การ ReWrite ครั้งนี้เพื่อฉลองยอดอ่านจะครบ 1 แสนวิว โดยผมเพิ่มปมเื่ขนมเคลือบน้ำตาลและปลาย่าง ว่าทำไมหลินเซียนถึงชอบแจกขนมเคลือบน้ำตาลให้เด็กๆมากมายทุกๆที่ๆเขาไปทั่วจักรวาล และชอบทำปลาย่างให้ผู้อื่นกิน ขอบคุณสหายเซียนทุกท่านที่ติดตามอ่านเื่นี้ด้วยนะขอรับ ขอบคุณจริงๆ

.....อรุณรุ่งแสงอาทิตย์อ่อนๆยามเช้าสาดส่องผ่านหลังคาของบ้านไม้เก่าๆ เสียงไก่ขันปะปนกับใบไม้เสียดสีกันเบา ๆ
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่เนินท้ายหมู่บ้าน ข้างหลังมีป่ารกทึบแต่ก็ยังคงความสดชื่นของพืชพรรณป่าและูเา และในนั้นมีสมุนไพรแปลกตามากมาย
"หลินเซียน" เด็กชายวัย 13 ปี ค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอนไม้ มีเพียงผ้าห่มขาดๆ คลุมร่างกายผอมๆ สูงๆ ของเขา
สำหรับเขาแล้วแม้บ้านหลังนี้จะทรุดโทรม แต่ทุกมุมเต็มไปด้วยความทรงจำแสนสุข
ความยากจนนี้เกิดขึ้นหลังจากไม่มีเสาหลักครอบครัวอย่างบิดา ที่เป็พลทหารไปเสียชีวิตในาโดยไม่มีผู้ใดจดจำนอกจากลูกเมีย
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาหลินเซียนจึงพยายามทำทุกอย่างแทนบิดา
เช้านี้เขาทำความสะอาดบ้านเป็สิ่งแรกอย่างตั้งอกตั้งใจ หลังนั้นก็ออกไปเก็บผักจากแปลงหน้าบ้าน ผักที่ปลูกเล็กไม่สวยงามเพราะดินขาดแคลนสารอาหารแถมยังโตช้าอีกด้วย
หลินเซียนถือกระบุงค่อยๆ เก็บผักที่รับประทานได้
แล้วเขาก็เหลียวมองเห็นครอบครัวหนึ่งไกลๆ เด็กวัยเดียวกับเขาคนนั้นได้ขนมเคลือบน้ำตาลจากพ่อของเขา เพื่อเป็ค่าจ้างให้ไปโรงเรียน
หลินเซียนมองขนมเคลือบน้ำตาลในมือเด็กคนนั้นเงียบๆ
เขาจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กินขนมหวานนี้คือเมื่อใด?
เมื่อเขากลับเข้ามาในบ้านก็เห็นท่านแม่และย่ารออยู่ ท่านแม่มองลูกชายด้วยสายตาห่วงใย
“เซียนเอ๋อ เ้าทำงานั้แ่เช้าแล้ว เหนื่อยก็พักบ้างนะลูก”
หลินเซียนยิ้ม
“ข้ายังไหวขอรับท่านแม่”
ท่านย่าซึ่งเป็หญิงชราค่อยๆ เดินมาจับแขนหลินเซียน มือสั่นเล็กน้อย
“ถ้าพ่อเ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงภูมิใจมากที่มีลูกกตัญญูเช่นเ้า ตระกูลหลินโชคดีที่มีเ้า หลานย่า”
หลินเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเบนสายตาหนีมองป้ายิญญาเก่าๆของบิดาที่ตั้งอยู่
“ท่านย่า ท่านพักผ่อนเถอะขอรับ"
แล้วหลินเซียนก็เข้าไปครัว เขามองดูข้าวสารที่ใกล้จะหมดแล้ว วันนี้เขาเลือกที่จะทำข้าวต้ม,ผัดผักให้แม่และย่า โดยโกหกว่ายังไม่หิว
แล้วออกไปจับปลาที่ลำธาร ซึ่งจริงๆ่นี้เริ่มเข้าฤดูหนาว น้ำในลำธารเย็นจนปลายเท้าชา หลินเซียนนั่งอยู่ครึ่งวัน กลับเห็นเพียงเงาปลาวาบผ่านใต้ก้อนหิน
ท้ายที่สุดหลินเซียนได้เพียงวักน้ำเย็นขึ้นดื่ม ก่อนจะเด็ดใบไม้เปรี้ยวริมลำธารมาเคี้ยวประทังหิว
หลินเซียนนั่งอยู่สักพักใหญ่ สายตาเหม่อมองลำธาร กำหมัดแน่น
"ข้าต้องเป็เซียน! ข้าต้องพาท่านแม่และท่านย่าพ้นความลำบากนี้ให้ได้!"
