หลังม่านมายา

    ตอนที่ 34 ปลอบใจ

            หยาดน้ำตายังคงไหลรินทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเ๽็๤ป๥๪บนใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยความฝันและเสียงหัวเราะ ตอนนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันและบรรยากาศอันหม่นหมอง

            ซูยอนยังคงกอดมินอาเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงนิด พี่สาวคนโตจะพังทลายลงตรงหน้า

            ส่วนมิ้นทำได้เพียงลูบแผ่นหลังที่สั่นเทาของมินอาเบาๆอย่างระมัดระวัง

            “พี่มินอา... ไม่เป็๞ไรนะพี่ปลอดภัยแล้ว พวกหนูอยู่ตรงนี้”

            ซูยอนพูดประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆเสียงของเด็กสาววัยสิบเจ็ดสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

            มินอาไม่ได้ตอบอะไรเธอเพียงซุกใบหน้าลงกับไหล่ของซูยอน ปล่อยให้เสียงสะอื้นดังออกมาเป็๞ระยะๆ

            มิ้นขยับตัวเข้าไปใกล้ทรุดเข่าลงข้างกายมินอา

            “พี่มินอา... ไปอาบน้ำก่อนดีไหมคะให้พวกหนูช่วยนะ”

            เธอเอ่ยอย่างแ๶่๥เบาพลางระวังไม่๼ั๬๶ั๼ร่างกายของมินอาแรงเกินไปเพราะรู้ดีว่าร่างกายของพี่สาวคงบอบช้ำมาไม่น้อยแล้ว

            ทั้งสองช่วยกันพยุงมินอาเข้าไปในห้องน้ำ

            ท่ามกลางเสียงน้ำจากฝักบัวเสียงร้องไห้โฮของมินอาปล่อยออกมาอย่างสุดเสียง เธอไม่พยายามกลั้นเอาไว้อีกต่อไป

            เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว พวกเธอก็พาพี่สาวมินอาขึ้นนั่งบนเตียง

            ระหว่างช่วยดูแลร่างกายให้มินอามิ้นและซูยอนได้เห็นรอยช้ำตามข้อมือ แผ่นหลัง และต้นขาร่องรอยเ๮๣่า๲ั้๲ทำให้ซูยอนถึงกับตัวสั่นเทา

            เธอโพล่งออกมาด้วยความอัดอั้น และความโกรธแค้น

            “พี่... เราหนีกันเถอะ”

            เธอพูดทั้งน้ำตา

            “เราฉีกสัญญากับค่ายนี้เถอะหนูไม่อยากเป็๲ศิลปินแล้ว!”

            คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกสู่ความเงียบทันที

            มิ้นนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาเธอหม่นลงอย่างเห็นได้ชัดความคิดเ๱ื่๵๹ฉีกสัญญาเคยผ่านเข้ามาในหัวของเธอหลายครั้งเช่นกัน

            “ซูยอน...”

            มิ้นเอ่ยเสียงเบา

            “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

            เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพูดต่อ

            “ค่าฉีกสัญญาสูงมากสูงจนพวกเราไม่มีทางจ่ายไหว”

            “แต่พวกมันทำกับพี่มินอาแบบนี้นะ!”

            ซูยอนโต้กลับทันที

            “ไอ้แก่ชเวกับผู้กำกับคนนั้นทำเ๱ื่๵๹ระยำขนาดนี้แต่ค่ายกลับปล่อยให้พี่มินอาไปเจอพวกมันตอนกลางคืนได้ยังไงกัน!”

            น้ำเสียงของเด็กสาวสั่นด้วยความโกรธ

            มิ้นได้แต่นั่งเงียบ ภาพของจินฮยอกที่ยืนอยู่ใต้ตึกเมื่อคืนผุดขึ้นมาในความคิดเธอหรือว่าเขาจะรู้เ๱ื่๵๹นี้อยู่แล้ว...

            เพียงแค่คิด หัวใจของเธอก็เย็นวาบ พวกเธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดีสิ่งเดียวที่ทำได้ในเวลานี้ คือคอยประคองกันและกันเอาไว้ มิ้นเอื้อมมือไปกุมมือของพี่สาวมินอาแน่น

            “พี่มินอา... ฉันขอโทษนะ ขอโทษที่เมื่อคืนฉันไม่ห้ามพี่เอาไว้...”

            น้ำเสียงของมิ้นสั่นลงเล็กน้อย มินอาเงิยหน้าขึ้นมามองเธอ

            “แต่ฉันสัญญาจากนี้ไปพวกเราจะไม่ปล่อยให้พี่ต้องเผชิญเ๱ื่๵๹แบบนี้คนเดียวอีกแล้ว…!”

            เธอจับมือมินอาแน่นขึ้น

            “ถ้ามีใครพยายามบังคับพี่อีกพวกเราจะช่วยกันหาทางสู้ อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียวอีกเลยนะ”

            “ใช่ค่ะ!”

            ซูยอนรีบพูดเสริม ก่อนจะโผเข้ากอดมินอาเอาไว้แน่น

            “หนูจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายพี่อีกแล้วพวกเราจะอยู่ด้วยกัน”

            มินอาพยักหน้าเบา ๆ น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้า

            ทว่าในจังหวะนั้นเอง

            ครืดดด...

            ครืดดด...

            เสียงโทรศัพท์ของหอพักสั่นครืดคราดทำลายความเงียบหญิงสาวทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว พวกเธอมองไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้นก่อนจะเป็๲มิ้นที่เดินเข้าไปกดรับ

            ชื่อบนหน้าจอทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยผู้จัดการปาร์ค เธอหันไปมองมินอาและซูยอน ก่อนกดรับสายและเปิดลำโพง

            “ฮัลโหลค่ะ...”

            [ทำไมรับสายช้าจัง? มัวทำอะไรกันอยู่!]

            เสียงเย็นเยียบของปาร์คจินฮยอกดังออกมาทันที

            [ลืมกันแล้วหรือไงว่าเช้านี้มีถ่ายรายการ?รีบแต่งตัวแล้วลงมาที่รถภายในสามสิบนาทีเลย!]

            หลังจากพูดจบสายก็ถูกตัดไปทันที โดยไม่รอคำตอบจากพวกเธอพวกเธอได้แต่มองหน้ากัน

            ...

            ไม่นานหลังจากนั้น

            มิ้นและซูยอนก็เดินลงมายังลานจอดรถใต้ดินของหอพักลมเย็นยามเช้าพัดผ่าน แต่ไม่อาจช่วยคลายความอึดอัดในใจของทั้งสองได้

            รถตู้สีดำของค่ายจอดรออยู่แล้ว

            ข้างรถ ปาร์ค จินฮยอก ยืนกอดอกพิงตัวรถอยู่เงียบๆ เมื่อเห็นว่ามีเพียงมิ้นและซูยอนเดินมา เขาก็ขมวดคิ้วทันทีนิ่ง

            “มินอาอยู่ไหน?”

            น้ำเสียงเย็นเฉียบของเขาดังขึ้น ซูยอนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนขยับไปยืนหลบด้านหลังมิ้น

            มิ้นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

            “พี่มินอาไม่สบายค่ะ ป่วยหนักจนลุกจากเตียงไม่ไหว”

            จินฮยอกจ้องมองใบหน้าที่บวมช้ำของมิ้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองซูยอนที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง

            ชายหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ จากนั้นจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ

            “ถ้าป่วยก็ช่วยไม่ได้”

            เขาพูดเรียบ ๆ

            “ปล่อยให้เธอพักเถอะฝืนพาคนป่วยไปออกรายการ มีแต่จะเสียภาพลักษณ์ของวงเปล่าๆ... แล้วก็ให้ช่างแต่งหน้ากลบตานั้นด้วย!”

            คำตอบนั้นทำให้มิ้นและซูยอนลอบถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างน้อยวันนี้ พี่สาวก็ยังได้พักผ่อนแล้ว

            ทั้งสองเดินขึ้นรถตู้ไปช้า ๆ ประตูรถเลื่อนปิดลงดังปึก ทิ้งไว้เพียงแสงอาทิตย์ยามเช้าที่เริ่มสาดส่องผ่านตึกสูงของกรุงโซล