เก็บเกี่ยวผลผลิต
ในโลกใบนี้ก็มีคำกล่าวที่ว่าฟ้าหลังฝนมักจะสดใสเสมอเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่หนักหนาสาหัสที่กัสและเด็กสาวทั้งห้าพบเจอ
หลังจากผ่านพ้น่เวลาที่ยากลำบากไปได้ก็ถึง่เวลาที่พวกเราจะได้รับความผลตอบแทนที่หอมหวานจากความพยายามในครั้งนี้
เช้าของวันใหม่หลังจากที่ผ่าน่เวลาที่ยากลำบากที่สุดไปกัสได้เดินไปสำรวจแปลงผักของเขาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็ความยินดีที่เปี่ยมล้นหรือความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งและความรู้สึกที่น่าหวาดเสียวในเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป
‘เพื่อสิ่งนี้มันคุ้มแล้วหรือที่เราต้องเสี่ยงขนาดนั้น’
กัสส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายหลังจากผ่าน่เวลาที่ยากลำบากมาได้หลายคนก็มักจะครุ่นคิดถึงคุณค่าของสิ่งที่ได้รับและสิ่งที่เขาสูญเสีย
ในกรณีของกัสเขาได้เอาชีวิตของเด็กสาวทั้งห้าไปเสี่ยงเพื่อผลผลิตในแปลงผักแห่งนี้
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาชีวิตของพวกเธอเข้าไปเสี่ยงก็ตามทีแต่ผลลัพธ์จากความผิดพลาดที่เขาก่อได้ทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวแบบนั้น
กัสก็ได้แต่คิดและนึกโทษตัวเองแผนการของเขามีจุดที่ผิดพลาดมากมายซึ่งไม่ใช่เื่ที่น่าแปลกสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านการวางแผนมาก่อนอย่างกัสที่ต้องมาวางแผนที่มีรายละเอียดมากขนาดนี้
การที่เขาสามารถทำให้แผนการประสบความสำเร็จได้ก็แทบจะเรียกว่าเป็ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่งแล้ว
โดยเฉพาะเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนมันเป็สิ่งที่เรียกว่าปาฏิหาริย์ได้อย่างแท้จริง
‘พลังนั้น..หายไปแล้วมันมีอะไรเกี่ยวกับผลึกแก้วสีขาวนั่นหรือไงกัน ไม่เข้าใจจริงๆ’
กัสถอนหายใจออกมาเบาๆพลางกระตุ้นพลังของพรและเรียกหัวสิงโตขนาดเล็กเท่าฝ่ามือออกมาหัวหนึ่งจากนั้นส่งมันออกไปกินมะเขือเทศสีน้ำเงินลูกหนึ่ง
อึดใจเดียวเท่านั้นภายในท้องที่ว่างเปล่าของเขาก็ััได้ถึงการคงอยู่ของบางสิ่งบางอย่าง
“กินแล้วมีความอิ่ม..แต่ทำไมเมื่อวานถึงได้..”
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งไม่เข้าใจเมื่อวันก่อนนั้นเขาได้ปลดปล่อยทักษะที่ล้ำเลิศเกินกว่าที่เขาจะทำได้ออกมาหัวสิงโตสีดำได้กลายเป็หัวสิงโตจำนวนมหาศาลที่มีขนาดเท่ากับเม็ดทรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ
หัวสิงโตสีดำเ่าั้ได้กลืนกินแมลงทั้งหมดลงไปทว่ามันไม่ทำให้กัสรู้สึกอิ่มเลยสักนิดราวกับว่าเขาไม่ได้กินอะไรเข้าไปเลยสักอย่างทั้งที่แมลงเป็ฝูงถูกพลังของเขากินลงไปจนหมดแท้ๆ
ปริมาณที่กินลงไปในวันนั้นเกรงว่าจะมากกว่าครึ่งพันซึ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่ตัวเขาจะกินมันลงไปได้โดยไม่รู้สึกอะไรแบบนั้น
หลังจากคิดอยู่นานกัสก็ยังหาคำตอบไม่ได้กัสก็ตัดสินใจเก็บพลังของเขากลับเข้าไป
“ท่านพี่..ทำอะไรอยู่หรือคะ”
น้องสาวคนโตที่โผล่มาจากด้านหลังส่งเสียงถามด้วยท่าทีที่กล้าๆ กลัวๆสีหน้าของเด็กสาวนั้นทำให้กัสรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่มีอะไรหรอก..ข้าแค่กำลังคิดว่าพวกเราจะเก็บเกี่ยวผลผลิตชนิดไหนก่อนดี”
เมื่อพูดถึงเื่ผลผลิตกัสก็ยิ้มกว้างจากนั้นหันกลับไปมองแปลงผักที่เต็มไปด้วยผลผลิตที่สุกงอมซึ่งพวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวได้ในทันที
น้องสาวคนโตเองก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกันหลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัวมาได้เธอก็ยังนึกกลัวพี่ชายอยู่บ้างจริงๆแต่เมื่อพูดถึงผลผลิตดวงตาของเด็กสาวก็ทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี
นี่คือผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อแรงกายของพวกเธอผลไม้อันหอมหวานที่เรียกว่าความสำเร็จ
่เวลาที่กัสกับน้องสาวยืนมองแปลงผักอยู่นั้นน้องสาวคนเล็กก็ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นกัสยืนอยู่และค่อยๆขยับเข้าไปใกล้พี่สาวของเธอ
ปฏิกิริยาตอบสนองนี้ทำให้กัสรู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็ยอมรับว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากความผิดของเขาเอง
หากกัสไม่ฝืนตัวเองจนสูญเสียการควบคุมหรือบอกให้เด็กสาวเหล่านี้ทราบก่อนว่าเขามีแผนอะไรอยู่บ้างรวมไปถึงข้อควรระวังแล้วละก็
บางทีเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็คงไม่เกิดแต่ถ้าเป็แบบนั้นกัสเองก็ไม่กล้าคิดเช่นกันว่าผลสุดท้ายแล้วแปลงผักของเขาจะเป็ยังไงในเมื่อสถานการณ์ในขณะนั้นมันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีทางรับมือแมลงฝูงนั้นได้
ยิ่งคิดกัสก็ยิ่งรู้สึกแย่แต่ก็ปฏิเสธผลลัพธ์ที่หอมหวานนี้ไม่ได้และรู้สึกยินดีลึกๆที่เื่แบบนั้นเกิดขึ้น
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดตามไปด้วยเช่นกัน
ความรู้สึกที่สับสนนี้ปรากฏขึ้นในดวงตาของกัสทำให้น้องสาวทั้งสองหัวใจสั่นไหวพวกเธอรู้สึกผิดจนต้องก้มหน้าลงเพราะไม่กล้าสู้หน้าของพี่ชาย
ใจหนึ่งนั้นพวกเธอกลัวแต่อีกใจก็รู้สึกเป็ห่วงด้วยกลัวว่าจะทำร้ายความรู้สึกของพี่ชาย
ทว่าเด็กสาวก็ยังเป็เด็กสาวพวกเธอไม่อาจรับความกลัวได้และไม่สามารถขยับเข้าไปไกลกัสได้มากกว่าที่เป็อยู่จริงๆ
กัสเองก็เข้าใจเื่ราวมันเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวานเป็ไปไม่ได้ที่เด็กสาวเหล่านี้จะลืมมันไปได้
ในขณะที่สามพี่น้องยืนมองแปลงผักโดยมีบรรยากาศแปลกๆที่น่าอึดอัดปกคลุมอยู่นั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเรียกสายตาของทั้งสามให้หันไปมองได้เป็อย่างดี
“มาแล้วสินะ เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหม”
“เ้าค่ะท่านกัส! พวกเราพร้อมแล้ว”
อิจิโกะที่นำหน้ามายิ้มแย้มอย่างอ่อนหวานในมือของเธอนั้นถืออุปกรณ์ที่กัสจัดเตรียมเอาไว้ั้แ่ก่อนหน้านี้มาด้วย
อุปกรณ์ทั้งหมดรวมด้วยตะกร้า3 ใบที่มีความจุมากกว่าที่มองเห็นกรรไกรสำหรับตัดขั้วผลผลิตเพื่อลดความบอบช้ำของพืชผลในจำนวนที่เท่ากับจำนวนคน
กัสรับเอากรรไกรมาจากอิจิโกะแล้วเดินนำหน้าเข้าไปโดยมีอิจิโกะเดินตามหลังไปพร้อมกับตะกร้าในอ้อมแขน
น้องสาวทั้งสองของกัสก็จับคู่กับนิโกะและซันโกะเดินเข้าไปในแปลงผักโดยเว้นระยะห่างจากกัสเอาไว้เล็กน้อยโดยที่พวกเธอเองก็ไม่รู้สึกตัว
ทว่าคนนอกเช่นนิโกะกับซันโกะสามารถมองเห็นระยะห่างนี้ได้อย่างชัดเจนและทำได้เพียงลอบมองหน้ากันด้วยความรู้สึกเห็นใจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้แม้กระทั่งพวกเธอยังนึกกลัวอยู่ไม่น้อยจะมีก็แค่อิจิโกะที่ดูจะไม่กลัวเลย แถมยังตัวติดกัสยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
คิดแล้วเด็กสาวทั้งสองก็อมยิ้มน้อยๆภายในใจก็ลอบคิดว่าเป็แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
‘นี่เป็โอกาสของพวกเราแล้ว..’
แม้จะรู้สึกผิดต่อคุณหนูทั้งสองอยู่บ้าง แต่เด็กสาวทั้งสองก็ยังเด็กมากมีความอยากรู้อยากเห็นและความ้าที่มากพอสมควรทำให้พวกเธอไม่อาจข่มความยินดีเล็กๆเอาไว้ได้
ทว่าตอนนี้ทุกคนต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปกับผลผลิตในแปลงผักจึงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติของนิโกะกับซันโกะได้เลย
กัสกับอิจิโกะก็เดินนำหน้าโดยไม่ได้มองกลับมาด้านหลังทำให้ไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าและท่าทางของเด็กสาวทั้งสอง
ส่วนน้องสาวทั้งสองของกัสก็กำลังเดินตามกัสด้วยท่าทีที่กล้าๆกลัวๆ จนไม่มีเวลาเหลือพอที่จะคิดหรือให้ความสนใจกับสิ่งอื่น
ทุกคนเดินเข้าไปในแปลงผักผ่านทางเข้าออกทั้ง4 เส้นตรงไปยังใจกลางแปลงผักก่อนเป็อย่างแรก
“ก่อนอื่นเก็บเ้าพวกนี้ก่อนก็แล้วกัน”
ในขณะที่พูดกัสก็เดินนำเข้าไปยังต้น ‘เถาดอกตะเกียงทอง’มันเป็ต้นไม้ตระกูลไม้เลื้อยซึ่งต้องพึ่งพาเสาไม้ที่ปักเอาไว้เป็ตัวช่วยในการเจริญเติบโต
กัสเดินตรงเข้าไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มจากนั้นยื่นมือออกไปช้อนเอาสิ่งที่ดูคล้ายตะเกียงขึ้นมาพลางอธิบายวิธีเก็บเกี่ยวให้ทุกคนได้ยิน
“พวกเราจะเก็บสิ่งนี้ นี่คือดอกของต้นเถาดอกตะเกียงทองสังเกตสีของมันเอาไว้หากมันเปลี่ยนเป็สีทองที่มีลักษณะโปร่งใสก็แสดงว่ามันสุกงอมแล้วสามารถเก็บเกี่ยวได้”
อธิบายจบกัสก็ใช้กรรไกรตัดเข้าที่ขั้วดอกของมันแล้วนำเอาดอกตะเกียงทองใส่ลงไปในตะกร้าที่อิจิโกะถืออยู่
ทุกคนมองเห็นขั้นตอนทั้งหมดอย่างชัดเจนและเข้าใจวิธีเก็บที่เรียบง่ายนี้จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปเก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว
ต้นเถาดอกตะเกียงทองนี้มีจำนวน100 ต้นเพียงเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วจะมีดอกที่เป็สีทองเพียงต้นละ 1ดอกเท่านั้นทำให้การเก็บกินระยะเวลาไม่นานเท่าไหร่นัก
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงทุกคนก็กลับมารวมกันอีกครั้งโดยมีตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกตะเกียงทองขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ภายใน
“ทีนี้ก็เอามารวมกันก่อนก็แล้วกัน ผลผลิตต่างชนิดไม่สามารถใส่รวมกันในตะกร้าใบเดียวได้”
หลังจากกัสออกคำสั่งนิโกะกับซันโกะก็เอาอุ้มตะกร้าเดินเข้ามาหากัสแล้วทำการถ่ายเทผลผลิตจากอีกสองตะกร้าไปไว้ในตะกร้าเดียวกัน
กัสมองดูเด็กสาวอยู่เงียบๆด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน จากนั้นจึงหันไปทางน้องสาวที่ดูเหมือนจะลดระยะห่างระหว่างพวกเขาลงได้มากพอสมควร
“ไปกันต่อเถอะ ต่อไปก็ต้น ‘มะเขือเทศสีน้ำเงิน’ตัวนี้ข้าคิดว่าพวกเ้าน่าจะรู้ว่าทำยังไงเลือกเฉพาะผลที่เป็สีน้ำเงินทั้งผลเท่านั้น ส่วนผลอื่นๆ อย่าเพิ่งไปเก็บเข้าใจนะ”
เด็กสาวทุกคนขานรับด้วยท่าทีที่ร่าเริงสดใสจากนั้นก็พากันเดินไปยังต้นมะเขือเทศสีน้ำเงินซึ่งมีสีสันที่สวยแปลกตา
ตัวต้นของมันนั้นเป็สีเขียวตามปกติมีเพียงผลที่สุกแล้วเท่านั้นที่เป็สีน้ำเงินเข้มทอประกายวาววับส่วนผลดิบก็เป็สีเขียวอมแดงดูประหลาดและแปลกตาอยู่มาก
ทว่าเด็กสาวก็เคยเห็นมันมาก่อนจากผลผลิตที่ถูกส่งเข้าไปยังตระกูลจึงค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับพวกมันพอสมควร
ต้นมะเขือเทศสีน้ำเงินเองก็มีทั้งหมด100 ต้นเช่นกัน ไม่นานนักก็เก็บพวกมันได้หมด จากนั้นก็ไปยังผักชนิดต่อไป
“อันนี้ยากหน่อยนะทุกคน นี่คือต้น ‘แตงกวาเนื้อเงิน’ วิธีดูผลผลิตที่สุกงอมแล้วให้ดูตรงบริเวณส่วนปลายของมันหากลูบแล้วกลมมนไม่มีส่วนแหลมก็ใช้ได้ หากยังมีส่วนแหลมๆ อยู่ก็อย่าเพิ่งเก็บมันละ”
สำหรับผลผลิตชนิดนี้ค่อนข้างที่จะเก็บยากเล็กน้อยและต้องใช้เวลาอยู่บ้างในการสังเกตทว่าผลผลิตครั้งแรกนี้ยังเก็บง่ายหน่อยเพราะมันจะมีเพียงต้นละ 1 ผลเท่านั้นที่สุกงอมเนื่องจากเป็ผลผลิตชุดแรกที่ได้มาจากการเร่งโตด้วยปุ๋ยแมลง
การเก็บเกี่ยวแตงกวาเนื้อเงินใช้เวลามากกว่ามะเขือเทศสีน้ำเงินถึงเท่าตัวเนื่องจากจำนวนตะกร้าที่ว่างเหลือแค่หนึ่งเท่านั้น ทำให้ทุกคนต้องเคลื่อนไหวตามๆกันไปเพื่อนำผลแตงกวาเนื้อเงินที่มีขนาดราว 1 ฟุตใส่ลงไปในตะกร้า
การเก็บเกี่ยวผลผลิตทำให้ใบหน้าของเด็กสาวทุกคนแดงระเรื่อเพราะได้ออกกำลังจนเริ่มมีเหงื่อซึม
“เหนื่อยจังเลยแต่ก็สุดยอดเลยพี่กัส..ผลผลิตทุกอย่างสุกงอมหมดแล้วต่อไปพวกเราจะเก็บเ้าพวกนั้นต่อเลยไหม”
ในขณะที่พูดน้องสาวคนเล็กก็ขยับเข้ามาใกล้กัสอีกโดยไม่รู้ตัวเธอชี้ไปยังแปลงผักอีกด้านหนึ่งซึ่งมีผลผลิตอีกสองชนิดเรียงรายอยู่เป็เส้นโค้งที่สวยงาม
หนึ่งนั้นเป็ฟักทองที่มีหัวขนาดใหญ่พอๆกับหัวเด็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยไปกว่า 1 ฟุตถือเป็ฟักทองที่ขนาดใหญ่เอาการและยากแก่การเก็บเกี่ยวที่สุดเพราะน้ำหนักของพวกมัน
“ยังก่อน..พวกนั้นเป็ประเภทเก็บได้ครั้งเดียวมันยังรอได้และถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็ยังมีโอกาสที่มันจะมีคุณภาพสูงขึ้นด้วยนะ”
หลังจากพูดจบกัสก็ชี้ไปอีกด้านหนึ่งซึ่งมีผักอีกชนิดหนึ่งอยู่
“เอาไว้่เย็นๆ พวกเราไปเก็บเ้านั่นก่อน นั่นคือต้น ‘กระเทียมผลึกทับทิม’ พวกนี้เก็บง่ายแค่ดึงพวกมันออกมาทั้งหัวก็พอใช้ที่ตักดินอันเล็กๆ แซะรอบๆ ต้นแล้วดึงใบมันขึ้นก็ใช้ได้แล้ว”
ต้นกระเทียมผลึกทับทิมก็แดงสมกับชื่อทับทิมมันมีใบสีแดงสดใสเป็ประกายโดยเริ่มต้นจากบริเวณโคนที่มีสีแดงเป็พิเศษและค่อยๆ เปลี่ยนเป็สีเขียวที่ส่วนปลาย
ต้นกระเทียมผลึกทับทิมนี้ก็มีทั้งหมด100 ต้นเช่นเดียวกัน ใช้เวลาเก็บเกี่ยวไม่เกินชั่วโมงก็สมควรที่จะเสร็จสิ้นกัสเลยไม่รีบเท่าไหร่เพราะขนาดของพวกมันใหญ่สุดก็แค่ครึ่งฝ่ามือเท่านั้น
แตกต่างจาก‘ฟักทองเนื้อแก้ว’ ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่าฝ่ามือแต่มีน้ำหนักที่มากกว่า 5 กิโลกรัมต่อหัว เลยทีเดียวซึ่งเก็บได้ลำบากกว่ากันมาก
“นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว พวกเราพักกินข้าวกันก่อนดีกว่าวันนี้มาลองเอาผลผลิตไปทำอาหารกินกันเถอะ!”
ในขณะที่พูดกัสก็ลูบพุงใหญ่ๆของเขาเป็สัญญาณบอกว่าตัวเขานั้นหิวมาก ทำให้ทุกคนส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆแล้วพากันเดินกลับบ้านไปทำการเตรียมอาหารกลางวันอย่างมีความสุข
ปริมาณของผลผลิตที่เก็บได้นั้นทำให้เด็กสาวทุกคนยิ้มกว้างแม้จะไม่มีใครรู้ราคาของผลผลิตเหมือนกับกัสแต่เมื่อได้เห็นผลผลิตจำนวนมากในตะกร้าไม่มีใครเลยที่ไม่ดีใจ
แตกต่างจากกัสที่อมยิ้มและค่อยๆคำนวณมูลค่าของผลผลิตอย่างใจเย็น
‘ดอกตะเกียงทอง 10 ดอกขายได้ 1 DP ทั้งหมด 100 ดอกก็ 10 DP มะเขือเทศสีน้ำเงินราคา 5ผลต่อ 1 DP มี 100 ผลก็ขายได้ 20 DP แล้วก็แตงกวาเนื้อเงินขายได้ 3 ลูกต่อ 1 DP มีทั้งหมด 100 ลูกขายได้ 33 DP โดยประมาณ รวมๆ แล้วเราได้มาถึง 63 DP’
เมื่อคำนวณ DP ออกมาได้กัสก็ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นนี่เป็เพียงผลผลิตวันแรกเท่านั้นแต่ก็ได้กำไรจากค่าเมล็ดที่ใช้ไปในตอนแรกแล้ว
ตอนที่ทำแปลงผักกัสลงทุนเมล็ดผักไปถึง50 DP แต่นี่เก็บผักเพียงสามชนิดแถมยังเป็ชนิดที่ออกผลหลายครั้งก็ได้ถึง63 DP แล้วไม่ต้องพูดถึงการเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปที่จะได้ประมาณนี้อีกซึ่งมันจะทำกำไรให้พวกเขาไปเรื่อยๆ
‘นี่ยังไม่นับฟักทองเนื้อแก้วกับกระเทียมผลึกทับทิมอีกนะสองอย่างนั้นขายได้อันละ 3 DP เลย รวมสองชนิดก็ 600 DPเยอะขนาดนี้ไม่แปลกเลยที่เ้าหมอนั้นถึงได้สร้างตัวได้เร็วขนาดนั้น’
คิดแล้วกัสก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความทึ่งและความอิจฉา
