเสียงราวกับเสียงคร่ำครวญของิญญาที่ถูกลืมเลือน ภายใน 'ตำหนักเหมยฮวา' อันเป็ที่พำนักของพระชายาเอก แสงเทียนสลัวรางวูบไหวตามแรงลม สะท้อนเงาของสตรีผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งงันดุจรูปสลักหยกขาว
ไป๋หลิน พระชายาเอกผู้ได้รับฉายาว่า 'ดอกบัวขาวแห่งเมืองหลวง' นั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองที่เริ่มหมองคล้ำด้วยกาลเวลา ดวงหน้าของนางงดงามดุจภาพวาดที่์ประจงสร้าง ผิวพรรณขาวผ่องราวหิมะแรกฤดู ั์ตาคู่สวยที่มักจะฉายแววโศกเศร้าถวิลหาความรักนั้น บัดนี้กลับนิ่งสนิทดุจผืนน้ำในสระมรณะ นางใช้ปลายนิ้วเรียวสวยวาดไปตามขอบริมฝีปากสีชาดของตนเองอย่างเชื่องช้า ความงามของนางนั้นแม้แต่บุปผายังต้องละอายใจเมื่อได้ยล ทว่าความงามนี้กลับไร้ค่าในสายตาของพระสวามี
ในความเงียบสงัดนี้ ความทรงจำอันขมขื่นเริ่มหลั่งไหลกลับมาเยือนจิตใจของนาง นางจำได้ถึงคืนนั้น... คืนที่ท้องฟ้าย้อมสีเืและเปลวไฟลุกโชนไปทั่วคฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลไป๋ เสียงกรีดร้องของมารดาที่ถูกดาบแทงทะลุอก เสียงคำรามของบิดาก่อนจะล้มลงในแอ่งเืของตนเอง และเสียงหัวเราะโเี้ของเหล่าทหารที่บุกเข้ามาสังหารครอบครัวของนางอย่างไร้ความปรานี
"ตระกูลไป๋ฏต่อราชบัลลังก์! จับตัวไปปะาชีวิตทั้งหมด!" คำสั่งนั้นยังก้องอยู่ในหูของนางจนถึงทุกวันนี้
นางจำได้ว่าตนถูกลากตัวออกมาจากซากปรักหักพังของบ้าน ร่างกายเปื้อนเืและเถ้าถ่าน ใจเต็มไปด้วยความเ็ปและความโกรธแค้น ทว่าแล้วชินอ๋องก็ปรากฏตัวขึ้น ในเครื่องแบบทหารสีดำขลับ ดวงตาเ็าราวน้ำแข็ง เขาเป็ผู้นำกองทัพที่มาทำลายครอบครัวของนาง
"เ้าคือลูกสาวคนเล็กของไป๋เจียงจุน ใช่หรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำของเขาในคืนนั้นยังคงชัดเจนในความทรงจำ
นางจำได้ว่าตนไม่ได้ตอบ เพียงแต่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทว่าชินอ๋องกลับยิ้มบางๆ ราวกับพอใจในสิ่งที่เห็น
"ความงามของเ้าช่างน่าสงสาร หากปล่อยให้เ้าตายไปพร้อมกับครอบครัว มันคงเป็การสูญเสียที่ใหญ่หลวง" เขากล่าวพลางสั่งให้ทหารปล่อยตัวนาง "ข้าจะรับเ้าเป็ชายา เ้าจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย"
ในตอนนั้นนางคิดว่าเขาเมตตานาง คิดว่าเขาหลงรักความงามของนาง ทว่าภายหลังนางจึงได้รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็เพียงหมากทางการเมือง ชินอ๋อง้าใช้นางเป็สัญลักษณ์ของการ "อภัยโทษ" ให้กับเหล่าขุนนางที่เหลือ เพื่อแสดงว่าเขาไม่ได้โหดร้ายจนเกินไป และยังคงมีความเมตตาต่อผู้บริสุทธิ์
่แรกๆ หลังแต่งงาน ชินอ๋องทำตัวเป็สามีที่ดี เขามาหานางทุกคืน พูดคุยอย่างอ่อนโยน มอบของขวัญมีค่า และทำให้นางเกือบจะลืมไปว่าเขาคือคนที่ทำลายครอบครัวของนาง นางเริ่มเปิดใจรับเขา เริ่มหวังว่าบางทีความรักอาจจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ระหว่างพวกเขา
