บทที่ ๕
หลงเสน่ห์อีใบบัว
“คุณภูคะ...มาทางนี้หน่อยค่ะ”
องุ่นผู้เป็สาวใช้คนสนิทของแก้วกาญจน์รีบวิ่งมาหาภูริชที่กำลังต้อนรับแขกอยู่ด้านหน้างานและเดินพูดคุยอยู่กับแเื่ที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆภายใต้ร่มไม้ที่แสนจะร่มรื่นในเขตของเรือนไทยจักรภูพิเบศแห่งนี้
“มีอะไรงั้นเหรอองุ่น วิ่งหน้าตั้งมาเชียว”
“เกิดเื่กับคุณแก้วค่ะ...ไม่รู้ว่าเป็อะไร จู่จู่ก็สลบไป”
สาวใช้นามว่าองุ่นตอบหน้าตื่น ทุกคนตื่นตระหนกเมื่อได้ยิน ภูริชหันไปมองรอบๆข้างก่อนจะรีบพยักหน้าให้องุ่นแล้วเดินตามหลังหญิงสาวไป
“อะไรนะคะ! จริงเหรอ? เ้าสาวเนี่ยนะ!?”
หลังจากภูริชไปในที่เกิดเหตุได้ไม่นานเสียงจ๊อกจ๊อกจอแจก็ดังขึ้น ได้ยินถึงหูของใบบัวที่กำลังตรวจตราความเรียบร้อยรอบๆภายในงาน เธอได้ยินคนเขาลือกันทั่วแต่ก็ฟังไม่ได้ประเด็นว่าเกิดเื่อะไร
“ปู่จ๊ะ เกิดเื่อะไรงั้นเหรอ? ทุกคนเขากำลังพูดเื่อะไรกัน”
ใบบัวหันไปถามปู่มิ่งที่ทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ภายในงาน คอยแก้ข่าวไม่ให้แขกตื่นตระหนกใกัน
“อย่าพึ่งกวนน่าบัว...เดี๋ยวเสร็จงานปู่เล่าให้ฟัง เดี๋ยวปู่ไปที่เรือนใหญ่ก่อน ส่วนเราก็กลับเรือนเล็กไปซะ”
ปู่มิ่งเอ่ยปากไล่หลานสาวเพราะกำลังเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ใบบัวได้แต่งงว่าจะไล่ให้เธอกลับเรือนเล็กไปทำไมตอนนี้
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่คนตัวเล็กก็ตัดสินใจกลับไปยังเรือนหลังเล็กของตัวเองแล้วมองดูสถานการณ์อย่างห่างๆ
“ฮึกๆ ฮือ ยัยแก้ว...แก้วลูกแม่ต้องไม่เป็อะไรนะลูก”
คุณหญิงกรกนกจับมือของลูกสาวเอาไว้แน่น เรือนร่างสวยของเ้าสาวในสภาพใบหน้าซีดเซียวถูกเข็นขึ้นเตียงไปที่รถพยาบาลซึ่งมีคนเรียกมาไว้ให้
เหตุการณ์ภายในงานฉุกละหุกกันไปหมดเมื่อจู่จู่ว่าที่เ้าสาวก็เป็ลมอยู่ภายในห้องนอนในเรือนใหญ่โดยมีองุ่นเป็ผู้เห็นเหตุการณ์คนแรก
“แก้ว...แก้ว!”
ภูริชเองก็พยายามเรียกชื่อว่าที่เ้าสาวอยู่ตลอด ใบหน้าหล่อตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
สถานการณ์ในงานเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบและความวุ่นวาย ซึ่งใบบัวเองก็เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ...คุณแก้วกาญจน์เป็อะไรไป”
คนตัวเล็กได้แต่พูดพึมพำกับตัวเองขณะที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าผ่านทางช่องหน้าต่างในเรือนหลังน้อย
หกเดือนผ่านไป
ใบบัวยังคงทำงานเป็สาวใช้อยู่อย่างเคยไม่ได้ไปใช้ชีวิตที่ไหนและไม่ได้มีแฟน ตามปกติคนวัยเธอหัดทำงานกันแล้วก็จะออกไปสร้างเนื้อสร้างตัวกับแฟนเพราะไม่ได้มีภาระผูกพันอะไร มีเพียงปู่คนเดียวที่เป็ญาติที่เหลืออยู่
แต่ใบบัวไม่คิดอย่างนั้น...เธอเองก็ไม่ได้สนใจจะรักใครเลย คิดแค่ว่าอยากจะทำงานอยู่ตรงนี้กับปู่มิ่งเพื่อคอยดูแลยามแก่เฒ่า...เหมือนกับว่ามีอะไรบางสิ่งรั้งเธอเอาไว้
“น่าสงสารคุณภูเนอถปู่...ว่าที่เ้าสาวเสียชีวิตกระทันหันแบบนั้น”
หกเดือนแล้วกับการจากไปของแก้วกาญจน์ว่าที่ภรรยาของเ้านายหนุ่มของเธอ แก้วกาญจน์จากไปด้วยสภาวะหัวใจล้มเหลว ทางการแพทย์ลงข้อมูลไว้ว่าอย่างนั้น
“อืม นี่คุณภูริชก็ไม่ได้มาเยือนที่เรือนแห่งนี้ตั้งหดเดือนแล้ว คงจะทำใจไม่ได้”
“เห็นข่าวลงว่าคุณภูแกไม่รับละครหรือว่างานเพิ่มเลย ที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้ก็มีแต่งานเก่าๆ”
ใบบัวพูดคุยกับผู้เป็ปู่ในขณะที่เธอกำลังใช้บัวรดน้ำรดต้นไม้อยู่แถวบริเวณเรือนหลังใหญ่
“อืม...คุณภูแกรักคุณแก้วกาญจน์มากคงจะทำใจได้ยาก”
ปู่มิ่งเองก็พยักหน้างึกงักเมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของสองคนที่คบกันมานาน...แฟนสาวมาเสียชีวิตไปก่อนอย่างนี้คงจะเสียใจมาก
บรื้น~ เสียงรถของใครบางคนดังขึ้น
“เอ๊ะ รถใครมาจ๊ะปู่...หนูได้ยินเสียงรถจากทางด้านหน้าประตูรั้ว”
ใบบัวชะเง้อหน้าไปทางรั้วไม้ว่าใครกันขับรถมาที่นี่
“ไม่รู้สิ...เดี๋ยวปู่เดินไปดู เอ็งทำงานตรงนี้ไปเถอะบัว”
ปู่มิ่งเดินออกไปด้านหน้าประตูรั้วเพื่อจะดูว่าใครกันที่มาเยือนเรือนแห่งนี้ ส่วนใบบัวก็ทำหน้าที่รดน้ำต้นไม้ต่อไป
“บัว บัวเอ๊ย! เอาน้ำเอาท่ามาเสิร์ฟคุณภูแกหน่อยเร็ว”
และคนที่เดินทางมาในวันนี้ก็จะเป็ใครไปไม่ได้เลยนอกจากภูริช นั่นสินะ ก็ที่นี่มันคือมรดกของเขานี่ ยังไงก็ต้องกลับมาดูแลอยู่แล้ว
“จ้ะปู่”
คนตัวเล็กะโตอบกลับไปแล้วรีบเดินไปที่ห้องครัวเพื่อจะเตรียมน้ำเย็นๆมาเสิร์ฟให้กับผู้เป็เ้านาย น้ำที่เธอเตรียมเอาไว้คือน้ำเย็นๆในขันลอยด้วยดอกมะลิ
ใบบัวเดินถือขันมาแล้ววางให้เขาที่โต๊ะไม้เตี้ยๆด้านหน้า โดยที่ภูริชนั่งอยู่บนโซฟาไม้แล้วจ้องมองหน้าเด็กสาวอย่างใบบัว...เขารู้สึกเหมือนคืนนั้นก่อนแต่งงานมันเกิดอะไรขึ้นสักอย่างแต่ตัวเองก็จำไม่ได้ ใบบัวก้มหน้าเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่เขาโลมเลียจุดอ่อนไหวของเธอ
“คุณภูมีอะไรงั้นเหรอครับวันนี้ มาถึงที่นี่เชียว...”
ไม่บ่อยนักที่ภูริชจะเดินทางมาที่นี่ ปู่มิ่งถามขึ้นส่วนใบบัวเองก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย
“ก็แค่เหนื่อยจากอะไรหลายๆอย่าง ผมเลยอยากจะมาพักใจที่ต่างจังหวัด...”
ใบหน้าของภูริชไม่เหมือนแต่ก่อน เขาดูเต็มไปด้วยความเศร้าและเครียด แววตาก็หาความสุขไม่เจอ ใบบัวเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกเศร้าใจไปด้วย...เธอแอบชอบเขามานาน คนที่เธอชอบกำลังทุกข์ใจแน่นอนว่าใบบัวก็ไม่ได้มีความสุขเลย
“งั้นเหรอครับ งั้นก็ดีเลยครับที่คุณภูกลับมาอยู่ที่นี่ ที่นี่เงียบไม่ค่อยมีใครมาวุ่นวายน่าจะเป็การพักผ่อนที่ดี“
ปู่มิ่งเองก็ยิ้มแย้มต้อนรับผู้เป็เ้านาย เรือนหลังนี้ไม่ได้รับแขกมานานมากแล้ว มีรับแขกใหญ่สุดก็ตอนจัดงานแต่งระหว่างแก้วกาญจน์กับภูริชนั่นแหละ
”ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะลุงมิ่ง แล้วก็....ใบบัวใช่ไหม?”
“ค่ะคุณภู”
หลังจากพูดคุยกันเรียบร้อยแล้วใบบัวก็ไปที่ห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดภายในเรือนหลังใหญ่เพื่อที่จะจัดแจงที่หลับที่นอนให้กับภูริชรวมถึงเช็คอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆว่าปัจจุบันยังใช้งานได้ดีอยู่ไหม
ติ๊ด เสียงใบบัวกดรีโมทเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อเตรียมห้องให้สำหรับภูริชเข้ามานอนอย่างเย็นสบายในค่ำคืนนี้
“บัว บัวลูก! เช็คแอร์เสร็จแล้วก็ไปจัดการอาหารเย็นให้คุณภูท่านด้วยนะ”
“จ้าปู่ ปู่เตรียมตัวอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว เดี๋ยวงานทางนี้หนูจัดการเองจ้ะ”
นี่ก็เป็เวลาหกโมงเย็นแล้วซึ่งปกติปู่มิ่งจะนอนเร็วและตื่นเช้าตามประสาคนสูงอายุ
“อืม...ยังไงถ้าคุณภูมีอะไรด่วนก็ไปตามปู่ที่เรือนเล็กก็แล้วกันนะ”
“จ้าปู่”
ใบบัวยิ้มตอบและจัดการที่หลับที่นอนที่ไม่ได้มีการใช้งานมานานให้เรียบร้อย และเธอก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เขาใหม่ด้วยเป็ผ้าปูที่นอนสีขาวและผ้านวมสีขาว
ส่วนของเก่าที่ปูไว้นานจนก็เก็บเอาไปซักใหม่ แม้จะทำความสะอาดใช้ลูกกลิ้งกับเครื่องดูดฝุ่นอยู่ตลอด แต่เมื่อผู้เป็เ้านายมาก็เปลี่ยนใหม่เลยดีกว่าเพื่อความสะอาด
ภูริชเดินเข้ามาภายในห้องนอนโดยที่ใบบัวถือตะกร้าผ้าปูที่นอนอันเก่าไว้ในมือ
“เอ่อ...คุณภูจะรับทานอาหารเย็นที่ไหนดีคะ เดี๋ยวหนูจะไปทำ”
“ที่ซุ้มไม้กลางสวนก็แล้วกัน”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้นะคะ”
ใบบัวถือตะกร้าผ้าออกไปแล้วไปที่โรงครัวเพื่อจะจัดอาหารมาให้กับภูริชได้ทานในวันนี้ เมนูที่เธอทำเป็เมนูง่ายๆซึ่งก็คือต้มยำไก่กับข้าวสวยร้อนๆ
เมื่อทำอาหารเสร็จใบบัวก็ยกอาหารไปที่ซุ้มไม้กลางสวนซึ่งถูกสร้างขึ้นในภายหลังไม่ได้มาพร้อมกับเรือนไทยโบราณในคราแรก
“อาหารได้แล้วค่ะคุณภู”
ใบบัวยกอาหารมาให้กับภูริชที่นั่งรออยู่ตรงนั้นแล้ว ใบหน้าหล่อมีแต่ความโศกเศร้าไร้ซึ่งสีสันและความสุข
“ขอบคุณมาก”
เมื่อวางอาหารให้เสร็จใบบัวก็กำลังจะเดินจากไปแต่ก็โดนภูริชเรียกเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวสิใบบัว”
“คะ?” คนตัวเล็กหันกลับไปแล้วจ้องมองดวงตาคู่นั้น ไม่รู้ว่าเขามีอะไรถึงเรียกเธอเอาไว้
“เราสองคนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เป็สิบปีแล้วมั้ง”
ใบบัวได้ยินแบบนั้นจึงเดินหันหลังกลับไปใกล้กับภูริชมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังยืนอยู่ด้านล่างส่วนภูริชนั่งอยู่บนซุ้มไม้
“ใช่ค่ะ...คุณภูเองก็ไม่ค่อยได้มาที่นี่สักเท่าไหร่”
เมื่อผู้เป็เ้านายชวนคุยใบบัวจึงยืนคุยด้วยเช่นกัน
“นั่นสินะ แล้วทำไมถึงไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย?”
ภูริชเอ่ยถาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเด็กคนนี้อะไรมากมายนัก เพียงแต่ตอนนี้ย้ายกลับมาพักใจที่นี่จึงได้มีเวลาพูดคุยกัน
“หนู...หนูอยากอยู่ช่วยงานปู่มิ่งที่นี่ค่ะ แถมไม่อยากรบกวนเงินของคุณภูไปมากกว่านี้ด้วย แค่ส่งหนูเรียนจนจบมัธยมหกมันก็เพียงพอแล้ว”
ใบบัวช้อนสายตามองภูริช ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มรู้สึกเต้นระส่ำย่างที่ไม่เคยเป็ ทั้งที่เธอเป็เพียงแค่เด็กในบ้านแท้ๆ
“งั้นหรอกเหรอ...งั้นก็แสดงว่าเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนงั้นเลยสินะ”
ไม่รู้เพราะเหตุใดภูริชจึงเอ่ยถามคำถามแบบนี้ แต่เมื่อคิดได้เขาก็ใตัวเอง...ทำไมกันนะ ทำไมถึงถามคำถามนี้ออกไป
ใบบัวเองก็ชะงักไปเมื่อโดนถามเื่แฟน
“หนูไม่เคยมีแฟนหรอกค่ะ...”
ก้มหน้าเอียงอายตอบเขาไป ภูริชเห็นท่าทีนั้นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
“อย่างนั้นหรอกเหรอ...แล้วนี่ทานข้าวเย็นหรือยังปกติทานกันที่ไหน?”
เขาไม่เคยมาดูแลหรือใกล้ชิดคลุกคลีกับผู้ดูแลที่นี่อย่างมิ่งกับใบบัวเลย สิ่งเดียวที่เขาทำคือส่งเงินมาให้เป็เงินเดือนและค่าดูแลต่างๆ
“ปกติหนูกับปู่ก็จะทานกันที่เรือนหลังเล็กค่ะ”
“งั้นเหรอ...งั้นป่านนี้ปู่ก็รอทานข้าวกับเธอแล้วสิ”
“ไม่ค่ะ...ตอนนี้ปู่น่าจะเตรียมเข้านอนแล้ว คุณปู่ทานไปั้แ่ตอนสี่โมงเย็นแล้วค่ะ”
“แล้วเธอล่ะทานหรือยัง?”
“ทานมาเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ใบบัวเองก็ทานข้าวพร้อมกับปู่ั้แ่สี่โมงเย็นเลย หากหิวนอกจากนี้ก็อาจจะออกมาหาอะไรทานที่โรงครัวอย่างเช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
“มานั่งทานกับฉันสิ”
“เอ๋?” ดวงหน้าสวยเอียงคอเล็กน้อย
“ก็แค่ไม่อยากทานคนเดียวน่ะ”
“งั้น...ก็ได้ค่ะ”
เมื่อคนเป็เ้านายชวน เธอซึ่งเป็สาวใช้ก็ไม่ขัด ร่างเล็กก้าวขึ้นมาบนซุ้มไม้สำหรับนั่งทานอาหาร เมื่อกำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปนั่งแต่แล้วก็เผลอสะดุดเศษตะปูด้านล่างจนตัวโถมลงบนตักแกร่งของภูริช
“ว๊าย....”
แขนแกร่งรับร่างเล็กเอาไว้แล้วจ้องมองใบหน้าของเธอ...ใบบัวช่างสวย หวาน หยาดเยิ้มเสียเหลือเกิน
ตัวเธอนั่งอยู่บนตักของเขาและคนตัวเล็กเอนหลังอยู่บนแขนแกร่งพร้อมกับใบหน้าสวยที่เงยมองใบหน้าหล่อคมที่ก้มลงมองเธออยู่เช่นกัน สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง...
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจของใบบัวรัวเป็จังหวะเมื่อมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาเฉกเช่นนี้
พลิ้ววว เสียงสายลมพริ้วไสวพร้อมกับร่างของสาวคนหนึ่งเดินผ่านไปมาอยู่หน้าบริเวณซุ้มไม้สำหรับทานข้าวแต่ไม่มีสายตาของผู้ใดมองเห็นเธอเลย
‘หึๆ หลงเสน่ห์อีใบบัวเข้าแล้วสินะเ้าคะคุณหลวงเ้าขา...’