คาร์บอน คาร์ล เด็กหนุ่มบ้าดีเดือดมุทะลุปากเสียอายุ21นั่นเป็พ่อของคิลี
คืนเดียว...
แค่คืนเดียว....
ใครจะไปรู้ว่าการมีเซ็กส์ในสภาพอากาศเลวร้ายและร่างกายอ่อนล้าขนาดนั้นมันจะทำให้อสุจิที่แข็งแกร่งติดท้องมาเป็ลูกที่น่ารักอย่างคิลี
แต่ด้วยทัศนคติที่ไม่ตรงกันและไม่ได้มีการวางแผนครอบครัวหรือมีลูกมาก่อน ชีวิตที่เคยอยู่คนเดียวมาตลอดของพวกเราจึงไม่สามารถทำใจให้อยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกได้แม้ตอนท้องจะพยายามแล้วก็ตาม
ในเมื่อตกลงกันไม่ได้การนำผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมาคุยกันนั่นคือพ่อบุญธรรมนักบวชของชาร์มกับพ่อบุญธรรมของคาร์ลจึงเป็จุดสิ้นสุด
เราไม่ยอมอยู่ด้วยกันแต่ทั้งคู่้าลูกจึงมีข้อตกลงร่วมกันผ่านทนายท่านหนึ่งไว้เป็ลายลักษณ์อักษรต่อหน้าพยานทั้งสองฝ่ายจนเคลียกันจบ
ทั้งที่เป็คนติดลูกง่ายแต่ทั้งคู่กลับไม่มีคู่ชีวิตใหม่คล้ายยึดติดกับลูกคนนี้มากเพราะพวกเขาต่างเป็เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ไม่ได้อยากมีั้แ่แรกความรักที่มีจึงตกไปอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยเพียงผู้เดียว
เมื่อชาร์มตัดสินใจได้ว่าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ก็มีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเหมือนจะดูแลตัวเองมากขึ้นไม่ยุ่งกับบุหรี่และเหล้าอีกทั้งที่เป็คนสูบบุหรี่จัดเพราะความเครียดจากงานที่ทำเมื่อก่อน
กลายเป็คนรักสุขภาพมากขึ้นระวังตัวเองมากขึ้นและ...เริ่มกลัวตายขึ้นมาเพราะไม่อยากให้ลูกอยู่ลำพัง
วันที่คาร์ลรู้ว่าเด็กในท้องชาร์มเป็ลูกตนเองก็เดินเข้ามาเจรจาอย่างไว
'ผมอยากให้คุณเก็บเด็กคนนี้ไว้ได้โปรดช่วยอุ้มท้องจนกว่าจะคลอดเขาออกมาให้ผมเถอะนะได้โปรดอย่าทำแท้งอย่าฆ่าเขาผมจะเลี้ยงเขาเองคุณอยากได้อะไรอยากได้เงินมากแค่ไหนผมจะหามาให้ได้โปรดอย่าเอาเขาออกเลยนะ'
วันที่รู้ว่าตัวเองเป็พ่อคนผู้ชายร้ายๆอย่างคาร์ลนั่งคุกเข่ากับพื้นสายตาแน่วแน่ไม่มีแววล้อเล่นมาอ้อนวอนขอให้เก็บลูกไว้ด้วยท่าทางจริงจังที่สุดเท่าที่เคยเห็นคนคนนี้มา
คนขององค์กรนั้นไม่เคยก้มหัวให้ใครไม่เห็นหัวใครและหยิ่งในศักศรีที่สุดแต่คนคนนี้กลับนั่งคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เก็บลูกไว้อย่างน่าเหลือเชื่อ
คาร์ลไม่เคยยอมใครแต่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก..
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาเมื่อมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องร่วมรับผิดชอบพวกเขาที่เป็เด็กกำพร้าจึงต้องวางแผนเลี้ยงลูกโดยแยกกันอยู่
เนื่องจากในสัญญาดูแลบุตรร่วมกันทำให้คาร์ลสามารถดูแลชาร์มใน่ตั้งครรภ์โดยสามารถอยู่ใกล้กันได้
พ่อบุญธรรมของคาร์ลเป็นายอำเภอในท้องที่ชื่อคาร์บอน เกรย์ ผู้ที่ไม่สามารถมีลูกได้
คนตัวโตบังเอิญได้ไปช่วยไว้จากการถูกทำร้ายเกรย์ จึงรับเป็ลูกบุญธรรมตั้งชื่อใหม่ให้ว่า คาร์ล นามสกุลก็ใช้คาร์บอนของเขาเช่นกัน
คาร์ลทำงานช่วยพ่อบุญธรรมพวกดูแลงานรับเหมาสร้างตึกสร้างถนนที่ประมูลได้ใช้แรงบ้างใช้หัวบ้างอย่างขยันขันแข็งเกรย์จึงรักและไว้ใจลูกคนชายตัวโตคนนี้มาก
วันที่คิลีคลอดออกมาหน้าตาปลื้มปีติของทั้งคุณปู่คุณตารวมถึงคาร์ลเองที่อุ้มกอดหอมลูกแทบไม่วางเป็ภาพที่แปลกตาประหลาดใจสำหรับคนเป็แม่อย่างชาร์มมาก
เขายิ้มกว้างและพูดเสียงเบาๆ กับลูกไม่มีอาการหัวเสียจากเสียงร้องไห้หรือแม้แต่เวลาลูกอึใส่ฉี่ใส่กลับหัวเราะร่ากับลูกราวกับคนบ้า
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผู้ชายอายุพึ่งจะสิบแปดตอนนั้นจะดีใจที่มีลูกเป็ของตัวเองขนาดนี้
ด้วยความเห่อลูกของทั้งสองเป็เหตุให้ต้องทะเลาะกันเรื่อยมาเพราะไม่ยอมอยู่ร่วมกัน
ตอนคิลีแรกคลอดชาร์มขอมานอนหน้าห้องเวลาได้ยินเสียงลูกร้องก็ตื่นขึ้นมาเคาะถามขอเข้ามาดูลูกเป็พ่อแม่มือใหม่ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายที่สุดแต่ก็อยู่แบบนั้นมาจนคิลีได้หนึ่งขวบ
พ่อบุญธรรมของคาร์ลให้กลับไปช่วยงานที่รัดตัวทำให้ต้องห่างลูกหลายวันจึงเทียวขับรถไปขับรถมาบางครั้งไกลกันมากแต่คาร์ลก็ไม่เคยไม่กลับมา
จนลูกอายุสองขวบจึงมีร่างสัญญาอันใหม่ให้มีการรับลูกไปดูแลในที่พักของตนเองผลัดกันอาทิตย์ละครั้งโดยที่ผู้ปกครองอีกคนสามารถมาหาได้ตลอดเวลาภายใต้ความสงบไม่สร้างความเดือดร้อนให้อีกฝ่าย
และเมื่อคิลีสองขวบครึ่งก็เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมอนุบาล
"ฮัลโหล ชาร์มกินข้าวหรือยัง?"
"ชาร์มพึ่งตื่นเมื่อคืนมีงาน ลูกล่ะกินข้าวกับอะไร?"
"ข้าวผัดไส้กรอกคาร์ลทำให้กิน เราสั่งอะไรให้กินดีไหม?"
"หึ หึ มีลูกสามขวบนี่มันดีจังเลยนะ"
เด็กหน้ากวนเปิดกล้องโทรศัพท์คุยกับคนเป็แม่ที่นั่งเปิดจอโน๊ตบุ๊คทำงานอยู่ โดยมีคนเป็พ่อแอบมองผ่านหน้าจอมักจะเห็นคนเป็แม่อมยิ้มยามคุยกับลูกเสมอ
"ชาร์มพูดเหมือนเราเป็เด็กแรกเกิดตลอดอ้ะ!"
คุณลูกชายกอดอกเอียงคอมองแม่ที่อยู่อีกบ้านเล็กน้อยคงคิดถึงนั่นแหละแต่ไม่กล้าบอกกลัวโดนหาว่าเป็ลูกแหง่ติดแม่
"คุณคิลีจะสั่งอะไรให้ผมกินครับ หื้ม?"
