บัญฑิตน้อยมีที่ท่าเหรอหรา มันผู้นี้ไม่เข้าใจว่า สหายเบื้องหน้ามันต้อง ชักชวญมันทำการค้าด้วยเหตุใด เนื่องจากมันเป็คนโง่เขลา มันจึงไม่เข้าใจ
"สหาย ข้าเองก็อยากรับข้อเสนอของท่านแต่ว่า ตัวข้านั้นเป็คนโง่เขลา ข้าว่าข้าคงไม่อาจร่วมทำการค้ากับท่านได้หรอก ข้าเกรงว่าจะสร้างความลำบากให้แก่ท่าน"
ทองส่ายศีรษะกล่าวและส่งสายตาเชิงให้กำลังใจ "บัญฑิตน้อย เ้ามิได้โง่เขลา ถ้าหากเ้าโง่เขลา เ้าจะสามารถสวมใส่ชุดบัณฑิตน้อยที่ทางการมอบให้ เช่นนี้รึ"
บัณฑิตน้อยยังคงไม่มีทีท่าแห่งความเชื่อมั่น "แต่... แต่ว่า พวกสหายร่วมเรียนกับข้า มักจะกล่าวว่าข้าโง่เขลา และอาจารย์ที่สอนข้าก็กล่าวว่าข้าโง่เขลาเช่นกัน"
ทองยังคงยืนยันคำเดิม "สหายน้อย ข้าจะบอกเ้าไว้นะ มิมีผู้ใดโง่เขลา เพียงแต่คนผู้นั้นอาจจะยังคงไม่ได้อยู่ในที่ๆ ตนเองเหมาะสม เท่านั้นเอง"
บัญฑิตน้อยเริ่มมีแววตาลังเล ทองเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ไม่ปล่อยโอกาศให้หลุดมือ "บัญฑิตน้อย ถ้าเช่นนั้นเ้าลองมาเป็ผู้ติดตามข้า ดีรึไม่ เ้าเพียงแค่ต้องทำตามที่ข้ากล่าวไว้ก็พอ ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าเ้ามิได้โง่เขลา ข้าก็จะส่งเสียปู้เ้าจนท่านหายด้วยเช่นกัน เ้าไม่ต้องเป็ห่วง"
บัญฑิตน้อยได้ฟังเช่นนั้นก็ปราบปลื้มใจ มันไม่คิดว่าจะมีบุคคลที่เชื่อมั่นในตัวมันมากเช่นนี้ นอกจากปู่ของมัน
"สหาย สร้างความลำบากใจให้แก่ท่านแล้ว" บัณฑิตน้อยรับข้อเสนอ เนื่องจากสหายท่านนี้ไม่เพียงแต่ช่วยมันหาหญ้าทมิฬเพื่อรักษาท่านปู่ของมัน แต่ยังไว้วางใจมันชวนมันทำการค้าด้วย แต่มันรู้ว่าตนเองนั้นโง่เขลา มันจึงไม่กล้าตบปากรับคำของทอง แต่ว่าเมื่อสหายท่านนี้ชักชวนมันให้มันไปเป็ผู้ติดตาม ด้วยบุญคุณที่สหายท่านนี้มีให้มัน มันตัวมันจึงไม่อาจดูแคลนได้
ทองก้อศีรษะ "สหายน้อย ข้าชื่อทอง ส่วนเ้าล่ะชื่ออะไร"
บัญฑิตน้อยก้มศีรษะเช่นกัน "ตัวข้าชื่อภูมิน ชื่อเรียกขานว่าดิน ข้าจักขอเป็ผู้ติดตามของท่าน ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป"
เมื่อกล่าวจบทั้งสอง จึงจับมือให้คำมั่นสัญญา
ในที่อันไกลโพ้น ซึ่งคนธรรมดาไม่อาจกล้ำกลายได้ อาจารย์คงกำลังนั่งสมาธิอยู่ กับไก่ลูกศิษย์ของเขา
ทันใดนั้นก็เกิดลมกรรโชกแรงอย่างไม่อาจประเมิณได้ ท้องฟ้าคำรามราวกับโกรธเกรี้ยว
อาจารย์คง ไม่สิตอนนี้ต้องเรียกปรมาจารย์คง พลันลืมตาขึ้นอย่างกระทันหัน แหงนหน้ามองท้องฟ้า ถอนหายใจอย่างหมดแรง
ไก่ซึ่งลืมตาขึ้นหลังจากอาจารย์ของตนไม่นานก็เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง "อาจารย์ ท่านเป็อะไรขอรับ"
ปรมาจารย์คงถอนหายใจ เพ่งมองท้องฟ้าที่ดาวสีแดงฉานดุจหยาดโลหิด สองดวงกำลังส่งแสงเป็ประการเจิดจ้าอยู่ พลางพึมพัมกับตนเองเบาๆ "ภาคีและทรราชพบเจอกันแล้ว ตัวข้าคงไม่อาจทำภารกิจที่์มอบให้มา ได้สำเร็จสินะ"
ก่อนจะลุกขึ้นยืน "ข้าไม่อาจฝืนกงล้อโชคชะตา และ์ก็เช่นกัน"
ทองเดินตามดินไปยังบ้านของมัน เนื่องจากทองอยากรู้ว่าปู่ของดินนั้นป่วยเป็อะไร ถ้ามันพอรู้มันก็อาจจะช่วยรักษาได้บ้าง
เมื่อมาถึงบ้านของดิน มันเป็บ้านที่เก่าโทรมและผุพังอย่างมาก ทองเห็นหลังคาบ้าน มีรูโหว่ใหญ่
ตัวบ้านที่ทองเห็นตอนนี้ มันมีสภาพไม่ต่างจากบ้านร้างเท่าไรนัก มันเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ไม่กล้าที่จะประมาทแม้เพียงเล็กน้อย
"สหายทองขายหน้าท่านแล้ว" ดินกล่าวอย่างอายๆ
ทองเลือกที่จะไม่พูด เนื่องจากมันตอนนี้ที่ต้องอยู่ในภาวะระมัดระวังเป็อย่างมาก ถ้าประมาทเพียงเล็กน้อยอาจทำลายบ้านช่อง ของสหายได้
เมื่อเดินเข้ามาในบ้านทองจึงเห็นชายแก่ผู้หนึ่ง รูปร่างผอมโซ ิัเหี่ยวย่น จนหุ้มติดกระดูก นอนไอเบาๆอยู่บนเตียง
ดินเห็นเช่นนั้น "จึงวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็ห่วง ท่านปู่ท่านเป็อย่างไรบ้างขอรับ อีกไม่นานท่านก็จะหายแล้วนะขอรับ วันนี้ข้าได้พาสหายมาด้วย เผื่อว่ามัน ผู้นี้จะสามารถรักษาท่านปู่ได้"
ชายชราที่เมื่อคู่กำลังหลับอยู่ ลืมตาตื่นขึ้นมา เห็นหลานชายที่ตนเองรัก จึงถามอย่างเป็ห่วงด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"หลานชายตัวน้อย วันนี้เ้าเป็อย่างไรบ้าง มีเื่ลำบากอะไรหรือเปล่า เล่ามาให้ปู่ฟังบ้างสิ"
"ท่านปู่ วันนี้ข้าได้ไปเจอสหายที่ดีผู้นึง มันผู้นี้ช่วยข้าหายาเพื่อมารักษาท่านปู่ด้วยนะขอรับ"
เมื่อกล่าวจบ ดินจึงช่วยพยุงปู่มันขึ้นมานั่ง แสดงตัวตนของทองให้ปู่มันเห็น
ปู่ของดินเมื่อเห็นทองก็ก้มศีรษะทักทาย "ยินดีที่ได้รู้จักสหายน้อย ตัวข้าชื่อจินกัง เป็ปู่ของเ้าเด็กนี่ ต้องขอโทษจริงที่ทำให้เ้าต้องลำบาก"
