เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 63 ประลองลมปราณเสียงดนตรี!



    กานเป่าซิงใจหายวาบ นางยกพวกมายี่สิบคน แต่หายไปสี่คนแล้ว กานเป่าซิงพลันตะโกนว่า“หากพวกเจ้าเก่งกาจก็ออกมา”ได้ยินเสียงขลุ่ยยังคงเป่าอย่างอ้อยอิ่ง เสี่ยวหนิงถาม“ศิษยพี่กาน ทำอย่างไรดี?”กานเป่าซิงกัดฟัน กล่าวว่า “เดินทางต่อ”แม้จะทราบว่าศัตรูเข้มแข็งอย่างยิ่ง นางก็หาได้ย่อท้อ นำทั้งหมดต่างเดินทางท่ามกลางเสียงขลุ่ยยังคงดังกระทบโสตผู้คน ระหว่างเดินทาง สตรีง้อไบ๊พลันหันไปด้านหลังบ่อยครั้ง ระแวงว่าจะมีผู้ใดมาจับตัวพวกนางหรือไม่ ทำให้การเดินทางชักช้าขึ้นอีกสตรีง๊อไบ้ถือคบไฟหกอัน เพื่อส่องแสงสว่างในช่องเขาอันมืดมิด ทันใดนั้นได้ยินเสียงฟิ้ว ไฟบนคบไม้ก็ทยอยดับไป!กานเป่าซิงชักกระบี่คู่ออกรีบตะโกนว่า “จุดไฟ”ศิษย์ง้อไบ๊รีบจุดไฟขึ้น แต่ขณะที่ไฟถูกจุดติด สตรีง้อไบ๊ก็หายไปอีกสองคน กานเป่าซิงหน้าซีดเผือด ตะโกนว่า“สามสหายปีศาจ ข้ารู้ว่าเป็นพวกเจ้า ออกมา!”เสียงขลุ่ยดังขึ้นอย่างเศร้าสร้อย คล้ายอาลัยต่อการหายไปของสตรีง้อไบ๊ แม่ชีง้อไบ๊หลายนางต่างอุดหูไม่ต้องการฟังเสียงขลุ่ยนั้น พวกนางทั้งหวาดผวา และหวาดกลัวถึงที่สุดกานเป่าซิงพึมพำ“หากอาจารย์มาด้วย อาจใช้วิชาเสียงพุทธธรรม ทำลายเสียงขลุ่ยที่มีกลิ่นอายปีศาจนี้ไปได้”กานเป่าซิงทราบว่านางผิดแล้ว นางไม่สมควรพาศิษย์พี่น้องมาเสี่ยงอันตรายกับปีศาจทั้งสามนี้ ในจดหมายเขียนขอให้อาจารย์นางมาช่วย มิใช่นางเห็นเสี่ยวหนิงหน้าซีดเผือดอยากร่ำไห้ กานเป่าซิงพลันตะโกนปลุกขวัญ“สำนักง้อไบ๊แม้ส่วนใหญ่เป็นสตรี แต่ก็เข้มแข็งไม่ต่างจากบุรุษ อย่าได้คิดข่มขวัญพวกเรา”ศิษย์ง้อไบ๊ทั้งหมดต่างนิ่งเงียบ ทุกคนหมดแก่ใจจะต่อสู้ กานเป่าซิงเห็นเช่นนี้ก็ทราบว่านางต้องพ่ายแพ้แน่นอน แต่ตอนนี้พวกนางเหมือนเกาทัณฑ์ที่น้าวจนสุดหล้า มิอาจไม่ยิงออก มีแต่ต้องเดินทางต่อเท่านั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงฟิ้วอีก คบไฟทั้งหกก็ดับไป แต่ครานี้กานเป่าซิงระวังไว้อยู่ก่อน นางรีบหันกายกลับไปด้านหลัง ตั้งสมาธิฟังเสียงลม ได้ยินเสียงลมดังมากลางความมืด นางรีบแทงกระบี่คู่ใส่ทันทีแต่ศัตรูท่าร่างรวดเร็วยิ่ง กระบี่คู่แทงพลาดผิด ได้ยินเสียงกรีดร้องเล็กน้อยของศิษย์น้องนางเมื่อคบไฟถูกจุดขึ้น ศิษย์ง้อไบ๊อีกคนก็หายไปแล้วจริงๆ แม่ชีบางนางอายุยังเยาว์ถึงกับทิ้งกระบี่หลั่งน้ำตา แม่ชีที่มีอายุมากต่างประนมมือก็สวดมนต์สร้างกำลังขวัญ แต่มือยังสั่นไม่หยุด แม้แต่กานเป่าซิงเองก็หัวใจสั่นระรัวทั้งตึงเครียดและเสียขวัญเล็กน้อยกานเป่าซิงพลันร้องว่า “ใช้วิชาตัวเบาเดินทาง ไปให้ถึงทางออกช่องเขา”

