“พี่รองวันนี้ย่างเนื้อไหมขอรับ” เขารู้สึกอยากกินมากมาั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ตอนกลางวันเมื่อรู้ว่าพี่สาวไม่ว่าง เขาจึงอดกลั้นเอาไว้และจะไม่พูดถึงเื่นี้กระทั่งถึงตอนเย็นเขาทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว จึงเข้าไปถามเบาๆ ที่ข้างกายพี่
“ทำสิ ถ้าน้องสามอยากกินพี่รองจะทำให้น้องสามกินเอง” เดิมทีเนื้อเหล่านี้ก็จะเก็บเอาไว้กินเองอยู่แล้วไม่มีเหตุผลที่จะเก็บมันเอาไว้เรื่อยๆ สักนิด
“ว้าว พี่รองใจดีจริงๆ”เฉียวไป่มองเฉียวซีตาเป็ประกาย
“ถ้าอยากกินเนื้อต้องช่วยข้าทำงานนะเอาผักป่าเหล่านี้ไปล้างให้สะอาด ประเดี๋ยวจะปรุงกับเนื้อไก่ป่า”ในบ้านเหลือน้ำมัน เกลือ ซอสและน้ำส้มสายชูอยู่ไม่เท่าไรต้องหาหนทางหาเงินมาซื้อแล้ว
“เอาไปเลยนะ” เฉียวไป่หยิบผักป่ากำใหญ่ที่เฉียวซีมอบให้แล้ววิ่งหายวับไปกับตา
บ้านของนางอยู่ที่เชิงเขาห่างจากบ้านของนางไปหนึ่งร้อยเมตรจะมีแม่น้ำอยู่สายหนึ่งน้ำสำหรับดื่มและซักล้างล้วนมาจากที่นี่ทั้งสิ้น
บ้านของนางอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านเล็กน้อยโดยปกติแล้วที่นี่มีคนผ่านไปผ่านมาน้อยมาก ยามคนในหมู่บ้านขึ้นเขาจะใช้ถนนอีกเส้นที่นั่นมีผู้คนสัญจรไปมามากมาย จนกลายเป็เส้นทางขนาดใหญ่ในระดับหนึ่งส่วนเส้นทางจากบ้านของพวกเขาที่นี่มีเพียงพวกเขาไม่กี่คนที่ใช้สัญจรหากไม่คุ้นเคยก็มีโอกาสหลงทางได้ง่าย
นำไก่ป่าที่แขวนอยู่บนขื่อลงมายกมือขึ้นกดมีดลงเฉือนเนื้อกว่าหนึ่งส่วนสี่ออกมา ส่วนที่เหลือก็แขวนกลับไปที่เดิม
หั่นเนื้อไก่ที่เฉือนลงมาเป็ชิ้นเล็กๆใส่ลงในกะละมัง ล้างเล็กน้อยให้สะอาด แล้ววางพักเอาไว้ด้านข้าง
จากนั้นจึงนำกระเทียมป่าและขิงป่ามาจัดการก่อนจะไปนั่งที่หน้าเตาเพื่อก่อไฟลงแรงแค่ครู่เดียว ไฟในเตาก็ลุกโชน ไม่นานน้ำในหม้อก็เดือดจากนั้นจึงใส่กระเทียมป่าและขิงป่าลงในน้ำเดือดแล้วจึงใส่เนื้อไก่ป่าหั่นที่ล้างสะอาดแล้วลงไปเพิ่มไฟให้แรงขึ้นและเริ่มต้มไก่ป่า
เมื่อไม่มีน้ำมันจึงทำอาหารชนิดอื่นไม่ได้ทำได้แค่เพียงต้มกับน้ำอย่างง่ายๆ เท่านั้น
เฉียวไป่ไปล้างผักกลับมาเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ก็อดน้ำลายไหลไม่ได้ อยากกินจังเลย
“พี่รองล้างเสร็จแล้ว”
“ไปดูซิพี่ชายใหญ่กลับมาหรือยัง”
“ได้จะไปเดี๋ยวนี้เลย”
เมื่อไก่ป่าใกล้จะสุกเต็มที่เฉียวซีก็ใส่ผักป่าลงไปต้มในหม้อด้วยกันอีกครู่หนึ่ง
นำฟืนไปใส่ที่ประตูเตาอีกตัวรอกระทั่งหม้อร้อน แล้วจึงทำขนมแป้งข้าวโพดทอดอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อเห็นเสบียงอาหารลดน้อยลงไปเรื่อยๆเฉียวซีก็รู้สึกกังวลขึ้นมา เสบียงอาหารเหล่านี้อาจอยู่ได้นานที่สุดสิบวันหากไม่เป็เช่นนั้นพวกเขาจะต้องกินอาหารเพียงวันละมื้อเท่านั้น
