เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 133 คำขู่

            จางชางเซิ่งเห็นกวนเสี่ยวมีท่าทีลังเล รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขายังคงพูดข่มขู่กวนเสี่ยวต่อไป 

            “หัวหน้ากวน แค่คุณใส่ชื่อผมไว้ในบัญชีรายชื่อพนักงานยากจนก็พอ ไม่มีใครข้างล่างพูดอะไรได้หรอก คุณก็จะได้เป็นหัวหน้าต่อไปอย่างสบายใจ ไม่อย่างนั้นคุณก็รอดูผลได้เลย!”

            กล่าวจบ จางชางเซิ่งก็สะบัดก้นเดินจากไปด้วยท่าทีองอาจ 

            กวนเสี่ยวโมโหจนมือสั่นเทา

            คังอิงกำลังจัดระเบียบรายชื่อพนักงานอยู่ในห้องทำงาน เธอพิจารณาภูมิหลังของพวกเขา ประกอบกับความประทับใจที่มีต่อพวกเขาในช่วงฝึกทหาร เธอเตรียมจะจัดสรรตำแหน่งงานให้พวกเขาใหม่

            แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม ผลงานของคนพวกนี้ในอดีตไม่ถึงกับแย่มาก ถือว่าใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งนั้น เธอต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น

            ในเวลานั้นเอง กวนเสี่ยวเดินเข้ามาในห้องทำงานแล้วรายงานกับคังอิงว่า เธอตรวจสอบสินค้าทั้งหมดในโกดังอย่างละเอียดแล้ว พร้อมกับบอกด้วยว่า ตอนนี้เหล่ากวนกำลังตรวจสอบใบสั่งซื้อสินค้า คาดว่าอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก็สามารถนำใบส่งมอบสินค้าขึ้นมาให้เธอเซ็นได้ 

            คังอิงเห็นท่าทางกวนเสี่ยวดูแปลกๆ จึงเอ่ยถามขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกไป “เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย ถ้าไม่สบายก็รีบกลับไปพักผ่อนนะ”

            หลังจากถูกจางชางเซิ่งข่มขู่ กวนเสี่ยวก็รู้สึกไม่สบายตัว เธอที่คิดไม่ถึงเลยว่าคังอิงจะสังเกตเห็นจึงกล่าวขอโทษทันที “ขอโทษด้วยค่ะประธานคัง ฉันไม่ได้ป่วยค่ะ แค่อารมณ์ไม่ดีนิดหน่อยเท่านั้น”

            คังอิงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย “ขอถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”

            ตอนนี้กวนเสี่ยวเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างเธอกับเหล่าพนักงาน อีกทั้งหลังจากที่เธอสังเกตการณ์มาสักระยะหนึ่ง ก็พบว่ากวนเสี่ยวทำงานได้อย่างคล่องแคล่วและมีความรับผิดชอบ แม้ว่างานของอีกฝ่ายจะไม่ได้มีความคิดสร้างสรรค์มากนัก แต่เธอก็เป็นคนเคร่งครัดในกฎระเบียบ จึงเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานมากที่สุด

            คังอิงวางแผนจะเลื่อนตำแหน่งให้กวนเสี่ยว หากอีกฝ่ายนิสัยดี ในอนาคตเธอยังวางแผนจะให้กวนเสี่ยวรับผิดชอบงานสำคัญๆ ด้วย แต่คิดไม่ถึงเลยว่ากวนเสี่ยวจะมีปัญหาด้านอารมณ์ด้วย 

            เห็นว่ากวนเสี่ยวยังคงลังเลอยู่ คังอิงจึงพูดต่อไปว่า “คุณมีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวก็ตาม พวกเราคุยกันแบบเพื่อนก็ได้ หากฉันช่วยคุณได้ ฉันจะช่วยอย่างแน่นอน”

            หลังจากถูกจางชางเซิ่งข่มขู่ กวนเสี่ยวก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจมาก พอเห็นคังอิงห่วงใยเธอเช่นนี้เธอก็อดทนต่อไปไม่ไหวแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้คังอิงฟัง ทั้งเรื่องที่จางชางเซิ่งเรียกร้องเกินเหตุ รวมไปถึงคำขู่ต่างๆ ของเขา

            หลังจากพูดจบแล้วกวนเสี่ยวก็รู้สึกว่าความคับข้องใจในอกของเธอมลายหายไปสิ้น รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปของคังอิง กวนเสี่ยวก็รู้สึกวิตกกังวลขึ้นมา

            หรือว่าประธานคังจะไม่พอใจกับคำพูดของเธอ? ประธานคังจะเข้าใจผิดว่าเธอจัดการความขัดแย้งของพนักงานได้ไม่ดี แล้วยังนำเรื่องความขัดแย้งระหว่างพนักงานมาให้ประธานคังอีกหรือเปล่า? หรือประธานคังจะคิดว่าเธอไร้ความสามารถ?

            ขณะที่กวนเสี่ยวกำลังจะเอ่ยอธิบาย คังอิงก็กล่าวขึ้นว่า “เรื่องนี้ คุณยึดมั่นในหลักการ ถือว่าทำได้ดีมาก สำหรับจางชางเซิ่งคนนี้ ฉันจะลองสังเกตเขาอีกสักระยะ หากเขาเป็นแบบนี้ต่อไปจริงๆ ฉันคงต้องส่งเขากลับไปให้ทางสำนักงานใหญ่จัดการ”

            พอได้ยินคำพูดนี้ของคังอิง กวนเสี่ยวก็เบิกตากว้างแล้วเอ่ยถามว่า “ประธานคัง แบบนี้หมายความว่าคุณสนับสนุนฉันหรือคะ?”

            “แน่นอนว่าฉันสนับสนุนคุณ ฉันจะไม่รู้หรือไงว่าคุณเป็นคนยังไง เขาเป็นคนยังไง?”

            คังอิงจำได้ว่าตอนฝึกทหาร จางชางเซิ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยซื่อสัตย์ ชอบทำงานง่ายๆ ไม่ชอบทำงานหนัก เอาแต่บ่น แล้วก็ชอบปวดหัวตัวร้อนจนขอลาหยุดเป็นประจำ

            ตอนเรียน คนอื่นต่างก็พากันจดบันทึก แต่เขากลับไม่ตั้งใจเรียน ไม่ยอมจดบันทึก แถมยังนอนหลับอยู่บนโต๊ะอีกต่างหาก

            ทุกคนต่างก็เป็นผู้ใหญ่ คังอิงไม่อยากให้เขาดูแย่มากเกินไป อีกทั้งช่วงเวลาการฝึกทหารและการเรียนการสอนนี้ เธอใช้มันเพื่อสังเกตบุคลิกของพนักงาน หากมีบางคนที่ไม่สามารถปรับปรุงตัวได้และเป็นเพียงแค่ขยะ เธอก็จะไม่เก็บเขาเอาไว้

            ตอนนี้ห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิดทำการด้วยซ้ำ แต่จางชางเซิ่งก็ทำตัวกร่างเสียแล้ว ไม่เพียงแต่จะขอรับสวัสดิการโดยไม่สมควร เขายังข่มขู่กวนเสี่ยวอีกด้วย คนแบบนี้ช่างเหมือนกับหนูตัวเดียวที่ทำให้ข้าวสารทั้งหม้อเสีย

            คังอิงประเมินจางชางเซิ่งได้อย่างแม่นยำ กวนเสี่ยวจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา “ประธานคัง คุณพูดถูกจริงๆ พนักงานคนอื่นๆ ต่างก็มีนิสัยใช้ได้ แต่ก็มีแค่คนแบบจางชางเซิ่งนี่แหละที่ทำให้ฉันปวดหัว 

            แต่ก่อนตอนอยู่ที่บริษัท ทุกคนได้เงินเดือนเท่ากัน ต่างก็อยากทำงานน้อยๆ คนแบบเขามักจะชักชวนให้คนอื่นไม่ทำงาน 

            ฉันคิดว่าหากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ได้ เขาอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่คิดไม่ถึงว่าเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม”

            “ถ้าเขาไม่คิดจะปรับปรุงตัว ฉันก็ไม่ต้อนรับเขา ฉันมีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องการบริหารบุคคล ฉันระบุเรื่องนี้ตอนเซ็นสัญญากับทางสำนักงานใหญ่ชัดเจนแล้ว” คังอิงกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ

            พอได้ฟังดังนั้น กวนเสี่ยวก็รู้สึกโล่งอก แต่เมื่อนึกถึงนิสัยของจางชางเซิ่ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวเตือนคังอิง “ประธานคัง คุณต้องระวังตัวให้ดีนะ คนคนนี้เขานิสัยแย่มากค่ะ แต่ก่อนผู้จัดการไช่ก็จัดการเขาไม่ได้ เขาเป็นตัวปัญหาของบริษัท ใครๆ ต่างก็กลัวเขา”

            “อ้อ ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?” คังอิงถามกวนเสี่ยว

            กวนเสี่ยวจึงเล่าที่มาที่ไปของจางชางเซิ่งให้ฟัง

            แท้จริงแล้วหลังจากจางชางเซิ่งเรียนจบมัธยมปลาย เขาก็ฝากคนรู้จักช่วยเหลือจนได้เข้ามาทำงานที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ เขาเป็นลูกคนเล็กของบ้าน ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ทำให้ชอบทำงานแบบขอไปที และชอบขาดงานเป็นประจำ

            ผู้จัดการไช่เคยตำหนิเขาในที่ประชุมพนักงาน แต่เขากลับไม่สำนึกผิด แถมยังใช้วิธีสุดโต่งในการข่มขู่ผู้จัดการไช่อีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น การสตอล์กเกอร์ [1]ผู้จัดการไช่ ไม่ว่าผู้จัดการไช่จะไปที่ไหน เขาก็ตามไปที่นั่น

            ถ้าผู้จัดการไช่ไปสังสรรค์กับลูกค้า เขาก็จะนั่งยองๆ อยู่หน้าประตูโรงแรม พอผู้จัดการไช่กลับบ้าน เขาก็สะกดรอยตามไปกลางทางราวกับผีไม่มีญาติ นั่นทำให้ผู้จัดการไช่หวาดผวาจนป่วยไปเลย

            สุดท้ายผู้จัดการไช่จึงทำได้เพียงประกาศในที่ประชุมพนักงานว่าจะย้ายจางชางเซิ่งไปทำงานในตำแหน่งที่สบายๆ ที่สุดในแผนกโลจิสติกส์ ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน แถมไม่ต้องมารายงานตัวทุกวันด้วย

            จางชางเซิ่งจึงกลายเป็นคนที่สันหลังยาวที่สุดในห้างสรรพสินค้า หากเขาเลิกทำนิสัยแบบนี้ไปก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร ทว่าพอเขามีเวลาว่างมาก ก็มักจะเอาแต่เดินเตร็ดเตร่อยู่ในที่ทำงาน แล้วก็ชอบพูดจาใส่ร้ายฝ่ายบริหารของบริษัท

            เช่น พูดว่าผู้บริหารของบริษัททำงานน้อย แต่ได้เงินเดือนเยอะ แถมยังแอบฮุบเงินสวัสดิการของพนักงาน

            บางครั้งเขายังชอบกุข่าวลืออีกต่างหาก เช่น พูดว่าหัวหน้าคนนั้นไร้ความสามารถและชอบยุยงให้คนในฝ่ายบริหารแตกแยกกัน ไหนจะวิ่งไปพูดใส่ร้ายรองผู้จัดการหลี่ให้ผู้จัดการไช่ฟัง จากนั้นก็วิ่งไปพูดใส่ร้ายผู้จัดการไช่ให้รองผู้จัดการหลี่ฟัง

            แม้ว่าจะมีบางคนมองออกว่าเขามีเจตนาร้าย ทว่าก็มีบางคนที่ชอบดูเรื่องสนุกๆ จึงแอบยุยงส่งเสริมเรื่องราวเหล่านี้ จนความสัมพันธ์ของฝ่ายบริหารตึงเครียดมากขึ้น

            มีผู้บริหารระดับกลางสองคนที่เกือบจะทะเลาะกันเพราะถูกเขาใส่ร้าย สุดท้ายทางสำนักงานใหญ่ต้องออกหน้าจัดการเรื่องนี้โดยการย้ายผู้บริหารระดับกลางสองคนที่ทะเลาะกันออกไป สถานการณ์จึงสงบลงได้

            และในเวลานี้ คังอิงก็ได้เข้ามารับช่วงต่อพอดี...

            พอคังอิงได้ฟังเรื่องนี้ก็คิดว่าคนแบบนี้ช่างจัดการยากจริงๆ ตอนนั้นเธอไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริงของเขา หากรู้ละก็ เธอไม่มีทางเก็บเขาเอาไว้แน่นอน

    [1] สตอล์กเกอร์ (stalker) หมายถึง พฤติกรรม หรือบุคคลที่ชอบสะกดรอยตามผู้อื่นจนอาจรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของคนที่ถูกสะกดรอย

    คล้ายกับเรื่องเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663