ตอนที่สิบห้า
เดรัจฉาน
เมื่อได้รับตำราทักษะทั้งสองเล่มมาแล้วหลิงเฉินกลับไปนอนพักที่โรงเลี้ยงม้าหลังเก่าของตนเอง ก่อนที่เข้าวันรุ่งขึ้นหลิงเฉินจะกลับไปทำงานที่โรงเลี้ยงม้าของราชวงศ์เช่นทุกวัน โดยจุดประสงค์ที่ไปทำงานในวันนี้ของหลิงเฉินก็คือเขาตั้งใจจะไปช่วยปลดปล่อยตาเฒ่ามู่แล้วพาหนีออกไปด้วย
เหตุผลที่เขาช่วยเหลือเพราะว่าตาเฒ่ามู่ก็ดีกับเขามาตลอด แต่เมื่อลองไปชักชวนแล้วปรากฏว่าตาเฒ่ามู่ตอบปฏิเสธ แน่นอนว่าหลิงเฉินก็รู้เื่นั้นอยู่แล้ว ผู้ใดกันเล่าจะมาเชื่อคำพูดของทาสไร้ค่าเยี่ยงเขา ถ้าเป็คำพูดของจักรพรรดิแห่งอักขระก็อีกเื่
กระนั้นเมื่อตาเฒ่ามู่ไม่สนใจจะไปกับเขาหลิงเฉินก็ตั้งใจจะหนีออกไปคนเดียว ค่ำคืนอันแสนจะเงียบงันเดินทางมาถึง่เวลาที่หลิงเฉินรอคอยเขาใช้อักขระอำพรางกายออกจากวังหลวงไปง่ายดายเช่นทุกครั้ง
เด็กหนุ่มเมื่อออกมาเมืองหลวงได้สำเร็จสถานที่แรกที่หลิงเฉินไปก็คือร้านขายผ้าไหมภายในเมืองหลวง โดยร้านนั้นตั้งอยู่ที่ตลาดกลางคืนภายในเมืองหลวงที่อยู่บนถนนเส้นที่หนึ่งของเมือง
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในร้านหลิงเฉินก็เดินตรงเข้าไปหาเถ้าแก่ที่เป็สตรีวัยประมาณสี่สิบปีสวมใส่อาภรณ์เครื่องแต่งกายที่งดงาม แต่รูปหน้านั้นมิได้มีอันใดโดดเด่น
“ ข้าอยากได้ชุดสักชุดนักขอรับ ” หลิงเฉินกล่าวอย่างมีมารยาทถึงอย่างไรเสียตอนนี้เขาก็อยู่ในร่างกายเด็กหนุ่มผู้นี้ถ้าจะทำตัวหยิ่งผยองเหมือนตอนที่เป็จักรพรรดิอักขระเดี๋ยวจะมีแต่ผู้คนเกลียดขี้หน้าเอา
สตรีวัยสี่สิบปีที่เป็เถ้าแก่ของร้านผ้าไหมแห่งนี้มองหลิงเฉินด้วยสายตาหยามเหยียด หลิงเฉินที่ได้มองสายตาสตรีเบื้องหน้าเขาก็รู้ได้ทันทีว่าภายในใจของนางคงจะกล่าวอยู่กับตนเองว่า เ้าเด็กนี่จะมีตังจ่ายหรือ
หลิงเฉินได้ล้วงมือของตนเองเข้าไปภายในเสื้อก่อนจะหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมามันเป็เงินประมาณหนึ่งร้อยตำลึง วางลงตรงหน้าของนางเพื่อแสดงถึงฐานะของเขา
เมื่อนางได้เห็นเงินจำนวนมากวางลงที่ด้านตรงใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันทีดวงตาทั้งสองข้างเปล่งประกายขึ้นก่อนจะปั้นสีหน้าหันมาต้อนรับหลิงเฉินอย่างเป็มิตร เรียกได้ว่ากิริยาท่าทางของนางมันแตกต่างจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
แม่นางผู้นี้เ้าเล่ห์นัก!!!