    ศิษย์ง้อไบ๊ทั้งหมดต่างใช้วิชาตัวเบาเดินเหินทางอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เริ่มเห็นแสงไฟสลัว พวกนางใกล้ถึงทางออกแล้วแต่กานเป่าซิงหยุดชะงักอย่างกะทันหัน นางเห็นคนนอนอยู่ คนผู้นี้ใส่ชุดสีน้ำตาลไว้หนวดเครารกครึ้ม กานเป่าซิงทราบว่าคนผู้นี้ไม่มีเจตนาดีแน่ แต่พบศัตรูยังดีกว่าไม่พบ นางถาม“เจ้าเป็นใคร?”คนชุดน้ำตาลหลับอย่างสบาย กานเป่าซิงไม่กล้านำพวกเดินต่อ กลับกลายเป็นว่าคนผู้เดียวหยุดสตรีง้อไบ๊สิบกว่าคนได้ กานเป่าซิงพลันตัดสินใจ กระโดดปราดไปถึงหน้าคนที่นอนอยู่ นางจี้กระบี่ใส่หน้าอกศัตรูสี่แห่งหมายใช้วิชาสกัดจุดผ่านปลายกระบี่ มิคาดคนที่นอนอยู่พลันนอนหันข้างหลบกระบี่กานเป่าซิงอย่างง่ายดายกานเป่าซิงจี้กระบี่อีกหลายครั้ง คนชุดน้ำตาลก็กลิ้งกายหลบอย่างรวดเร็ว กานเป่าซิงตวาด “หากก่อกวนเช่นนี้ ข้าไม่เกรงใจแล้ว”กระบี่กานเป่าซิงแทงอย่างรวดเร็วใช้ท่าสังหาร ประกายกระบี่ยาวเหยียดดุจสายรุ้งขาวเส้นหนึ่ง คนชุดน้ำตาลพลันปัดมือไม้เหมือนนอนละเมอ ใช้หลังมือปัดกระบี่กานเป่าซิงเบี่ยงเบนไปขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากด้านหลัง กานเป่าซิงใจสั่นสะท้าน แม่ชีนางหนึ่งตะโกนเสียงหวาดผวา“เสี่ยวหนิงหายไปแล้ว!”

    กานเป่าซิงใจหายวาบรีบหันไป แต่ชั่วพริบตานั้นคนชุดน้ำตาลพลันทะลึ่งลุกขึ้นจี้สกัดจุดที่หน้าอกนางอย่างรวดเร็วยอดฝีมือประลองกันมิอาจเสียสมาธิได้แม้แต่น้อย กานเป่าซิงตำหนิตนเองประมาทไป เห็นคนชุดน้ำตาลเคราครึ้มหัวร่อ“ข้านึกว่ายายชีเฒ่าฝ่าเหลียนจะมาด้วย นึกไม่ถึงกลับเป็นแค่สตรีโง่งมกลุ่มหนึ่ง รู้เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องวางแผนมากมายให้เปลืองสมอง”คนชุดน้ำตาลรูปร่างสูงใหญ่แต่ท่าร่างรวดเร็วยิ่ง มันเข้าจู่โจมศิษย์ง้อไบ๊ทั้งหมด เหล่าสตรีง้อไบ๊ต่างแทงกระบี่ใส่มันดุจสายฟ้า มิคาดคนชุดน้ำตาลกลับเดินโซเซไปมาคล้ายคนเมาสุรา หลบกระบี่ของเหล่าศิษย์ง้อไบ๊ได้ มันเอนตัวคล้ายจะล้มแต่ก็ไม่ล้ม ใช้ไหล่กระแทกจุดที่หน้าอกแม่ชีนางหนึ่งจนขยับตัวไม่ได้ คนชุดน้ำตาลพลันเปลี่ยนท่วงท่าหงายไปด้านหลังจี้นิ้วใส่หน้าอกแม่ชีง้อไบ๊อีกนาง สกัดจุดนางไว้ เพลงกระบี่ง้อไบ๊แม้รวดเร็วพลิกแพลง แต่ท่าร่างคนชุดน้ำตาลพิสดารล้ำ มันก้าวเท้าสลับไปมาเหมือนคนเมา แต่ชั่วอึดใจเดียวก็สกัดจุดศิษย์ง้อไบ๊ได้ทั้งหมดกานเป่าซิงเห็นเช่นนั้นก็ทอดถอนใจกล่าวว่า “แล้วกันไปเถอะ ศิษย์น้อง เป็นศิษย์พี่ไม่ดีเองพาพวกเจ้ามาตกอยู่ในอันตราย”ศิษย์ง้อไบ๊นางหนึ่งกล่าวอย่างองอาจ “ชาวง้อไบ๊ร่วมเป็นฝ่าตาย ไม่ทอดทิ้งกัน”“เข้มแข็งนัก แต่ในเมื่อสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวก็เตรียมตัวตายได้” บุรุษชุดน้ำตาลกล่าวด้วยเสียงโหดเหี้ยม มือมันมีเสียงกระดูกลั่นเกรียวกราวเตรียมใช้ท่าสังหาร

