ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 34 พื้นเพเดิมของคุณตาสินและลุงชาญ

            สายตาของทุกคนมองมาที่ลุงชาญ และในขณะนั้นก็มีรถตู้ 2 คันมาถึง ชายฉกรรจ์หลายคนลงมาจากรถ เป็นทีมการ์ดของลุงชาญ
    และเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่เวลานี้ได้ร่วมมือกัน

            ยังมีชายแต่งกายในชุดชนเผ่าอีก 2 คนการแต่งกายพอมองออกได้ว่าไม่ใช่คนที่มาจากในประเทศ ทุกคนตอนนี้กำลังสงสัยเป็นอย่างมาก 

            ลุงชาญมองที่ชาย 2 คนที่แต่งกายลักษณะชนเผ่า ในตอนนี้ 2 คนนั้นยังไม่ได้เข้ามาตรงที่ทุกคนกำลังพูดคุยกัน เหมือนจะรออยู่
    ที่นอกวงสนทนา

            “เฮ้อ..” ลุงชาญหลับตาลง ยังคงนิ่งชั่วขณะหนึ่งหลังจากนั้นจึงลืมตาขึ้นและเริ่มบอกเล่าเรื่องราวต่อทุกคน

            ............

            พื้นที่แห่งหนึ่งของอำเภอที่ติดกับเขตชายแดน

            เด็กชาย 3 คน ที่เติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 3 คนมีชื่อเรียกว่า สิน เชิดและชัย ทั้งสามคนไม่มีใคร
    ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นอกจากมีกันและกันผู้ดูแลและเพื่อนเด็กกำพร้าด้วยกัน สามคนมีวัยไล่เลี่ยกัน คอยดูแลช่วยเหลือซึ่งกัน
    และกัน
    มาโดยตลอด นอกจากนั้นยังคอยช่วยเหลือเพื่อนเด็กกำพร้าคนอื่นๆ โชคดีที่มีผู้มีใจสูงช่วยให้ทั้งเด็กๆ เหล่านั้นให้ได้เรียนหนังสือ

            เมื่อโตขึ้นพอที่จะดูแลตัวเองได้ 3 คนหารับจ้างเลี้ยงชีพและอาศัยอยู่ร่วมกันในวัดแห่งหนึ่งภายใต้การดูแลของพระสงฆ์ผู้มีเมตตาจิต
    ท่านหนึ่ง ท่านมีอายุมากแล้วตอนนั้นสามคนที่เป็นเด็กกำพร้าได้กลายเป็นเด็กวัดแล้ว

            พระอาจารย์ท่านให้ทั้งสามได้เรียนต่อ สอนให้รู้จักดูแลตัวเองช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ที่สำคัญยังต้องประกอบสัมมาอาชีพ
    ทั้งสามคนก็เชื่อฟังและยังได้ดูแลพระอาจารย์ท่านด้วย

            แม้จะไม่ได้บวชแต่ก็มีหลักธรรมหลักคิดจากพระอาจารย์ที่สั่งสอนอบรมและให้ทั้งสามได้เรียนหนังสือต่อ เรียนไปหารับจ้างทำงานไป
    อาศัยได้ข้าวก้นบาตรเป็นอาหารและวัดเป็นที่พักอาศัย

            คงจะมีเหตุผลเฉพาะบางประการ พระอาจารย์จึงไม่ได้ให้ทั้งสามบวชเป็นพระ นี่ก็ยากจะอธิบายและเข้าใจได้

            เริ่มจากหารับจ้างทั่วไปเพียงเท่านั้นแต่ก็ตกลงร่วมกันสามคนเก็บเงินเป็นส่วนกองกลางไว้ หลายปีเงินกองกลางมีจำนวนเป็นก้อนหนึ่ง
    จากการรับจ้าง 
    ต่อมาพระอาจารย์ท่านได้อาพาธ ทั้งสามคนช่วยกันดูแลปฏิบัติต่อท่านกระทั่งท่านมรณภาพ

            ทั้งสามได้นำเงินกองกลางมาทำค้าขายร่วมกัน จากที่ซื้อมาขายไปก็เริ่มมีการเดินทาง จึงออกมาจากวัดและอาศัยตามบริเวณ
    แนวชายแดนเพื่อทำการค้า แม้การค้าขายตามแนวชายแดนมีความหลากหลายแต่ด้วยคำสอนของพระอาจารย์ทั้งสามยังคงประกอบ
    ด้วยสัมมาอาชีพ ไม่เอารัดเอาเปรียบและไม่ทุจริตต่ออาชีพของตน