จินกังกล่าวทักทายด้วยความสุภาพ ทองเองก็ก้มหัวตอบกลับด้วยความเคารพไม่ยิ่งหย่อนกว่า "ท่านผู้เฒ่ากล่าวเกินไปแล้ว หลานชายของท่านเป็บุคคลผู้มีความสามารถ อนาคตไกล ไม่แน่ภายภาคหน้าข้าอาจจะต้องเป็คนสร้างความลำบากให้แก่เขาเสียเอง"
ชายชรายิ้มตอบไม่กล่าวอะไร มันรู้นิสัยของหลานชายมันดี เ้าเด็กคนนี้เป็คนหัวทึบ ไม่มีความความเด็ดเดี่ยว มักถูกผู้ชักจูงแกล้งเล่นเป็เื่สนุก
ดินเมื่อเห็นทั้งสองคุยกัน ด้วยรู้สึกว่ามีบรรยากาศแปลกๆออกมา มันจึงกล่าวทวนคำพูดที่กล่าวในตอนแรก "ท่านปู่ สหายท่านนี้ได้หาสมุนไพรหายากมารักษาท่านปู่แทนตัวข้าด้วยนะขอรับ แล้วมันผู้นี้ยังมีความปราถนาดี มาดูอาการท่านปู่ด้วยตนเอง ข้าล่ะช่างปลื้มใจยิ่งนัก"
จินกังเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็แปลกใจ ยาที่รักษามันได้มีเพียงหญ้าทมิฬเืท่านั้นที่เป็สมุนไพรหายาก หากเด็กคนนี้ถึงขั้นยอมหามาให้ แสดงว่าต้องมีเื่ไม่ใช่เล็กๆให้ช่วยแน่
จินกังหันไปบอกกับหลานตนเอง "ภูมินหลานปู่ เ้าช่วยไปต้มน้ำเลี้ยงแขกหน่อยสิ
ดินเมื่อได้ฟังปู่กล่าวเช่นนั้น มันก็ตบหัวตนเองอย่างโง่ๆ "จริงด้วยสิขอรับ ข้าลืมไปได้เช่นไร"
มันหันไปมองทอง "สหาย รอข้าสักประเดี๋ยวนะ ข้าจะไปต้มน้ำมาให้ดื่ม แม้บ้านข้ายากจนไม่มีชาไว้เลี้ยงต้อนรับ หากไม่รังเกียจล่ะก็เชิญดื่มเลย" เมื่อกล่าวจบมันก็วิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ
ทองอยู่กับจินกังสองคน มันไม่รู้ว่าจักคุยอะไรกับผู้เฒ่าท่านนี้ดี จึงยืนเงียบๆบิดไปบิดมา
"ไม่ทราบว่าสหายน้อยทำเช่นนี้้าสิ่งใดกันแน่" จินกังกล่าวด้วน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทองขมวดคิ้ว "ท่านผู้เฒ่ากล่าเช่นนี้ มีความหมายอย่างไร"
จินกังบิดตัวราวกับ้าลุกออกจากเตียง แต่ทว่าก็ทำได้เพียงให้ขาของตนแตะกับพื้นบ้าน ขณะที่นั่งอยู่บนเตียงเท่านั้น "ผู้เฒ่าแม้สายตาฝ้าฟาง แต่สติของผู้เฒ่ามิได้ฝ้าฟาง เช่นดวงตา สหายน้อยท่านกล่าวมาเถอะ ท่านทำเช่นนี้้าสิ่งใด"
ทองในคราแรกคิดจะยืนยันคำเดิม แต่เมื่อเห็นสายตาอันขุ่นมัว แต่กลับส่งผลให้ราวกลับว่าไม่มีเื่ลับอันใด ในสายตาคู่นี้จะเก็บซ่อนงำไว้ได้ มันจึงเปลี่ยนใจ
"มิใช่เื่ไม่ดี"
จินกังได้ฟังเช่นนั้ก็โล่งใจเปราะหนึ่ง แต่ก็ต้องขมวดคิ้ว แววตาของมันผู้นี้จู่ๆก็แปลเปลี่ยนไป"แล้วทำไมต้องเป็หลานชายของข้า"
ทองมองหาเก้าอี้ แล้วจึงปีนขึ้นไปนั่ง พลางกล่าวอย่างไม่อีนังขังของ "โชคชะตา? วาสนา? ไม่มีสิ่งอื่นแต่อย่างใดนอกจากสองอย่างนี้
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นจินกังจึงถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าสร้อย "ช่างเป็เื่เลวร้ายจริงที่พวกเ้าสองคน ได้มาพบกัน สุดท้าย ไม่ว่าใครก็ไม่อาจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมที่ต้องเกิดขึ้น ได้สินะ"
ทองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เหตุใดผู้เฒ่าท่านนี้จึงกล่าวว่าการที่ข้าพบกับหลานของมัน เป็เื่เลวร้ายกันนะ ขณะที่จะเอ่ยปากถามอย่างสงสัย ก็ถูกขัดจังหว่ะโดยการมาของของดินเสียก่อน
"สหายน้อยข้าต้มน้ำมาให้ท่านดื่มแล้ว"
ดินวิ่งเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง มันเห็นท่านปู่มันทำท่าเหมือนจะลุกออกจากเตียง มันจึงกล่าวเตือนด้วยความเป็ห่วง "ท่านปู่ ท่านตอนนี้ยังไม่หายดีอย่าพึ่งลุกขึ้นเดินเลยขอรับ"
จินกังได้ฟังเช่นนั้นก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้มันช่างรู้สึกง่วงนอนเสียจริงๆ
"ภูมีหลานปู่ ประเดี๋ยว่บ่ายปลุกปู่ขึ้นมาล้างหน้าโกนเคราด้วยนะ ปู่จะขอนอนก่อน ตอนนี้ปู่รู้สึกง่วงนอนมากเสียจริง"
ดินพยักหน้ารับอย่างร่าเริง เนื่องจากตอนนี้มันมียาให้ปู่มันกินเพื่อรักษาตัวแล้ว
หลังจากมันมอบน้ำให้ทองมอง ผ่านไปสักพัก มันก็ทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ "อ้าจริงสิ ข้าต้มยาไว้ ยังไม่ได้นำมามาให้ท่านปู่ดื่มเลย"
มันจึงเข้าไปเรียกท่านปู่ของมัน ให้ตื่นขึ้นมา "ท่านปู่ตื่นก่อนขอรับ ได้เวลาดื่มยาแล้ว เมื่อดื่มเสร็จท่านค่อยนอน"
แต่ทว่า ไม่ว่ามันจะเรียกอย่าไร ปู่ของมันก็ยังไม่ตื่น ดินยิ้มซีดอย่างมีความสุข "ท่านปู่ข้านี่ช่างขี้เซาเสียจริงๆ"
แต่ว่าเมื่อทองเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น แววตามันวูบไหว อย่างผิดปกติ "สหายน้อย เ้าหลีกข้าหน่อย"หลังจากนั้นมันก็คว้าข้อมือของชายชรา หน้าของมันจึงเริ่มซีด และเมื่อแต่ไปที่คอและอังจมูกของเจ่าของร่าง ใบหน้าของมันจึงซีดขึ้นกว่าเดิมมาก
ดินเมื่อเห็นอาการผิดปกติของสหาย มันจึงถามอย่างห่วงๆ "เกิดอันใดขึ้นสหาย"
ทองยิ้มซีดๆอย่างอ่อนแรง กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไม่ชัดถ้อยชัดคำ "ดินปู่ของเ้านะ เสียแล้ว"
เมื่อฟังถ้อยคำนั้นดังฟ้าถล่มขึ้นมากลางใจ