ณ ห้องสีขาวสว่างแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์หลายเครื่องผู้คนสวมชุดกาวน์หลายคนเดินสวนกันไปมา ท่าทีของพวกเขาดูตื่นเต้นและรีบร้อน
ผนังห้องฉายภาพสามมิติของงานเทศกาลขนาดใหญ่กลางเมืองวิดีโอถ่ายมุมสูงเห็นทะเลคนนับหมื่น ขบวนพาเหรด เวทีการแสดงขนาดใหญ่รวมทั้งซุ้มกิจกรรมต่างๆ
น่าเสียดายผู้คนเหล่านี้ไม่มีวันได้รู้ ว่าวินาทีสุดท้ายของชีวิตได้มาถึงพวกเขาจะตกเป็เหยื่อของาอย่างโหดร้าย ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแค่โชคร้ายอยู่ผิดที่ผิดทางและไม่ได้มีอำนาจมากพอ
ความรื่นเริงดึงความสนใจ น้อยคนนักจึงจะเห็นนกเหล็กไร้คนขับบินอยู่บนฟ้าประตูใต้ท้องเครื่องเปิดออก เผยให้เห็นลูกเหล็กทรงรีสีแดงขนาดสามคนโอบสูงกว่าคนปกติประมาณสาม่ตัว ถูกปลดลงมาจากเครื่องร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงโลกด้วยความเร็ว
ไม่ทันที่วัตถุนั้นจะถึงพื้น มันก็ทำปฏิกิริยากับอากาศแสงจ้าที่ทำให้ตาบอดได้กลืนกินทุกสิ่งในรัศมีรังสีความร้อนจากะเิแผ่ออกไปเผารอบทิศ หลอมละลายทุกสิ่งในพริบตาคลื่นพลังงานรุนแรงทำลายทุกอย่างในบริเวณให้พังพินาศ
แม้จะไม่มีเสียงออกมาจากลำโพงของจอภาพสามมิติเพราะระดับความดังของการะเิอาจมีอันตรายต่อหูแต่ผลงานตรงหน้าทำให้นักวิจัยทั้งหมดโห่ร้องอย่างยินดี
ผ่านไปราวๆสองนาทีฝุ่นควันฟุ้งกระจายปรากฏเงาทมิฬสูงหลายกิโลเมตรเหนือพื้นดินคลื่นลมแรงกวาดเอาทุกสิ่งในรัศมี2กิโลเมตรกลืนหายราวแผ่นดินร้างพลังงานความร้อนแรงดุจพายุสุริยะทำให้เกิดเพลิงไหม้และควันไฟรังสีอันตรายหอบพัดชีวิตนับแสนและเศษซากก่อสร้างให้ปลิวว่อนเสมือนงานเทศกาลเมื่อครู่เป็เพียงความฝัน
ภาพเคลื่อนไหวของโศกนาฏกรรมตรงหน้าช่างโหดร้ายแต่ว่าผู้คนในชุดกราวน์เหล่านี้กลับดูยินดีและโล่งใจ หลังจากที่พวกนักวิจัยกว่า100ชีวิตทำงานเพื่อสร้างอาวุธนี้มากว่าสามปี และมันแสดงผลลัพธ์เกินคาด
บรรทัดฐานของมนุษย์ในปัจจุบันเปลี่ยนไปจนน่ากลัว เหตุผลเพียงไม่กี่อย่างทำให้ผู้คนเกลียดกันถึงเพียงนี้ทำร้ายกันถึงขนาดนี้เลยหรือ?