            ความซื้อสัตย์สุจริตต่ออาชีพ ทำให้การซื้อขายของพวกเขาได้รับความเชื่อถือได้รับความไว้วางใจฃจากผู้อื่นโดยเฉพาะกับกลุ่มชนเผ่า
    กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า
    ‘อิระมังค์ยา’

            อิระมังค์ยา เป็นกลุ่มชนชาวเผ่าที่มีประชากรจำนวนมากและยังมีเผ่าย่อย 7 เผ่า ทั้ง 7 เผ่ามีผู้นำเพียงคนเดียวชาวอิระมังค์ยานั้น
    ชำนาญการหาสมุนไพรป่า การผสมยา การทำเครื่องประทินผิวและของหอมจากสิ่งที่มีในธรรมชาติจากการได้รับความไว้ใจจากหัวหน้า
    ชนเผ่าของชาวอิระมังค์ยา ทำให้นายสิน นายเชิดและนายชัย ทั้งสามคนได้มีโอกาสเรียนรู้และสามารถทำเครื่องยาสมุนไพร
    เครื่องหอมและของประทินผิวต่างๆ กระทั่งมีความชำนาญ

            การรักษาคนในสมัยนั้นนอกจากแพทย์แผนปัจจุบันแล้วสมุนไพรก็ได้รับความนิยมในชนบทที่ห่างไกลออกไปทั้งสามได้ใช้ความรู้
    และมีการซื้อขายเครื่องยาสมุนไพรเครื่องหอมและของประทินผิวต่างๆกับชาวบ้านกระทั่งเป็นที่ยอมรับ
    และรู้จักมากขึ้น

            ชาวอิระมังค์ยามีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับคนทั้งสามได้พึงพาอาศัยซึ่งกันและกันในทางการค้าขายและการแลกเปลี่ยนด้านต่างๆ
    ตามมา เช่นของป่า
    ที่ถูกกฎหมาย เป็นต้น

            ทำให้เงินกองกลางของทั้งสามคนนั้นเพิ่มมากขึ้นกระทั้งเพียงไม่กี่ปีก็สร้างฐานะขึ้นมาได้จากรถเครื่องที่ต่อเติมก็เปลี่ยนเป็น
    รถกระบะมือสองสภาพใช้งาน
    ได้ดี เริ่มมีที่ทางและที่อยู่อาศัยของตัวเองในวัยหนุ่มร่วมกัน

            มีอยู่วันหนึ่งทั้งสามกำลังกลับมาจากตลาดชายแดนในระหว่างทางก็ได้พบกับเหตุการณ์หนึ่งและเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิต
    ของทั้งสามคนเปลี่ยนไปตลอดกาล

            อุบัติเหตุของรถตู้นักท่องเที่ยวทำให้มีผู้เสียชีวิตและรับบาดเจ็บสามคนช่วยชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงชายคู่หนึ่งที่รอดชีวิต
    พวกเขาช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ใช้สมุนไพรที่มีและได้ห้ามเลือดไว้ก่อนที่จะมีรถของเจ้าหน้าที่และรถพยาบาลมาถึง

            ภายหลังทราบว่า หญิงชายคู่นั้นเป็นสามีภรรยามีอายุที่เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อน

            เวลาผ่านไปคู่สามีภรรยาที่หายจากอาการบาดเจ็บก็เดินทางมาพบกับชายหนุ่มทั้งสาม พวกเขาไม่มีบุตรหลานกลับรู้สึกถูกต้องชะตา
    กับสามหนุ่มที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้ คู่สามีภรรยาจึงขอให้ทั้งสามคนรับพวกเขาเป็นพ่อแม่บุญธรรมตามกฎหมายและทั้งสามคนก็ได้ตอบรับ

            พวกเขาแม้เริ่มรู้จักคุ้นเคยกับสองสามีภรรยาก่อนที่จะตอบรับการเป็นบุตรบุญธรรม แต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสองสามีภรรยาคู่นี้ก็คือ
    เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ระดับประเทศ
    ‘หยดน้ำไพลิน’ 

            ทั้งสามคนจึงกลายเป็นทายาทของผู้จะต้องรับมรดกจากธุรกิจในเครือ‘หยดน้ำไพลิน’ ตามกฎหมาย นับรวมทรัพย์สินได้มากกว่า
    เจ็ดหมื่นล้านบาท
    นายสินก็คือคุณตาสินของเทวินนายเชิดเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดลุงชาญ นายชัยไม่มีทายาทและทั้งสามคนปัจจุบันเสียชีวิตหมดแล้ว

    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน