่เวลาก็ล่วงผ่านไปกว่าหนึ่งอาทิตย์ยามนี้เป็ยามเช้าอันสดใสเหมือนกับทุกวันลู่เฟยก็ได้นั่งกินอาหารและพูดคุยกับมู่ไฉซูเหมือนทุกวัน
“พี่หญิงวันนี้อากาศดีนักพวกเราออกไปเดินเล่นข้างนอกเป็อย่างไร”เด็กหนุ่มกล่าวชักชวนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมันลุกขึ้นยืนทำท่าทางวิ่งอยู่กับที่อย่างกระฉับกระเฉง
ลู่เฟยนั้นั้แ่ที่มันได้ฟื้นตื่นมาหนึ่งอาทิตย์มันก็ไม่ได้ก้าวออกไปจากในห้องของมันเลยมันเพียงแค่พูดคุยหยอกล้อกับหญิงสาวอยู่ภายในห้อง
“ข้ารบกวนพี่หญิงที่ต้องมาเล่นกับข้าแต่ภายในห้องข้าคิดว่าพี่หญิงคงอยากจะไปเล่นข้างนอกบ้าง”
“ออกไปสูดอากาศข้างนอกก็ดีเหมือนกันน้องเฟยไม่เป็อะไรหรอกกระมั้ง”
“อย่าห่วงเื่ข้าเลยพี่หญิงข้าแข็งแกร่งยิ่ง” พูดจบมันก็ลุกจากเก้าอี้ของตัวเองแล้วใช้เรี่ยวแรงพยายามยกเก้าอี้ตัวนี้ขึ้นมันยกด้วยแขนข้างเดียวแขนอีกข้างไพล่หลังจนที่สุดมันก็ยกขึ้นมาได้ “ดูข้าสิพี่หญิง ข้านั้นแข็งแกร่งนักถ้าหากมีผู้ใดมารังแกท่านจะเป็ข้าเองที่จะเป็คนเตะตูดมัน”วาจาแข็งแกร่งแต่องคาพยพบนใบหน้าของมันล้วนบิดเบี้ยวจนแทบจำแบบเดิมไม่ได้ท่อนแขนสั่นจนแทบจะทำเก้าอี้ตกใส่หัวตัวเอง
เมื่อเห็นท่าทางของมันหญิงสาวก็หัวเราะอุ๊บอิ๊บกล่าววาจาเสียงสูงทำท่าทางตกตะลึง“โอ้ น้องเฟยแข็งแกร่งปานนี้ข้าก็คงไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดช่วยปกป้องข้าด้วยแต่ข้าว่าท่านวางเก้าอี้ลงก่อนเป็อย่างไรไม่อย่างนั้นเก้าอี้ตัวนี้คงถูกความแข็งแกร่งของน้องเฟยทำพังแล้ว”
มันวางเก้าอี้ลงยืนกอดอกใบหน้าเชิดสูงทำท่าทางพึงพอใจไม่ต่างไปจากเด็กเล็กที่ถูกชมเชยโดยผู้ใหญ่ทำให้หญิงสาวที่เห็นท่าทางของมันยิ่งอมยิ้ม
ลู่เฟยกับมู่ไฉซูก็ได้เดินออกไปจากห้องของมันทั้งสองสวมอาภรณ์ที่ไม่ต่างจากที่ใส่ทุกวันลู่เฟยใส่เสื้อแขนยาวเรียบสีม่วงกางเกงสีดำมู่ไฉซูใส่เสื้อแขนยาวสีฟ้ากระโปรงสีขาวยาวเกือบถึงพื้น ทั้งสองเดินเทียบเคียงกันไปหญิงสาวและเด็กหนุ่มมีความสูงพอๆกันมู่ไฉซูสูงกว่าเล็กน้อย ทั้งสองคนสูงราวๆห้าฟุต
ลู่เฟยก่อนหน้านี้ที่มันตื่นมาครึ่งปีมีน้อยครั้งที่มันจะออกไปเดินเล่นภายนอกห้องของมันมันออกมาไม่ถึงสิบครั้งด้วยซ้ำ แต่ยามนี้เมื่อเด็กหนุ่มเดินผ่านผู้ใดในตระกูลคนผู้นั้นก็จะทักทายมันตัวมันที่แทบจะไม่ไปไหนกลับมีชื่อเสียงพอสมควร
“พี่หญิง พวกเราไปนั่งเล่นตรงนั้นกันเถอะ” ลู่เฟยกล่าวจบก็ชี้นิ้วไปยังสวนดอกไม้ของตระกูล
กล่าวจบหญิงสาวยังไม่ได้ตอบอะไร มันก็จูงมือนางวิ่งไปทางสวนดอกไม้
สวนดอกไม้นี้ มีดอกไม้กลิ่นหอมสีสันสวยงามมากมายล้อมรอบสูงเหมือนดั่งบ้านดอกไม้หลังใหญ่ภายในมีเหมือนกำแพงดอกไม้ขั้นเป็ช่องเรียงรายไปหลายช่องแต่ละช่องนั้นประกอบไปด้วยโต๊ะหนึ่งตัวเก้าอี้สองตัวขนาดไม่ใหญ่มากลู่เฟยจูงมือหญิงสาวไปในช่องขวาสุดมันไม่ได้เลือกที่จะนั่งลงเก้าอี้มันจูงมือนางเข้าหาพนังดอกไม้ มันเด็ดดอกไม้มาหนึ่งดอกเป็ดอกไม้ขนาดเท่าฝ่ามือที่แต่ละกลีบมีสีฟ้าสีเขียวสีส้มเหลือง
ลู่เฟยเอาดอกไม้ดอกนั้นไปเหน็บไว้ข้างใบหูของนางพร้อมกับเอ่ยวาจานุ่มนวลด้วยรอยยิ้ม“พี่หญิง ดอกไม้ดอกนี้เข้ากันกับท่านนักมันช่างคล้ายคลึงกับท่านมันมีหลากสีแต่ละสีล้วนมีสีสันสดใสงดงามเมื่อข้าเห็นมันแล้วข้าก็นึกถึงท่านเป็อย่างแรก ท่านทราบหรือไม่ว่าดอกไม้นี้ชื่อเรียกว่าอะไร?”
หญิงสาวยิ้มแย้มมืออีกข้างก็แตะลงดอกไม้ที่เด็กหนุ่บเหน็บไว้ที่ข้างหูของนางกล่าวอย่างนุ่มนวล“ชื่อมันคือดอกไม้หลากสีน้องเฟยคงจะคิดว่าข้าล้อเล่นแต่ชื่อมันคือดอกไม้หลากสีจริงๆ”
“นี่มันอะไรกันดอกไม้ดอกนี้ดูจากรูปลักษณ์ถึงจะไม่บอกข้าก็รู้ว่ามันหลากสีเป็คนมักง่ายผู้ใดกันที่มาตั้งชื่อดอกไม้นี่ ข้าไม่พอใจนักข้าจะขอตั้งชื่อให้มันใหม่ว่าดอกไฉซูได้หรือไม่พี่หญิง”ลู่เฟยทำหน้าตาบูดบึ้งมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาเป็ประกาย
“ฮิฮิถ้างั้นพวกเรารู้กันอยู่สองคนนะน้องเฟยดอกไม้นี่ชื่อไฉซู ข้ารู้สึกอายเล็กน้อยที่ท่านเอาชื่อข้าไปตั้งให้กับมัน”
“เย่เย้ ถ้าอย่างนั้นพี่หญิงหาดอกไม้ที่เหมาะกับข้าเป็อย่างไร”
หญิงสาวก้าวเดินไปสามก้าวหยุดอยู่ที่ดอกไม้ดอกหนึ่งนางเด็ดออกมา“น้องเฟยดอกนี้เป็อย่างไร” ดอกไม้ที่นางถือขึ้นมานั้นมีขนาดพอๆกับฝ่ามือกลีบมีสองชั้นชั้นนอกเป็สีม่วง ชั้นในเป็สีฟ้า
“โอ้ พี่หญิงช่วยบอกได้ไหมว่ามันมีอะไรคล้ายกับข้า”
หญิงสาวใช้นิ้วมือขั้นระหว่างกลีบสองชั้นกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สีฟ้านี่มันเหมือนกับสีของท้องฟ้า เหมือนกับท่านที่สดใสเบิกบานและกว้างใหญ่น่าค้นหาส่วนกลีบสีม่วงไม่มีความหมายอะไรมากมาย่หนึ่งอาทิตย์มานี้ข้าเห็นท่านชอบใส่เสื้อผ้าสีม่วงข้าก็เลยเลือกดอกนี้ส่วนสิ่งสำคัญที่ข้าเลือกดอกนี้ก็คือชื่อของมันท่านต้องชอบแน่ๆชื่อของมันคือดอกัฟ้า”
“ข้าชอบดอกที่ท่านเลือกให้นักข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืมเลยพี่หญิงว่าแต่ว่าสถานที่งดงามเช่นนี้กลับไร้ผู้คนช่างแปลกนัก”
“ไม่มีอันใดแปลกหรอกน้องเฟยผู้คนภายในตระกูลมีแต่จอมยุทธที่ฝึกฝนอยู่ตลอดนานๆครั้งถึงจะมีบ้างที่มีใครเข้ามา”
“ถ้าอย่างงั้นที่นี่ก็คือสถานที่ของข้ากับพี่หญิงสองคนเป็อย่างไรพวกเรามาเล่นที่นี่กันทุกวันไปเลยพี่หญิง”
“ฮิฮิ เช่นนั้นก็ดีน้องเฟยจะได้มาสูดอากาศสดใสทุกวันข้าก็ชมชอบที่นี่นักเวลาที่ข้าผ่านมาทางนี้ข้ามักจะแวะเข้ามาเป็ประจำ” พูดจบหญิงสาวก็หันไปอีกทางจะพร้อมชี้ไปที่ดอกไม้ดอกหนึ่ง “น้องเฟย ดอกไม้นี่ข้......”
(⊙﹏⊙) กล่าวยังไม่จบคำหญิงสาวก็ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้นกลืนคำพูดที่จะพูดกลับไปจนหมด
ลู่เฟยสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลังอย่างนุ่มนวลเขย่งเท้าปากแทบจะแนบกับใบหูของนางแล้วเอ่ยวาจาอย่างแ่เบา“พี่หญิง ถึงแม้ข้าจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเื่แบบนี้แต่ข้าก็รู้ว่าข้านั้นได้รักท่านถ้าพี่หญิงไม่รังเกียจข้าขออยู่แบบนี้ไปอีกซักเดี๋ยวได้หรือไม่” พูดจบมันก็รัดแน่นขึ้นเล็กน้อยกลิ่นของหญิงสาวนั้นถึงจะอยู่ใสสวนดอกไม้แต่ก็สามารถแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนเป็กลิ่นหอมอันอ่อนโยนมีเอกลักษณ์ทำให้เด็กหนุ่มนั้นจดจำกลิ่นนี้ไว้ภายในจิตใจ
“……” หญิงสาวไม่เอ่ยวาจาอันใดใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอระหง มือน้อยๆทั้งสองของนางแตะััไปที่แขนของเด็กหนุ่มที่สวมกอดนางอย่างนุ่มนวลแสดงถึงการไม่ได้ปฏิเสธ