หลังจากที่ทั้งสองเข้ามาอยู่ที่สำนักไท่เหอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม หลงเฉินกับอี้เฟิงก็เริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตในสำนักศึกษาไท่เหอได้บ้างแล้ว ตารางเรียนแน่นกว่าตอนอยู่ที่เมืองอวี้หานหลายเท่า ผู้คนในเมืองหลวงก็หลากหลายจนยากคาดเดา ทว่าหลงเฉินยังคงหาเวลาอยู่กับความสงบของตนเองเสมอ
หลังเลิกเรียน เขามักเดินลัดไปยังด้านหลังสำนัก ต้นท้อใหญ่ต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ข้างลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลเอื่อยให้เสียงน้ำเบา ๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบ เป็มุมที่ไม่ค่อยมีใครผ่านมา
หลงเฉินเอนกายพิงลำต้นท้อ หลับตาลงปล่อยให้ลมอ่อนพัดผ่านแก้ม
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหวานบางอย่างก็ลอยมาตามสายลม ชัดเจนจนเขาต้องลืมตา
“ท่านพี่หยงเฉิน…ข้าชอบท่าน”
หลงเฉินขมวดคิ้วทันที เสียงนี้…เหมือนเขาคุ้นเคยอย่างประหลาด เขารีบหันไปเพื่อมองหาปลายเสียงที่ได้ยิน
ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลา อายุราวสิบเจ็ดสิบแปด แต่งชุดศิษย์ชั้นในของสำนัก สีหน้าสงบและสุภาพ ตรงหน้าเขาคือเด็กหญิงตัวเล็กอายุน่าจะใกล้เคียงกับหลงเฉิน ใบหน้ากลมละมุนของนางยังคงแฝงเค้าความเยาว์วัย เพียงแค่มองก็รู้ว่าเมื่อเติบใหญ่ขึ้นนางต้องงดงามเหนือผู้ใดเป็แน่ ผิวของนางขาวเนียนราวหิมะบริสุทธิ์ตัดกับริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่อ เผยเสน่ห์หวานละมุนราวบุปผาแรกแย้มยามต้องแสงอรุณ
เส้นผมดำขลับยาวสลวยปลิวไหวตามแรงลมอ่อน ดวงตากลมโตเปี่ยมประกาย ใต้แพขนตางอนยาวราวปีกผีเสื้อ เหมือนรวบรวมทั้งความสดใสและความบริสุทธิ์ไว้ในคราเดียว
เด็กหญิงเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ไหล่เล็ก ๆ นั้นตกลงทันที
“เซียวเซียว เ้าเพิ่งสิบเอ็ดขวบเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มหัวเราะน้อย ๆ น้ำเสียงอ่อนโยน
“ข้าเห็นเ้าเป็น้องสาว และ…ข้าก็มีคนรักอยู่แล้ว ข้าคงรับรักเ้าไม่ได้” ชายหนุ่มผู้นั้นยื่นมือไปขยี้ผมนุ่ม ๆ ของเด็กหญิงอย่างเอ็นดู คล้ายพี่ชายปลอบน้องสาว
“ท่านรอข้าก่อน…อีกไม่กี่ปีข้าก็ปักปิ่นแล้ว เราก็แต่งงานกันได้แล้วมิใช่หรือ” เสียงเด็กหญิงกล่าวอย่างดื้อดึง
บุรุษผู้นั้นหัวเราะเบา ๆ อีกรอบ เสียงทุ้มอบอุ่น แต่แฝงความหนักใจอยู่ลึก ๆ
“เ้ายังเด็กนัก เซียวเซียว” เขาก้มลงมองนางอย่างใจเย็น
“วันหนึ่งเ้าโตขึ้น…เ้าจะเข้าใจเองว่าความรักไม่ได้เป็อย่างที่เ้าคิด ตอนนี้เ้าอาจจะชมชอบข้าเพราะข้าเป็ศิษย์ของพ่อเ้า วันหนึ่งเ้าจะพบคนที่เ้ารักจริง ๆ เ้าจะเข้าใจเองว่าความรักนั้นเป็เช่นไร”
“ข้าไม่เข้าใจ…ข้าไม่เข้าใจ!” เสียงเด็กหญิงสั่นเครือ ก่อนน้ำตาจะไหลอาบแก้ม
บุรุษผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองเด็กหญิงที่ร้องไห้จนตัวสั่น เขาถอนหายใจยาว เหมือนคนที่ทั้งสงสารและไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากลำธารเงียบ ๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ของเด็กสาวผู้นั้น
เด็กหญิงวิ่งมากอดเข่าร้องไห้อยู่ใต้ต้นท้อที่หลงเฉินนั่งอยู่ก่อนหน้า หลงเฉินซึ่งไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเื่ยุ่งยากของผู้อื่นนัก ตั้งใจจะลุกขึ้นจากต้นท้อเพื่อกลับไปยังหอพัก
แต่ทว่าเมื่อเขาขยับตัว เสียงใบไม้แห้งก็สวบสาบขึ้นเบา ๆ เสียงนั้นเพียงพอให้เด็กหญิงที่กำลังสะอื้นสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมา ใบหน้าที่งดงามอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาที่แดงก่ำจ้องเขาอย่างไม่พอใจทันที
“เ้า…มาแอบฟังข้าหรือ?” เสียงของนางแข็งจนแทบจะตวาด
หลงเฉินไม่อยากตอบโต้ จึงตั้งใจจะหันตัวเดินหนี แต่เสียงเอาแต่ใจก็ดังไล่หลังมาอีกครั้ง
“หยุดนะ! ข้าถามว่าเ้ามาแอบฟังข้าใช่หรือไม่!” เห็นได้ชัดว่านางกำลังอารมณ์เสียถึงขีดสุด
หลงเฉินถอนหายใจเล็กน้อย เขาตอบเสียงเรียบ ไม่คิดมาก
“เ้าไม่ใช่คนที่ข้าสนใจ เื่ของเ้าข้าก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน”
คำพูดเช่นนั้นกลับยิ่งทำให้เด็กหญิงเดือดดาล นางรีบวิ่งมาขวางหน้าเขาอย่างรวดเร็ว กอดอกเชิดหน้า ทำท่าทางแสดงอำนาจตามแบบผู้ถูกตามใจมาตลอดชีวิต
“เ้าได้ยินเื่ทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่!”
หลงเฉินมองนางเงียบ ๆ ก่อนตอบอย่างไม่มีอะไรปิดบัง
“…ใช่”
ดวงตาของเด็กหญิงแดงจัดขึ้นมาอีกครั้ง “เ้า…คงกำลังหัวเราะข้าอยู่ในใจเป็แน่!”
“ข้าบอกแล้ว เื่ของเ้า ข้าไม่ได้ใส่ใจ” หลงเฉินยังคงตอบเสียงนิ่ง
เด็กหญิงขมวดคิ้วแน่น มองชุดศิษย์ฝ่ายนอกของเขาอย่างประเมิน “เ้าไม่รู้จักข้าหรือ?”
หลงเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้าควรรู้จักเ้าหรือ?”
คำตอบนั้นทำให้เด็กหญิงนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาลวกๆ นางกวาดตามองหลงเฉินั้แ่หัวจรดเท้า หน้าตาธรรมดา บุคลิกธรรมดา แถมยังเป็แค่ศิษย์ฝ่ายนอก
นางยื่นนิ้วชี้มาที่หลงเฉินก่อนกล่าวเสียงดัง “เ้าต้องให้สัญญาก่อน ว่าจะไม่แพร่งพรายเื่วันนี้ออกไป!”
หลงเฉินมองท่าทีเอาแต่ใจของนาง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ อีกรอบ
“…ได้”
แต่คำตอบสั้น ๆ ของเขากลับทำให้เด็กหญิงขัดใจ
“ท่าทีของเ้าคืออะไรกัน! เ้าต้องพูดให้มันดูจริงใจหน่อยสิ!”
หลงเฉินยังคงตอบสั้นเรียบ “อืม”
เด็กหญิงกัดริมฝีปากอย่างขัดใจ แต่ก็ไม่รู้จะเอาเื่เขาอย่างไรดี
ท้ายที่สุดหลงเฉินก็ตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ “ข้าไปได้หรือยัง?”
“เดี๋ยว!” เด็กหญิงร้องเรียก รีบยกมือห้าม
“เ้า…ชื่ออะไร?”
