เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 83 พี่ชายคนขายไอศกรีม (2)

            ก่อนหน้านี้ทิงเสวี่ยแค่พูดเล่นๆ ว่าขายไอศกรีมช่วงปิดเทอมฤดูร้อนน่าจะพอได้เงินค่าขนมบ้าง เธอแค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่คิดว่าฉินหยวนเฟิงจะลงมือทำจริงๆ

            ตำแหน่งที่ฉินหยวนเฟิงเลือกก็ดีเหมือนกัน เป็นทางเข้าออกของตลาด

            ในขณะเดียวกัน หลินกั๋วผิงก็จำฉินหยวนเฟิงได้เช่นกัน "ใครมาส่งเธอล่ะ?"

            ฉินหยวนเฟิงปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วจึงเอ่ยปาก "ลุงรองเป็นคนมาส่งครับ เช้าเดียวผมขายไอศกรีมไปแล้วสองกล่อง ลองดูสิครับ กล่องที่สามก็เหลืออีกไม่มากแล้ว"

            พูดพลางฉินหยวนเฟิงก็หยิบไอศกรีมสองแท่งออกจากกล่องยื่นให้หลินกั๋วผิงและทิงเสวี่ย

            ทั้งหลินกั๋วผิงและทิงเสวี่ยต่างก็ปฏิเสธ หลินกั๋วผิงรู้สึกว่าเด็กมาขายไอศกรีมที่นี่มันไม่ง่ายเลย ตัวเขาจะรับของฟรีได้อย่างไร ส่วนทิงเสวี่ยบอกว่า "ฉันเลิกกินไอศกรีมแล้ว กินของเย็นแล้วท้องไส้ไม่ค่อยดี"

            ในขณะนั้นเองก็มีเด็กสองคนเดินมาซื้อไอศกรีม ฉินหยวนเฟิงรีบต้อนรับพวกเขา

            เด็กทั้งสองคนสั่งไอติมหวานเย็นคนละแท่งกับไอศกรีมรสนมคนละแท่ง หลังจากบริการพวกเขาเสร็จแล้ว ฉินหยวนเฟิงจึงถามทิงเสวี่ย "เธอกับอาหลินจะกลับบ้านแล้วเหรอ?"

            ทิงเสวี่ยตอบ "ฉันกับพ่อจะกินข้าวก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน แล้วนายล่ะ?"

            ฉินหยวนเฟิงบอกว่า "ฉันขายไอศกรีมกล่องนี้หมดแล้วก็จะกลับไปบ้านลุงรองของฉัน ฉันจะไปอยู่บ้านลุงรองสักพัก"

            ทิงเสวี่ยรู้ดีว่าลุงรองของฉินหยวนเฟิงรักและเอ็นดูเขาอย่างยิ่ง อีกทั้งเขายังสนิทสนมกับหวังหย่าจิ้ง ลูกสาวของลุงรองซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขามาตั้งแต่เด็ก     

            ในชาติที่แล้ว หลังจากฉินหยวนเฟิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัวของลุงรองของเขาก็ได้รับอานิสงส์ไปด้วยอย่างมาก ที่ทิงเสวี่ยรู้เรื่องนี้ก็เพราะหวังหย่าจิ้ง ลูกพี่ลูกน้องของฉินหยวนเฟิงเป็นเลขาส่วนตัวของเขา ในงานสำคัญหลายๆ ครั้งมักจะเห็นหวังหย่าจิ้งอยู่ด้วยเสมอ

            ตอนนั้นคนนอกต่างเข้าใจผิดว่าหวังหย่าจิ้งเป็นคนรักของฉินหยวนเฟิง ด้วยหน้าตาที่ดูธรรมดา เธอจึงถูกรุมโจมตีอย่างหนัก ฉินหยวนเฟิงจนปัญญาต้องโพสต์ชี้แจงผ่านเวยป๋อบริษัทว่า 'หวังหย่าจิ้งเป็นลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ ของผม เธอแต่งงานแล้ว'     

            เพียงเท่านั้นหวังหย่าจิ้งถึงได้หลุดพ้น

            หลังจากกล่าวลาฉินหยวนเฟิงแล้ว ทิงเสวี่ยก็เดินตามหลินกั๋วผิงออกจากตลาด

            ในเวลานี้ ร้านอาหารในตัวอำเภอยังมีไม่มากนัก ตัวเลือกจึงมีน้อยมาก หลังจากเลือกอยู่ครู่หนึ่ง สองพ่อลูกก็เลือกร้านอาหารเล็กๆ ที่มีสภาพแวดล้อมสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่งแล้วนั่งลง

            ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ทิงเสวี่ยก็ปรึกษากับหลินกั๋วผิง "พ่อคะ หนูเองก็คิดจะขายไอศกรีมเหมือนหยวนเฟิงค่ะ แบบนี้หนูจะได้มีเงินค่าขนมบ้าง"

            สำหรับข้อเสนอของเด็กหญิงคนนี้ หลินกั๋วผิงปฏิเสธโดยไม่ทันได้คิด "พ่อไม่เห็นด้วย บ้านเราไม่มีเงินก็จริง แต่พ่อก็จะไม่ให้ลูกต้องมาลำบากแบบนี้ อากาศร้อนขนาดนี้ ลูกก็อยู่บ้านเฉยๆ เถอะ ถ้าเบื่อก็ไปเล่นกับเพื่อนๆ หรือไม่ก็ไปดูทีวีบ้านลุงกั๋วจวินของลูก"

            ทิงเสวี่ยไม่คิดว่าท่าทีของพ่อจะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ ไม่มีช่องว่างให้ต่อรองเลยแม้แต่น้อย

            "พ่อคะ หนูไม่คิดว่ามันลำบากนะคะ หาเงินได้ หนูว่าหนูมีความสุขออก" ทิงเสวี่ยพูดอย่างจริงจัง

            ถึงแม้เด็กหญิงจะแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้า แต่หลินกั๋วผิงก็ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว "เรื่องอื่นพ่อตามใจลูกได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ ถ้าลูกไม่เชื่อฟัง พ่อจะโกรธจริงๆ นะ"

            ทิงเสวี่ย "..."

            หลินกั๋วผิงยอมเหนื่อยตายร้อนตายเสียเอง ดีกว่าจะให้ลูกสาวต้องลำบากแม้แต่น้อย เมื่อเห็นฉินหยวนเฟิงนั่งยองๆ ถือกล่องขายไอศกรีม เขาก็รู้สึกสงสารจับใจ แต่...นั่นไม่ใช่ลูกชายของเขา เขาไปยุ่งไม่ได้ ลูกสาวของเขาจะต้องไม่มาลำบากแบบนี้เด็ดขาด

            ทิงเสวี่ยรู้ว่าถ้าเธอยังดึงดันยืนกราน พ่อจะต้องเสียใจมากแน่ๆ เขาจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถที่ปล่อยให้ลูกสาวต้องดึงดันออกไปหาเงินเอง ในที่สุดทิงเสวี่ยก็ล้มเลิกความคิดที่จะเลียนแบบฉินหยวนเฟิงออกไปขายไอศกรีม

            พอเห็นเด็กหญิงเลิกดึงดัน หลินกั๋วผิงก็โล่งอก เขารู้นิสัยดื้อรั้นของลูกดี กลัวเหลือเกินว่าจะดื้อแพ่งไม่เลิก โชคดี...โชคดีที่แกยังรู้จักยอมถอย     

            อาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว สองพ่อลูกหิวโซ พออาหารมาถึงก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่สนใจภาพลักษณ์

            ปกติเวลาหลินกั๋วผิงขายซาลาเปา ถึงจะหิวแค่ไหนเขาก็จะกลับไปกินบ้าน มีซาลาเปาอยู่กับตัวจะหิวได้อย่างไร? แต่หลินกั๋วผิงเสียดายไม่กล้ากิน นอกจากว่าซาลาเปาจะขายไม่ได้แล้วเขาถึงจะกินสักลูก ถ้าขายดีเขาก็จะไม่ยอมกินเด็ดขาด

            ทานอาหารกลางวันเสร็จ สองพ่อลูกก็ออกจากร้านอาหารเล็กๆ นั้น แล้วมุ่งหน้าไปร้านหนังสือซินหัว

            พอถึงร้านหนังสือซินหัว หลินกั๋วผิงก็รออยู่ข้างนอก ให้ทิงเสวี่ยเข้าไปเลือกหนังสือเอง

            ร้านหนังสือซินหัวในตอนนี้มีประเภทหนังสือมากกว่าเมื่อก่อนมาก สามารถเห็นนิยายดีๆ จากต่างประเทศได้บ้างแล้ว

            ทิงเสวี่ยเข้ามาในร้านหนังสือแล้วซื้อพจนานุกรมสำนวนจีนเล่มหนึ่ง และซื้อ "พจนานุกรมซินหัว" ฉบับปรับปรุงล่าสุดอีกเล่ม จากนั้นทิงเสวี่ยก็ซื้อชุดนิทานคัดสรรของแอนเดอร์เซนและพี่น้องตระกูลกริมม์

