บทที่ 31 : เบาะแส?
“ถ้าเป็แบบนั้น... ผมก็คงไม่ต้องกินมันแล้วล่ะครับ ข้าวน่ะ” ว่าแล้วอาคุมุก็สร้างวงแหวนเวทขึ้นมานับสิบวง ซึ่งแต่ละวงนั้นอยู่ห่างจากตัวเขาออกไปไม่มากนัก
“แสงอัสนีบาต!!”
ทักษะแสงอัสนีบาตที่ออกมาจากวงแหวนเวทได้พุ่งตรงไปยังรอบทิศ ทั้งบนฟ้า ด้านหน้า และบนพื้น จนเกิดแรงปะทะและเสียงที่ดังสนั่น
ตู้มมม!!!
“หึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แหม ๆ นึกว่าจะมีอะไรมากกว่านี้ซะอีกนะเนี่ย นายนี่จะทำให้ฉันขำไปอีกนานแค่ไหนกัน ที่พูดออกมานั่นทำเอาฉันใเลยนะ”
‘คาดเดาไม่ได้เลยว่าไอ้หมอนี่มันซ่อนตัวยังไง ไม่รู้วิธีที่จะออกไปจากของแบบนี้ด้วยสิ บ้าชะมัด’ ในตอนนี้อาคุมุได้พบกับวิกฤตอย่างแท้จริง เพราะเขตแดนพลังเวทนั้นเป็สิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน การที่จะทำลายมันนั้น เขาก็ไม่รู้ว่าสามารถทำได้ด้วยวิธีใด แม้แต่หาตัวตนของผู้ใช้งานก็ยังทำไม่ได้ ข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือสถานการณ์แบบนี้เป็ศูนย์
‘ฝืนโจมตีไปก็มีแต่จะผลาญพลังเวทไปเสียเปล่า’
“ออกมาสู้กันตรง ๆ จะไม่ดีกว่าเหรอครับ? หรือสู้กับเด็กก็ยังต้องใช้วิธีนี้น่ะ? ปอดแหกมากเลยนะครับ” อาคุมุพูดออกไปอย่างนั้น เพราะตัวเขาเองก็คิดหาทางที่จะเอาชนะศัตรูไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
“นายพูดแบบนี้เป็ครั้งที่สองแล้วนะเ้าหนู ฉันน่ะหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายมาก่อนแล้ว ระดับในตอนนี้คงไม่รู้จักสิ่งที่ฉันใช้อยู่ใช่ไหมล่ะ? ฉันพูดถูกไหม? ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“เอ๋?!”
คำตอบที่อาคุมุได้รับกลับมานั้นทำให้เขาใเล็กน้อย เพราะศัตรูที่เขากำลังต่อสู้ด้วยอยู่นั้น เป็ศัตรูที่หาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขามาล่วงหน้าอีกแล้ว
‘ทำไมฉันถึงมีคู่อริเยอะจังเลยนะ’
“คือว่า สุดท้ายแล้วคุณก็รู้จักผมสินะครับ? หรือว่าใครสั่งให้มาพาตัวผมไปอีกล่ะ? ตอนนี้ผมค่อนข้างที่จะยุ่งอยู่พอสมควรน่ะครับ”
“รู้สึกตัวช้าไปหรือไงกันนะ... หึหึ”
เสียงนั้นดังขึ้นข้าง ๆ หูของอาคุมุ ซึ่งนั่นทำให้เขาขนลุกซู่และใเป็อย่างยิ่ง
“อะ...”
“เอานี่ไปกิน!!!”
“อั่ก!!? ฮึบ!”
