“สำเร็จแล้ว...”
เมื่อพ้นอันตราย สีหน้าของเซียวจิ่งหยวนยังคงนิ่งเรียบไร้อารมณ์เขารู้ว่าสถานที่ที่มีผู้บำเพ็ญมารวมกันอยู่มากมายเช่นนี้ต้องมีผู้มีสายตาเฉียบคมรู้จักมุกสายฟ้าแม่เหล็กและรู้ถึงพลังอันน่ากลัวของมุกนี้เล่ห์เหลี่ยมเขียนเสือให้วัวกลัวของเขาได้ผลดั่งคาด
ต่อให้เล่ห์กลนี้ไม่ได้ผลก็ไม่มีผลเสียใดเพราะแม้นพลังของมุกสายฟ้าในมือของเขาจะไม่อาจทำลายผู้บำเพ็ญที่อยู่รอบๆแต่มันสามารถะเิทำลายกระบี่บินเ่าั้ได้
เขาจึงถือว่าไม่ใช่ผู้แพ้
เซียวจิ่งหยวนกำมุกสายฟ้าแน่น กวาดสายตาสังเกตสถานการณ์รอบกายอย่างนิ่งเงียบทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบ
สระกระบี่ถูกเปิดออกมีประตูแสงบานหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดหอคอยเขาเนินพยัคฆ์ ตั้งตระหง่านท่ามกลางความว่างเปล่ารอบด้านประดับประดาด้วยอักษรสีทองลึกลับส่องสว่างดุจแสงอาทิตย์ละอองฝนเบาบางที่โปรยปรายลงมาช่วยเพิ่มความงดงามและความอัศจรรย์ให้แก่บานประตูนั้น
สิ่งที่น่าประหลาดก็คือรอบด้านของประตูแสงกลับไร้ซึ่งผู้บำเพ็ญหรือพูดได้ว่าหากมีผู้บำเพ็ญสักคนกล้าเข้าใกล้ประตูแสงเขาผู้นั้นอาจต้องเผชิญกับฝูงคนที่ดาหน้าเข้ามาทำร้าย
“มีคนเข้าไปแล้ว”
เซียวจิ่งหยวนเข้าใจได้ทันทีที่มองผู้ที่เข้าไปในประตูแสงไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวแต่คาดว่าผู้ที่มีป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์คงเข้าไปจนเกือบหมดแล้วบางทีป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ทั้งสามสิบหกแผ่นอาจปรากฏออกมาเกินครึ่งหนึ่งแล้วก็ได้เหลือเพียงป้ายคำสั่งอีกเพียงไม่กี่แผ่นที่กระจัดกระจายและยังไม่ถูกพบ
ผู้บำเพ็ญที่รวมตัวกันอยู่โดยรอบูเาเนินพยัคฆ์ในยามนี้คาดว่าคงเป็คนที่ไม่มีป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์กำลังรอดูว่าตนเองจะพอมีโอกาสได้เสี่ยงดวงฆ่าฟันแย่งชิงป้ายคำสั่งจากมือของผู้อื่นหรือไม่
“มาสายไปเสียแล้ว...”
เซียวจิ่งหยวนมีความคิดอยากแย่งชิงป้ายเช่นเดียวกัน เขาเพิ่งคิดไปว่ายามที่สระกระบี่เนินพยัคฆ์เปิดออกผู้ที่มีป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์อยู่ในจะต้องปรากฏตัวพร้อมเดินเข้าสระกระบี่และเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะต่อสู้เพื่อแย่งชิงป้ายมาไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจสามารถคว้ามันไว้ได้ แต่ไม่นึกเลยว่าผู้บำเพ็ญคนอื่นก็มีความคิดเฉกเช่นเดียวกันกับเขา
การที่ป้ายคำสั่งมีน้อยกว่าจำนวนคนทำให้การแย่งชิง ยิ่งทวีความยากขึ้นไปอีกด้วยเขาไม่รู้เลยว่าบนูเาเนินพยัคฆ์แห่งนี้มีผู้บำเพ็ญแอบหลบซ่อนอยู่มากมายเพียงใด
เมื่อผู้คนจำนวนมากล้วนมุ่งเป้าไปยังของชิ้นเดียวกันก็มักจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นการที่เขาต้องกลายเป็คู่ต่อสู้ของคนมากมายในทันทีที่ปรากฏตัวขึ้นจึงไม่ใช่เื่แปลก...