แน่นอน ฉันได้แต่เก็บความคิดนี้ลงส่วนลึกของสมองในขณะนั้นเองมีนักวิจัยคนหนึ่งก้มหัวให้เด็กรุ่นลูกอย่างฉันแล้วพูดว่า
"เป็เพราะคุณหนูแท้ๆ เราถึงได้ทำงานนี้ได้สำเร็จ พวกเราขอบคุณจริงๆครับ"นักวิจัยคนหนึ่งพูดหนึ่งพูดขึ้นดวงตาใต้กรอบแว่นวาบวับ แววตานั้นเต็มไปด้วยความโลภที่ฉันเห็นมันจนชินชา
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ่นี้เป็่าที่พ่อฉันให้เข้าร่วมกับทีมวิจัยของพวกคุณก็เป็ไปตามสัญญา"ฉันกล่าวตามตรงพร้อมพับเก็บโน๊ตบุ๊คบนตักเข้ากระเป๋าอย่างไม่สนใจลุกขึ้นเดินไปกวาดเอาเอกสารการวิจัยของพวกเขาบนโต๊ะ และแปลนพิมพ์เขียวเข้ากระเป๋าอย่างไม่แยแสสายตาของนักวิจัยทั้งหลาย ที่จ้องเขม็งมาปานจะกินเืกินเนื้อ
ให้ตายสิ ผลงานพวกนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากฉันเหมือนกันนะ ถ้าไม่มีใบสัญญาที่เซ็นตกลงกันไว้คงจะควักปืนขึ้นมายิงกันเลยมั้งนั่น….
เมื่อเก็บของที่้าไว้หมดแล้ว นักวิจัยคนหนึ่งก็พูดดักเอาไว้
"แล้วคุณหนูริสจะกลับเลยหรือครับไม่เข้าร่ว-"แต่ไม่ทันเขาจะพูดจบประโยค ฉันก็พูดตัดจบก่อนอย่างไร้เยื่อใย
"ขอปฏิเสธ ลานะคะ เฮลิคอปเตอร์มาถึงแล้ว"
ไม่ทันไรเสียงคุ้นหูบนดาดฟ้าของอาคาร ก็ดังขึ้นเพราะแจ้งมาก่อนแล้วเด็กสาวสะพายย่าม เดินเปิดประตูออกไปโดยไม่สนสายตาใดๆที่มองมาอีก
ขาเรียวก้าวฉับๆขึ้นบันได ไปยังลานกว้างบนดาดฟ้าที่เฮลิคอปเตอร์จอดอยู่มีบุรุษร่างใหญ่ในชุดสูทดำแว่นดำมาเตรียมรอรับฉันก้าวขึ้นฮ.พร้อมชายร่างสูงที่ขึ้นตามมาแล้วยายพาหนะก็ค่อยๆลอยขึ้นสูงบินไปยังเส้นขอบฟ้าโดยทิ้งอาคารสีขาวกลางป่าลึกและพวกนักวิจัยไว้เื้ั
“เบื้องบนสั่งให้กระผมมารับคุณหนูกลับฐานบัญชาการ5 ก่อนที่สถาบันวิจัยจะถูกค้นพบ”บอดี้การ์ดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนหุ่นยนต์
ฉันพยักหน้าแทนคำรับรู้ว่าที่นั่นอีกไม่นานก็คงหายไปถ้านักวิจัยที่นู่นไหวตัวทันก็คงจะรอด
ระหว่างทางรอเฮลิคอปเตอร์ถึงที่พัก ฉันก็หยิบหนังสือนิยายขึ้นมาอ่านเป็นิยายแนวต่างโลก ที่ฉันเห็นเต็มร้านหนังสือเวลาไปเดินห้างทุกครั้ง
ถึงฉันจะเบื่อนิยายแนวนี้ แต่ก็ยังอ่านมันเรื่อยๆรองจากหนังสือวิชาการอีกทั้งมักอ่านแบบเป็เล่มมากกว่า เพราะถนอมสายตาและฉันชอบััของกระดาษถึงมันจะหนักอยู่บ้างเวลาเอาไปไหนมาไหน
‘ถ้าได้ไปต่างโลกแบบนิยายก็คงดีไม่น้อย’ฉันคิดแบบนี้อยู่ทุกครั้งที่อ่านมันอาจเป็เพราะความ้าลึกๆ ฉันอยากไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งถ้ามีโอกาสล่ะมั้ง?
