“คุณม่านครับท่านวรุตน์ใจดีครับ ท่านไม่เคยให้ผมทำแบบนี้เลย คุณม่านอย่าร้องไห้นะครับท่านจะหงุดหงิดครับ ท่านเป็คนอบอุ่นพวกเราอยู่กับท่านมานานครับผมรับรอง” สรรที่นั่งอยู่ด้านหน้าใจดีหันมาตักเตือนม่านฟ้าเหมือนรู้ชะตาตัวเองทำเพียงพยักหน้ารับแต่น้ำตาก็ยังไหลรินไม่ขาดสาย
รถหรูตอนนี้พาทั้งหมดโลดแล่นอยู่บนท้องถนนอยู่เป็นานสองนานกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่้าตึกสูงเด่นเป็สง่าตรงด้านหน้าไม่บอกก็รู้ว่าราคาคงแพงเหลือหลายนี้สินะที่นี่สินะที่เธอต้องถูกจองจำอนาคตที่คาดหวังคงจบสิ้นเพราะการยอมรับในโชคชะตาตัวเองยอมก้าวย่างมาถึงจุดนี้ม่านฟ้าที่มีน้ำตาอยู่เต็มกรอบหน้าสวย ตามองดูตึกรามบ้านช่องอย่างสลดใจ คนอื่นๆคงดีใจแต่ไม่ใช่เธอ ไม่ใช่แน่นอนเธออยากเป็เพียงเด็กผู้หญิงธรรมดาที่สามารถยืนหยัดด้วยลำแข็งของตนเองไม่ใช่ต้องมาอยู่ในความดูแลของคนที่เธอไม่เต็มใจม่านฟ้าคิดในใจ
“เชิญครับท่านวรุตน์รออยู่ ห้องอยู่ชั้นบนสุดทั้งชั้นพวกผมก็อยู่ครับ แต่คนละฝั่ง ที่นี่ต้องใช้ระบบคีการ์ดและสแกนลายนิ้วมือถึงจะขึ้นชั้นนั้นได้เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาจัดการให้นะครับ” สรรทำหน้าที่เปิดประตูพร้อมอธิบายและเชื้อเชิญให้ลงมา
“ม่านกลัวค่ะคุณสรรม่านกลัว” ม่านฟ้ายังคงร้องไห้ไม่หยุดบอกขึ้นแม้จะทำใจแต่มันก็ยากยิ่งสำหรับผู้หญิงสู้ชีวิตคนนี้ที่จะรับได้
“ทำตัวตามปกตินะครับผมบอกแล้วท่านใจดีครับ” สรรปลอบใจร่างสวยที่ตอนนี้ดวงตาบวมปูดจากการร้องไห้อย่างหนัก
“ไม่จริงหรอกค่ะถ้าใจดีไม่บังคับม่านมาแบบนี้หรอกค่ะ” ม่านฟ้าติงแย้งขึ้นตามนิสัยคนพูดตรงสรรทำเพียงยกยิ้มกับความพูดตรงของร่างสวยแต่ก็ยังคงพาเดินนำเข้าไปในตึกใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
ม่านฟ้าพอถึงเวลาเข้ามาในตึกจริงๆก็ใจเต้นไม่เป็จังหวะจากอาการหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นตรงหน้า
ก๊อก!!!
ก๊อก!!!
ก๊อก!!!
