รองผู้อำนวยการกล่าวพร้อมกับหันไปมองกลุ่มควันสีแดงในกล่อง
“พิษรูปแบบใหม่ที่สามารถกัดกร่อนสิ่งมีชีวิตและพลังมิติได้นี่เป็นตัวอย่างพิษในปริมาณน้อย แต่พลังทำลายมันเกินกว่าจะคาดเดาได้ แม้แต่พลังที่ป้องกันอยู่รอบๆกล่องนี้ยังเริ่มถูกกัดกร่อนทีละน้อย หากปล่อยมันไปนานพอ...มันอาจหลุดออกมาได้ในที่สุด”
นาฟมองด้วยสายตาตื่นเต้นปนหวาดหวั่นกลุ่มควันสีแดงนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดามันเต็มไปด้วยความน่ากลัวและอันตรายอย่างร้ายกาจ คากิที่อยู่ข้างๆ เริ่มขยับตัวด้วยความกังวลรีบเปิดใช้พลังสายตาระดับจุลภาคสำรวจทันที
ขณะที่ชายหนุ่มนามหม่าเหลี่ยงยังคงนิ่งเฉยแม้จะเผชิญกับพิษที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้
"สมาคมใต้ดินตั้งชื่อสิ่งนี้ว่า......กุหลาบแดง!"
รองผู้อำนวยการกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
คำว่า "กุหลาบแดง" ดังออกจากปากของรองผู้อำนวยการสร้างความตกใจให้กับสมาชิกหลายคนเสียงกระซิบดังแว่วเบาๆ ขณะที่หลายคนเริ่มหันไปมองหน้ากันด้วยความไม่สบายใจ
มันไม่ใช่แค่ชื่อที่สวยหรูอย่างที่ฟัง กุหลาบแดงคือพิษที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เราเคยเผชิญมาพวกมันไม่ได้พัฒนามันเพียงเพื่อโจมตีธรรมดา แต่มันมีศักยภาพในการทำลายล้างทุกสิ่งกัดกร่อนพลังคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด และตอนนี้มันอยู่ในมือของพวกสมาคมใต้ดิน
คำพูดของรองผู้อำนวยการเปรียบเสมือนการกระทบกระเทือนความมั่นใจของสมาชิกในห้องหลายคนขยับตัวด้วยความกังวล ทันใดนั้น สายตาของพวกเขาหันไปมองกล่องโปร่งแสงที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะกลุ่มควันสีแดงนั้นยังคงวนเวียนอยู่ราวกับเป็นสัตว์ประหลาดรอคอยเวลาจะถูกปล่อยออกมาพลังมิติที่ปกคลุมกล่องเริ่มถูกกัดกร่อนอย่างช้าๆเสียงกระซิบสงสัยและหวาดกลัวดังแว่วในห้องแต่รองผู้อำนวยการยังคงกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“เราไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนี้หลุดรอดไปได้หน่วยวิวัฒน์กลไกของอาณานิคมกำลังเร่งวิจัยและหาทางทำลายมันอยู่พวกเขากำลังศึกษาโครงสร้างพลังงานของมันเพื่อค้นหาวิธีที่จะหยุดยั้งหรือทำให้มันไร้ผล แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีทางแก้ที่สมบูรณ์”
นาฟและคากิต่างหันไปมองหน้ากันคากิย่นคิ้วเล็กน้อยด้วยความกังวล
“แสดงว่า…ตอนนี้พวกเรายังไม่มีวิธีจัดการกับมันสินะ?”คากิพึมพำเบาๆ แทบไม่รู้ตัว
รองผู้อำนวยการพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมก่อนจะหันไปมองสมาชิกทุกคนในห้องประชุม
“ถูกต้องแต่เรากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางหยุดยั้งมันให้ได้ก่อนที่มันจะถูกใช้ในสนามรบ”
เสียงกระซิบสงบลง ทุกคนต่างรู้ดีว่าเวลาของพวกเขากำลังร่อยหรอ
ขณะที่ผู้อำนวยการค่อยๆ ลุกขึ้นยืนความเงียบสงบปกคลุมทั่วห้องประชุม สายตาของเขากวาดมองทุกคนอย่างรอบคอบก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"ต่อไปนี้ เราจะเริ่มการประชุมวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น"
เขาหยุดเล็กน้อยเพื่อให้ทุกสายตาเพ่งมองมาที่เขาอย่างเต็มที่
“แต่ก่อนอื่นข้าขอชื่นชมและยกย่องหนึ่งในสมาชิกที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสืบข้อมูลลับของศัตรูใน
ครั้งนี้… หม่าเหลี่ยง!”