ค่าตอบแทนที่เขาได้ในตอนนี้มีมากกว่า600 DP เข้าไปแล้ว นี่ยังไม่รวมมูลค่าของผักวิเศษอีก 5หัวที่ขายได้ถึง 50 DPด้วย
หากนับรวมพวกมันเข้าไปด้วยแล้วละก็มันก็จะมีมากกว่า 700 DP ในขณะที่ต้นทุนของพวกมันนั้นมีไม่ถึง100 DP เท่านั้น
คิดแล้วกัสก็ไม่แปลกใจที่หลายๆคนจะรู้ว่ามันเสี่ยงแต่ก็ยินดีที่จะเสี่ยง ต่อให้ไม่ปลูกผักธรรมดาร่วมกับผักวิเศษผลตอบแทนที่ได้จากผักวิเศษก็มากถึง 10 เท่าตัวแล้วทั้งยังใช้เวลาเพียง 10ชั่วโมงเท่านั้น
ใน่ที่ทำอาหารกัสจัดการส่งผักวิเศษไปให้น้องสาวถึง2 หัวด้วยกันเพื่อใช้ทำเป็อาหารกลางวัน ตามมาด้วยผลผลิตชนิดอื่นอีกเล็กน้อยเว้นเพียงดอกตะเกียงทองที่ไม่ได้มีไว้กินสดๆ แต่เหมาะที่จะนำไปใช้ทำเบียร์มากกว่า
มื้อกลางวันนั้นทุกคนมีความสุขกันมากรสชาติของผลผลิตที่ปลูกขึ้นเองนั้นต่อให้ไม่ล้ำเลิศเท่ากับผักวิเศษแต่ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกภาคภูมิใจและอิ่มเอมไปกับรสชาติของความสำเร็จ
ใน่บ่ายเนื่องจากเหลือผลผลิตที่ต้องเก็บอีกเพียงชนิดเดียวเท่านั้นกัสเลยบอกให้อิจิโกะกับน้องสาวไปทำงานของพวกเธอแทนส่วนพวกเขาจะจัดการเก็บกระเทียมผลึกทับทิมเอง
อิจิโกะกับน้องสาวก็เลยต้องแยกตัวไปทำการตรวจสอบกระถางต้นไม้และปริมาณดินเพื่อทำงานประจำวันของพวกเธอ
ส่วนกัสกับน้องก็แบ่งตะกร้ากันไปคนละใบแล้วเริ่มจัดการขุดกระเทียมผลึกทับทิมขึ้นมาทีละหัวๆใช้เวลากันนานถึง 1 ชั่วโมงเต็มกว่าจะเก็บกระเทียมทั้งหมดจนเสร็จ
เนื่องจากราคาที่แพงของกระเทียมผลึกทับทิมกัสเลยเก็บมันเอาไว้กินเองเพียง10 หัวเท่านั้น ส่วนที่เหลือเขาจัดการขายมันไปเพื่อรับเอา DP มาลงทุนใหม่อีกครั้ง
แปลงผักขนาด5 ไร่ของเขานั้นยังมีพื้นที่ว่างอีกมากที่ยังไม่ได้ใช้งานเพราะต้นทุนที่จำกัดใน่แรกและความไม่มั่นใจในแผนการที่ทำให้กัสตัดสินใจไม่ลงทุนเพิ่ม
ทว่าตอนนี้กัสมีความมั่นใจมากขึ้นแล้วเด็กสาวทั้งห้าก็มีความชำนาญมากยิ่งขึ้นเพราะได้ประสบการณ์จากการเก็บผักวิเศษรอบแรกมาแล้ว
นอกจากนั้นกัสยังมองเห็นจุดอ่อนในแผนการอีกมากซึ่งเขาคิดว่าเขาสามารถปรับแก้ได้ซึ่งมันจะส่งผลให้การรับมือกับพวกแมลงครั้งต่อไปง่ายกว่าเดิมมาก
ทว่าส่วนที่สำคัญที่สุดคือกัสตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงจนเกินไปด้วยการลดจำนวนของผักวิเศษที่จะปลูกในครั้งต่อไปเหลือเพียง2 ผลซึ่งต่อให้มันไม่สามารถให้ปุ๋ยแมลงได้มากพอสำหรับผักทั้งแปลงกัสก็ไม่สนใจอีกแล้ว
‘ช่างหัวหายนะมันเถอะ! ถ้าพวกเธอไม่มีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้นแล้วเราจะพยายามไปเพื่ออะไร..’