ตอนที่ 12 เหมืองถ่านหิน (1)
พ้นเวลามื้อเย็นไป ไฟตามถนนของหมู่บ้านผิงโข่วก็สว่างขึ้นตามเวลา หมู่บ้านเล็กๆ ยามค่ำคืนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ช่างเย็นสบายและอบอุ่นยิ่งนัก
ไฟตามถนนนี้ เป็โจวมู่ที่ออกเงินซ่อมแซมให้
หลังกินข้าว ผู้คนในหมู่บ้านต่างทยอยกันไปรวมตัวที่ทำการหมู่บ้านทีละสองสามคน
ร้านขายของที่แข็งแรง ที่ทำการหมู่บ้านที่คลาคล่ำ เถ้าแก่ของร้านค้ายังคงเป็หลิวชุ่ยซานคนเดิม ทว่าผู้ใหญ่บ้านได้เปลี่ยนเป็หวังต้าฟู่คนอ้วนท้วนแล้ว
ได้ยินว่าเกิดเื่ขึ้นกับโจวมู่ หวังต้าฟู่ไม่รู้จะดีใจดีหรือเสียใจดี เพราะปกติเวลาเขาพูดอะไรล้วนไม่มีใครฟัง ทว่าโจวมู่เ้าคนคุกนั่นพูดอะไรออกมา ทุกคนล้วนยื้อแย่งกันเห็นด้วยคล้อยตาม ตนเองที่เป็ถึงผู้ใหญ่บ้านกลับไม่มีความหมาย
แต่ปกติโจวมู่มักจะอำนวยความสะดวกและแบ่งปันประโยชน์มากมายแก่หมู่บ้าน มาวันนี้เขาที่เป็ผู้ใหญ่บ้านนั้นสบายตัวมากกว่ารุ่นก่อนๆ อยู่มากโข และก็เป็ปัญหาสำหรับหวังต้าฟู่เช่นเดียวกัน
“ทุกคนไม่ต้องกังวลไป ไม่มีทางเกิดเื่กับโจวมู่หรอก ฉันโทรไปหาสถานีตำรวจในตัวตำบลแล้ว พวกเขาส่งคนมาแล้วละ” เห็นทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอึกทึกครึกโครม เวลานี้หวังต้าฟู่ในฐานะที่เป็ผู้ใหญ่บ้านจึงต้องพูดออกมาสักประโยคสองประโยค
ทว่าอันที่จริงแล้ว ตำรวจในสถานีตำรวจที่ตัวตำบลมีกันอยู่แค่สองนาย ทั้งฟ้ายังมืดแล้ว ใครจะทนถ่อมาที่ชนบทได้เล่า
ดินถล่มเมื่อ่พลบค่ำ ตอนนี้มืดแล้ว คนในกลุ่มขนส่งของโจวมู่ทยอยกลับมาทีละสองสามคน ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วย ตอนที่ยังอยู่ข้างๆ กันและเห็นดินถล่มต่อหน้าต่อตา โจวมู่อยู่ที่ตรงนั้น ูเาใหญ่ถล่มทับลงมาตรงๆ ต้องไม่รอดแน่
หลี่ฉางเกิงกระวนกระวายจนเกิดตุ่มพองขึ้นที่มุมปาก อกสั่นขวัญแขวน ปกติที่ต้องตามไปทำงานกับโจวมู่ ก็คิดว่าตนเองนั้นสุดยอดเหลือเกิน มาตอนนี้มาเกิดเื่ขึ้นกับโจวมู่ กลุ่มขนส่งก็ดูเหมือนจะสลายตัวทันที มีเข้ามาถามว่าเมื่อไรจะได้ค่าแรง อีกทั้งเถ้าแก่ร้านหินทรายก็เข้ามาถามข้อมูลค่ารับเหมาูเาหินทรายโดยตรง...
เขามาถึงที่ทำการหมู่บ้าน ก็ได้ยินเข้ากับคำพูดโกหกคำโตของหวังต้าฟู่ เทียบกับตัวเขาเมื่อก่อนนี้ยังสู้ไม่ได้เลย กำลังคิดจะะเิความโมโหพลันเห็นภรรยาตนเองวิ่งมาอย่างตระหนกลนลานพลางเอ่ยว่า “แย่แล้ว ลูกสาวโจวมู่หายไป”
“ให้เธอไปคอยดูแลไม่ใช่เหรอ” เดิมหลี่ฉางเกิงก็โมโหอยู่แล้ว มาได้ยินเื่นี้อีกก็แทบจะฟาดมือใส่เมียตัวเองทันที
“ทุกคน ขอแรงช่วยหน่อยนะ กลุ่มหนึ่งไปหายายหนูกับฉัน ปกติโจวมู่ก็ดีต่อพวกเราไม่น้อย” หลี่ฉางเกิงไม่มีเวลามามัวโมโห เื่ที่เกิดขึ้นกับโจวมู่เป็ภัยธรรมชาติ นี่ก็มาทำลูกสาวเขาหายไปอีก ตนเองรู้สึกละอายใจนัก รีบระดมคนบ้านเดียวกันมาช่วยเหลือ
ถึงแม้ว่าคนในหมู่บ้านบางคนจะชอบคิดหาเอากำไร บ้างก็ชอบนินทาเื่ชาวบ้าน สารพัดจะมีปัญหา แต่ก็ไม่มีใครที่เ้าเล่ห์ฉลาดแกมโกง พอได้ยินคำพูดของหลี่ฉางเกิงแล้วก็พากันหยิบไฟฉาย บางคนก็จุดคบไฟ ทั่วทั้งหมู่บ้านพร้อมใจเริ่มค้นหา
เสี่ยวจือจือวันๆ เอาแต่เล่นกับเอ้อร์หู่และเสี่ยวฮวา คุ้นเคยกับภูกับเขา แต่เธอไม่เคยขึ้นูเาตอนฟ้ามืดมาก่อน
เงาต้นไม้มืดมนในูเา สรรพเสียงลอยมาตามสายลม กระจัดกระจายไปทั่วค่ำคืนที่มืดมิด
น้ำตาที่แห้งเหือดของเสี่ยวจือจือพลันรื้นขึ้นมาอีกรอบ ใบหน้าเ็ปอยู่บ้าง
มาถึงจุดที่ดินถล่ม ูเาหินทรายลูกเดิมในเวลานี้แยกขาดจากกัน ทั้งยังมีต้นไม้ใหญ่ล้มโค่นลงมาหลายต้น
ฟ้ามืดยิ่งกว่าเดิม
เสี่ยวจือจือร้องะโออกมาเสียงดัง “พ่อคะ!”
เสียงที่ตอบกลับมากลับเป็เสียงสะท้อนจากูเา “พ่อคะ! พ่อคะ!”
เอ้อร์หู่กับเสี่ยวฮวาในตอนนี้ว่าง่ายเป็พิเศษ ไม่วุ่นวายกับตัวเสี่ยวจือจือ เอาแต่ตามเธออยู่เงียบๆ
เสี่ยวจือจืออยากจะร้องไห้เหลือเกิน แต่พ่อไม่อยู่แล้ว เธอจะร้องให้ใครดูล่ะ?
คิดถึงก่อนหน้าที่เพิ่งขึ้นเขามาหาคุณปู่คุณย่าพร้อมกับพ่อ
พ่อบอกว่าคุณปู่คุณย่าอยู่ใต้ผืนดินนี้ บอกว่าที่พ่อเข้าใกล้ดินแบบนี้ เหมือนกับได้นั่งอยู่ท่ามกลางอ้อมกอดของปู่กับย่า