หลังนั่งอยู่ริมลำธารอีกพักใหญ่ หลินเซียนจึงลุกกลับบ้าน แล้วโกหกแม่และย่าว่า
"ข้าหิวเลยย่างปลากินที่ลำธารไปแล้วขอรับ"
หลินเซียนเกาศีรษะพลางหัวเราะแห้งๆ
.
...วันนี้หลินเซียนพูดข่าวดีให้แม่และย่าเขาฟัง
"ท่านแม่ ท่านย่าขอรับ โชคดีมาถึงลูกแล้วขอรับ วันก่อนลูกได้ท่านเซียนช่วยสำรวจให้แล้วว่าลูกมีรากิญญาเซียน สามารถฝึกเป็เซียนได้"
"หากได้เข้าสำนักเซียน ลูกก็จะมีเงินส่งให้ท่านแม่และท่านย่าใช้สุขสบายเสียที” หลินเซียนยิ้มแววตามีความหวัง
แต่แม่ของเขากลับมองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป แววตาของเธอว่างเปล่า ราวกับได้สูญเสียลูกชายสุดที่รักไปแล้ว
หลินเซียนชะงักไปเมื่อเห็นสายตาของมารดา เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดข่าวดีนี้ กลับทำให้นางดูเศร้าลงกว่าเดิม
เขาจึงอยากเอาใจมารดาด้วยการเดินไปก่อไฟต้มน้ำมาล้างเท้าให้แม่
“ท่านแม่ ข้าล้างเท้าให้ขอรับ เท้าท่านเย็นจนแตกไปหมดแล้ว”
แม่มองลูกชายด้วยสายตาลึกซึ้ง แต่กลับไม่ยอมพูดอะไร
หลินเซียนยิ้มบางๆ คุกเข่า ใช้สองมือจับเท้าของแม่ เอาน้ำอุ่นล้างเท้าแม่ มือขาวเนียนเรียวบางนั่นดูงดงามราวมือของหญิงงามเมือง
หลินเซียนล้างนิ้วเท้าแม่ทีละนิ้วด้วยความตั้งใจ ท่านแม่ลูบหัวเขาเบาๆ
“เซียนเอ๋อ เท่านี้แม่ก็มีความสุขใจแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องไขว่คว้าสิ่งใดมาอีกก็ได้...”
ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะของเด็กคนอื่นจากหมู่บ้านดังเข้ามา
“ขยะอย่างหลินเซียน ฝันสูงจะเป็เซียน ฮ่า ๆ”
เล็บของหลินเซียนจิกเข้าเนื้อฝ่ามือเงียบๆ เขาพยายามกลืนคำด่าพวกนั้นลงคอ แต่ในใจกลับร้อนเหมือนถูกไฟเผา เขาพยายามไม่สนใจเสียงเยาะเย้ย
"พรุ่งนี้ลูกจะไปทดสอบเข้าเป็ศิษย์สำนักเซียนขอรับ ลูกจะตั้งใจสอบให้ผ่าน!"
.
....สายๆ แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย มีหญิงสาวอายุ 13 ปีแต่งกายดี เธอเป็ลูกสาวเ้าของร้านน้ำชาในหมู่บ้าน มีหญิงรับช้ช่วยถือตะกร้าอาหารมาที่บ้านหลินเซียน
“พี่เซียน ข้านำอาหารมาให้” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
หลินเซียนเดินออกมาจากประตูบ้าน เขาก้มหน้ามองใบหน้าเด็กหญิงที่ดวงตาใสแจ๋ว (หลินเซียนสูงเกือบๆ 6 ฉื่อ(ราวๆ 178 - 180 ซม.))
“ขอบคุณขอรับคุณหนู ข้า...เกรงใจจริงๆขอรับ เอามาให้ข้าบ่อยๆ”
คุณหนูร้านน้ำชาเธออดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าขาวเนียนของเขา แม้เสื้อผ้าจะเก่าโทรม แต่กลับปิดบังรัศมีของเด็กหนุ่มไม่ได้
คนใช้ยกตะกร้าใส่อาหารลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระมัดระวัง
“อย่าลืมล้างมือก่อนกินนะเ้าหนู”
หลินเซียนพยักหน้าแล้วล้างมืออย่างเรียบร้อย
เธอหัวเราะเบาๆ พลางสังเกตุการกระทำสุภาพของเขา สาวใช้มองมือที่ล้างสะอาดของหลินเซียนแล้วชะงักไปเล็กน้อย เด็กบ้านจนเช่นนี้ กลับมีกิริยาดีกว่าลูกคนรวยหลายคนเสียอีก
หลินเซียนอายเล็กน้อย แต่ยังคงยิ้ม
เธอวางอาหารไว้บนโต๊ะไม้เก่า มองเขาด้วยดวงตาแวววาว
“ถ้าเ้าอยากกินอะไร บอกข้าได้นะ เดี๋ยวจะเอามาให้”
หลินเซียนโค้งเล็ก ๆ
“ขอบคุณขอรับ เท่านี้ก็มากมายแล้วขอรับ ขอบคุณจริงๆ”
“เซียน… ข้าขอร้อง พรุ่งนี้พี่อย่าไปทดสอบเข้าสำนักเซียนเลยนะ มันอันตราย”
หลินเซียนยืนตรง ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง แต่ดวงตาเต็มไปด้วยประกายมุ่งมั่น
“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของท่านขอรับ แต่ข้าต้องไปเพื่อท่านแม่และท่านย่าของข้า”
“แต่พี่รู้ไหม? คนอย่างพวกเรามักถูกดูถูก ถูกมองเป็ขยะ"
"แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำอย่างไร?”
คุณหนูกำชายเสื้อแน่น ริมฝีปากขยับหลายครั้งราวกับอยากพูดอะไร สุดท้ายกลับพูดได้เพียง
“ต้องกลับมาให้ได้นะ”
คุณหนูเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเบือนหน้าไปอีกทางราวกับไม่อยากให้ใครเห็นแววตาของตน
การกระทำของเธอทำให้สาวใช้ที่ตามมาด้วยใ เพราะแววตานั่น เธอได้หลงรักหลินเซียนไปแล้ว
หลินเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนยกมือเช็ดน้ำตาที่ขอบตาของคุณหนูเบาๆ
“ข้าอาจไม่มีพร์ แต่ข้าจะไม่ยอมแพ้ั้แ่ยังไม่ได้เริ่ม"
“ต่อให้ด้อยกว่าคนอื่น ข้าก็จะฝึกให้หนักกว่าเขา”
หลินเซียนกำหมัดแน่น พูดซ้ำอีกครั้ง
“อย่างน้อยข้าก็ยังฝึกได้มากกว่าเขา”
เธอถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ข้าไม่อยากเห็นพี่ทุกข์ ข้าแค่หวังให้พี่ปลอดภัย”
หลินเซียนก้มหน้าเล็กน้อย แตะมือเธอเบา ๆ
“คุณหนูไม่ต้องกังวล สักวันข้าจะกลับมา ...มาในฐานะเซียน”
เธอมองแววตาที่หนักแน่นนั้น แล้วพยายามกลั้นน้ำตา และยิ้มออกมาเล็กๆ
“ข้าจะรอ พี่ต้องปลอดภัยนะ”
หลินเซียนพยักหน้าเบาๆ
“ข้าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนขอรับ”
.
.
.
(ท้ายบท)
วันทดสอบรากิญญาในหมู่บ้าน เด็กหลายคนที่มีรากเซียนได้ผลลัพธ์เป็สีสว่างงดงาม แต่ของหลินเซียนรากเซียนกลับเป็ “แสงขุ่นคล้ำเหมือนน้ำเน่า”
ทันทีที่แสงสีขุ่นปรากฏขึ้น ลานทดสอบทั้งลานก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะจะดังระงม
“รากิญญาขยะ”
“สีเหมือนน้ำเน่าเลย ฮ่าๆ”
แม้แต่ท่านเซียนผู้ตรวจยังส่ายหน้า