ท้องฟ้าเหนืออาณาจักรแสงที่เคยสว่างไสวด้วยเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเงาพิฆาตของยาน "ดิ อะบิสซัล เดรดนอต" และปีกอันกว้างใหญ่ของัศิลาลาวา บัลร็อกอส ฝุ่นละอองจากการพุ่งทะลุเปลือกโลกยังไม่ทันจางหาย เสียงแตรศึกของเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ดังระงมไปทั่วนครหลวง
"นี่มันปีศาจจากขุมนรก! ปกป้ององค์เ้าชาย! เตรียมมหาเวทย์ชำระล้าง!" หัวหน้าอัศวินกองพลปีก์ะโสั่งการ
อัศวินนับพันบนหลังสัตว์เวหา "กริฟฟิน" พุ่งทะยานขึ้นจากรังวิหาร พวกเขาสวมเกราะสีเงินวาววับ มือถือหอกซัดที่อาบด้วยพลังงานแสงเข้มข้น แสงเ่าั้เจิดจ้าเสียจนคนธรรมดาไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ห้องควบคุมเดรดนอต: ตรรกะปะทะศรัทธา
"พวกมันกำลังใช้กลยุทธ์รุมกินโต๊ะแบบหมาหมู่ค่ะ" เอรินรายงาน หน้าจอโฮโลแกรมของเธอแสดงจุดสีเหลืองนับพันที่กำลังโอบล้อมยาน "เซนเซอร์ตรวจพบการรวมพลังงานมานาที่ยอดวิหารสูงสุด พวกมันกำลังชาร์จพลัง 'ปืนลำแสงศักดิ์สิทธิ์' (Holy Beam Cannon)!"
เซนยืนกอดอกอย่างนิ่งสงบ ชุดเกราะสั่งการของเขามีแสงไฟสีน้ำเงินวิ่งผ่านวงจรตามจังหวะการเต้นของหัวใจ "พวกมันยังคิดว่าเราเป็แค่ปีศาจที่ใช้พลังดิบเถื่อน... กริม! เปิดใช้งานระบบ 'เอจิส-มานา ดิสรัปเตอร์' (Aegis-Mana Disruptor)"
"จัดไปครับท่านเซน!" กริมกระแทกมือลงบนคันบังคับ
ทันใดนั้น รอบตัวยานเดรดนอตและร่างของบัลร็อกอสก็เกิดคลื่นความถี่สั่นะเืที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อเหล่าอัศวินกริฟฟินพุ่งเข้าใกล้และซัดหอกแสงใส่ พลังงานแสงเ่าั้กลับสลายตัวไปเหมือนหยดน้ำที่ตกบนกระทะร้อน มันไม่ได้ะเิ แต่ถูก "ถอดรหัส" และกระจายโครงสร้างมานาออกจนกลายเป็เพียงอากาศธาตุ
"อะไรกัน!? มหาเวทย์ทำอะไรมันไม่ได้เลย!" เหล่าอัศวินขวัญเสีย
โต้กลับด้วยวิทยาศาสตร์
"ถึงตาเราบ้าง" เซนกล่าวเสียงเรียบ "ระบบ... ปล่อยฝูงโดรน 'วอสป์-รุ่นสวอร์ม' (Wasp-Swarm) เริ่มต้นรูปแบบการโจมตี 'ตาข่ายอัสนี' (Thunder Net)"
ประตูข้างลำเรือเดรดนอตเปิดออก โดรนนับพันพุ่งออกไปราวกับะุปืนกล พวกมันไม่ได้พุ่งเข้าปะทะตรงๆ แต่บินวนรอบกองทัพกริฟฟินด้วยความเร็วสูง แต่ละตัวเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงระหว่างกันจนกลายเป็ตาข่ายสายฟ้าสีฟ้าครามกลางอากาศ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
กริฟฟินหลายร้อยตัวถูกไฟฟ้าช็อตจนเป็อัมพาตและร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง เหล่าอัศวินที่เคยจองหองในพลังแสงกลับพบว่าชุดเกราะของตนกลายเป็ตัวนำไฟฟ้าชั้นดีที่แผดเผาพวกเขาเสียเอง
"บัลร็อกอส... จัดการยอดยอดวิหารนั่นซะ" เซนสั่งการผ่านกระแสจิต
ัาในชุดเกราะเครื่องจักรคำรามลั่น มันอ้าปากกว้าง พลังงานแมกมาจากใจกลางโลกถูกสูบฉีดผ่านอุปกรณ์ 'เร่งอนุภาคลาวา' ที่เซนติดตั้งไว้ในลำคอ แสงสีส้มแดงหมุนวนจนกลายเป็สีขาวจัด
วู้มมมมมมมม—ตู้มมมมม!