สรรเคาะประตูแล้วเปิดห้องเข้าไปอย่างถือวิสาสะ
“มีอะไรโทรหาผมนะครับตามเบอร์ที่ผมให้ไว้” สรรบอกขึ้นอย่างใจดีแต่ก็ยังคงทิ้งให้หญิงสาวยืนอยู่กลางห้องตามลำพังโดยไม่ได้บอกอะไรเพิ่มม่านฟ้าไม่รู้ว่าตนเองต้องทำตัวยังไงจึงทำเพียงเดินมานั่งร้องไห้ต่อตรงโซฟาตามลำพัง
เสียงดังก๊อกแก๊กด้านในทำให้คนตัวเล็กใสะดุ้งโหยงเพราะความกลัว
“อ่าวหนูม่านมาแล้วเหรอ” ท่านวรุตน์ที่ถือแฟ้มงานอะไรสักอย่างอยู่ในมือถามขึ้น
“ค่ะท่าน” ม่านฟ้าตอบด้วยน้ำตาจนชายตรงหน้าต้องวางมือจากเอกสารแล้วเดินเข้ามาหาร่างสวยตรงหน้า
“เป็อะไร ร้องไห้ทำไม” ท่านวรุตน์นั่งข้างๆ ถามขึ้น
“ม่านไม่เต็มใจเหรอ” ม่านฟ้าพึมพำบอกออกไป
“ม่านไม่เคยเหรอ” ท่านวรุตน์ยกมือหนาทัดหูร่างสวยที่สั่นงันงกม่านฟ้าไม่ตอบทำเพียงพยักหน้ารับ
“ไม่เคยก็ไม่เคยสิแล้วจะร้องไห้ทำไม” ท่านวรุตน์บอกขึ้นเสียงใจดี
“ต่อไปอยู่กับฉันนะไม่ต้องไปทำงานให้ลำบาก เข้าใจไหมค่าเทอมค่ากินอยู่ฉันดูแลหนูม่านเองเข้าใจไหม” ท่านวรุตน์บอกขึ้นม่านฟ้ายังคงนิ่งไม่ไหวติงกับคำพูดของชายตรงหน้า
“ต่อไปไม่ต้องไปทำงานที่พลอยแล้วนะอยู่กับฉันที่นี่ไปเรียนกลับมาก็กลับมาที่นี่เข้าใจไหม เดี๋ยวฉันหาคนรับส่งให้เอง เรียนอยู่ที่ไหนหละ” ท่านวรุตน์ถามย้ำแต่ม่านฟ้าส่ายหน้าปฏิเสธ
“หนูม่านมีแฟนแล้วเหรอถึงปฏิเสธ” ท่านเอ่ยถามขึ้น
“เรียนที่ xxx ค่ะ แล้วม่านไม่มีแฟนค่ะ ม่านทำงานตลอดไม่สนใจเื่พวกนี้” ม่านฟ้าตอบทั้งที่ยังสะอื้นอยู่
“งั้นก็ดีอยู่กับฉันที่นี่แหละ ฉันเองก็ไม่ได้มีใครมีแค่ลูกสองคนแต่อยู่ที่บ้านใหญ่ไม่ได้อยู่ที่นี่ส่วนฉันเองนะอยู่ที่นี่บ้างอยู่ที่บ้านบ้างแล้วแต่อารมณ์” ท่านวรุตน์บอกขึ้นแต่ด้วยท่าทีที่ยังคงไม่ยอมของร่างสวยท่านวรุตน์จึงถามขึ้น
“อยากบอกอะไรฉันไหม” ท่านวรุตน์ใจดีถามขึ้น
“ม่านไม่อยากอยู่นะคะแต่ม่านกลัวเจ๊พลอยลำบากม่านเลยต้องมา” ไหนๆท่านก็ถามมีรึม่านฟ้าจะไม่กล้าตอบ
“งั้นก็ลองก่อนฉันขอเวลา1 อาทิตย์แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกทีตกลงไหมถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ค่อยว่ากัน” ท่านวรุตน์บอกขึ้นเสียงหนักแน่นไม่ยอมเช่นกัน
“แต่ท่านค่ะม่านพึ่งไปช่วยงานเจ๊พลอยวันแรกเองค่ะม่านเกรงใจเจ๊” ม่านฟ้าพยายามยกเหตุผลต่างๆขึ้นมาเพื่อให้ชายตรงหน้าเปลี่ยนใจ
“เดี๋ยวฉันจัดการเื่นี้เอง” ท่านยิ้มบอกออกไป
“ไปอาบน้ำนอนซะเถอะฉันง่วงแล้ว” ท่านวรุตน์บอกแล้วก้มหน้าทำงานในมือต่อโดยไม่สนใจร่างสวยที่ยืนงงอยู่ในห้อง
“เอาเสื้อผ้าฉันก่อนพรุ่งนี้จะให้ใครเอามาให้ใหม่” ท่านวรุตน์บอกทั้งที่ไม่ละมือจากงานตรงหน้าม่านฟ้าทำอะไรไม่ได้ทำเพียงเดินคอตกเปิดตู้หาเสื้อผ้าที่ตัวเองพอจะใส่ได้หลังจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่มีทางเลือก นานกว่าม่านฟ้าจะยอมเดินออกมาตอนนี้ไฟในห้องนอนมืดสนิทเหลือเพียงดวงเดียวที่หัวเตียงท่านวรุตน์ยังคงนั่งทำงานอยู่ด้านนอก ม่านฟ้าเห็นโอกาสดีจึงรีบเดินขึ้นเตียงนอนแทรกตัวเข้ากับผ้าห่มผืนหนา ห่มผ้ามิดถึงคอ
