ทางด้านเทาก้านซึ่งรอบๆใบหน้าเต็มไปด้วยผ้าพันแผลอย่างดีเผยให้เห็นถึงใบหน้าตกกะใจเขาใเป็อย่างมากที่มาเจอกับไอ้ระยํานี่อีกครั้ง
ไอ้ระยําที่ตบหน้าเขาจนต้องไปรักษาที่โรงพยาบาล!
บัดซบ!
นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเทาก้านก็กัดฟันกรอดอย่างโกรธเกรี้ยว ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้โวยวายออกไปอีกเพราะเขารู้ดีว่าเขามาที่นี่ในวันนี้เพื่ออะไร!
ใช่แล้ว!เขาคือตัวแทนของบริษัท!
ในวันนี้บริษัทซุยกรุ๊ปได้เชื้อเชิญคนสําคัญมามากมายทั้งนี้บริษัทพันธมิตรต่างๆยังส่งตัวแทนมาเข้าร่วมอีกด้วยและเทาก้านเป็หนึ่งในคนเ่าั้ เขาจึงไม่คิดที่จะต่อกรกับมู่หลินอีกเพราะนั่นจะทําให้เขาเสียหน้าได้ ดีไม่ดีถ้ามีคนเห็นและนําไปรายงานต่อหัวหน้าเขาเขาคงถูกไล่ออกและจบลงที่กองขยะเป็แน่…
คิดได้ดังนั้นเทาก้านก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาเขาจึงหันไปทางอื่นและพยายามไม่มองไปที่มู่หลินอีก เพราะเขากลัวว่าจะโกรธโกรธจนคุมตัวเองไม่อยู่!
กลับกันมู่หลินกลับเรียกเทาก้านอย่างเป็มิตรและแสดงให้เห็นราวกับเป็เพื่อนรักกันมาแสนนาน“นั่นมันเพื่อนเทาไม่ใช่เหรอ? นายเองก็มาเข้าร่วมด้วยงั้นเหรอเนี่ย? ฉันล่ะคิดถึงวันวานเก่าๆของพวกเราจริงๆ!’’
ถึงมู่หลินจะประหลาดใจแต่เขาก็พอเดาได้ว่าเทาก้านเป็หนึ่งในตัวแทนของเหล่าบริษัทพันธมิตรเขาจึงแสร้งทําตัวเป็มิตรเพื่อแกล้งอีกฝ่าย
เทาก้านแกเป็คนบอกเองนะว่าเื่ของเรามันยังไม่จบดังนั้นในวันนี้ฉันจะไม่จบตามที่แก้า!
‘ไอ้บัดซบ!’เทาก้านที่เห็นมู่หลินเดินเข้ามาทําตัวสนิทก็แทบคลั่งแต่เขาก็ยิ้มกลับไปอย่างเป็มิตร “โอ้! นี่มันเพื่อนมู่ไม่ใช่รึ?ไม่ได้เจอกันนานเลยนี่! ไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้สบายดีไหม?’’
“สบายดีสิ!เมื่อเร็วๆนี้ฉันเพิ่งออกกําลังกายไปเอง ถึงขนาดที่คนเห็นยังต้องกลัวในความแข็งแรงของฉันและวิ่งหนีไปเลยล่ะ!’’มู่หลินหัวเราะเบาๆแล้วพูดเื่ชวนนึกถึงขึ้นมา
“มู่หลิน!’’เทาก้านที่ได้ยินก็โกรธ เขารู้ได้ทันทีว่ามู่หลินหลอกด่าเขา
“เป็อะไรไปรึเพื่อนเทา?ให้ฉันพาไปหาหมอรึเปล่า? แล้วไอ้ผ้าผันแผลรอบๆนั่นไปโดนอะไรมาล่ะนั่น?ไหนลองบอกมาซิ! ถ้าฉันช่วยได้จะช่วย หรือต่อให้มันเป็แผลที่มาจากคน ฉันจะตามล่ามันและจัดการ!’’ เห็นอีกฝ่ายเริ่มโกรธมู่หลินก็แสร้งเป็ห่วงเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่สบาย
รอบๆนี้ที่มีคนเห็นจึงมองว่าพวกเขาเป็เพื่อนรักกันดี
แต่เทาก้านนั้นตรงกันข้ามเขากัดฟันน้อยๆที่เหลือไม่มากด้วยความโกรธ
แกนั่นแหละที่ทําให้ฉันเป็แบบนี้แล้วนี่ยังกล้าพูดว่าจะจัดการอีกเหรอ?