ในฤดูหนาวผักป่าที่กินได้และสามารถขุดขึ้นมากินได้ล้วนถูกขุดไปจนหมดแล้ว แม้แต่ต้นเล็กๆก็ไม่อาจหลุดรอดไปได้เลย
“พี่ชายใหญ่กลับมาแล้วเอาอาหารขึ้นโต๊ะได้เลย” กำลังเตรียมจะออกไปข้างนอกเพื่อรอพี่ชายคนโตและน้องชายคนเล็กแต่ทันทีที่เดินไปถึงประตู ก็เห็นพวกเขาทั้งสองคนกลับมาพร้อมกัน
“น้องสามรีบไปล้างมือเถอะ อีกเดี๋ยวเราจะกินข้าวกันแล้ว” พูดจบก็หันกลับเข้าครัวไป
เมื่อทั้งสองคนเก็บข้าวของเรียบร้อยและเดินเข้าไปในครัวเฉียวซีก็วางอาหารไว้บนโต๊ะเตี้ยเป็ที่เรียบร้อย
หลังจากทั้งสามคนนั่งลงแล้วพวกเขาก็เริ่มรับประทานอาหาร
“พี่ใหญ่ธัญพืชและแป้งในบ้านของเราน่าจะพอกินได้อีกสิบวันเราคิดหาวิธีแลกเงินไว้ซื้อธัญพืชและแป้งกลับมาสักหน่อยเถอะ”เฉียวซีกินอาหารไปพลาง พูดถึงสถานการณ์ในบ้านให้พี่ชายคนโตฟังไปพลาง
เฉียวซงรู้สถานการณ์ในบ้านดีน้องสาวไม่ต้องบอกเขาก็รู้แจ้งแก่ใจอยู่แล้วทว่าในมือของเขาไม่มีเงินอยู่เลยแม้แต่น้อย วันนี้ เวลานี้ เขา...
“อืม ข้ารู้แล้วข้าจะคิดหาหนทางให้” แม้จะกล่าวเช่นนั้น เขาก็รู้ดีว่ามันยากเย็นเพียงใด
“พี่ใหญ่ในสวนผักหลังบ้านมีผักกาดกวางตุ้งเยอะมาก หากเก็บเกี่ยวแล้วน่าจะได้หลายสิบชั่งหรือพรุ่งนี้เราจะนำผักเ่าั้ไปขายในเมืองดีไหม”นี่จำต้องยกคุณความดีให้ดัชนีทองคำของนางโดยพื้นฐานแล้วฤดูหนาวมักไม่มีผักใบเขียวให้กิน พืชผักที่กินได้โดยพื้นฐานแล้วคือผักกาดขาวและหัวไชเท้านางนึกอยากลองปลูกผักกาดกวางตุ้งดูว่าจะปลูกได้หรือไม่ จึงนำเมล็ดผักไปที่สวนวันนั้นนางถือเมล็ดผักไว้ในฝ่ามือปรารถนาให้พระเ้าอวยพรให้นางสามารถปลูกผักกาดกวางตุ้งได้สำเร็จทันใดนั้นปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมล็ดผักต่างงอกออกมากลางฝ่ามือของนางด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่านางใมากจนต้องโยนเมล็ดผักทั้งหมดในมือลงไปในแปลง แล้ววิ่งหนีจากแปลงผักไปหลังจากกลับมาที่ห้อง นางจึงเริ่มครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นนวนิยายเื่สั้นของเทียนเฉานั้นขายดีเป็อย่างยิ่งตัวนางเองก็เคยอ่านมาแล้วหลายหน จากสถานการณ์ของนางนี่น่าจะเรียกว่าพลังวิเศษที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโตหากสามารถพัฒนายกระดับได้ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงของพลังไปอีก ไม่รู้ว่าพลังแปลกๆนี้ของนางจะมีพลังเช่นนั้นหรือไม่ หลังจากคิดออกแล้ว นางจึงไปลองดูอีกหนและมันช่วยให้พืชโตไวขึ้นได้จริงๆ
หลังจากที่แน่ใจในพลังแปลกๆนี้แล้ว นางจึงปลูกผักกาดกวางตุ้งลงบนแปลงผักที่ว่างเปล่าหวังจะใช้ผักเหล่านี้ทำให้สถานการณ์ในบ้านคลี่คลายลงไปได้หรืออย่างน้อยที่สุดก็สามารถดำเนินชีวิตข้ามผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้ก็ยังดี
