ศึกชิงจ้าวยุทธออนไลน์

    ตอนที่ 20 สำเร็จเควสลับ

    ตอนที่ 20“เยี่ยมมากยัยหนู” ฮัวโต๋กล่าวชมพลางมองขวดยาสีฟ้าที่พึ่งถูกปรุงเสร็จ[ผู้เล่นสำเร็จเควสลับเรียนรู้สกิลปรุงยา, ผู้เล่นเรียนรู้สกิลปรุงยา, ผู้เล่นได้รับน้ำยาฟื้นฟูพลังพิเศษระดับต่ำ 10 ขวด]“สำเร็จสักทีเสียเวลาตั้งเกือบสิบวัน” จันทร์วาดพูด“ดีมากยัยหนูต่อจากนี้เจ้าเป็นลูกศิษย์ของฮัวโต๋ผู้นี้แล้ว” ฮัวโต๋พูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ“ไม่ได้อยากเป็นเลยไอ้ลูกศิษย์เนี่ยว่าแต่ได้แค่ยาระดับต่ำสินะ” จันทร์วาดพูด“ใช่มันยังเป็นแค่ระดับต่ำแล้วถ้าจะทำให้เป็นระดับกลางหรือสูงต้องทำยังไง” ฮัวโต๋ถาม“ถ้าจะทำให้เป็นระดับกลางต้องใส่โสมอายุสิบปีลงไปต้มด้วยแต่ถ้าจะให้เป็นระดับสูงต้องเปลี่ยนเป็นโสมอายุร้อยปีขึ้นไปใช่มั้ยตาแก่” จันทร์วาดตอบ“ถูกต้องโสมนั้นเป็นสมุนไพรเร่งสรรพคุณยาทุกขนานดังนั้นจึงจำเป็นมากสำหรับการปรุงยาระดับสูงขึ้นไป” ฮัวโต๋พูด“สรุปโสมนี่สำคัญสุดสินะขี้เกียจขุดหาจริงๆเลย” จันทร์วาดบ่น“เจ้าก็ไม่ต้องขุดสิในเมืองตามร้านค้าก็มีขาย” ฮัวโต๋พูด“มีขายงั้นเหรอ !!” จันทร์วาดอุทาน“ใช่ค่ะพี่สาวในเมืองที่ร้านขายยานั้นมีโสมป่าขายเวลาข้าเข้าเมืองไปกับท่านปู่ข้ายังเป็นเหล่าจอมยุทธซื้อมันมาต้มกินกับชาอยู่เลย” เปาเปาพูด“ใช่ข้าเห็นแล้วนึกเสียดายของจริงๆที่เหล่าจอมยุทธแบบพวกเจ้านำโสมพวกนั้นมาต้มกินเป็นชาแทนที่จะนำมันไปปรุงยาให้ได้ประโยชน์สูงสุด !!” ฮัวโต๋พูดอย่างหงุดหงิดงั้นเหรอเอาไปต้มกินกับชาเป็นชาโสมสินะพวกผู้เล่นพวกนั้นคงไม่รู้ว่าโสมพวกนี้เอาไปปรุงยาได้แต่เพิ่มความกระปรี้กระเปร่างั้นเหรอมันคืออะไรจันทร์วาดคิดในใจก่อนจะเปิดบอร์ดสนทนาขึ้นมาค้นหาคำว่าชาโสมบอร์ดทั่วไปกระทู้ที่ 87 : ชาโสมสุดยอดไอเท็มลับจากร้านขายยา (ผู้เล่น : ผิงผิง)ความคิดเห็น 1 : สวัสดีค่ะฉันผิงผิงเองหัวหน้ากิลด์ Rosetta ผู้เล่นหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงมีโสมป่าขายอยู่ที่ร้านขายยาในฐานะผู้เล่นที่ดีแล้วฉันจะบอกให้ว่าทำไมซึ่งข้อมูลนี้ฉันค้นพบโดยบังเอิญถ้าให้เล่าย้อนความไปคงเป็นเพราะฉันชอบกินชาโสมมากจึงลองซื้อโสมจากร้านขายยามาต้มใส่ลงไปในชาดูและพอกินชาโสมเข้าไปแล้วนั้นจู่ๆฉันก็ได้บัฟเพิ่มอัตราการฟื้นพลังขึ้นมาเสียอย่างนั้นซึ่งบัฟนี้อยู่ได้สิบนาทีเลยทีเดียวดังนั้นผู้เล่นทุกท่านก่อนออกไปเก็บระดับหรือสู้กับบอสควรจิบชาโสมก่อนออกไปลุยนะความคิดเห็น 2 : อ๊ะจริงด้วยผมพึ่งลองเมื่อครู่เลยได้บัฟเพิ่มอัตราการฟื้นพลังจริงด้วยนาทีละ 5% แน่ะแถมยังสิบนาที (ผู้เล่น : กระโจ้เผี่ยว)ความคิดเห็น 3 : ยอดไปเลยเท่านี้ก็ไม่ต้องเปลืองยาฟื้นเลือดเวลาออกไปเก็บระดับแล้ว (ผู้เล่น : แป้งเย็นตรางู)...ผู้เล่นคนนี้บังเอิญรู้นี่เองสรรพคุณของโสมคือกระตุ้นเลือดลมในร่างกายซึ่งพอเป็นในเกมส์มันเปลี่ยนเป็นฟื้นฟูเลือด 5% ทุกนาทีสินะสิบนาทีก็เพิ่มเลือดได้ครึ่งหลอดถือว่าประหยัดไปเยอะมากแต่ว่าเราเคยใช้ยาฟื้นเลือดไปบ้างหรือยังหว่า จันทร์วาดคิดในใจเพราะถ้าเธอจำไม่ผิดเธอยังไม่เคยใช้ยาฟื้นฟูเลือดเลย“ว่าแต่เห็นว่าเจ้ามีธุระต้องรีบไปไม่ใช่เหรอ” ฮัวโต๋พูด“อ๊ะจริงด้วยนี่ตีห้าครึ่งแล้วนี่ต้องรีบออฟไลน์แล้ว!!” จันทร์วาดนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบออฟไลน์ไปจ่ายตลาด“ถ้าอย่างนั้นตาแก่...เปาเปาไว้เจอกันนะ” จันทร์วาดรีบบอกลาทั้งสองคนก่อนจะออฟไลน์ไปทันทีวู่บ !! ร่างของจันทร์วาดหายไปทันที่ท่ามกลางสายตาของฮัวโต๋และเปาเปา“ถ้ามีโอกาสไว้เจอกันศิษย์ข้า” ฮัวโต๋ยิ้มออกมาถึงแม้ลูกศิษย์ของเขาจะปากไม่ค่อยดีแต่ก็เป็นคนดีเชื่อฟังผู้อาวุโสอย่างเขาเสมอ“เราจะไปไหนกันต่อคะท่านปู่” เปาเปาถาม“ไปทวีปเต่าดำกันเถอะช่วงนี้สมุนไพรทางตอนเหนือของทวีปเต่าดำใกล้ได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเจ้าไปเก็บของเถอะจะได้ออกเดินทางกันต่อเลย” ฮัวโต๋พูด“ค่ะท่านปู่” เปาเปาพยักหน้าก่อนจะรีบไปเก็บข้าวของในกระท่อมจนหมดจากนั้นทั้งคู่ก็ออกจากกระท่อมไปทิ้งไว้เพียงแต่กระท่อมรกร้างและแล้ว NPC ฮัวโต๋ก็หายไปจากทวีปมังกรทองกลับมาที่จันทร์วาดฟุ่บ !! จันทร์วาดถอดหมวกเครื่องเกมส์ศึกชิงจ้าวยุทธออกจากหัวก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจก่อนจะหยิบมือถือที่อยู่หัวเตียงขึ้นมาดู“หืออีเจนโทรมาตอนตีสี่งั้นเหรอ” จันทร์วาดเห็นว่ารุ่นน้องเธอโทรมาตอนตีสี่จึงลองโทรกลับไปดูไม่นานปลายสายก็รับสายของเธอ“ฮาโหลอีเจนเมื่อวานทิ้งกูเลยนะปล่อยกูต้องนั่งกินก๋วยเตี๋ยวรอตั้งนาน” จันทร์วาดบ่นก่อนที่ปลายสายจะพูดอะไรทันทีหนูขอโทษทีพี่พอดีมีเรื่องด่วนกว่าจะนึกว่ามีนัดกับพี่ก็ตอนที่หนูโทรไปนั่นแหละเจนพูด“เรื่องงานเหรอมึง” จันทร์วาดถามใช่พี่เรื่องงานพอดีมีอุบัติเหตนิดหน่อยช่วงนี้เผลอๆหนูอาจจะไม่ได้เข้าเกมส์เลยพี่ยังไงก็ขอโทษทีนะพี่จันทร์เจนตอบ“งั้นเหรอไม่เป็นไรจัดการงานมึงให้เรียบร้อยเถอะถ้างั้