บัดซบ! จัดการตัวเองเองเถอะ! แกมันไอ้คนลวงโลก!
“แหะๆฉันไม่ระวังเองแหละเลยเผลอลื่นล้ม’’ถึงจะอย่างนั้นเทาก้านก็หัวเราะเหมือนอายในความซุ่มซ่ามของตัวเอง
“ซุ่มซ่ามจริงๆไม่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนเลยนะ!’’ มู่หลินหัวเราะตามนํ้าไป เขาตั้งใจที่จะพอแล้วเพราะแกล้งคนแบบนี้ไปก็ไม่ได้สนุกไปตลอด อีกอย่างใกล้ได้เวลาแล้วด้วย
“...’’ ได้ยินเทาก้านก็เผลอกําหมัดแน่น
ไม่เปลี่ยนไปจากสมัยก่อนเลย?กับผีน่ะสิ!
อย่างไรก็ตามก่อนที่มู่หลินจะแยกตัวออกมาจากเทาก้านเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นพอดี “นี่มันไอ้อ้วนจากบริษัทเว่ยชางไม่ใช่เหรอ?แกมีคุณสมบัติมาที่นี่ด้วยเรอะ? น่าแปลกใจจริงๆ!’’
“หวังลิ่ว!’’เทาก้านหันไปมองเ้าของเสียงก่อนจะรู้สึกไม่ดีขึ้นมาถึงเขาจะกลัวมู่หลินในตอนนี้แต่เขาก็ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายมากนักทว่าคนที่เขากลัวจริงๆก็คือผู้มาใหม่คนนี้!
หวังลิ่ว!
ชายหนุ่มเพลย์บอยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยสองคนที่ประกบอยู่ด้านข้างพวกเขาใกล้ชิดกันราวกับคู่รักอย่างไรอย่างนั้น
“แล้วนี่ใครกัน?ดูใส่ชุด Gucci นี่สิ คิดว่ามาร่วมงานเลี้ยงเด็กรึไง!’’หวังลิ่วเลิกสนใจเทาก้านและหันไปสนใจมู่หลินแทน ถึงชุด Gucci ของอีกฝ่ายจะแพงแต่ในสายตาของเขามันก็แค่ของถูกๆอีกเรี่องเมื่อครู่เขาเห็นพอดีว่าอีกฝ่ายเป็เพื่อนกับเทาก้านเขาจึงจงใจหาเื่เป็พิเศษ
“เพื่อนเทาดูเหมือนนายจะมีคนรู้จักเยอะใช่เล่นนี่?คนๆนี้เป็ลูกน้องในบริษัทของนายรึเปล่า?ถ้าใช่ก็หัดสอนเขาให้รู้จักมารยาทบ้างนะ!’’ โดนหาเื่มู่หลินก็ไม่คิดจะปล่อยผ่านเฉยๆเขาแสร้งทําเป็ไม่ได้ยินในสิ่งก่อนหน้าและกลอกตามองเทาก้าน
“...’’ เทาก้านถึงกับชะงักแทบเซ
ลูกน้อง?สอนให้รู้จักมารยาทบ้างนะ?
เฮ้ย!แกแกล้งหูหนวกรึเปล่าเนี่ย?!
เทาก้านล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่ามู่หลิน้าเล่นอะไรกันแน่แต่เขาก็สะใจไม่น้อยในสิ่งที่มู่หลินแสร้งเป็ดูถูกหวังลิ่ว
“แก!’’หวังลิ่วหน้าตึง เขาเดินออกจากหญิงสาวทั้งสองแล้วมองหน้ามู่หลินอย่างหาเื่
ั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันหวังลิ่วไม่เคยถูกใครพูดจาใส่เช่นนี้มาก่อนเขาที่ถูกทําต่อหน้าดังนี้จึงรู้สึกไม่สบอารมณ์ ในตอนนี้เขาจึง้าสั่งสอนอีกฝ่ายเป็อย่างมาก!
