> เฟิร์ส
"อะ อาจารย์คะ"
ผมหันตามเสียงเรียกของนักศึกษา ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเธอ
"คือ เอ่อ คนไข้จะซื้อยาคุมฉุกเฉินค่ะ"
"ครับ?"
ผมไม่เข้าใจว่านักศึกษาใอะไร ไม่ว่าเป็ยาคุมกำเนิดรูปแบบใด อาจารย์ก็สอนจนจบก่อนปล่อยให้มาฝึกงานร้านยา
ผมเป็อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ สอนเกี่ยวกับการผสมยาเคมีบำบัด หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า 'เภสัชอองโค' ซึ่งมาจากคำว่า 'Oncology' นั่นแหละครับ
เหตุที่เห็นผมป้วนเปี้ยนแถวร้านขายยาของคณะบ่อย ๆ เพราะเพิ่งเรียนจบกลับมา และเริ่มปฏิบัติหน้าที่อาจารย์เป็เทอมแรก ยังมิได้รับมอบหมายให้สอนเล็กเชอร์ หน้าที่หลัก ๆ ก็คือช่วยอาจารย์ที่าุโกว่าดูแลนักศึกษาขณะทำแล็บ หากประเมินแล้วหน่วยก้านดีก็จะมีวิชาสอนเป็ของตัวเอง ซึ่งอย่างเร็วสุดคงเป็เทอมหน้าโน่นแหละ พอกล้อมแกล้มได้ว่าผมยังเป็อาจารย์ฝึกงาน ณ ตอนนี้
ความที่มีคาบว่างค่อนข้างเยอะ นอกจากเข้าไปฟังอาจารย์รุ่นพี่สอนเล็กเชอร์บ้าง ผมก็มาสิงแถวร้านยาคณะ ช่วยแบ่งเบาภาระอาจารย์ภาควิชาเภสัชกรรมชุมชนในการดูแลนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายซึ่งผลัดเวรกันมาฝึกงาน
อีกหนึ่งเหตุผลคือมาให้คำแนะนำด้านยาแก่ผู้ป่วย เพื่อมิให้ความรู้เื่ยาตัวอื่น ๆ นอกเหนือจากยามะเร็งหดหายไปตามระยะเวลาที่เรียนจบ
แต่เอาจริง ๆ สาเหตุลึก ๆ คือผมอยากเผาเวลา่เย็นและวันหยุดให้หมดไปโดยมิต้องอยู่คนเดียวต่างหาก
ั้แ่เรียนจบ เพื่อน ๆ ต่างแยกย้ายกระจัดกระจาย ต่อให้่เรียนปริญญาโทและเอก ไอ้อี เพื่อนสนิทจะตามไปเรียนต่างประเทศถึงห้าปี และระหว่างนั้น ไอ้แรก เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม 'triple one' ก็ตามมาสิงอยู่กับพวกผมเป็พัก ๆ ตามโอกาสที่มันเสาะหาได้ ั้แ่มา work and holiday ่จบใหม่ ๆ มาอบรมระยะสั้น และมาเที่ยวเล่น
เอาตรง ๆ นะ อย่างหลังนี่ผมว่าเป็เหตุผลหลักของมันแหละ
พอเรียนจบกลับเมืองไทย ไอ้อีก็ไปทำงานกับบริษัทยาข้ามชาติ เวลาทำงานของมันไม่ตายตัว ทำผ่านช่องทางออนไลน์เป็หลัก มันจึงสามารถบินไป ๆ มา ๆ ระหว่าง กรุงเทพฯ กับเชียงใหม่ได้ทุกเดือน แถมกลับมาเชียงใหม่แต่ละทีก็อยู่จนรากงอก กระทั่งเ้าหน้าที่คอนโดซึ่งผมกับมันอาศัย หลงนึกว่ามันทำงานแถวนี้ด้วยซ้ำ แต่ถึงจะมาบ่อยอย่างนั้น ่ที่มันหายหัว ผมก็ไม่อยากอยู่โดยลำพัง
ส่วนไอ้แรกหรือครับ ถึงอยู่เชียงใหม่เหมือนกัน ก็ดันบรรจุเป็เภสัชกรโรงพยาบาลหลังเขาโน่น ขับรถเข้าเมืองแต่ละทีเสียเวลาบนถนนสองสามชั่วโมง ไม่นับอยู่เวรเสาร์อาทิตย์บางสัปดาห์ ทำให้ในแต่ละเดือน มันเข้าเมืองมาหาผมครั้งสองครั้ง แถมยังอยู่แค่วันสองวันก็บึ่งรถกลับ ว่าไปแล้ว ผมอยู่กับไอ้อีมากกว่าไอ้แรก ผู้ซึ่งตามทะเบียนราษฎร์อยู่จังหวัดเดียวกับผมด้วยซ้ำ
กลับมายังนักศึกษาของผมกันต่อครับ...
“คือเขาเจ็บตาด้วยอะค่ะ”
“ยาที่จะจ่าย มันใช้ร่วมกันไม่ได้เหรอครับ”
ผมนึกถึงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาคุมฉุกเฉินกับยาหยอดตา สมองพยายามเรียบเรียงว่าตัวไหนห้ามใช้ร่วมกันบ้าง
“เปล่าค่ะ คือเค้ามากับแฟน แล้ว เออ เออ อาจารย์ไปดูให้หนูหน่อย”
ไม่พูดเปล่า ลูกศิษย์ผมสะบัดก้นหนีไปดูแลผู้รับบริการตรงโซนวิตามินหน้าตาเฉย
ผมหันมองไอ้นอร์ท ผู้เป็ทั้งนักศึกษาฝึกงานและน้องรหัส เพราะตอนผมเรียนอยู่ปีหก มันเข้าเรียนปีหนึ่งพอดี และดันเป็น้องสายรหัสผม จึงค่อนข้างสนิทกับมันเป็พิเศษ กระทั่งเกรียน ๆ อย่างไอ้นอร์ท ซึ่งไม่น้อยหน้าใครเื่ความมั่นหน้า ยังโบกมือหยอย ๆ เป็สัญญาณว่าขอไม่สู้ครับเคสนี้ ผมจึงเดินไปหาผู้ป่วยซึ่งนั่งรอที่โต๊ะให้คำปรึกษาแบบงง ๆ
หญิงสาวผมยาวสยายผมคลุมไหล่ที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อสั้นกุดนั่งอยู่กับชายหนุ่มร่างสูง
ผมเดินอ้อมก่อนทรุดนั่งด้านตรงข้ามของโต๊ะ เงยหน้ามองหญิงสาว ยิ้มและทักทายตามขั้นตอนให้คำปรึกษาเป๊ะ
“ผม อาจารย์เป็หนึ่งครับ นักศึกษาบอกผมว่าคุณมีเื่จะปรึกษา”
“จะซื้อยาคุมฉุกเฉินค่ะ แล้วก็เจ็บตา”
“เคยใช้มาก่อนมั้ยครับ ผมหมายถึงยาคุมฉุกเฉิน”
“ใช้ประจำแหละค่ะ อันนี้ไม่ซีเรียสค่ะ ที่กังวลคือเื่เจ็บตา”
“อ่อ ครับ ตาแดงไหมครับ มีขี้ตาไหม ขออนุญาตดูใกล้กว่านี้ได้ไหมครับ”
“ตาแดงค่ะ ไม่มีขี้ตา อสุจิเข้าตาค่ะ เพิ่งเข้าเช้านี้ ตาจะบอดมั้ยคะ” เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
ผมสะดุ้งเล็กน้อย แต่ทำหน้านิ่งไม่เสียอาการ รักษาความเป็วิชาชีพเพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอุ่นใจ
“ล้างตามาหรือยังครับ”
“ล้างน้ำเปล่ามาแล้ว แต่ยังแสบตาอยู่ค่ะ”
“น่าจะระคายเคืองจากการโดนด่างอ่อน ๆ ครับ เดี๋ยวผมให้ยาหยอดตาลดอาการระคายเคือง ถ้าไม่มีขี้ตาที่ข้นผิดปกติ ไม่เจ็บตา ไม่ติดเชื้อ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรครับ” ผมส่งยิ้มเพื่อปลอบใจ
“อ่อเหรอคะ งั้นสบายใจละ อาจารย์ยิ้มน่ารักดีนะคะ อะ เดี๋ยวไปดูวิตามินก่อนนะคะ”
ยังสงสัยอยู่ว่าน้ำตาที่ปริ่ม ๆ จะไหลเมื่อกี้มันไหลย้อนกลับทางไหน ตอนนี้เธอจึงส่งสายตาใสปิ๊งมาให้แทน
เธอลุกไป ทิ้งผมไว้กับชายหนุ่ม ผมคิดว่าต้องให้คำแนะนำเื่วิธีคุมกำเนิดแก่ชายหนุ่มตรงหน้าอย่างจริงจัง เพราะยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินมิใช่ทางเลือกที่ควรใช้บ่อยนัก เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนสูง อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดหัว ยังไม่นับรอบเดือนที่จะคลาดเคลื่อน ซ้ำยังไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถึงจะป้องกันการตั้งท้องได้ก็เถอะ หน้าที่คุมกำเนิดควรร่วมด้วยช่วยกัน มิใช่หน้าที่ผู้หญิงฝ่ายเดียว
ผมมองหน้าชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็ครั้งแรก สายตาของเราปะทะกันอย่างจัง ด้วยเขาจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว
“เฟิร์ส”
เขาเอ่ยชื่อผมแล้วมองนิ่ง
ใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งรับกับสันกรามที่ได้รูป หากสายตาที่มองมานั้นเศร้าเหลือเกิน
เป็ใบหน้าที่ผมไม่อยากเห็นที่สุด แต่ก็ไม่เคยลืมได้เลยตลอดสิบเอ็ดปี
“ฟ่าง”
เรามองกันนิ่งอย่างนั้น ราวกับอยากพูดอะไรออกมาแต่ปากไม่ยอมขยับ
ผมไม่อยากมองหน้า แต่ไม่สามารถหักห้ามสายตาให้มองไปที่อื่นได้เลย
“เรียบร้อยแล้วค่ะ ได้วิตามินครบแล้ว”
หญิงสาวเดินกลับมายังโต๊ะให้คำปรึกษา
“อะ ครับ เดี๋ยวผมเดินไปหยิบยาหยอดตาให้นะครับ ส่วนยาคุมฉุกเฉิน ถ้าจำเป็ต้องใช้บ่อย แนะนำให้เปลี่ยนเป็ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบยี่สิบเอ็ดเม็ด หรือยี่สิบแปดเม็ดดีกว่านะครับ หรือไม่ก็ใช้ถุงยางอนามัยแทน” ผมปรายตามองไปยังผู้ชายข้าง ๆ
เธอมองตามสายตาผมแล้วหัวเราะท้องแข็ง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนนี้ไม่ใช่ค่ะ ฮ่า ฮ่า คงไม่ไหว ซึนเกิน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยังสงสัยอยู่ว่าทำเป็มั้ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“อ่า ครับ ผมขอตัวไปจัดการเื่ยาให้ก่อนนะครับ”
ผมอยากเดินออกไปให้เร็วที่สุด ไม่ว่าทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์ใด ๆ ก็ตาม มันไม่ใช่สาระสำคัญสำหรับผม
สิ่งสำคัญที่สุด ณ ตอนนี้ก็คือใจผมไม่สงบนิ่งอีกต่อไปแล้ว
©©©