ทุกคนในห้องหันไปมองชายหนุ่มผมแดงร่างสูงสมส่วนที่สวมหน้ากากเงินที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะประชุมหม่าเหลี่ยงก้าวออกมาอย่างสง่างาม แม้ใบหน้าของเขาจะถูกปกปิดไว้ด้วยหน้ากากแต่สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขาด้วยความชื่นชมและยอมรับ
"หม่าเหลี่ยงไม่เพียงแต่แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มศัตรูได้สำเร็จ แต่ยังนำข้อมูลสำคัญกลับมาให้พวกเรา
รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการค้นพบเกี่ยวกับ 'กุหลาบแดง' ที่เราได้เห็นในวันนี้”
ผู้อำนวยการกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้หม่าเหลี่ยง
"ข้าขอขอบคุณและชื่นชมในความกล้าหาญและความทุ่มเทของเจ้า"
เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นในห้องประชุมแม้จะเป็นองค์กรลับ แต่ในขณะนี้ความสำคัญของหม่าเหลี่ยงเป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคนสมาชิกทุกคนรู้ดีว่าข้อมูลที่เขาได้นำกลับมานั้นมีความหมายมากเพียงใดในการรับมือกับศัตรูในครั้งนี้
หม่าเหลี่ยงโค้งเล็กน้อยด้วยท่าทีสงบนิ่งไม่มีคำพูดใดออกจากปากของเขา มีเพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและยอมรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า
ผู้อำนวยการกลับมายืนตรงกลางอีกครั้ง ก่อนจะ
หันไปทางคากิด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่ทุกคนในห้องต่างเงียบฟังอย่างตั้งใจ
"คากิ!"
ผู้อำนวยการเอ่ยเรียกชื่อของอัจฉริยะช่างเครื่องที่นั่งอยู่คากิที่เคยดูผ่อนคลายกลับแสดงสีหน้าประหลาด
"เจ้าคืออัจฉริยะด้านงานวิวัฒน์กลไกที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์อาณานิคมเจ้าได้พิสูจน์ตัวเองในหลายๆ ด้านแล้ว"
ผู้อำนวยการกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นสายตาของสมาชิกระดับสูงคนอื่นๆ ในห้องประชุมเริ่มหันมามองคากิอย่างสนใจ
คากิเริ่มขยับตัวไม่ค่อยสบายใจเขาไม่เคยชอบอยู่ในความสนใจ แต่ความเก่งกาจของเขาเป็นสิ่งที่ปิดบังไม่ได้ผู้อำนวยการยังคงกล่าวต่อไป
"เพราะฉะนั้นข้าขอประกาศเลื่อนขั้นเจ้าเป็นสมาชิกสามดาวขององค์กรจันทร์เสี้ยวอย่างเป็นทางการ!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประชุมคากิที่เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยแม้จะพยายามปกปิดแต่สีหน้าและแววตาของเขายังแสดงออกถึงความยินดีอย่างปิดไม่มิด
"และเพื่อไม่ให้ความสามารถของเจ้าถูกจำกัด ข้าอยากให้เจ้าเร่งทำเรื่องจบการศึกษาจากสถาบันโดยเร็วที่สุด"ผู้อำนวยการกล่าวเสริม สายตาของเขายิ่งเต็มไปด้วยความตั้งใจ