ลำแสงลาวาความเข้มข้นสูงถูกยิงออกไปราวกับปืนเรลกัน (Railgun) พุ่งทะลวงการป้องกันเวทมนตร์ของยอดวิหารแสงจนแตกกระจาย ยอดโดมทองคำที่เคยเป็สัญลักษณ์ของอำนาจภาคินพังทลายลงในนัดเดียว!
การเผชิญหน้าของสองเ้าชาย
ที่ลานกว้างหน้าพระราชวัง ภาคินยืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว เขาคว้าดาบเล่มใหญ่ที่เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า "เซน! ไอ้สถาปนิกนอกคอก! เ้ากล้าดีอย่างไรมาทำลายสัญลักษณ์แห่งเทพเ้า!"
ยานเดรดนอตค่อยๆ ร่อนลงจอดเหนือลานพระราชวัง เซนะโลงจากหัวเรือด้วยชุดเกราะจู่โจมที่ดูเพรียวบางแต่แข็งแกร่ง รองเท้าแม่เหล็กของเขากระแทกพื้นจนหินแตกกระจาย
"เทพเ้าไม่ได้สร้างวิหารนี้ ภาคิน... แรงงานทาสที่เ้ากดขี่ต่างหากที่เป็คนสร้าง" เซนก้าวเดินเข้าหาพี่ชายของเขา "และความสว่างของเ้า มันก็เป็แค่พลาสมาที่เ้าขโมยมาจากพลังงานชีวิตของประชาชน ข้าไม่ได้มาเพื่อทำลายความเชื่อ... ข้ามาเพื่อเผยแพร่ 'ความจริง' "
"ตายซะ!" ภาคินพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วแสง ดาบศักดิ์สิทธิ์วาดผ่านอากาศหมายจะตัดคอเซน
เคร้ง!
เซนไม่ได้ชักดาบ แต่เขาใช้ 'ถุงมือสนามพลังงาน' รับใบดาบไว้ด้วยมือเปล่า แรงปะทะทำให้พื้นรอบตัวยุบตัวลงไปเป็หลุมลึก แต่เซนกลับไม่ขยับแม้แต่เิเเดียว
"ความเร็วของเ้าคือ 299,792 กิโลเมตรต่อวินาทีในเชิงทฤษฎี... แต่ร่างกายของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยมานาปรสิตอย่างเ้า มี 'ความล่าช้า' (Latency) ของระบบประสาทอยู่ที่ 0.02 วินาที" เซนกล่าวเสียงเย็น "สำหรับข้า... นั่นมันนานเหมือนชั่วนิรันดร์"
เซนกระแทกหมัดที่ติดตั้งระบบ 'แรงอัดไฮโดรลิก' เข้าที่ยอดอกของภาคิน
เปรี้ยง!