เซียวจิ่งหยวนเข้าใจเหตุการณ์อย่างแจ่มแจ้ง ทว่ากลับลังเล ไม่รู้ว่าในสถานการณ์ที่ไม่อาจไปต่อหรือถอยกลับได้เฉกเช่นตอนนี้ตนควรทำเช่นไรดี
“อ๊ากก...”
ทันใดนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นดึงดูดความสนใจของเขา
“เกิดอะไรขึ้น”
เขาหันศีรษะกลับไปมอง พบว่าบริเวณที่ใกล้กับประตูแสงบานใหญ่มีผู้บำเพ็ญคนหนึ่งใช้อาวุธวิเศษแล้วอาศัยการคุ้มกันของวงแสงวิเศษนั้นพยายามดื้อดึงพุ่งชนเข้าไปภายในประตูแสงทว่าในยามที่ผู้บำเพ็ญผู้นั้นกำลังเบียดกายเข้าไปในประตูแสงกลับพบเจอกับแรงต้านอันมหาศาลอักษรจำนวนมากบนประตูส่องแสงกระพริบเป็ประกายประหนึ่งตาข่ายขนาดใหญ่ที่คอยกีดขวางทางเข้าผู้นั้นเอาไว้
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีภาพของธาตุทั้งสี่ที่เจิดจ้าถูกปลดปล่อยออกมาจากตาข่ายั์ โปรยปรายลงบนกายของผู้บำเพ็ญคนนั้นประดุจสายฝนเจาะทำลายการปกป้องจากอาวุธวิเศษของเขาไปได้อย่างง่ายดาย
พลังของอาคมผนึกนี้ช่างแสนน่ากลัว
หลังจากนั้นเพียงไม่นานอาวุธวิเศษของผู้บำเพ็ญคนนั้นก็พังทลายลงเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยพลังของธาตุทั้งสี่อันทรงพลังกระแทกเข้าใส่ร่างกายของเขาอย่างแรง จนเกิดาแมากมายเต็มร่างกายเสียงร้องโอดครวญดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
โชคดีที่ด้านข้างผู้บำเพ็ญผู้นั้นดูเหมือนมีสหายอยู่คนหนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์ย่ำแย่ก็ยื่นมือเข้ามาดึงเขาให้หลุดออกมาทำให้เขารอดชีวิตไปได้
สิ่งนี้คงเป็เคราะห์กรรมของการไม่มีป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์แต่ยังดื้อดึงบุกเข้าไป
เหล่าคนที่เห็นสถานการณ์ตรงหน้า บ้างตาเป็ประกายบ้างแสยะยิ้มเหยียดหยาม และบ้างก็รู้สึกวิตกกังวล แตกต่างกันไปแต่ทุกคนต่างรู้ดีว่า อารมผนึกภายในสระกระบี่เนินพยัคฆ์เป็เพียงยอดูเาน้ำแข็งหากไม่เช่นนั้นคงไม่อาจปกป้องสระกระบี่มาได้นับพันปีจนไม่มีผู้ใดสามารถเข้ามาได้เช่นนี้
แน่นอนว่าการดื้อดึงบุกฝ่าเข้าไปเป็ความคิดที่ย่ำแย่อย่างมาก...
เซียวจิ่งหยวนพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
“หยุด!”
แต่แล้วใครบางคนก็แผดเสียงขึ้นพร้อมแสงสีแดงสว่างปกคลุมสร้างกำแพงขวางอยู่ด้านหน้าทางเข้าประตูแสงขู่บังคับให้ผู้บำเพ็ญที่ล่องหนเปิดเผยตัวตนออกมา
ผู้บำเพ็ญคนที่ถูกเปิดเผยตำแหน่งถือป้ายคำสั่งเก่าแก่ที่ส่องประกายระยิบระยับไปด้วยแสงดาวไว้ในมือแสงดาวบนป้ายคำสั่งส่องประกายล้อกับตัวอักษรบนบานประตูรางๆ
ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์...
