2 ชั่วยามผ่านไป ลี่เฉี่ยวรวบรวมความกล้าแอบไปยังห้องใต้ดินนางเดินลึกเข้าไปหน่อยเจอกับทหารเฝ้าปากทางอยู่สองนาย ทหารสองนายใช้ดาบขวางนางกล่าวถามนางว่า
“หยุดนะ เ้าเป็ใครเข้ามาทำไม”
เขาเหมือนจะให้โอกาสนางให้ออกไปแต่โดยดีไม่เช่นนั้นจะทำการลงมือกับนาง ลี่เฉี่ยวตั้งสติรีบโชว์ป้ายขององค์ชายรองเซิ่นทหารทั้งสองมองหน้ากัน ลี่เฉี่ยวก็พูดขึ้นต่อไปว่า
“ข้าได้รับคำสั่งจากองค์ชายรองให้เอาสิ่งนี้มาให้พวกท่าน องค์ชายทรงมีเมตตาเห็นว่าพวกท่านทำงานหนัก”
ลี่เฉี่ยวยื่นปิ่นโตไม้สองชั้นยกให้ในนั้นมีอาหารที่ทำจากไก่ เหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่เชื่อในสิ่งที่ลี่เฉี่ยวพูดนางจึงเปิดปิ่นโตโชว์อาหาร น่องไก่ชิ้นใหญ่ๆ เนื้อสีเหลืองผักสีเขียวโรยหน้า หน้าตาน่าทานมาก ทหารทั้งสองถึงกลับกลืนน้ำลายเอือกใหญ่แต่ทว่าก็ยังไม่กล้าที่จะรับมากินเหมือนเดิม ลี่เฉี่ยวนางจึงพูดต่อไปว่า
“พวกท่านไม่ไว้ใจข้าเหรอเช่นนั้นข้ากินให้ดู”
นางหยิบไก่ชิ้นหนึ่งมากินแสดงสีหน้าอย่างเอร็ดอร่อยยั่วทหารทั้งสอง จนทำให้พวกเขาอดใจไม่ไหวหยิบเอาไก่ไปกิน ลี่เฉี่ยวนางบอกจะเอาเข้าไปให้พวกทหารข้างในกินด้วย แต่พวกเขาไม่ยอมให้ลี่เฉี่ยวเข้าไป
“เช่นนั้นท่านก็เอาไปให้เพื่อนๆท่านข้างในกินด้วย ท่านต้องแบ่งให้ครบทุกคนนะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะโดนตำหนิได้”
ลี่เฉี่ยวยืนมองทหารนายหนึ่งหิ้วไก่เข้าไปข้างในนางได้แต่หวังว่าคนที่อยู่ข้างในจะได้กินไก่ของนางทุกคนทหารอีกนายยังยืนกินอยู่กับลี่เฉี่ยวเพื่อไม่ให้น่าสงสัยลี่เฉี่ยวจึงขอตัวกลับก่อน
“เช่นนั้นพวกท่านกินให้อร่อยนะข้าขอตัวกลับก่อน”
กระพุ้งแก้มนายทหารยังเต็มไปด้วยไก่ได้แต่พยักหน้า มีเสียงเบาๆ อืม อืม
ลี่เฉี่ยวเดินหันหลังกลับแต่นางไม่ได้กลับจริง นางยังคงแอบซุ่มดูเหตุการณ์สักพักทหารนายหนึ่งที่ยื่นกินไก่จู่ ๆล้มลงยานอนหลับที่นางใส่ไว้ในอาหารเริ่มออกฤทธิ์ ทหารนายนั้นนอนหลับสนิท
ลี่เฉี่ยวจับตัวเขาเขย่าก็ไม่มีวี่แววว่าจะรู้สึกตัว นางเดินเข้าด้านในอย่างช้าๆ กวาดสายตาดูรอบๆก็เจอกับทหารนอนหลับกันอยู่เป็กระจุก ดั่งคนนั่งล้อมวงกินอาหารร่วมกัน ลี่เฉี่ยวรู้สึกโล่งที่ทุกคนหลับกันหมดแผนการของนางผ่านไปหนึ่งขั้น นางเหลือบตาไปมองอีกมุมหนึ่ง ชายร่างกายกำยำไม่สวมเสื้อผ้าใน่บนคราบเืส่วนที่แห้งก็ยังติดตามร่างกายและเืที่ยังไม่แห้งก็ไหลซึมตามร่างกายกายออกมาอยู่ โดนผูกด้วยโซ่ที่แขนทั้งสองดูเหมือนว่าเขากำลังหมดสติ คอพับ ก้มหน้า ลี่เฉี่ยวนางเห็นเช่นนั้นถึงกับใจสั่นหวาดกลัวนางเอื้อมมือไปจับใบหน้าชายผู้นั้น หันหน้ามาตรงๆ ดวงตานางเบิกกว้างพร้อมพูดขึ้นว่า
“หลี่เฟยิเป็ท่านจริงๆ ด้วย” ในความรู้สึกของนางตอนนี้ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดีใจที่เจอกับเฟยิ แต่ดูสภาพเขาตอนนี้ดูไม่ดีเลยนางตบหน้าเฟยิเบาแล้วเรียกชื่อ
เฟยิเริ่มขยับเปลือกตาเปิดขึ้นเห็นลี่เฉี่ยวกำลังจ้องเขาอยู่
“ลี่เฉี่ยว...เ้ามาได้อย่างไร”น้ำเสียงเบาดูอ่อนล้า
“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้เลยเื่มันยาว”
ลี่เฉี่ยวเริ่มปลดโซ่ที่แขนทีละข้างพยุงให้เฟยินั่งให้เขาดื่มน้ำ พอฟื้นตัวขึ้นมาได้นางก็พยุงเฟยิ เดินออกจากห้องใต้ดิน เดินอ้อมไปด้านหลังนางทำเสียงส่งสัญญาณบางอย่าง ก็มีชายสองคนปิดหน้าจูงม้ามาคนละตัว ลี่เฉี่ยวรู้อยู่แล้วคนหนึ่งคือจ้านผิง อีกคนก็น่าจะเป็หลี่ซีห่าวพี่ชายของเฟยิ ซีห่าวเดินมาช่วยลี่เฉี่ยวประคองเฟยิพยายามจะให้เฟยิขึ้นไปบนหลังม้าถึงแม้สภาพร่างกายเฟยิจะไร้เรี่ยวแรง แต่เขาก็ยังสึกตัวอยู่ตลอดว่ามีคนพยายามช่วยเขาเพิ่มมาอีกและไม่มีทางที่เขาจะจำพี่ตัวเองไม่ได้ เฟยิอยู่บนหลังม้าในท่าที่นอน คว่ำกอดม้าซีห่าวะโขึ้นคร่อมหลังม้าตัวเดียวกัน ส่วนม้าอีกตัวจ้านผิงให้ลี่เฉี่ยวขึ้น แล้วตัวเองก็ขึ้นคร่อมม้าตัวเดียวกัน ม้าทั้งสองวิ่งออกไปไม่ทันไรก็มีม้าอีกสองตัววิ่งตามมา เป็ม้าของทหารผู้ควบคุมห้องขังใต้ดินนั่นเองพวกเขาตามมาแบบติดๆ จนตามทันในที่สุด จึงเกิดการต่อสู้ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่ม้าสองตัว ตัวที่สาม สี่ห้า ตามมาทันขณะต่อสู้กันอยู่ จ้านผิงกับซี่ห่าวจำต้องช่วยกันต่อสู้กับพวกทหารที่กำลังทยอยมา ดูเหมือนว่าจะเริ่มเยอะขึ้น จ้านผิงจึงบอกกับลี่เฉี่ยวว่า
“เ้ารีบพาเฟยิหนีไปก่อนส่วนพวกข้าจะต้านทางนี้ไว้”
“เช่นนั้นพวกท่านระวังตัวด้วย”
ลี่เฉี่ยวรีบะโขึ้นหลังมาที่เฟยินอนคร่อมอยู่นางตวัดเชือกลงตัวม้าอย่างแรง ม้าวิ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
จ้านผิงและซี่ห่าวยังคงสู้กับทหารอย่างดุเดือดฝ่ายทหารที่มากกว่าทำให้จ้านผิงพลาดท่า าเ็ ซีห่าวเห็นว่าลี่เฉี่ยวกับ
เฟยิน่าจะปลอดภัยแล้วถ้ายังต่อสู้ต่อ อาจจะไม่มีโอกาสรอด เขาหาจังหวะพาจ้านผิงที่าเ็ขี่ม้าหนีแต่ทว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ทหารก็ขี่ม้าไล่ตาม จนถึงเส้นทางหนึ่งที่มีข้างทางชันลงไปพวกเขาปล่อยตัวเองลงจากหลังม้า ปล่อยม้าวิ่งไปส่วนพวกเขากลิ้งลงข้างทางที่ชันลงไป จนทำให้พวกทหารไม่อาจตามลงไปได้
เมื่อเื่รู้ถึงองค์ชายรองเซิ่นเขาโกรธจัด ที่ลี่เฉี่ยวทำกับเขาเช่นนี้เขาสั่งให้ทหารดักทุกเส้นทางที่คาดว่าลี่เฉี่ยวจะพาเฟยิหนีไป เป็อย่างที่พวกเขาคาดการณ์ แยกกลางป่า ทหารขององค์ชายรอง มาดักลี่เฉี่ยว เขามองเห็นลี่เฉี่ยวควบม้าผ่านหน้าไป แวบหนึ่ง จึงรีบตวัดเชือกควบม้าตามนางไปแบบติดๆ
“ย่ะ! ย่ะ!”