เด็กสาวคิดเรื่อยเปื่อย ลมพัดอ่อนๆทำให้ผมสีดำตรงยาวไม่ได้ไว้มัดปลิวไสวเปิดหน้าม้าออก เผยให้เห็นดวงตาใต้กรอบแว่นหนามันมีสีน้ำเงินเข้มราวไพลินเม็ดงามล้ำลึกดูเกินวัยผิวขาวเหลืองโครงหน้าไม่ได้สวยจัด แต่โดยรวมก็นับว่าได้ว่าน่ารักแม้ริมฝีปากชมพูกระจับจะไม่ได้ยิ้มออกง่ายนักก็ตามอีกทั้งส่วนสูงยังทำให้ดูอายุน้อยกว่าวัยจริง ที่อีกไม่กี่เดือนก็ย่างเข้าเลขสอง
เวลาผ่านไปจนตะวันใกล้ลับขอบฟ้า เฮลิคอปเตอร์ก็มาถึงฐานบัญชาการภายใต้กำแพงเหล็กแ่าขนาดใหญ่กลางป่าลึก เดินทางเข้ามาได้เพียงทางอากาศมีการติดตั้งปืนใหญ่ต่อต้านอากาศยาน การเฝ้าระวังที่เข้มงวด โดยใช้สนามแม่เหล็กจำลองล่องหนที่ประสาทมนุษย์ปกติััไม่ได้ ตรวจจับทุกการเคลื่อนไหวในรัศมีสิบไมล์เพื่อป้องกันสปายและผู้ไม่ประสงค์ดีต่อฝ่ายของตนด้วยเทคโนโลยีนี้แม้แต่แมลงบินเข้ามาก็รู้ได้ไม่ยาก
ผู้ขับเฮลิคอปเตอร์ต้องบอกรหัสประจำตัว ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดแม้ฮ.ลำนี้จะมีการติดตั้งGPSมาตลอดทางโดยมีผู้โดยสารอย่างฉันเป็ผู้ยืนยันการเดินทางในครั้งนี้ และบอกรหัสผ่านเช่นกัน
เมื่อผ่านม่านพลังแม่เหล็ก และกำแพงเข้ามาได้โดยไม่โดนสอยร่วงในนั้นมีตึกน้อยใหญ่ไม่สูงสะดุดตานัก สถานที่ในการเก็บเสบียงอาวุธที่พักกองกำลังรบ หรือแม้แต่สถานีวิจัยย่อยอีกแห่ง
ยานพาหนะจอดลงอย่างปลอดภัย ฉันเดินลงจากฮ.พร้อมชายหนุ่มคนเดิมที่เดินตามมาจากนั้นยื่นพิมพ์เขียวและเอกสารวิจัยทั้งหมดให้บอดี้การ์ดถือไปเก็บแล้วเข้าไปยังตึกปูนสองชั้นแห่งหนึ่งดูไม่โดดเด่นนัก
เมื่ออยู่ในตึกแล้วก็เดินไปที่ลิฟต์นิ้วกดปุ่มหลายครั้งไม่ซ้ำกันเป็รหัสลับ และแสกนนิ้วมือไปในตัวเมื่อเข้าไปได้จึงพาลงชั้นใต้ดินลับลึกกว่า100เมตรในเวลาไม่นานระหว่างลงสู่ชั้นล่างกระจกลิฟต์ใสรอบทิศเผยให้เห็นโถงกว้างเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์รอบด้านฉันมองมันอย่างคุ้นชินและภาคภูมิใจเพราะอาวุธเหล่านี้ฉันล้วนมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ทั้งสิ้นแม้จะคร่าชีวิตคนไปนักต่อนัก
ประตูเปิดออกสู่ชั้นที่หมาย ห้องโถงยาวปรากฏแยกมากมายหลายเลี้ยวฉันเดินตามทางในความทรงจำได้อย่างไม่สะดุด นี่เป็หนึ่งความสามารถพิเศษของฉันที่ติดตัวมาั้แ่จำความได้
ความทรงจำภาพถ่าย