สิ้นเสียงของอาคุมุ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะกระเด็นหายไปในความมืดมิด เขาได้ััตัวของศัตรูไปเล็กน้อย
เดิมที่เวลานี้ก็เป็่ที่ท้องฟ้ามืดมิดเกินกว่าจะบรรยายแล้ว หากแต่ยังมีแสงของไฟสลัว ๆ ข้างทาง แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ตาม ภายในเขตแดนพลังเวทนี้ก็มืดเสียจนบดบังวิสัยทัศน์ไปหมดแล้ว โอกาสที่อาคุมุจะโต้กลับได้นั้นแทบจะไม่มี
“จ... เจ็บชะมัดเลย นี่ฉันโดนต่อยหรืออะไรกันเนี่ย หมัดหนักขนาดนี้ยังใช่คนอยู่ไหม?”
“โอ๊ะโอ~ เหมือนจะยังไม่ตายสินะ” เสียงนั้นดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง
‘หลอนเป็บ้า แต่หวังว่าฉันคงจะไม่เป็บ้าตายเพราะหมอนี่นะ’ คำพูดบางอย่าง อาคุมุทำได้แค่คิดในใจ เพราะถ้าเขาพูดมันออกมาจนแสดงให้เห็นถึงความกลัวล่ะก็ การที่จะชนะและออกไปจากเขตแดนพลังเวทแห่งนี้คงเป็เื่ที่ไม่สามารถทำได้
“ถ้ารู้จักผมจริง ๆ ก็ต้องรู้สิครับว่าผมไม่ได้อ่อนปวกเปียกขนาดนั้น โดนต่อยครั้งเดียวตายเนี่ยนะ? เหอะ! เพ้อเจ้อครับลุง”
“หึหึ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พูดจาใหญ่โตจังเลยนะ ที่แกโดนไปหมัดเดียวก็ทำแกร้องโอดโอยได้ไม่ใช่หรือไง?!!” เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากการพูดเบา ๆ สบาย ๆ กลายเป็ตวาดด้วยความโมโห
“สุดท้ายก็พ่ายคำพูดสินะครับ” อาคุมุพูดตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ พร้อมกับหันหน้าไปตามเสียงนั้น และนั่นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอาคุมุ
“พล่ามอะไรของแก?!”
“ะเิ!!”
ตู้มมมมม
“เฮือก?!! อึ่ก!...”
ได้มีการะเิเกิดขึ้นบริเวณข้างบน ซึ่งนั่นคือทิศทางที่อาคุมุหันไปตามเสียง
“ได้ผลด้วย ถือว่าใช้ได้แฮะ เยี่ยมเลย”
เขตแดนพลังเวทที่อาคุมกำลังเผชิญอยู่นั้นค่อย ๆ เบาบางลง กระทั่งมันหายไปจนหมดและเผยให้เห็นโลกภายนอกที่ซึ่งดูปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อยู่บนนั้นเองหรอกเหรอ?” อาคุมุมองขึ้นไปยังตำแหน่งของศัตรูปริศนา ซึ่งตำแหน่งนั้นคือบนหลังคาของตึกแห่งหนึ่งใกล้ ๆ กัน
‘หวังว่าทักษะเขตแดนนั้นจะใช้ได้แค่ครั้งเดียวนะ’
“สร้างวงแหวน–”
“ความมืดโอบล้อม!!”
อาคุมุยังไม่ทันได้สร้างวงแหวนเวทเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างบนแต่อย่างใด ศัตรูปริศนาคนนั้นก็ได้ใช้พลังเวทเพื่อกีดกันอาคุมุไม่ให้เข้าถึงตนเองได้
“เวทแห่งความมืดงั้นสิ” อาคุมุพูดพลางััพลังเวทแห่งความมืดที่ก่อตัวขึ้นเป็กำแพง ซึ่งเป็เวทป้องกันเพียงเท่านั้น แต่การที่เขาจะทำลายเวทป้องกันของคนในระดับนี้ก็คงจะไม่ใช่เื่ง่าย
“การต่อสู้จบลงเพียงเท่านี้แหละเ้าหนู” ชายปริศนาคนนั้นยืนขึ้นราวกับว่าตนเองไม่ได้าเ็อะไรมากมาย ซึ่งนั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนที่โดนโจมตีจนเปิดปากร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย และชายคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะโต้กลับแต่อย่างใด
“จบ? งั้นเหรอครับ?” อาคุมุตอบกลับไป ซึ่งเขารู้สึกได้ถึงความแปลกพิกล จึงเตรียมพร้อมที่จะรับมือ
“ใช่ นายฟังฉันไม่ผิดหรอก”
‘นี่มัน... อะไรเนี่ย? แปลกชะมัด’
ท่าทางของชายคนนั้นเปลี่ยนไปเป็คนละคน จากการฟังน้ำเสียงก็รับรู้ได้ว่าเป็คนที่ใจร้อนและบ้าบิ่น ซึ่งตอนนี้กลายเป็คนที่ดูใจเย็นไปในพริบตา แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ตาม อาคุมุยังคงไม่ประมาทเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรู เพราะเขาได้รับบทเรียนครั้งก่อนมาแล้ว
“อย่าวางมาดให้ดูขรึมแบบนั้นสิครับ การพูดของคุณตอนเข้ามาต่อยผมน่ะทำให้ผมหลอนมากเลยนะ ลืมไม่ลงหรอกครับ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันต้องขอโทษด้วยแล้วกันนะ”
นั่นทำให้อาคุมุรู้สึกแปลกใจอีกครั้ง เพราะการหัวเราะแบบนี้นั้นไม่ใช่แบบที่เขารู้สึกเมื่อตอนสู้กันเลยแม้แต่น้อย
“บอกมาเถอะครับ... ว่าคุณ้าอะไร?” อาคุมุถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น
“ก่อนอื่นเลย ขอถามเื่การโจมตีของนายก่อน ที่นายโจมตีฉันได้นั่นก็เพราะว่านายแตะตัวฉันได้ใช่ไหม? นายติดเวทเครื่องหมายไว้บนตัวฉันเหรอ?”
“เอ่อ เวทเครื่องหมายคืออะไรครับ?”
“ห๊า?!! ไม่รู้จักหรอกเรอะ?! บ้าจริง นี่ฉันโดนอะไรก็ไม่รู้เนี่ยนะที่ทำให้เขตแดนถูกทำลายลง ทั้งยังเป็เด็กด้วยเนี่ยสิ ฉันควรจะเรียกว่าอัจฉริยะตามที่เขาบอกมาไหมล่ะเนี่ย ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลย...” ชายคนนั้นบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“คือว่า ช่วยตอบผมก่อนสิครับ ผมก็ตอบคำถามไปแล้วนี่ว่าผมไม่รู้น่ะ” อาคุมุพูดออกไปทั้งอย่างนั้น
“ฉันไม่บอกหรอก ให้นายไปศึกษาเองก็แล้วกัน แต่สิ่งที่ฉันจะมาบอกนายวันนี้น่ะ คือเบาะแสของพ่อนาย”
“อะไรนะ?!” อาคุมุที่ได้ยินอย่างนั้นก็ใเป็อย่างยิ่ง คาดไม่ถึงว่าคนที่ลงมือกับตนเองจะเป็คนที่มาบอกข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของตนเอง
“แล้วก็ช่วยลืมท่าทางบ้า ๆ ที่ฉันทำตอนสู้ด้วยล่ะ”
…
-----------------------------------------------------------------
นิยายเื่นี้มี E-Book ด้วยนะครับ ทั้ง 2 เล่ม
เกิดใหม่ทั้งที ไม่เป็คนดีแล้วนะโว้ย! [เล่ม 1] : บทนำ ถึง ตอนที่ 30
เกิดใหม่ทั้งที ไม่เป็คนดีแล้วนะโว้ย! [เล่ม 2] : ตอนที่ 31 ถึง 60
แพลตฟอร์ม : Meb, Dek-D และ Ookbee
ขอบคุณครับ