            สำหรับผู้ใหญ่ นิทานเป็นเรื่องไร้สาระ ทิงเสวี่ยเพียงอยากชดเชยความเสียดายในชาติก่อน ที่ไม่ได้ตั้งใจอ่านนิทานของแอนเดอร์เซนและพี่น้องกริมม์ให้จบ     

            นอกจากผลงานของทั้งสองท่าน ทิงเสวี่ยยังเลือกนิทานคัดสรรของเจิ้งหยวนเจี๋ย ราชาแห่งนิทานจีน รวมถึง 'บทกวีถังสามร้อยบท' และ 'บทกวีซ่งสามร้อยบท' ติดมือมาด้วย 

            อีกทั้งยังซื้อตำราการเลี้ยงสัตว์อีกหนึ่งเล่ม ซึ่งตั้งใจจะมอบให้อาสามหลินกั๋วอัน          

            เป้าหมายหลักในการมาร้านหนังสือหนนี้ คือการหาตำราการเลี้ยงสัตว์ให้หลินกั๋วอัน เธอรู้ดีว่าอาสามเป็นคนหัวไว ขอเพียงเขาตั้งใจศึกษาและรู้จักนำไปพลิกแพลงใช้ การจะสร้างเนื้อสร้างตัวจากการเลี้ยงหมูก็ไม่ใช่เรื่องยาก     

            หลังจากซื้อหนังสือที่ต้องการครบแล้ว ทิงเสวี่ยก็เดินออกมา หลินกั๋วผิงรีบเข้ามาจ่ายเงิน

            เมื่อเห็นลูกสาวซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงปศุสัตว์ หลินกั๋วผิงก็ถามว่า "ลูกซื้อหนังสือแบบนี้มาทำไม?"

            ทิงเสวี่ยบอกว่า "หนูซื้อให้อาสามค่ะ"

            ความตั้งใจดีที่เด็กหญิงมีต่ออาสามทำให้หลินกั๋วผิงซาบซึ้งใจมาก ตัวเขาเองยังคิดไม่รอบคอบเท่าลูกสาวเลย

             ออกจากร้านหนังสือ สองพ่อลูกก็เตรียมตัวกลับบ้าน

            กลับถึงบ้าน หลินกั๋วผิงพักผ่อนเล็กน้อยแล้วก็ลงไปทำงานในไร่ ทิงเสวี่ยจัดข้าวของที่ซื้อมาให้เรียบร้อย แล้วก็เริ่มทำงานบ้าน

            ทานอาหารเย็นเสร็จ ทิงเสวี่ยก็ไปหาหลินกั๋วอันเพื่อเอาหนังสือไปให้ด้วยความกระตือรือร้น

            "อาสาม อาสาม หนูซื้อของดีมาให้ รีบออกมาดูเร็ว" ยังไม่ทันถึงลานบ้าน เด็กหญิงก็ตะโกนเรียกแล้ว

            หลินกั๋วอันรีบออกมาจากในบ้าน "เสียวเสวี่ยซื้อของดีอะไรมาให้เหรอ?"

            "อาสามหลับตาก่อน หนูให้ของแล้วค่อยลืมตานะคะ" ทิงเสวี่ยทำท่าลึกลับซับซ้อนโดยซ่อนของในมือไว้ข้างหลัง

            หลินกั๋วอันหลับตาอย่างให้ความร่วมมือ แล้วยื่นมือที่เต็มไปด้วยหนังด้านๆ ออกมา

            ทิงเสวี่ยบรรจงวางหนังสือลงบนมือของหลินกั๋วอันอย่างระมัดระวัง "อาสาม นี่เป็นของดีจริงๆ นะคะ เป็นของดีที่จะทำให้อาร่ำรวยได้ ตอนนี้อาลืมตาได้แล้วค่ะ"

            หลินกั๋วอัน "..."

            ไม่คิดว่าเด็กหญิงจะให้หนังสือเขาเล่มหนึ่ง เมื่อหลินกั๋วอันเห็นชัดๆ ว่าเป็นหนังสืออะไร เขาก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเด็กหญิงถึงให้หนังสือเล่มนี้แก่เขา

            ในชั่วพริบตานั้น หลินกั๋วอันรู้สึกเหมือนมีสายลมอุ่นๆ อ่อนโยนพัดผ่านเข้ามาในหัวใจ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592