นแค่นี้นะกูจะไปตลาด” จันทร์วาดพยักหน้าเข้าใจค่ะพี่เอาไว้หนูจัดการงานเสร็จแล้วเจอกันนะเจนพูดก่อนจะวางสายไปและเมื่อวางสายไปแล้วจันทร์วาดก็เดินลงไปข้างล่างเพื่อล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะหยิบกระเป๋าออกไปตลาดเพื่อซื้อกับข้าวเมื่อมาถึงตลาดจันทร์วาดก็ตรงไปที่ร้านขายน้ำเต้าหู้ก่อนเป็นอันดับแรก“อีหยกเอาเต้าฮวยน้ำขิงมาสองถุงช่วงนี้อากาศเย็นแล้วต้องกินน้ำขิงสักหน่อยจะได้ไม่เป็นหวัดไม่ต้องหวานมากนะ” จันทร์วาดสั่งแม่ค้าลูกแผงของเธอ“ได้เลยป้าสองถุงไม่หวานนะ” หยกพยักหน้าก่อนจะรีบตักเต้าฮวยน้ำขิงให้จันทร์วาดระหว่างนั้นเองก็มีลูกค้าในตลาดที่กำลังซื้อผักอยู่แผงข้างๆคุยกัน“นี่ๆเมื่อคืนได้ข่าวหรือเปล่าเห็นว่ารถโค้ชคิมเกิดอุบัติเหตแน่ะ”“โค้ชคิมใครเหรอ !!”“ก็โค้ชคาราเต้จากเกาหลีไงที่ประเทศเราจ้างมาเป็นโค้ชให้นักกีฬาทีมชาติโอลิมปิกปีนี้น่ะ”“อ้าวแบบนี้ก็แย่สิแบบนี้ใครจะมาเป็นโค้ชให้เด็กๆที่กำลังจะลงแข่งล่ะ”“ก็ไม่รู้เหมือนกันหวังว่าจะหาโค้ชคนใหม่ได้เร็วๆนะไม่งั้นมีหวังโอกาสได้เหรียญทองคงเหลือไม่เท่าไหร่เพราะปีนี้เจ้าภาพมาแรงมาก”หือโค้ชคาราเต้ประสบอุบัติเหตงั้นเหรอเป็นแบบนี้ประเทศเราคงแย่เลยเพราะจะหาโค้ชคนใหม่มาแทนคงลำบากเพราะโค้ชมีชื่อมีฝีมือต่างก็เซ็นสัญญากับประเทศอื่นไปหมดแล้วหวังว่าสมาคมจะหาโค้ชคนใหม่ได้ไวๆนะจันทร์วาดคิดในใจ (จันทร์วาดยังไม่รู้นะครับว่ารุ่นน้องของเธอนั้นทำงานที่สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยแถมยังเป็นถึงหัวหน้าสมาคม)“ป้าจ๋าเสร็จแล้วค่ะทั้งหมดสิบหกบาท !!” หยกที่ตักเต้าฮวยน้ำขิงเสร็จแล้วบอกกับจันทร์วาดพลางยื่นถุงเต้าฮวยให้“อ่ะนี่สิบหกบาท” จันทร์วาดหยิบเศษเหรียญออกมานับก่อนจะส่งให้หยกไปจากนั้นเธอก็ไปซื้อหมูและซื้อผักมาเพิ่มก่อนจะกลับบ้านเพื่อไปทำกับข้าวอีกด้านหนึ่ง“คุณเจนจิรากลับไปก่อนก็ได้นะคะ” เลขาสาวบอกกับเจน“ไม่เป็นไรว่าแต่ครอบครัวของโค้ชคิมจะมาถึงกี่โมง” เจนถามเลขา“เครื่องลงที่สนามบินตอนเจ็ดโมงค่ะตอนนี้มีคนไปรอรับแล้ว” เลขาตอบและตอนนั้นเองไฟห้องผ่าตัดห้องฉุกเฉินก็ดับลงพร้อมกับหมอที่เข้าไปทำการผ่าตัดเดินออกมาพร้อมกับพยาบาลที่กำลังเข็นคนไข้ไปที่ห้องผู้ป่วย“อ๊ะ...หมอเป็นไงบ้างคะโค้ชคิมอาการเป็นไงบ้าง” เจนถามหมอ“พ้นขีดอันตรายแล้วครับแต่คงต้องพักฟื้นหลายเดือนคนไข้นั้นขาและมือหักทั้งสองข้างแถมยังกรามร้าวอีก” หมอตอบเจนและเลขาที่ได้ยินดังนั้นก็เครียดทันทีเพราะถ้าขาหักหรือแขนหักธรรมดาก็ยังพอนั่งรถเข็นสอนนักกีฬาได้บ้าง“หายทันสี่เดือนหรือเปล่าคะ” เจนพูดด้วยน้ำเสียงคาดหวัง“ไม่มีทางครับกระดูกของคนไข้นั้นไม่ได้หักธรรมดามันหักและทิ่มเข้าไปในเส้นประสาทด้วยผมเกรงว่าคงต้องพักฟื้นและทำกายภาพบำบัดหลังกระดูกผสานกันอย่างน้อยก็สองปี” หมอพูด“สองปีเลยเหรอคะเฮ้อ...” เจนหลับตาลงก่อนจะถอนหายใจออกมา“ใช่ครับนั่นคือขั้นต่ำถ้ายังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ” หมอพยักหน้าก่อนจะขอตัว“เอายังไงดีคะคุณเจนจิรา” เลขาถามหลังจากหมอไปแล้ว“เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกคนตอนบ่ายโมงเราจะต้องหาโค้ชคนใหม่ให้ได้เร็วที่สุดเธอไปเฝ้าโค้ชคิมเอาไว้ก่อนฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย” เจนพูด“เข้าใจแล้วค่ะคุณเจนจิรา” เลขาพยักหน้าก่อนจะรีบหยิบมือถือออกมาโทรไปแจ้งผู้เกี่ยวข้องทุกคนในสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยส่วนเจนที่กำลังเดินออกไปจากโรงพยาบาลเพื่อตรงไปที่ลานจอดรถก็เจอกับฝูงนักข่าวที่อยู่หน้าโรงพยาบาล“คุณเจนจิราคะอาการโค้ชคิมเป็นยังไงบ้างคะ”“คุณเจนจิราครับในกรณีนี้ทางสมาคมจะหาโค้ชคนใหม่หรือเปล่าครับ”“คุณเจนจิราคะ.../คุณเจนจิราครับ...” เหล่านักข่าวต่างลุมล้อมเจนทันที“ต้องขอโทษนักข่าวทุกท่านนะคะตอนนี้ทางสมาคมยังให้คำตอบอะไรไม่ได้ถ้ายังไงเย็นนี้จะแถลงการณ์อีกทีนะคะว่าเรื่องจะเป็นยังไงถ้ายังไงขอตัวก่อนค่ะ” เจนพูดตอบนักข่าวไปเท่าที่จะสามารถตอบได้ก่อนจะรีบใช้มือแหวกและเดินหนีนักข่าวไป“คุณเจนจิรา.........” เหล่านักข่าวยังพยายามเรียกขอสัมภาษณ์แต่ทว่าดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้เพราะเจนไม่ยอมหยุดเหล่านักข่าวจึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปสัมภาษณ์หมอในโรงพยาบาลเพื่อถามอาการของโค้ชคิมแทนเพื่อให้ได้ข่าวสำหรับเช้านี้เฮ้อ...ให้ตายสิเราจะไปหาโค้ชคนใหม่มาจากไหนนะจะเอาโค้ชโนเนมมาเราก็ต้องรับความเสี่ยงเองถ้าไม่ได้เหรียญหรือผลงานไม่ดีประชาชนคงด่าเราตายถ้าเป็นแบบนั้นคงมีชื่อเราจารึกในประวัติศาสตร์ว่าเป็นหัวหน้าสมาคมที่แย่ที่สุดเพราะประเทศเราผูกขาดเหรียญทองโอลิมปิกกีฬาคาราเต้มาตลอดตัวเราเองถึงจะมีฝีมือแต่เรื่องสอนใครนั้นไม่ได้เรื่องเลยสักนิดเจนคิดในใจเพราะแรงกดดันจากคำว่าผูกขาดเหรียญทองนั้นช่างหนักอึ้งมากสำหรับเธอที่เป็นหัวหน้าสมาคมในตอนนี้จบ...