ลี่เฉี่ยวได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลังนางหันกลับไปถึงกับหน้าซีด พวกทหารตามนางมาทันถึงกระนั้นนางก็ไม่หยุดที่จะพาม้าวิ่งต่อไป ขณะที่นางกำลังพาเฟยิหนี นางก็คิดถึงเหตุการณ์ ที่เจอกับเฟยิครั้งแรก
“ครั้งแรกที่ข้าเจอกับท่านท่านช่วยข้าจนปลอดภัย ครั้งนี้ข้าจะต้องช่วยท่านให้ถึงที่สุด”
นางตวัดเชือกถี่ขึ้นให้ม้าวิ่งให้เร็วม้าวิ่งด้วยความเร็วสักพัก จู่ ๆ ม้าก็ล้มลง ขาของมันโดนธนูปักเข้าให้ จึงไม่สามารถพาลี่เฉี่ยวกับเฟยิไปต่อได้พวกเขาลงจากหลังม้าทุลักทุเล พยายามจะหนีต่อ ส่วนทหารก็ไล่ตามมาติดๆ กลุ่มทหารเริ่มเข้ามาใกล้จนทั้งสองจนมุม ด้านหน้าเป็หน้าผาสูงด้านล่างเป็ทางน้ำไหลเชี่ยว เฟยิยังมีสติ เพียงแต่ร่างกายของเขาไม่พร้อมที่จะต่อสู้กับใครเฟยิบอกกับลี่เฉี่ยวว่า
“เ้าหยุดช่วยข้าเพียงเท่านี้เถอะพวกมัน้าตัวข้า เ้าจะเดือดร้อนไปด้วย”
ลี่เฉี่ยวมองหน้าเฟยิอย่างจดจ่อ
“ถ้าข้ากลัวที่จะเดือดร้อนข้าจะไม่ช่วยท่านั้แ่แรก”
ทหารเริ่มล้อมวงเข้ามาใกล้เตรียมง้างธนูเล็งไปที่เฟยิแต่ยังมีคำสั่งจากองค์ชายรอง เอาตัวลี่เฉี่ยวกลับทั้งที่ยังมีชีวิต กลุ่มทหาระโบอกให้ลี่เฉี่ยวออกมาจากตรงนั้น แล้วจะปลอดภัย ครั้นพูดจบก็มีลูกธนูดิ่งตรงมาทางลี่เฉี่ยวแบบไม่ลังเล
“ข้ายังไม่ได้สั่งใครบอกให้ยิง”
ลี่เฉี่ยวเห็นธนูดิ่งมา ถ้าเขาหลบลูกธนูนั่นก็ต้องโดนเฟยิเป็แน่
“ถ้าจะตายก็ตายด้วยกันถ้ารอดก็ต้องรอดด้วยกัน”
นางจึงตัดสินใจใช้ตัวเองดันเฟยิไปด้านหลังผักตกหน้าผา ไปพร้อมกัน
ทหารวิ่งตามไปดู มองจาก้าหน้าผาลงไปด้านล่าง ถ้าไม่ตายร่างกายก็ไม่เป็ปกติ กลุ่มทหารหยุดตามและถอยกลับเพื่อไปรายงานองค์ชายรอง