ม่านฟ้าใจหนึ่งก็ง่วงแสนง่วงใจหนึ่งก็กลัวแสนกลัวพึ่งหนีออกจากบ้านที่เหมือนขุมนรกเพื่อมาอยู่ภายใต้การดูแลของเจ๊พลอยอยู่ยังไม่ทันข้ามคืนโดนบังคับให้มาอยู่ในห้องนี้ อยู่กับคนแปลกหน้าที่ใครๆ ก็เรียกว่าท่านวรุตน์ม่านฟ้าพยายามข่มตาหลับอยู่นานแต่ก็ไม่อาจหลับลงได้จนกระทั่งได้ยินเสียงด้านนอกสงบลง แต่เสียงมาดังขึ้นในห้องนอนแทนม่านฟ้าพยายามนอนนิ่งที่สุดเท่าที่จะเป็ได้
“หนูม่านไม่ต้องกลัวนอนไปเถอะ ฉันอาบน้ำไม่กวนม่านหรอก” ท่านวรุตน์บอกขึ้นเหมือนรู้ใจม่านฟ้ารีบดีดตัวขึ้นมาถามทันที
“1 อาทิตย์ที่ท่านวรุตน์ขอเวลาท่านจะทำอะไรม่านไหมคะ” ม่านฟ้าเอียงหน้ามองถามขึ้นกับชายตรงหน้า
“คือแบบว่าแบบไม่ต้องมีอะไรกับท่านเหรอคะ” ม่านฟ้าถามอย่างกลัวๆแต่ในเมื่อท่านขอเวลา 1อาทิตย์ก็ควรจะให้เวลาเธอได้ทำใจ
“เธอพร้อมไหมหละฉันนะพร้อมเสมอสำหรับเธอ ฉันมันพวกไม่ฝืนใจใคร” ท่านวรุตน์ตอบอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่สนใจอาการกลัวของร่างสวย
“ไม่จริงหรอกค่ะถ้าไม่ฝืนใจใครจริง ท่านไม่บังคับม่านมายืนอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ” ม่านฟ้าบอกขึ้นเสียงไม่ดังนักแต่ก็ดังพอที่จะให้ชายตรงหน้าหยุดฉะงัก หันกลับมาบอก
“ก็นี้ไงให้เวลาศึกษากันตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วไงหนูม่าน” ท่านวรุตน์หันหน้ายกยิ้มบอกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ท่านวรุตน์อาบน้ำเพียงชั่วครู่ก็ออกมาล้มตัวลงนอนข้างสาวสวย ท่านไม่ได้คิดจะเซ้าซี้อะไรเพียงแค่เห็นว่าร่างสวยไม่หลับสักทีนี้ก็ปาไปจะเช้าแล้ว
“หนูม่านนอนฉันบอกแล้วไงไม่ทำอะไรจะกลัวทำไม ฉันง่วง” ท่านวรุตน์เท้าแขนเอียงกายถามขึ้น
“ก็ม่านกลัว” ม่านฟ้าค่อยๆดึงผ้าห่มที่ปิดหน้าลงอย่างช้าๆ บอกขึ้น
“ถ้าฉันสัญญาหละจะกลัวไหม” ท่านวรุตน์เอ่ยถามขึ้น
“กลัวค่ะ” ม่านฟ้าตอบกลับไปทันที
“งั้นจะทำยังไงถึงหายกลัวให้ฉันไปนอนข้างนอกไหม” ท่านวรุตน์บอกพร้อมกำลังจะลุกขึ้นออกจากเตียงม่านฟ้าด้วยเกรงใจเ้าของห้องจึงเอ่ย ขอไปนอนโซฟาแทน
“ไม่ได้หนูม่านเป็ผู้หญิงจะนอนลำบากแบบนี้ได้ไง” ท่านติงขึ้นมา
“ม่านอยู่ลำบากกว่านี้ล้านเท่าเลยค่ะนอนข้างนอกแค่นี้สบายมาก” ม่านฟ้าเริ่มหายเกร็งบอกขึ้น
“ไม่เอางั้นนอนด้วยกันนี้แหละฉันง่วงแล้ว” ท่านวรุตน์ตัดสินใจบอกให้พร้อมดึงร่างสวยเข้าสู่อ้อมกอดอย่างถือวิสาสะ ม่านฟ้าใแต่ไม่กล้าโวยวายจึงต้องปล่อยให้ท่านนอนกอดจะกระทั้งร่างใหญ่ตรงหน้าหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าท่านได้หลับลงสนิทแล้วม่านฟ้าเห็นว่าชายข้างกายหลับสนิทจึงสบายใจว่าท่านวรุตน์ไม่ทำอะไรแน่แล้วแต่ความรู้สึกของร่างสวยกลับรู้สึกแปลกกับสิ่งที่ได้รับเกิดมาเรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้รับอ้อมกอดจากใครๆแต่วันนี้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้าคนหนึ่งม่านฟ้าเองก็รู้สึกอบอุ่นอย่างหาคำตอบไม่ได้เช่นกันม่านฟ้านอนคิดหาคำตอบให้ตนเองอยู่นานกว่าจะเพลียหลับตามไป