อะไรก็ตามถ้าหากต้องตาครั้งแรก ฉันจะจดจำได้ตลอดราวมีสมองเป็กล้องชั้นเยี่ยมเช่นถ้าได้ดูโพยข้อสอบเพียงครั้งเดียวฉันก็จะจำได้ทุกคำตอบหัวข้อหรือแม้แต่รูปแบบลายมือในโพย แต่ฉันสายตาสั้นค่อนข้างมากถ้าหากไม่มีแว่นก็แทบไม่ต่างจากคนตาบอด แถมยังไม่ถึงวัยทำเลสิก
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องพักของตน บอดี้การ์ดที่ตามดูอยู่ตลอดว่าฉันเป็ตัวจริงไหมก็เดินหันหลังกลับอย่างรู้งาน ฉันกดรหัสแสกนลายนิ้วมือ ม่านตา และรหัสเสียงแล้วเดินเข้าไปในห้องพัก จากนั้นประตูก็ปิดลงอย่างแ่าราวกับจะไม่ให้คนในออกซึ่งก็ใช่ เธอจะออกไปไม่ได้จนกว่าจะมีงานเข้ามา
ภายในประตูเหล็กเปิดออกเผยให้เห็นห้องนอนกว้างขวางเตียงั์แปดฟุตนอนกลิ้งได้หลายตลบ ตู้เย็นที่มีของกินเล่นเตรียมไว้รองท้องเครื่องปรับอากาศที่เปิดขึ้นอัตโนมัติ ฉันเอาเสื้อกราวน์ตัวนอกแขวนไว้ตรงราวใช้นาฬิกากดเปิดทีวี ภาพโฮโลแกรมสามมิติคมชัดราวกับอยู่ในโรงหนังก็ถูกฉายทับผนังห้องเรียบลื่นตรงข้ามเตียง
ฉันนั่งลงบนโซฟาปลายเตียงดูรายการออกอากาศทุกเย็นวันศุกร์ฆ่าเวลาอย่างเบื่อหน่ายคนในภาพถ่ายทอดสดหลังโพเดียมก็ไม่ใช่ใครอื่น ผู้นำของภูมิภาคนี้หนึ่งในผู้มีอำนาจมากที่สุดในโลกพ่อบุญธรรมที่ทั้งชีวิตเจอหน้าเขานับครั้งได้ด้วยมือข้างเดียว
ไม่รู้ว่ารอบนี้เขาจะพูดอะไรให้ประชาชนเกลียดกันอีกไหมเพราะประชากรที่อยู่บนโลกตอนนี้ก็ไม่ได้ฉลาดเช่นเมื่อก่อนคนฉลาดมีทางเลือกล้วนหนีไปต่างดาวกันหมด ไม่ก็อยู่เพื่อหวังเป็ใหญ่เหยียบหัวกันไปมาในโลกเก่าที่ซอมซ่อป่าเถื่อน แถมคนในทีวีตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าใช้ใครสวมหน้ากากแทนเพื่อกันผู้หวังร้าย
ในโลกปัจจุบันที่แม้เทคโนโลยีจะก้าวไกล แต่ทรัพยากรทุกอย่างหายากขึ้นน้ำจืดที่ใช้ดื่มกลับแพงกว่าอาหารสังเคราะห์เพราะการกรองสารพิษปนเปื้อนนั้นยากแสนยาก มลพิษและภาวะโลกร้อนประชากรล้นแย่งชิงพื้นที่อาศัย โรคระบาดทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจให้เกิดเหยียดชาติพันธุ์อุดมการณ์ความคิด การปลุกปั่นจากกลุ่มคนต่างๆปัญหาเหล่านี้เมื่อไม่มีทางแก้ไขได้ง่ายๆ สัญญาสันติภาพจึงถูกฉีกผู้คนต่างก่อาโลกเพื่อตนเอง หาเหตุผลข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าเพื่อรวมคนที่มีอุดมการณ์ความรุนแรงแบบเดียวกัน