ชาร์มเท้าคางอมยิ้มมองลูกอย่างอารมณ์ดีพรางสังเกตุห้องผู้ปกครองอีกคนของลูกไปด้วย
อดถอนหายใจเบาๆออกมาไม่ได้เพราะคาร์ลชอบตามใจลูกข้าวของระเกะระกะของเล่นเอยหมีเอยขนมเอยไม่เป็ที่เป็ทางสักอย่างแล้วจะไม่ให้พูดมากได้ยังไง
"ชาร์มชอบกินผักกับปลาเราสั่งสลัดทูน่าให้นะ"
คนเป็แม่อมยิ้มกับความโรแมนติกของลูกชายตัวน้อยที่รู้ว่าแม่ชอบอะไรไม่ชอบอะไรไม่รู้จะทำให้หลงรักแค่ไหนเพราะที่เป็อยู่นี่ก็เรียกว่ารักที่สุดแล้ว
"ใช้บัตรชาร์มจ่ายก็ได้หนูไม่ต้องให้เขามาจ่ายเงินค่าอาหารให้ทุกครั้งหรอกคิลี"
"ชาร์ม อย่าพูดคำต้องห้าม! ไม่มีอะไรที่คาร์บอนคิลทำไม่ได้..คาร์ลจ่ายตังให้เราหน่อย!"
คนตัวเล็กปลายสายขมวดคิ้วบ่นอุบเพราะไม่ชอบให้ใครเรียกหนูมันดูเด็กก๊องแก๊ง!
"อารายยยย?"
"เราสั่งนี่ไปให้ชาร์มจ่ายตังให้เราหน่อย~"
เสียงดังเจื้อยแจ้วของลูกชายเมื่ออยู่กับพ่ออีกคนก็ชอบโทรมาหา ทำหน้าที่ลูกดีเด่นด้วยการสั่งนั่นสั่งนี่ให้กินประจำ แล้วก็บอกให้คาร์ลจ่ายเงินให้ทุกที
คาร์ลแทบไม่เคยขัดลูก อะไรที่เกี่ยวกับลูกเราค่อนข้างจะตามใจและให้อิสระคนตัวเล็กนี้เต็มที่
กับเื่ลูกแทบไม่เคยทะเลาะกันแต่กับเื่อื่นถ้าฆ่ากันได้คงฆ่าไปแล้วความเห็นไม่เคยจะตรงกันมีปากเสียงกันตลอด
"กินอะไรหรือยัง?"เสียงห้าวทุ้มของพ่อผมยาวดังเข้ามาในสายถามอีกฝั่งเหมือนอย่างทุกทีที่ลูกวีดีโอคอลหาคุณแม่ชี?
"พึ่งตื่น"ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มหุบฉับอย่างไวเมื่อคนพ่อโผล่หน้ามาในกล้องตอบปลายสายด้วยเสียงสั้นห้วนบ่งบอกความไม่สบอารมณ์จนกลายเป็เสียงชินหูสำหรับคาร์ลไปแล้ว
"ลูกสั่งสลัดผักกับผลไม้สดไปให้อีกสิบห้านาทีของไปส่ง"
คนตัวโตปลายสายลอบสังเกตุคนอีกฟากเช่นกันบ้านที่มีของตกแต่งน้อยชิ้นมินิมอลสุดๆและสะอาดสุดๆมีเพียงรูปถ่ายลูกบนฝาผนังและตุ๊กตาหมีขาวของลูกชายเท่านั้นที่เป็ของตกแต่งเขาเอ่ยบอกอีกคนหลังจากสั่งจ่ายตัดบัตรเครดิตตัวเอง
"อือ"
คุณแม่ตัวขาวทำเป็ไม่สนใจสายตาที่จ้องมองมาแต่ก็ต้องหันกลับมาแหว๋เสียงดังเมื่อคุณพ่อผมยาวเอ่ยประโยคส่งท้ายก่อนจะวางสายไป
"แค่นี้นะจะพาลูกไปเล่นบีบีกัน"
"นี่นายอย่า!...ตู้ดดดดด"
ไอ้บ้านี่!!
...
TCB.
พี่คิลเขาชนะมาตลอดชนะมาตั้งแต้เกิดแล้วค่า