    ได้ยินเสียงขลุ่ยดังอ้อยอิ่งโศกเศร้าบรรเลงเป็นเพลงงานศพ คล้ายฟ้าร่ำไห้ ทะเลวิปโยคชวนหลั่งน้ำตา แต่สำหรับพวกง้อไบ๊กลับหวาดผวาอย่างยิ่งจนเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าทันใดนั้นได้ยินเสียงกู่ร้องเบาๆ ดังขึ้น เสียงกู่นั้นคล้ายสายใยอันละเอียดอ่อนแทรกเข้าไปในเสียงขลุ่ย ทำให้เสียงขลุ่ยต้องหยุดชะงักเล็ก คนชุดน้ำตาลขมวดคิ้ว มันทราบว่ามีศัตรูมาแล้วเสียงขลุ่ยดังขึ้นอีก ครานี้เสียงดังกว่าเดิมท่วงทำนองคล้ายคลื่นทะเลซัดสาด พายุโหมกระหน่ำ เสียงกู่ก็ดังขึ้นเช่นกัน มันดังอย่างองอาจทรงอำนาจประหนึ่งดั่งอัสนีบาตฟาด แผ่นดินสั่นสะเทือนแตกแยก ก่อเกิดเป็นคลื่นพลังมหาศาลบดขยี้เสียงขลุ่ยแต่เสียงขลุ่ยยังไม่ยอมแพ้ ท่วงทำนองเร่งจังหวะเร็วขึ้น ท่วงทำนองเริงร่าแจ่มใสหมายสะกดเสียงกู่ จริงดังคาดเสียงกู่นั้นค่อยๆ เบาลง คาดว่าอีกไม่นานเสียงขลุ่ยก็จะชนะแล้วทันใด เสียงกู่พลันแหลมขึ้นคล้ายพญาปักษากรีดร้อง ทำเอาเสียงขลุ่ยเสียจังหวะสั่นระรัว จากเสียงกรีดร้องกลายเป็นเสียงคำรามดุจพญาราชสีห์ สะกดเสียงขลุ่ยเบาลง แต่ผู้เป่าขลุ่ยพยายามเร่งเสียงขลุ่ยให้แหลมสูงขึ้นสะกดเสียงกู่ร้องอีกครา เสียงทั้งสองตามโรมรันพันตูกันอย่างดุเดือดเสียงขลุ่ยและเสียงกู่ต่อสู้กันไม่หยุด แต่เสียงกู่มีอำนาจมากกว่าค่อยๆ สะกดเสียงขลุ่ยหมดสิ้น เสียงขลุ่ยพยายามหลบซ้ายเลี่ยงขวา หาจังหวะที่เสียงกู่เบาลงตอบโต้กลับ แต่เสียงกู่ร้อยเปลี่ยนพลันแปลง บางคราคำรามก้องดุจมังกรฟ้า บางคราแหลมเล็กดุจพญาหงส์ร่ำร้อง ยิ่งนานเข้าเสียงขลุ่ยยิ่งสั่นสะท้าน จังหวะดนตรีไม่ต่อเนื่องแล้วแต่เสียงกู่หายไปอย่างกะทันหัน ได้ยินเสียงบุรุษร้องขึ้น
    “หลบซ่อนอยู่นี่เอง!”
    ไม่นานก็มีร่างๆ หนึ่งถูกโยนกระแทกพื้นอย่างรุนแรงไถลมาถึงบริเวณขาของกานเป่าซิง เป็นบุรุษไว้หนวดเครายาวดำผู้หนึ่งสวมชุดน้ำเงิน ในมือยังกำขลุ่ยหยกขาวสะอาดไว้แน่น คนชุดน้ำตาลตวาดว่า “ผู้ใด?”
    เห็นบุรุษผู้หนึ่งชุดชาวเดินมาด้วยใบหน้าเย็นชา แต่ดวงตาเจิดจ้ามีอำนาจคุกคามคน เป็นไป๋เหวินโจวเองปราชญ์มารบริสุทธิ์กล่าวขึ้น“สามสหายปีศาจ ดื่มสุรา แต่งกวี เล่นดนตรี ช่างน่าอภิรมย์นัก” คนชุดน้ำตาลถามเสียงดัง “เจ้ารู้จักพวกเราได้ยังไง?”ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า “เมื่อเช้าข้าได้ต่อสู้กับกวีปีศาจ ก็ทราบว่าพวกเจ้าอีกสองคนต้องมาแน่ ใช่หรือไม่เจ้าสุราเถี่ยขุย?”คนชุดน้ำตาลมีสีหน้าสร่างเมาทันที มันคือเจ้าสุรา เถี่ยขุย