ทว่าความหวังนั้นกลับถูกทำลายลงอย่างโหดร้าย
"เ้าคิดหรือว่าข้ารักเ้าจริงๆ?" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชินอ๋องในคืนหนึ่งยังคงแทงใจนางจนถึงวันนี้ "เ้าเป็เพียงเครื่องมือทางการเมือง ลูกสาวของคนฏที่ข้าใช้เป็หน้ากากแห่งความเมตตา หากไม่ใช่เพราะหน้าตาของเ้า เ้าคงตายไปพร้อมกับครอบครัวแล้ว"
คืนนั้นเป็คืนที่นางเข้าใจในที่สุดว่าตนเองเป็เพียงหุ่นเชิดในละครของเขา ความรักที่นางคิดว่าเริ่มงอกงามนั้นเป็เพียงภาพลวงตา ชินอ๋องไม่เคยรักนางเลยแม้แต่นิดเดียว เขาเพียงแค่้าใช้นางเป็เครื่องมือเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของตนเอง
หลังจากนั้น ชินอ๋องก็เริ่มแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา เขาเ็า ไร้ความรู้สึก และโเี้ เขาเริ่มมีอนุภรรยาคนแล้วคนเล่า ปล่อยให้นางนั่งเศร้าโศกอยู่ในตำหนักเหงาๆ เขาไม่เคยปกปิดความชิงชังที่มีต่อนาง และทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็เพียงของตกค้างที่ไม่มีค่า
นางจำได้ถึงคืนที่เขาพาเย่ว์เอ๋อร์มาที่ตำหนักของนางเป็ครั้งแรก ตอนนั้นเย่ว์เอ๋อร์ยังเป็เพียงนางสนมธรรมดา แต่ชินอ๋องกลับปฏิบัติต่อนางดีกว่าที่เขาเคยปฏิบัติต่อนางเสียอีก เขาหัวเราะกับเย่ว์เอ๋อร์ พูดคุยอย่างอบอุ่น และมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก สิ่งที่นางไม่เคยได้รับจากเขาเลย
"เจ็ดวันแล้ว..." เสียงหวานพึมพำแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน "เจ็ดวันที่ท่านอ๋องมิได้ย่างกรายมาที่นี่"
นางรู้ดีว่าในเวลานี้ ชินอ๋อง ผู้เป็สวามีคงกำลังสำราญอยู่กับเหล่าอนุภรรยาในตำหนักตะวันออกอันรุ่งโรจน์ ปล่อยให้ชายาหลวงเช่นนางต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บในตำหนักท้ายจวนที่แทบไม่ต่างจากสุสานคนเป็ ชินอ๋องผู้นั้นขึ้นชื่อเื่ความเ็าและความโเี้ เขามองว่าการแต่งงานกับไป๋หลินเป็เพียงหมากทางการเมืองที่เขาจำใจต้องเดิน และเขาก็ไม่เคยปิดบังความชิงชังนั้นเลย
ในความเงียบสงัดนี้ นางเริ่มคิดถึงแผนการที่นางวางเอาไว้มานานแล้ว แผนการที่จะทำให้ชินอ๋องต้องจ่ายราคาสำหรับสิ่งที่เขาทำกับครอบครัวของนาง และสำหรับการที่เขาทำให้นางต้องทนทุกข์มาตลอดเวลาที่ผ่านมา
นางไม่ได้โง่เขลาอย่างที่เขาคิด ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการเมืองในราชสำนัก เรียนรู้เกี่ยวกับจุดอ่อนของผู้คน และเรียนรู้วิธีการใช้ความงามและเสน่ห์ของตนเองเป็อาวุธ นางรู้ว่าอำนาจในจวนนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรักเพียงอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะกุมความลับและจุดอ่อนของใครไว้ได้มากกว่ากัน