“เทียนหลงเฉิน” เขาตอบเรียบง่าย
เด็กหญิงเม้มปาก ก่อนจะนั่งลงบนพื้นหญ้าใกล้ ๆ ต้นท้อด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
“เ้านั่งเป็เพื่อนข้าหน่อยได้หรือไม่…”
หลงเฉินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นท้ออีกครั้ง กลิ่นดอกท้ออ่อน ๆ ลอยปะปนมากับลม ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเล็กน้อย เด็กหญิงที่มีท่าทีโอหังเมื่อครู่ทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เขา ท่าทีงที่แสดงออกเมื่อครู่เริ่มจางหายไป เหลือเพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเสียใจและไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
นางเช็ดน้ำตาบนแก้มอย่างลวก ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“บุรุษผู้นั้น…คือศิษย์สายตรงของท่านพ่อข้า ข้าเห็นเขามาั้แ่เล็กเลย…ท่านพี่หยงเฉินดีกับข้ามาก ข้าเคยคิดว่าเมื่อข้าโตขึ้น ข้าจะได้แต่งงานกับเขา”
นางหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง เสียงสั่นจนเหมือนจะพูดต่อไม่ได้ “แต่เ้าก็เห็นแล้ว…เขาปฏิเสธข้า…”
น้ำตาหยดใหม่ไหลลงมาตามแก้มขาวเนียน ความเ็ปบริสุทธิ์ของเด็กวัยสิบเอ็ดปีแผ่ซ่านออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดมากกว่านั้น เซียวเซียวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เล่าเื่เหล่านี้ให้คนแปลกหน้าอย่างเขาฟัง แต่เมื่ออยู่ข้างหลงเฉิน นางกลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หลงเฉินนิ่งฟังเงียบ ๆ เขาไม่ใช่คนช่างพูด และก็ไม่ถนัดปลอบใครด้วย เขาเพียงมองลำธารที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องหน้า แล้วเอ่ยถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา
“แค่เพียงเท่านั้น…เ้าก็คิดว่าเ้ารักเขาหรือ?”
เด็กหญิงชะงักนิดหนึ่งก่อนเอียงคอเล็กน้อย
“เช่นนั้น…ความรักเป็เช่นไรกัน? เ้าเคยมีความรักหรือไม่?”
คำถามนั้นทำให้หลงเฉินเงียบไปทันที หัวใจเขากระตุกแ่เบา ภาพหนึ่งผุดขึ้นในจิตใจโดยไม่ตั้งใจใบหน้างดงามของเทพดาราโผล่เข้ามาให้ห้วงสำนึก
“คงเคย…” เขาตอบแ่เบา ราวกับละเมอเสียด้วยซ้ำ
เด็กหญิงมองหน้าเขาตาโตขึ้นทันที “แล้ว…ความรักเป็ยังไงกัน? เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ”
หลงเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย “คงเหมือน…ถ้าขาดคนผู้นั้นไป เ้าก็อยู่ไม่ได้กระมัง”
เด็กหญิงเงียบไปทันที นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำสีหน้าหน้าครุ่นคิด หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งเงียบอยู่ใต้ต้นท้อ เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ทำให้กลีบดอกท้อปลิวลงมาบาง ๆ คล้ายหิมะสีชมพูอ่อน
หลงเฉินหยิบเชือกสีแดงจากแขนเสื้อ เขาเริ่มสานเชือกด้วยมือที่คุ้นเคย ราวกับเคยทำมาหลายครั้งในอดีต สักพักเส้นด้ายก็กลายเป็รูปปลาตะเพียนตัวเล็ก ๆ ก่อนจะยื่นให้สตรีที่นั่งข้างๆ
“ข้าไม่ถนัดปลอบใจผู้ใด…สิ่งนี้อาจจะคลายความเสียใจของเ้าได้บ้าง”
เด็กหญิงรับมันไว้เงียบ ๆ ดวงตาที่บวมแดงมองปลาตะเพียนในมืออย่างสนใจ
หลงเฉินลุกขึ้น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ข้าต้องไปแล้ว”
เขาหันหลังเดินออกมาอย่างเงียบ ๆ แต่ไม่ทันพ้นระยะ นางก็ะโไล่หลัง
“ข้าชื่อมู่เซียวเซียว!” เสียงของนางยังสั่น แต่คมชัดขึ้นกว่าเดิม
“วันนี้ขอบใจเ้ามาก!”
หลงเฉินชะงักเท้าเพียงเสี้ยวขณะ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วจึงก้าวขาออกไปอีกครั้ง