    ที่แท้ในแดนเจียงหนาน (ภาคใต้ต่ำกว่าแม่น้ำฉางเจียงลงมา) มีสามสหายฝ่ายอธรรม คือกวีปีศาจหวังจื่อ เจ้าสุราเถี่ยขุย และภูตดนตรีเจินเฟินสามสหายปีศาจคบหาเป็นสหาย คนหนึ่งเก่งกาจด้านสุรา มักนำสุราชั้นดีมาเลี้ยงสหายอีกสองคน อีกคนหนึ่งเชี่ยวชาญเพลงกลอน มักแต่งบทกวีร่ายกลอนให้ฟัง อีกผู้หนึ่งเล่นดนตรีประกอบให้ความบันเทิง บุคคลทั้งสามที่ถูกเรียกเป็นฝ่ายอธรรมเพราะมักปล้นชิงสินค้าจากสำนักคุ้มภัย สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนไม่น้อย ร่องรอยพวกมันทั้งสามก็ลี้ลับอย่างยิ่ง ทางการส่งกำลังตามล่าทั่วเจียงหนานก็หาไม่พบ นึกไม่ถึงกลับมาอยู่ที่เสฉวนแดนตะวันตกแห่งนี้

    ไป๋เหวินโจวเมื่อเห็นข้อความในจดหมายก็ทราบว่าสำนักง้อไบ๊ต้องออกเดินทางเพื่อมาช่วยเหลือคนผู้หนึ่งในหุบเขาปากพยัคฆ์ และต้องพบกับสามสหายปีศาจ มันเห็นพวกกานเป่าซิงเดินออกจากสำนักง้อไบ๊ เมื่อดูจากท่าทางการเดินแล้ว วิทยายุทธพวกนางยังสู้สามสหายปีศาจไม่ได้ไป๋เหวินโจวลอบติดตามาตลอดทาง บางครั้งเห็นเสี่ยวหนิงตกอยู่ในอันตรายก็ดีดหินช่วยสกัดศัตรูไว้ มันเห็นภูตดนตรีเจินเฟินแสร้งทำเป็นเป่าขลุ่ยรบกวนศัตรู จากนั้นให้กวีปีศาจดีดหินดับคบไฟ ใช้วิชาตัวเบาจับตัวศิษย์ง้อไบ๊ไปซ่อนไว้ในถ้ำเล็กๆ ในซอกเขา เมื่อเห็นว่าสตรีเหล่านั้นยังไม่มีอันตราย จึงยังไม่ช่วยเหลือ มันต้องการให้สามสหายปีศาจปรากฏตัวออกมาให้ครบก่อนค่อยจัดการทีเดียวภูตดนตรีเจินเฟินซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความมืดคอยเปล่าขลุ่ยรบกวน ไป๋เหวินโจวจึงส่งเสียงกู่ร้องประลองกำลังภายในกับมัน แต่ขณะที่ส่งเสียงกู่ร้อง หูของปราชญ์มารบริสุทธิ์ก็ฟังทิศทางที่มาของดนตรี ร่างก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปตามเสียง จนกระทั่งพบว่าภูตดนตรีซ่อนตัวอยู่โขดหลังหินใหญ่ก่อนหนึ่ง ภูตดนตรีมัวแต่ใช้สมาธิเป่าขลุ่ย จึงไม่ทันระวังตัว ถูกจับตัวอย่างง่ายดาย

    ไม่นานกวีปีศาจก็ทะยานกายมาถึงด้านหลังไป๋เหวินโจวและศิษย์ง้อไบ๊ มันรีบผ่านกายพวกง้อไบ๊ไปสมทบกับเจ้าสุรา และภูตดนตรี“ปราชญ์มารบริสุทธิ์ เจ้าสอดมือไม่เข้าเรื่อง ด้านหลังหุบเขามีกองกำลังเรานับพัน เจ้าสู้ได้หรือ?” กวีปีศาจตวาด“ไม่มั่นใจไม่มา” ไป๋เหวินโจวกล่าวอย่างถือดีสามสหายต่างเร่งลมปราณขึ้น หากคนเดียวมันอาจสู้ปราชญ์มารบริสุทธิ์ไม่ได้ แต่ถ้าสามสหายปีศาจผสานกัน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว!


    ------ จบตอน ------- ที่แท้เบื้องหลังทั้งหมดคืออะไร ตอนหน้าจะมาเฉลยจ้า


    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน