ไทก้าอ่านข้อความได้เพียงแวบแรกเท่านั้น
เมื่อแท่งศิลาดำกระทบแสงเพียงไม่กี่วินาทีก็ะเิแสงสีขาวส่องสว่างขึ้น
บึ้ม!
พร้อมด้วยแรงะเิปะทะไทก้าลอยออกไปนอกหน้าต่างชั้นสองร้อยทันที
วินาทีนั้นสิ่งเดียวที่ไทก้ามองเห็นมีเพียงแสงสีฟ้า และรับรู้ได้ว่าตนเองร่วงจากชั้นสองร้อยเสียแล้ว
"ทำไม คุณอา ทำไมกัน" ไทก้าได้เพียงแต่คิดในใจอย่างเงียบงั้น ...ทุกอย่างรอบตัวไทก้าค่อยมืดลง ว่างเปล่า...
"เฮ้เ้าหนุ่ม เ้าได้ยินที่ข้าพูดมั๊ย" เสียงชายชราผมขาวถามขึ้นอีกครั้ง
ไทก้าเรียกสติของตนเองกลับคืนพลางถอนหายใจ
"ขอโทษครับคุณปู่ ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าไว้ ท่านถามข้าว่ายังไงนะครับ"ชายหนุ่มหันมาสบตาชายชราผมขาว
"ข้าถามเ้าว่า เ้ามาจากไหน มาทำอะไรที่นี่กันถึงได้หลับอยู่ใต้ต้นไม้โลกได้" ชายชราถามขึ้น
ไทก้าได้แต่สับสนกับคำถามของชายชราผมขาวทั้งยังคิดในใจ'ต้นไม้โลกรึ?ป่ารึ? มีของแบบนั้นในเมืองที่ไหนกัน?' แล้วจึงตอบชายชราผมขาวกลับคืน
"ข้ามาจากเมืองแบงค์ค๊อกครับ"ไทก้าตอบ
เมื่อได้ฟังคำตอบนั้นชายชราผมขาวกลับยิ่งทำหน้าสงสัยพร้อมกลับพูดขึ้น
"เมืองอะไรกัน? ข้าคิดว่าเ้าน่าจะยังไม่หายดี เ้าพักผ่อนก่อนเถอะเดี๋ยวข้าออกไปหาอะไรมาให้กินก่อนก็แล้วกัน"
หลังจากพูดจบชายชราผมขาวก็เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้ไทก้าพักผ่อนอยู่ในห้องคนเดียว
เมื่อชายชราออกไปได้สักพักใหญ่ ไทก้ารู้สึกคอแห้งขึ้นมาจึงเดินออกจากกระท่อมไปหาน้ำดื่ม เมื่อเปิดประตูออกมาภาพเบื้องหน้าของเขาทำให้เขารู้สึกตะลึง! เป็อย่างมาก หน้ากระท่อมมีลำธารสายน้ำใสสะอาด ต้นไม้ล้วนแต่แปลกประหลาด ต้นไม้บางต้นขยับได้เอง บางต้นใบไม้หลากหลายสีในต้นเดียว มีนกรูปร่างสูงขนสีแดงอมเหลืองหางยาวจรดพื้น ยืนอยู่ไม่ไกลจากลำธารจ้องมองมายังไทก้า พร้อมกับพูดขึ้น
"เ้ายังไม่หายดีออกมาด้านนอกทำไม?"
ไทก้าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ใเป็อย่างมาก พร้อมกับยื่นนิ่งไปเพราะคิดว่าตัวเองหูฝาดไป
เมื่อตั้งสติได้และมองกลับไปที่เ้านกอีกครั้ง เ้านกพลันถามขึ้นมาอีกรอบ "ข้าถามเ้าไม่ได้ยินรึ?"
ไทก้าที่เพิ่งตั้งสติได้ต้องสติแตกอีกครั้ง"จ๊าก! สัตว์ประหลาด นกตัวใหญ่พูดได้ นี่เราฝันอยู่เหรอเนี่ย? อย่ากินข้านะ"
เ้านกได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตะหงิดพร้อมตอบกลับทันที "ฝันบ้าฝันบออะไร ข้าไม่กินมนุษย์ ข้าเป็คนพาเ้ากลับมาจากต้นไม้โลกโน่น " เ้านกพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่กลางป่าที่สูงจากพื้นขึ้นไปแทบจะมองไม่เห็นยอดของต้นไม้
นี่ก็คือต้นไม้โลก ที่สูงพอๆกับูเาลูกใหญ่เลยทีเดียว
ไทก้าได้แต่ยืนอึ้งไปกับคำพูดของเ้านก เมื่อตั้งสติได้อีกครั้งไทก้าไม่ตอบสิ่งใดแต่กลับรีบเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง พร้อมนอนลงบนเตียงหลับตาลงและพึมพำกับตัวเอง
"ข้าต้องฝันไปแน่ๆ ข้าต้องฝันไปแน่ๆ"
ไทก้านอนอยู่ในห้องนานราวๆ ครึ่งชั่วโมงและกลับออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีเ้านกที่พูดได้อยู่ด้านหน้ากระท่อมแล้ว
ไทก้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เห็นมั๊ยข้าว่าแล้ว ข้าอาจจะเบลอๆในตอนแรกก็ได้ถึงเห็นนกพูดได้เฮ้อ.." สิ้นเสียงไทก้ากลับมีเสียงชายชราดังขึ้นมาด้านหลัง
"ที่เ้าเห็นนกพูดได้หน่ะ ไม่ได้ฝันไปหรอกนะหนุ่มน้อย นั่นนกแห่งจิตสัตว์คู่กายข้าเองแหละ"
เป็ชายชราผมขาวนั่นเอง เขาเพิ่งจะหาวัตถุดิบจากบนเขาลงมาเพื่อทำอาหารให้ไทก้า
"เอ๋ ท่านจะบอกว่านกนั่นพูดได้จริงๆ งั้นรึครับ?" ไทก้าถามด้วยอาการที่ยังตะลึงอยู่
"ดูเหมือนเ้าจะไม่ใช่คนของโลกนี้อย่างที่ข้าคิดไว้สินะ"ชายชรากล่าวขึ้น
ไทก้าพยักหน้าพร้อมกับมองไปยังรอบๆ
"แล้วนกนั่นไปที่ใดแล้วขอรับท่านปู่"ไทก้าถามขึ้น
"ข้าให้ไปส่งข่าวให้ข้าเดี๋ยวก็คงกลับมาเองแหละ" ชายชราตอบกลับด้วยท่าทางสบายๆ
"เอาล่ะนั่งก่อนสิ นี่ก็นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้คุยกับใครเลย ไหนๆ ข้ากับเ้าก็มีวาสนาต่อกันแล้ว ข้าบอกเ้าเกี่ยวกับโลกนี้แล้วกัน" ชายชราค่อยๆ เล่าเื่ราวของโลกนี้ให้กับไทก้าฟัง
โลกนี้เต็มไปด้วยสัตว์โบราณ มนุษย์ นักบวช และเทพผู้ปกครองทวีป ซึ่งสิ่งมีชีวิตทุกชนิดของที่นี่ดำรงอยู่ด้วยการฝึกกายและจิตเป็หลัก ดังนั้นสัตว์ทั่วไปที่ฝึกจิตถึงขั้นสูงจะสามารถพูดได้และสามารถแปลงกายเป็อะไรก็ได้ตามใจ รวมถึงถ้าหากฝึกถึงขั้นสูงขึ้นไปอีกยังสามารถเรียกลมเรียกฝน เดินเหินล่องลอยไปในจักรวาลได้อีกด้วย
หลังจากที่ได้ฟังชายชราเล่ามาสักพัก ไทก้าได้ถามชายชราขึ้นมาว่า"เช่นนั้นท่านรู้จักดาวที่ชื่อว่าโลกหรือไม่"
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไทก้าว่า
"ดาวโลกเคยมีบันทึกในตำราเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน ข้ารู้เพียงแค่ว่า ดาวโลกถูกปกป้องโดยจักรพรรดิแห่งมิติ เพื่อแยกดาวโลกออกจากทวีปนี้ ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องแยกออกไปนั้นข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด"เมื่อได้ฟังเื่ราวต่างๆ จากชายชราผมขาว
ไทก้าก็ถามขึ้นอีกครั้ง"คุณปู่ ท่านพอจะรู้วิธีที่ข้าจะกลับไปยังดาวโลกได้รึไม่?"
ชายชราลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป
"ข้าคิดว่าคงมีแต่ต้องเดินทางไปยังทวีปเนรมิตเท่านั้นถึงจะช่วยให้เ้าหาทางกลับไปได้ แต่ตอนนี้คุณสมบัติของเ้าคงยังเดินทางไปไม่ได้ เพราะผู้ที่มีสิทธิ์เข้าไปยังทวีประดับสองได้ต้องเป็ผู้ฝึกจิตขั้นสมาบัติชั้นต้นขึ้นไปเท่านั้น ตอนนี้เ้าแม้แต่ขั้นจิตระดับหนึ่งยังไม่ถึงเลย เอาล่ะเอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะหาทางให้เ้าแล้วกัน ดึกมากแล้ว เ้าหนูอย่างเ้าควรนอนพักผ่อนได้แล้ว"
ได้ยินดังนั้นไทก้า กลับขมวดคิ้วเล็กแล้วพร้อมตอบชายชรากลับไปทันที
"ใครเป็เ้าหนูกัน ปีนี้ข้ายี่สิบแปดปีแล้วนะ"
ชายชรามองกลับมาพร้อมกับหัวเราะร่ากับมุกตลกตรงหน้า
"ฮ่าๆ เด็กอย่างเ้าอย่างมากก็ไม่เกินสิบหกปีหรอก เ้าจะบอกว่ายี่สิบแปดปีแล้วช่างน่าขำนัก"
ได้ยินดังนั้นไทก้าก็รู้สึกขัดใจเล็กน้อยพลางเดินกลับเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะสังเกตถึงความผิดปกติของร่างกายที่ดูเล็กลงหลายๆ ส่วน
ตอนแรกไทก้าไม่ได้แปลกใจมากนัก เพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน คงจะผอมลงนิดหน่อย แต่เมื่อลองสังเกตดูดีๆ เขาก็เห็นแล้วว่าร่างกายของเขานั้นกลับเด็กลงจริงๆ พร้อมกับเดินออกไปส่องดูตัวเองในอ่างน้ำกลับพบว่าตัวเองย้อนวัยไปยังตอนอายุสิบห้าด้วยซ้ำ
"ข้าเด็กลงจริงๆ เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันเนี่ย..."