ชุดเกราะสีเงินของภาคินแตกร้าวราวกับแก้ว ร่างของเขากระเด็นทะลุประตูพระราชวังเข้าไปด้านใน ล้มลงแทบเท้าบัลลังก์ที่เขาเคยภาคภูมิใจ
ประกาศศักดาแห่งยุคใหม่
เซนเดินตามเข้าไปในท้องพระโรงที่ตอนนี้เงียบสนิท เหล่านักบวชและขุนนางต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว บัลร็อกอสยื่นหัวขนาดมหึมาเข้ามาทางหลังคาที่พังทลาย ดวงตาสีเพลิงของมันจ้องมองเหล่าผู้ที่เคยเรียกตนเองว่าผู้สูงส่ง
"ฟังข้าให้ดี ชาวอาณาจักรแสง" เซนกล่าวผ่านระบบขยายเสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งเมือง "ยุคสมัยแห่งการกราบไหว้แสงจอมปลอมจบลงแล้ว ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็าาคนใหม่... ข้ามาเพื่อประกาศว่า ต่อไปนี้ทุกคนคือ 'สถาปนิก' ของชีวิตตัวเอง"
เซนชูมือขึ้น โดรนนับร้อยบินขึ้นไปบนฟ้าและเริ่มฉายภาพโฮโลแกรมขนาดั์ มันคือพิมพ์เขียวของการสร้างพลังงานสะอาด ระบบเกษตรกรรมที่ทุกคนทำได้เอง และความรู้ทางวิศวกรรมที่เคยถูกปิดบังว่าเป็ "เวทมนตร์ต้องสาป"
"ข้าจะทิ้งเทคโนโลยีเหล่านี้ไว้ให้พวกเ้า... ใครที่อยากสร้างโลกที่ยึดหลักเหตุผล จงตามข้าลงไปสู่มหานครใต้ดิน ใครที่อยากอยู่ในโลกที่เน่าเฟะแบบเดิม ก็จงจมอยู่กับเศษซากวิหารนี่ต่อไป!"
บทส่งท้ายตอนที่ 15
าจบลงโดยที่ไม่มีการนองเืประชาชนผู้บริสุทธิ์ อาณาจักรแสงล่มสลายในเชิงโครงสร้างอำนาจ ภาคินถูกคุมตัวไปขังไว้ในห้องนิรภัยที่เซนสร้างขึ้นเป็พิเศษ ซึ่งจะตัดขาดเขาจากมานาภายนอก ทำให้เขากลายเป็คนธรรมดาที่ไม่มีพลังใดๆ
[ภารกิจหลักสำเร็จ: ล้มล้างระบบการปกครองที่กดขี่]
[รางวัล: ปลดล็อกเทคโนโลยีระดับ 5 'สกาย-โดม อินฟราสตรัคเจอร์' (Sky-Dome Infrastructure)]
[เลเวลเพิ่มขึ้น: 18 -> 25 (MAX สำหรับคลาสสถาปนิกฝึกหัด)]
[วิวัฒนาการคลาส: สถาปนิกแห่งดวงดาว (Starship Architect)]
เซนยืนอยู่บนดาดฟ้ายานเดรดนอต มองดูผู้คนจำนวนมากที่เริ่มจัดข้าวของเตรียมอพยพตามเขาลงไปสู่โลกใต้ดินที่พวกเขาเคยหวาดกลัว เอรินและกริมเดินมาขนาบข้าง
"เราทำสำเร็จแล้วนะท่านเซน" เอรินยิ้มด้วยน้ำตา "โลกใบใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นจริงๆ"
เซนพยักหน้า แต่ั์ตาของเขากลับมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สูงยิ่งกว่าเมฆ "นี่เป็เพียงก้าวแรก เอริน... เมื่อเรายึดโลกใบนี้คืนมาได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เป้าหมายต่อไปของข้าไม่ใช่แค่ใต้ดินหรือบนดิน..."
เขาชี้มือขึ้นไปยังดวงจันทร์สีเงินที่ลอยเด่น "เป้าหมายต่อไป... คือการสร้างสถานีอวกาศแห่งแรกของโลกใบนี้!"
[จบภาค: ปฏิวัติใต้พิภพ]
[เริ่มภาคใหม่: สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น]