“นายเป็ใคร?แล้วบริษัทไหนกันแน่ที่เชิญนายมา?ฉันจะได้ไปบอกเื่พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้แก่พวกเขา!’’ถึงจะอย่างนั้นหวังลิ่วก็สงบอารมณ์แล้วถามอย่างหยิ่งยโสสายตาของเขาที่มองไปยังมู่หลินนั้นไม่ต่างไปจากเทาก้านในตอนแรกๆแม้แต่น้อย
“นายน่ะเป็ใคร?ลูกน้องของบริษัทไหน? บอกมาแล้วฉันจะไม่เอาเื่!’’ มู่หลินกลอกตาเขาไม่มีความจําเป็ต้องบอกนี่จริงไหม?
“ช่างเถอะ!ก็แค่ลูกน้องระดับล่างฉันไม่สนใจละ!’’ มู่หลินคิดว่าเสียเวลามากไปแล้วจริงๆเขาจึงเดินตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรม
“แก…’’ถูกตรอกหน้าซะขนาดนี้ หวังลิ่วหน้าแดงกํ่าแทบโกรธจริงๆ แต่เขาก็ปรับอารมณ์อีกครั้ง
“...’’ ส่วนเทาก้านนั้นรู้สึกอึ้งจนหมดคําพูดดูเหมือนว่าในหลายปีมานี้มู่หลินจะไม่ใช่คนที่ขี้ขลาดอีกต่อไป…
…
ณหน้าเคาน์เตอร์โรงแรมฉวนเสิ่ง
มู่หลินที่เดินมาถึงก็ถูกผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยสองคนหยุดเอาไว้คิ้วของเขาจึงขมวด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร
พนักงานชายหลังเคาน์เตอร์ก็พูดขึ้น“เนื่องจากวันนี้มีงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นโดยบริษัทซุยกรุ๊ปดังนั้นทางโรงแรมจึงงดบริการชั่วคราว ซึ่งถ้าคุณไม่มีบัตรรับเชิญคุณจะไม่สามารถผ่านไปได้!’’
มองไปยังผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนที่มีร่างกายกํายํามู่หลินก็หันไปทางพนักงานหลังเคาน์เตอร์แล้วเตรียมพูดบางอย่าง
ตอนนั้นเองเทาก้านและหวังลิ่วก็เดินมาถึงพอดีพวกเขาพอรู้ว่าเกิดอะขึ้น
แต่หวังลิ่วเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน“อย่าบอกนะว่านายลืมเอาบัตรรับเชิญมา? ช่างสะเพร่าจริงๆ!’’จากนั้นเขาก็หยิบบัตรรับเชิญสามใบยื่นให้กับพนักงานชายแล้วเดินผ่านผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสองไปพร้อมกับสองสาวสวยที่มาด้วยกัน
สองสาวสวยเพียงเชิดหน้าขึ้นสายตาของพวกเธอแสดงให้เห็นถึงความดูถูกต่อมู่หลิน
เทาก้านเองก็เช่นกันเขามองมู่หลินอย่างดูถูกเพียงครู่หนึ่งโดยไม่มีใครสังเกตเห็นก่อนยื่นบัตรรับเชิญให้กับพนักงานชายแล้วเดินผ่านผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสองไป
อย่างไรก็ตามถึงทั้งสี่คนจะเดินผ่านไปแล้วแต่พวกเขาก็ยังไม่ไปไหน เพราะพวกเขา้ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมู่หลิน
เห็นผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนจ้องมาที่ตัวเองอย่างเคร่งขึมมู่หลินก็ยักไหล่พูดกับพนักงานชาย “พี่ชายผมรู้จักกับเ้าของงานเลี้ยงนะดังนั้นแค่คุณโทรไปถามเขาคุณก็รู้แล้วว่าผมพูดความจริง!’’
ส่วนจะเชื่อหรือไม่ก็เื่ของคุณแล้ว!