“ นายท่าน้าอันใดหรือเ้าคะ ” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเป็มิตร
“ ข้า้าเสื้อที่ดีที่สุด ” หลิงเฉินกล่าวออกมาอย่างหยิ่งยโส เมื่ออีกฝ่ายเป็คนชอบดูถูกผู้อื่นและเห็นแก่เงินเช่นนี้เขาไม่จำเป็ต้องเกรงใจนาง อย่างไรเสียเขาก็มาซื้อเสื้อผ้าจากนางไม่ได้ขอสักหน่อย
“ ข้าจะไปเตรียมเสื้อผ้ามาให้เลือกนะเ้าคะคุณชายน้อย ”
ดูสิยามแรกที่ก้าวเข้ามาภายในร้านเขาถูกมองเปรียบดังทาสผู้หนึ่งแต่เมื่อเงินวางนลงตรงหน้าท่าทางกิริยาที่นางแสดงออกมาก็เปลี่ยนไปทันทีตอนนี้เขากลายไปเป็คุณชายน้อยไปเสียแล้ว คนประเภทนี้เป็ประเภทนึงที่เขาไม่คิดจะนำมาคบเป็สหาย
ไม่นานนักชุดมากมายก็ถูกนำมาให้หลิงเฉินเลือก และเขาก็ได้เปลี่ยนมันทันทีหลังจากเลือกได้แล้ว ในที่สุดเขาก็ได้ถอดชุดเก่าๆที่ขาดรุ่ยนี่ได้สักที หลิงเฉินได้ถือโอกาสจ่ายเงินเพิ่มแล้วขอใช้ห้องอาบน้ำของร้านด้วยเสียเลยเขาทำงานมาทั้งวันถ้าใส่ชุดใหม่ไปมันก็เปื้อนเอาน่ะสิ
เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีสวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬยาวปกคลุมถึงขา บนเนื้อผ้ามีลวดลายสีทองงดงามมากมายถูกสลักเอาไว้ให้ประดับประดางดงามตระการตา ผิวกายที่ขาวราวกับสตรีผมสีดำขลับที่รวบมัดเอาไว้ด้านหลังอย่างเป็ระเบียบเผยให้เห็นรูปหน้าที่คมสันหล่อเหลา รอยยิ้มที่มุมปากยกขึ้นมาทำให้สตรีภายในร้านเสื้อผ้านั้นใจสั่น
พวกนางไม่เคยนึกเลยว่าดวงใจน้อยๆของพวกนางจะต้องสั่นเทาเพราะคุณชายน้อยผู้นี้ เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยหลิงเฉินก็ได้เดินออกนอกร้าน บัดนี้เขาสามารถเดินบนถนนโดยไม่มีผู้ใดจับผิดแล้ว
เมื่อประมาณยี่สิบวันก่อนตอนที่แยกกับเด็กน้อยลู่ิตอนนั้นหลิงเฉินได้ถามที่อยู่ของเด็กน้อยผู้นั้นเอาไว้แล้ว มันตั้งอยู่ที่ถนนสายที่สิบเอ็ดของเมืองหลวง บริเวณนั้นเป็สถานที่พวกขอทานส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่กัน
ตอนนี้เขาออกมาจากวังหลวงและก็ยังไม่รู้ด้วยว่าควรจะไปที่ไหนอย่างไรเสียก็ไปหาเ้าเด็กน้อยนั้นก่อนก็แล้วกัน เพราะว่าเด็กน้อยนั้นตอนนี้ก็เป็คนรู้จักผู้เดียวของเขาด้านนอกนี่
หลิงเฉินมุ่งหน้าตรงไปที่ถนนสายที่สิบเอ็ดของเมืองหลวงถนนที่สองข้างทางนั้นมืดมิดและเต็มไปด้วยความเงียบงัน เด็กหนุ่มชุดสีดำทมิฬเดินอยู่บนถนนที่ไร้ซึ่งผู้คน แถวนี้มีเพียงแค่บ้านของชาวเมืองเท่านั้นมิมีแม้แต่ร้านค้าสักแห่งเพราะเช่นนี้ยามราตรีเช่นนี้ทุกหลังคาเรือนก็ต่างปิดประตูบ้านของตนเองอย่างมิดชิด
หลิงเฉินพยายามเดินหาสถานที่อยู่ของเด็กน้อยลู่ิผู้นั้นเขาจำได้ว่าเด็กน้อยบอกว่าตนเองอยู่ที่บ้านที่ทรุดโทรมหลังหนึ่งภายในถนนเส้นนี้
แต่แล้วหางตาของหลิงเฉินก็เหลือบไปสังเกตุเห็นบ้านหลังนึง บ้านหลังนี้ที่ทรุดโทรมกว่าโรงเลี้ยงม้าที่เขาใช้หลับนอนในวังหลวงเสียอีก
หลังจากที่ยืนนิ่งมองบ้านหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่งหูของหลิงเฉินก็ได้ยินเสียงอันใดบางอย่าง เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังแว่วตามสายลมมาเข้าหูของเขา
ดวงตาของหลิงเฉินหรี่ตาเล็กลงเพื่อมองตรงจ้องเขม็งไปที่ประตูบ้านที่ทรุดโทรมหลังนั้น เขาฟังมิผิดว่าเสียงที่ดังแว่วเข้ามาภายในหูของเขามันดังแว่วมาจากด้านในบ้านหลังนั้น
เด็กหนุ่มชุดสีดำสนิทรีบวิ่งตรงเข้าหาประตูบ้านหลังนั้นเข้าไปด้านในทันที เปลวเพลิงเล็กจากเทียนลุกไหม้อยู่ปรากฏให้เห็นภายในบ้านหลังเก่าที่ทรุดโทรมแห่งนี้
ม่านตาทั้งสองข้างของหลิงเฉินเบิกกว้างขึ้นเขาอึ้งกับสิ่งตนเองได้เห็น มันเป็ภาพที่แสนจะหดหู่สำหรับทุกคน เด็กน้อยลู่ิและน้องสาววัยสามปีกำลังร่ำไห้อยู่ ภาพของสตรีที่เปลือยกายโดนกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบกำลังกระทำบัดสีสตรีที่ร่างกายผอมแห้งผู้นั้นอยู่ บัดนี้สตรีนางนั้นไม่คงเหลือสติอยู่แล้วเหลือเพียงร่างเปลือยกายที่ปล่อยให้ชายฉกรรจ์พวกนั้นสนองตัณหาของตนเองอย่างสนุกสนาน
หลิงเฉินใช้เวลาไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเพื่อประเมินภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าของตนเอง
ใบหน้าของหลิงเฉินเปลี่ยนไปทันทีความเย็นะเืแทรกเข้ามาบนใบหน้าดวงตาทั้งสองแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ฟันล่างและฟันบนกัดกระทบกันแน่น ก่อนที่เขาจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ เดรัจฉาน!!! ”
จบบท