่เวลานั้นห่างจากตอนนี้เพียงสิบกว่าวันเช้าวันนี้นางไปดูมาแล้ว ผักเ่าั้ล้วนสามารถเก็บมากินได้แล้วทั้งสิ้น
“ผัดกาดกวางตุ้งหรือเป็ไปได้อย่างไรกัน” เฉียวซงถูกทำให้ใจะมีผักกาดกวางตุ้งกินในฤดูหนาวได้อย่างไร
“เื่นี้ข้ารู้ดีมันเป็เื่จริงนะพี่ใหญ่ พี่รองปลูกขึ้นแล้วจริงๆ” สองวันมากนี้เฉียวไป่ไปที่สวนผักกับพี่สาวเสมอผักกาดกวางตุ้งที่นั่นเจริญงอกงามดีมากทีเดียว ได้เห็นเช่นนั้นเขาก็อยากจะกินมากแต่พี่สาวของเขากล่าวว่าต้องนำไปขายแลกเงินไม่เช่นนั้นผักเหล่านี้คงจะไปอยู่บนโต๊ะอาหารตั้งนานแล้ว จะเอาแต่กินผักป่าเหี่ยวๆได้อย่างไร
“รีบกินเร็วกินเสร็จข้าจะไปดู” หากเป็จริง และยังสามารถนำไปแลกเงินได้จริงก็จะสามารถนำมาซื้อเสบียงอาหารได้ และคงจะไม่ต้องทนอดอยากแม้เงินที่เขาหาได้จากการคัดลอกหนังสือในเวลาว่างน่าจะมากระดับหนึ่งก็เถอะแต่ในฤดูหนาวก็ไม่น่ามีผักสดอยู่ดีนี่
“อื้ม”
สามพี่น้องกินไก่ป่าผักป่าหนึ่งชามและขนมแป้งข้าวโพดทอดเ่าั้จนหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วหลังจากเก็บกวาดครัวเรียบร้อย เฉียวซีก็พาพี่ใหญ่ไปยังสวนผักหลังบ้าน
รอบสวนผักหลังบ้านมีรั้วล้อมอยู่หากไม่มองให้ละเอียดก็จะมองไม่เห็นเลยว่ามีผักกาดกวางตุ้งเขียวชอุ่มอยู่จริงๆ
“น้องรอง”เมื่อเห็นทุ่งผักกาดกวางตุ้งเขียวชอุ่มสดใสผืนนี้เฉียวซงก็ใจนต้องหันไปเรียกน้องสาว น้ำตาคลออยู่เต็มดวงตา น้องรองเพิ่งจะแปดขวบแต่กลับเริ่มตั้งใจหาหนทางเลี้ยงชีพแล้ว เขา...
เฉียวซีมองแวบเดียวก็รู้ว่าพี่ชายใหญ่คิดเช่นไรนางจึงเดินไปข้างกายเขา “พี่ใหญ่ ข้ากับน้องสามต่างต้องรับผิดชอบครอบครัวด้วยกันทั้งนั้นไม่อาจให้พี่แบกไว้ผู้เดียวได้หรอก” นางไม่ใช่เด็กแปดขวบธรรมดาๆนางเป็ผู้ที่เกิดมาพร้อมความทรงจำ รู้มากกว่าผู้อื่นมาก แม้ชีวิตจะยากลำบากขอแต่เพียงแค่พวกเขาสามพี่น้องร่วมแรงร่วมใจกันย่อมไม่มีอุปสรรคใดที่พวกเขาจะผ่านไปไม่ได้
ยามนี้พวกเขาอยู่ในสภาวะที่ตกอับเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นท้ายที่สุดสักวันหนึ่งจะต้องฝ่าม่านเมฆไปพบแสงตะวันได้แน่นอนด้วยสมองและพลังของนาง ความยากลำบากตรงหน้าเป็แค่จุดพลิกผันสู่หนทางแห่งความสำเร็จเพียงเท่านั้น
“ได้พวกเรามาพยายามไปด้วยกันนะ”เฉียวซงเช็ดน้ำตาที่หางตาออกก่อนจะหันไปมองน้องสาวและน้องชายพร้อมเผยรอยยิ้มยินดี
“อืมขอแค่พวกเรารวมใจเป็หนึ่ง ก็ไม่มีอุปสรรคใดที่ก้าวข้ามไปไม่ได้แล้ว”
“พี่ใหญ่ พี่รองข้าก็จะอยู่ข้างๆ พวกท่านนะ” เฉียวไป่มองไปที่พี่ชายและพี่สาวของตนแล้วเป่าแก้มพูดอย่างจริงจัง
“อืม หากท่านพ่อท่านแม่บน์กำลังมองพวกเราอยู่พวกท่านต้องคุ้มครองพวกเราแน่”
“น้องรองพรุ่งนี้ลุกแต่เช้าสักหน่อยนะ พวกเราจะเอาผักเหล่านี้ไปขายในเมือง”
“ไม่มีปัญหาเ้าค่ะ”
“พรุ่งนี้ข้าก็จะไปข้าเดินเองได้” เฉียวไป่เอ่ยอาสา
“ได้สิพวกเราไปด้วยกันให้หมดเลย”