ทันทีที่เหล่าผู้บำเพ็ญเห็นลำแสงสดใสจำนวนนับไม่ถ้วนก็พร้อมใจกันพรั่งพรูออกมารอบสารทิศเหตุการณ์นี้เหมือนกับการโยนเหยื่อลงในทะเลสาบเพื่อดึงดูดเหล่ามัจฉาให้ว่ายมารวมตัวเพื่อแย่งชิงอาหารอย่างไม่มีผิด
ความล้มเหลวของแผนแอบเข้าประตูแสงของผู้บำเพ็ญผู้นั้นได้กระตุ้นผู้คนมากมาย
เซียวจิ่งหยวนเองก็เช่นกัน เขาร่ายวิชาดาราเหินออกมาเต็มที่ก่อนหายวับมาปรากฏอยู่ข้างกายผู้บำเพ็ญคนนั้นทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอื้อมมือเข้าไปชิงป้ายคำสั่งแผ่นนั้นมาอาวุธวิเศษอันเจิดจ้าจำนวนมากกลับพุ่งเข้าใส่ผู้บำเพ็ญคนนั้นเสียก่อน
“พวกระยำเอ้ย!”
แน่นอนว่าผู้บำเพ็ญคนนั้นไม่อ่อนแอ ทันทีที่เขากู่ร้องคำรามม่านแสงอันเจิดจ้าก็ส่องสว่างขึ้นที่ด้านหน้าของเขาสร้างกระแสคลื่นพลังจำนวนมากมายให้ซัดสาดออกไป
อาวุธที่แข็งแกร่งปะทะเข้ากับกระแสคลื่นอันลึกลับโดยตรง
ตูมๆๆ ...
ห้วงอากาศสั่นไหวไปด้วยกระแสพลังที่ท่วมท้นอยู่เต็มท้องนภากระทั่งภูผาและพื้นดินล้วนสั่นสะท้านส่งเสียงคำรามกึกก้อง
แน่นอนว่าเซียวจิ่งหยวนที่ยืนอยู่ด้านข้างย่อมถูกกระแสคลื่นนั้นซัดโดนเช่นกันเขายังไม่ทันได้ประคองกายให้ยืนนิ่งก็กระเด็นออกไปด้วยแรงผลักอันทรงพลังจนไปกระแทกเข้ากับกำแพงที่อยู่ห่างไกลหลายสิบหมี่
“บ้าเอ๊ย!”
เซียวจิ่งหยวนห้อยค้างอยู่บนกำแพงที่แตกร้าวรู้สึกวิงเวียนตาลายราวกับโลกกำลังหมุนวน เขาพยายามยันกายให้ลุกขึ้นส่ายหน้าเล็กน้อย สติฟื้นคืนกลับมาบางส่วน
ยามนี้ผู้บำเพ็ญนับสิบเข้าต่อสู้แย่งชิงป้ายชุลมุน ดาบ กระบี่ ทวน และอาวุธวิเศษรูปร่างประหลาดมากมายลอยพุ่งเข้าปะทะกันกลางอากาศเสียดสีสร้างประกายไฟะเิขึ้นมาอีกหลายครั้งหลายครา
การต่อสู้แย่งชิงกันระหว่างผู้บำเพ็ญ นอกจากจะระดับการบำเพ็ญที่เป็พื้นฐานแล้ววิชายุทธ์ที่ฝึกฝน อานุภาพของอาวุธวิเศษ รวมไปถึงการจับจังหวะเวลาล้วนเป็ปัจจัยสำคัญที่สามารถกำหนดผลแพ้ชนะได้ทั้งสิ้นจะมีชัยหรือพ่ายแพ้ตัดสินจากความแข็งแกร่งโดยรวมของผู้บำเพ็ญ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดระดับการบำเพ็ญสูงกว่าคนนั้นชนะไป
ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในตอนนี้ยังจลาจลวุ่นวายยากที่จะแยกมิตรหรือศัตรู
ไม่นานก่อนหน้านี้ พวกเขายังผนึกกำลังต่อกรกับศัตรูอยู่เลยแต่พริบตาเดียวอาจโดนสหายลอบทำร้ายก็เป็ได้ดังนั้นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายตรงหน้านี้จึงทำให้เซียวจิ่งหยวนไม่อาจหาโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้เลย
ตอนนี้แสงของอาวุธวิเศษหลากหลายสีล้วนเปล่งประกายเจิดจ้าป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ซ่อนเร้นอยู่ภายในแสงนั้นถูกผลัดส่งเปลี่ยนมือผู้บำเพ็ญไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสิ้นสุด
เซียวจิ่งหยวนหาโอกาสลงมือไม่ได้เลยจริงๆ ...
หรือหากพูดตามความจริงการเฝ้าดูอยู่ภายนอกก็นับได้ว่าเป็โชคดีอย่างหนึ่งเพราะท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ทำให้มีผู้บำเพ็ญจำนวนมากถูกกำจัดออกมาด้านนอกด้วยเหตุผลมากมายไม่ว่าจะเป็เพราะพลังไม่มากพอ หรืออาจเป็เพราะเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย
ผู้คนด้านในบ้างต้องตายเพราะการต่อสู้ บ้างได้รับาเ็หรือบ้างสาหัสจนใกล้ตาย
เปรี้ยง!
การตอบโต้ครั้งสุดท้ายย่อมเป็สิ่งที่บ้าคลั่งมากที่สุด ผู้บำเพ็ที่ญใกล้ตายคนหนึ่งนอกจากจะโกรธแค้นผู้อื่นแล้วเขายังโกรธแค้นตัวเองมากจนะเิตัวเองเืเนื้อสาดกระเซ็นโปรยปลิวไปทั่วประหนึ่งห่าฝนสีแดงฉาน มีแมลงร้ายจำนวนมากบินกรูออกมาจากหยาดฝนสีแดงที่โปรยปรายลงมาอีกด้วย
“แมลงกู่[1]!”
ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งถูกแมลงกู่กัดเจาะทะลุเข้าไปในิัคืบคลานไปมาอยู่ภายในผิวเนื้อ สร้างความเ็ปเสียดแทงสุดหัวใจ จนทำให้คนผู้นั้นหวาดกลัวอย่างมากกรีดร้องโหยหวนเสียงแหลม
ความคิดอันชั่วร้ายที่ใช้เืและเนื้อเป็อาหารเพื่อปลดปล่อยแมลงกู่จำนวนมหาศาลออกมาลากผู้อื่นไปตายพร้อมกันแสดงว่าผู้บำเพ็ญคนนั้นจะต้องเป็คนในลัทธิมารแห่งดินแดนหนานเจียง
แมลงกู่โลหิตบินว่อนไปทั่วท้องนภา พุ่งตรงเข้าโจมตีผู้บำเพ็ญที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างไร้ความปราณีผู้บำเพ็ญบางคนที่ไม่ทันระวังถูกแมลงกู่เกาะบนร่างล้วนพบกับหายนะิัและเืเนื้อถูกกัดจนเกิดเป็รูลึกมองเห็นกระดูกได้เลือนราง
แน่นอนว่าสำหรับยอดฝีมือที่แท้จริงแล้วนั้นแมลงกู่ตัวจิ๋วเหล่านี้หาได้เป็ปัญหาใดไม่ ใช้แค่อาวุธมาป้องกันตนเองหรืออาจพ่นน้ำแข็งพ่นไฟออกไปโดยตรงก็ฆ่าแมลงกู่ให้ตายอยู่กลางอากาศได้แล้วทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันนี้ทำให้สถานการณ์ชุลมุนเปลี่ยนแปลงไป
ในขณะเดียวกันนั้นเองเซียวจิ่งหยวนผู้มีสายตาเฉียบคมก็หาโอกาสให้ตัวเองจนได้เขาเคลื่อนตัวด้วยความว่องไวปานฟ้าแลบมาอยู่ใจกลางฝนโลหิตซึ่งเป็จุดที่มีแมลงกู่ชุกชุมมากที่สุดอย่างไม่ลังเล
จุดนี้เป็จุดที่ผู้บำเพ็ญลัทธิมาระเิตนเองป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์กำลังเปล่งประกายเลือนรางอยู่ภายใต้กองฝุ่นที่ทับถมเซียวจิ่งหยวนบินร่อนลงมา ใช้เท้าเขี่ยเพียงแ่เบาก็ได้ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์มาอยู่ในมือเป็ที่เรียบร้อย
ปึง!
ในยามนั้นเอง อาวุธวิเศษมากมายกู่ร้องคำรามพุ่งตรงมาจนมืดฟ้ามัวดินปิดล้อมเขาไว้อย่างแ่าจนไม่มีช่องว่างประหนึ่งตาข่ายอันแ่าที่ปกคลุมอยู่ทั่วทุกทิศทาง
เซียวจิ่งหยวนในตอนนี้เป็ดั่งลูกไก่ในกำมือที่ไม่อาจหนีพ้นจากหายนะไปได้ทว่าใน่เวลาวิกฤติเช่นนี้ เขากลับแสยะยิ้ม กางฝ่ามือออกพลางนวดคลึง
ทันใดนั้นลูกกลมแสงสีเงินก็ะเิขึ้นในฉับพลัน
เปรี้ยง!
สายฟ้าส่องไสวอยู่ทั่วท้องฟ้าสีครามเคลื่อนตัวออกไปรอบด้านประหนึ่งอสรพิษสีเงิน
พื้นที่รัศมีหลายร้อยหมี่รอบกายเซียวจิ่งหยวนก็อัดแน่นไปด้วยสายฟ้าสีเงินภายในเวลาอันรวดเร็วผ่าฟาดล้างผลาญเหล่าศัตรูนับพันทุกคนรวมไปถึงตัวของเซียวจิ่งหยวนล้วนได้รับาเ็จากสายฟ้าเช่นเดียวกันเขาเ็ปจนใบหน้าบิดเบี้ยวเหงื่อเม็ดโตไหลไหลรินพลันระเหยไปอย่างรวดเร็วด้วยพลังของสายฟ้าอันรุนแรง
“เจ็บจริงเชียว ฆ่าศัตรูไปพัน ฝ่ายตนเสียหายไปแปดร้อยชัดๆ ...”
เขาขบฟันกรามแน่นพยุงร่างกายอันเ็ปให้รีบก้าวเท้ามุ่งตรงไปยังประตูแสงทางเข้าสระกระบี่อย่างรวดเร็วกระทั่งเมื่อเขาเข้าใกล้ประตูแสง ป้ายคำสั่งเนินพยัคฆ์ก็เปล่งแสงสอดผสานไปพร้อมกับอักษรลึกลับที่อยู่โดยรอบ
ประตูแสงบานใหญ่แปรเปลี่ยนเป็ปากอุโมงค์สีดำทะมึนราวกับสัตว์อสูรที่กำลังอ้าปากพร้อมกลืนกินเซียวจิ่งหยวนเข้าไปทั้งตัวในชั่วพริบตา
เมื่อเซียวจิ่งหยวนหายตัวไปจากูเาเนินพยัคฆ์สายฟ้าอสรพิษเงินก็ค่อยๆ มลายหายไป
“เ้าสารเลวเอ๊ย!”
“โดนหลอกเสียแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่มุกสายฟ้าแม่เหล็ก...”
“แต่พลังนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว...เ้านั่นโเี้เสียจริง...”
“ยอมทำร้ายตนเองเพื่อเข้าไปข้างในเลยหรือ ช่างมันเถิด โทษเขาไม่ได้หรอกเพราะเขาคือผู้ชนะ...”
กลุ่มผู้บำเพ็ญบ้างโกรธ บ้างผิดหวัง บ้างยอมจำนนผู้คนมากมายกระจายตัวทยอยแยกออกจากกันก่อนจะมีการแย่งชิงครั้งใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง
[1]แมลงกู่ เป็แมลงมีพิษชนิดหนึ่ง