อาวุธเมื่อหลายสิบปีก่อนมหาอำนาจเคยเก็บไว้เพื่อขู่กันเฉยๆก็ถูกเอามาใช้กันจริง ความวินาศสันตะโรเกิดขึ้นอย่างโหดร้ายไร้มนุษย์ธรรมความบาดหมางทวีคูณจนองค์การระหว่างประเทศทั้งหลายไม่มีสิทธิ์ชะลอความรุนแรงได้เลย
กลุ่มคนที่พอมีทุนมีความรู้และไม่เห็นด้วยกับาจึงรวมคนที่มีความคิดแบบเดียวกันเท่าที่รวบรวมได้หนีออกนอกโลก ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ ณดาวเคราะห์ในระบบดาวฤกษ์เดียวกับโลกเก่าที่พออาศัยได้ เท่าที่ขีดจำกัดเทคโนโลยีสองมือของคนกลุ่มนั่นจะทำไหว
ฉันนั่งดูคนแก่บ่นหน้าโพเดียมได้ไม่ถึงสองนาทีด้วยความเบื่อรายการทีวีแสนเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากก้นบึ้ง จึงกดปิดทีวีทางนาฬิกาแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำ ไปชำระความขุ่นมัวทั้งกายใจที่ประสบมาทั้งวัน
กายเปลือยขาวค่อยๆแช่ลงในอ่างจากุชชี่น้ำอุ่นทำให้สมองผ่อนคลายคิดเื่ที่ผ่านมาอย่างเรื่อยเปื่อย
ั้แ่จำความได้ เธอถูกทหารชายแดนยศสามัญนายหนึ่งเก็บมาเลี้ยงได้พักหนึ่งจนเขาเลี้ยงไม่ไหว จึงส่งเธอให้สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าชั่วคราว สัญญาว่าจะกลับมาแต่สุดท้ายหล่อนก็ได้อยู่ยาวที่นั่นจนอายุ10ขวบ
ตอนนั้นเธอได้เข้าแข่งขันทดสอบเชาวน์ปัญญาเด็กในรายการทีวีชนะเลิศมาได้และนำเงินรางวัลมาให้บ้านเด็กกำพร้า หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีพ่อบุญธรรมคนใหม่ในรถซีมูลีนหรูรับหล่อนไปเลี้ยงเขากล่าวเพียงว่าจะดูแลเธออย่างดีถ้าทำตามคำสั่งเขา
หลังจากนั้นเธอก็ถูกขังรวมกับเด็กนับร้อยในห้องเดียวกันเพื่อบทสอบไหวพริบสติปัญญาอยู่หลายเดือนจนผ่านการทดสอบเพียงไม่ถึงสิบคนมันเป็เช่นไรเธอก็ไม่อยากหวนนึกถึงเท่าไหร่นัก
รอดมาได้ก็ถูกยัดเยียดความรู้หลายแขนงจนแทบกระอักเื และโดนฝึกให้เป็ตุ๊กตานักวิจัยยังดีที่เธอถูกพอจะสนุกกับการเรียนวิชาการวิทย์คณิตอยู่บ้างถ้าโดนฝึกให้เป็อย่างอื่นคงรับไม่ไหว
เมื่อเริ่มเป็นักวิจัยอาวุธเต็มตัวและจบปริญญาตรีตอนอายุ14 ความสามารถในการจดจำและวิเคราะห์ทำให้เธอถูกยกย่องว่าเป็อัจฉริยะ ไม่นานเมื่ออายุ18 เธอก็จบปริญญาเอกพร้อมกับมีผลงานโครงการวิจัยที่ประสบความสำเร็จก้าวหน้ากว่าผู้ใหญ่บางคนที่ทำงานมาหลายปี
อีกทั้งตำแหน่งลูกบุญธรรมนี้ก็ยิ่งใหญ่พอตัวให้คนอื่นไม่กล้ามีเื่ตรงๆยิ่งตอนนี้ที่ฉันเพิ่งเป็ตัวเต็งในการวิจัยอาวุธะเิจาก ปฏิสสารสังเคราะห์ทำให้สถานการณ์ฝั่งพ่อบุญธรรมฉันได้เปรียบในหลายๆด้านทั้งการจัดการฝ่ายศัตรูผู้บริสุทธิ์ในเมืองต่างจากเมื่อก่อนที่ทำกันแค่ชายแดนเพื่อข่มขวัญเป็การป่าวประกาศอย่างโจ่งแจ้งว่าอาวุธฝั่งของตนเข้าถึงเทคโนโลยีอีกขั้นที่ทันสมัยกว่าและให้อีกฝ่ายยอมแพ้ในาครั้งนี้ซะดีๆจากความบอบซ้ำที่เกิดขึ้นใจกลางเมือง
ซึ่งตัวเธอเองก็คงมีข้อมูลหลุดออกไป ว่าเกี่ยวข้องกับการทดลองอาวุธแล้วถูกหมายหัวตามฆ่า ไม่ก็ชิงตัวไปให้มีเหตุต้องหลบหนีถูกจับตามองเพิ่มให้มีเื่ปวดหัวอีกแน่ๆ
ถ้าหากเธอไม่เลือกที่จะโดดเด่น ไม่มีผลงาน ไม่ได้เป็ตัวเต็งของหน่วยวิจัยก็ต้องถูกเขี่ยทิ้ง คงไม่มีชีวิตอยู่ได้แบบครบปัจจัยสี่ในยุคาที่ผู้คนเกินครึ่งบนโลกคล้ายตายทั้งเป็ผลกรรมของคนในอดีตเธอไม่มีสิทธิ์ว่าจะอยู่หรือตายด้วยซ้ำ
ทั้งที่พวกผู้ใหญ่เห็นแก่ตัวเป็คนก่อเื่แท้ๆทำไมเธอต้องรับเคราะห์มากกว่าใคร ทั้งที่ไม่ใช่ต้นเหตุ……
เด็กสาวรู้ตัวว่าชักเริ่มเครียดในเื่ฟุ้งซ่านไร้สาระจึงนวดขมับแล้วปล่อยความคิดนั้นให้ลอยไปกับน้ำอุ่น ทันใดนั้นเองปรากฏรูปทรงเลขาคณิตหลายรูปซ้อนกันเรืองแสงใต้พื้นอ่างเ้าตัวใสะดุ้งโหยงรีบคว้าแว่นลุกขึ้นก้าวหนีแต่ช้าไปแสงสีม่วงดูดกลืนร่างของนักวิจัยสาวให้หายวับไปราวกับไม่มีตัวตน
……………………….
ใต้จันทราดุจแร่อเมทิสต์ลอยสว่างในรัตติกาลเงียบสงัดเสียงกระพือปีกของวิหคผู้กลืนกับความมืด นำเอาสาสน์จากแดนไกลผ่านทุ่งแห่งความตายมาให้เ้าชีวิตมันบินเข้าหน้าต่างของปราสาทแห่งหนึ่งที่เปิดรออยู่นานแล้ว
อีกาตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะแขนชายชุดฮู้ดสีดำอย่างว่าง่ายจากนั้นเชือกที่ผูกกับขาและกระดาษถูกดึงออกโดยมือสวมถุงมือสีดำชายตรงหน้าอ่านจดหมายแล้วฉีกยิ้มบางใจพลันเต้นระรัวคล้ายพบเจอสิ่งที่ปรารถนามาชั่วนิรันดร์
“ราชัน หรือ นอกรีต ผู้ใดจะปราชัย”
เมื่อสิ้นคำพูด วงเวทย์ใต้พื้นดินปรากฏร่างบุคคลสี่คน สวมฮู้ดสีดำเช่นเดียวกันในท่าคุกเข่าคำนับตรงหน้าคนผู้นี้เสียงทุ้มทรงอำนาจออกคำสั่ง
“จงนำภาชนะนั่นมาให้ได้ ต่อให้ต้องพลิกผืนดินโอไรอัสหาหรือมีใครมาขวางก็ตาม!”
“ขอสาบานด้วยจิติญญา” สิ้นเสียงพร้อมเพรียงชายหญิงในชุดคลุมก็หายวับราวไร้ตัวตน เช่นเดียวกับเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน