Architecture อาสาสถาปัตย์
ตอนที่ 5 พี่ต้น VS ออกศึก
และที่โต๊ะหินอ่อนบริเวณใกล้กับทางเดินไปคณะวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งอยู่ติดกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่เข้ามาขัดจังหวะจีบของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ
“หมวยมานั่งทำไรตรงนี้อะ” รุ่นพี่หนุ่มตัวสูงแต่ไม่สูงเท่ากับออกศึก และทั้งคู่ขาวพอๆ กัน เขาโผล่เข้ามาทักทายกลางวงสนทนาใน่ที่ยิปโซกำลังหัวเราะกับเพื่อนที่เป็รักแรกของเธออยู่พอดี
ซึ่งจะเป็ใครไปไม่ได้เลย…
“หวัดดีค่ะพี่ต้น” เธอยกมือไหว้รุ่นพี่ปีสามโดยอัตโนมัติ ทุกครั้งที่เจอหน้าเธอคิดว่าตัวเองควรทำอย่างนี้เพราะเขาชอบหาขนม ของกินมาให้ตลอดจนเธอเกรงใจ แต่ออกศึกดูเหมือนจะไม่รู้จักรุ่นพี่คนนี้ เพราะเขาทำหน้าเฉยๆ และไม่ได้พูดอะไร จนเธอต้องสะกิดพร้อมกระซิบบอกเขาว่านี่เป็รุ่นพี่ที่คณะและเอกเดียวกับเราด้วย
“ศึก นี่พี่ต้น พี่ปีสามเอกเรา” กระซิบกระซาบ
ออกศึกได้ยินก็แหงนหน้าขึ้นไปมองผู้ชายที่ยืนค้ำหัวพวกเขาทั้งคู่อยู่ ก่อนจะทักทาย
“เอ่อ สวัสดีครับ” เขาไม่รู้จักรุ่นพี่ผู้ชายคนนี้จริงๆ นั่นแหละ แต่เอาจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนที่จำใครได้มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เข้ามาหาเขาแบบมากๆ อย่างพี่แจน เขาก็จำใครแทบไม่ได้
“น้องก็อยู่’ถาปัตย์เหรอ พี่เห็นเดินไปเดินมาที่โรงอาหารคณะบ่อยๆ แต่นึกว่าไปเด็กวิดวะย้ายโรงมาหาไรแปลกๆ กิน”
ไม่แปลกเลยที่พี่ต้นจะเคยเห็นออกศึกเดินผ่านไปผ่านมาแล้วจำได้ ด้วยความที่ออกศึกทั้งสูงทั้งขาว แถมหน้าตี๋ๆ ของเขาก็จัดได้ว่าหน้าตาดีดูมีลุคคุณหนูแบดบอยแบบพวกคณะวิศวะ ไม่ใช่สายเซอร์แบบเด็ก’ถาปัตย์เหมือนพี่ต้น แต่ก็ถือว่าโดดเด่นจนใครๆ ที่เคยเห็นเขาสักครั้งจะจำเขาได้ แถมพวกวิศวะมีเด็กในคณะเยอะมากๆ พวกเขาเลยชอบกระจายตัวออกไปแย่งโรงอาหารคณะอื่น และที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างโรงอาหารสถาปัตย์ฯ ก็โดนแย่งประจำอยู่แล้ว
“อยู่’ถาปัตย์ครับ” เด็กหนุ่มชั้นปีที่ 1 ตอบสั้นๆ
ขณะที่ในสายตาของสาวน้อยที่มีชื่อเป็ดอกไม้นั้นฉายแววตื่นตระหนกเพราะหล่อนเพิ่งรู้สึกตัวว่านี่หล่อนกำลังอยู่กับผู้ชายทั้งสองคนในคำทำนายของลุงหมอดูใช่หรือเปล่า ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร พี่ต้นก็ถือวิสาสะหย่อนตัวเองนั่งลงใกล้ๆ เธอที่ม้านั่งตัวเดียวกัน
“น้ำเต้าหูปาท่องโก๋เมื่อเช้าอร่อยมั้ยอะ” เขาถามเธอผู้ที่วิ่งออกจากหอมาเมื่อตอนเกือบสิบโมงเพราะต้องรีบไปส่งงานจนไม่เห็นแม้กระทั่งถุงพลาสติกที่แขวนน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋นั่นเลย
เอ่อ…
“คือหนูไม่ทันมองอะพี่ต้น” ยิปโซยิ้มแหย
“เธอวิ่งออกมาน่ะครับพี่ รีบมาส่งงานเกือบไม่ทัน” ออกศึกอธิบายแทนพร้อมรอยยิ้มกวนๆ สายตาของเขามาจบอยู่ที่เธอราวกับจะล้อเลียนสภาพที่เหงื่อชุ่มโชกตอนที่เจอหน้ากันเมื่อเช้านี้
แต่จะว่าไป เท่าที่ฟังดูคำพูดคำจาของยิปโซกับนายพี่ต้นอะไรนี่ก็ดูสนิทสนมกันแปลกๆ อยู่นะ มีรู้จักที่อยู่กันด้วย น่าจะเป็ความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาแน่ๆ
“อ้อ ไม่เป็ไรๆ ไม่เสียหรอก ไว้ค่อยกลับไปกินก็ได้” ต้นหน้าตึงเล็กน้อยแต่ด้วยความที่เป็เด็กคณะเดียวกัน เขาก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเหตุการณ์อย่างนี้มันอาจจะฟังดูเว่อร์เมื่อไปเล่าให้เด็กคณะอื่นฟัง แต่ถ้าเป็ที่สถาปัตย์ฯ ก็ต้องบอกว่านี่มันเื่ปกติธรรมชาติมากๆ ใครไม่เคยวิ่งไปส่งงานตลอดห้าปีที่เรียนได้นี่น่าจะเป็เทพมาจุติ ไม่น่าใช่คนแน่ๆ
“เอ่อ ค่ะพี่ โทษทีนะคะ” ยิปโซตอบหน้าเจื่อนๆ “แล้วก็… หนูว่าพี่ต้นเอาของกินมาให้หนูเยอะไปอะ ตู้เย็นหนูไม่เหลือที่ว่างแล้ว” เธอน่าจะบอกพี่เขาเป็รอบที่ร้อยแปดแล้ว แต่พี่ต้นก็ยังคงทำท่าเหมือนเดิม เหมือนอย่างทุกครั้งที่เธอพูดก็คือยิ้มแล้วตอบว่า
“ก็หมวยต้องกินเยอะๆ ตัวเล็กนิดเดียว งานก็เยอะ พี่อยากส่งทั้งอาหาร ทั้งกำลังใจให้อะ”
จีบกันอยู่แน่ๆ
ออกศึกสรุปในใจ เขาไม่ได้รู้สึกหวงยิปโซแต่ก็แอบรู้สึกเป็ห่วงเล็กน้อยในฐานะเพื่อนกัน เพราะเขารู้จักผู้ชายดี ผู้ชายสไตล์พี่ต้นเนี่ย นิสัยถอดแบบมาจากพี่ชายคนกลางของเขาเลย
กองทัพผู้เรียนอยู่วิศวะที่มหา’ลัยเดียวกันกับเขา เป็ผู้ชายในตระกูลที่ต้องเรียกว่าแหวกเหล่ากอมากๆ ไม่ว่าจะป๊า พี่รบ หรือตัวเขาเอง ทุกคนแทบไม่มีท็อปปิคเื่หญิงเลย ในขณะที่กองทัพนั้นเป็ผู้ชายที่จีบสาวเก่งเป็บ้ามาั้แ่อายุสิบสี่ ยิ่งพอเรียนมหา’ลัยแล้วมันเล่นเปลี่ยนคนควงเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยซ้ำ!
เพราะอย่างนั้น เขาต้องเป็ก้างสักหน่อย ยังไงยิปโซก็เพื่อนร่วมรุ่นของเขาอะ
“ไม่เป็ไรหรอกครับพี่ เพื่อนรุ่นผม เดี๋ยวพวกผมดูแลได้ครับ” จู่ๆ ออกศึกก็พูดในสิ่งที่ยิปโซไม่คิดว่าจะได้ยินจากเขา เธอหันไปมองเพื่อนหนุ่มด้วยแววตาสงสัย เขายักคิ้วให้เธอนิดหน่อยเหมือนจะส่งสัญญาณบอกอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่เข้าใจน่ะสิ
“ไม่ได้ๆ แค่เพื่อนกันจะไปดูแลดีได้ยังไง ให้พี่ดูแลดีกว่า เนอะน้องหมวย” ต้นยิ้มตาหยี ส่วนคนที่ได้รับรอยยิ้มก็ถึงกับไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอว่าเธอไม่ได้คิดหรือรู้สึกไปเองแน่ๆ อะ ไอ้พี่ต้นกำลังประกาศศักดาใส่ออกศึกว่าเขากำลังจีบเธออยู่ ห้ามยุ่ง อะไรแบบนั้น
“ไม่จริงหรอกพี่ แค่เพื่อนอะไร เป็เพื่อนนี่แหละสนิทกว่าเยอะเลย ได้เจอกันทุกวันตอนเรียน แถมเป็คู่โรลเพลย์ภาษาอังกฤษด้วย” แต่ออกศึกเองก็ไม่ยอมแพ้
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย
อยู่ๆ ทำไมออกศึกถึงลงมาเถียงแข่งเื่สนิทไม่สนิทกับเธอสู้กับพี่ต้นได้...
“เอ่อ เถียงกันทำไมคะเนี่ย” เธอพยายามแยกย้ายมวยคู่นี้ที่ฝึกปรือกันผ่านฝีปาก
“ไม่เถียงแล้วก็ได้ นี่ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม พี่พาไปกินข้าวมั้ยหมวย” ต้นยักไหล่แล้วเปลี่ยนเื่เป็ชวนเธอไปหาอะไรกินแทน
“หนูว่าจะไปกินข้าวกับศึกน่ะค่ะพี่ต้น” หมวยที่พี่ต้นเรียกหรือยิปโซไม่มีวันยอมพลาดโอกาสนี้ไปแน่ๆ ได้กินข้าวกับออกศึกเลยนะ จะสักกี่พี่ต้นก็ไม่สามารถทำให้เธอเปลี่ยนใจได้หรอก ถึงแม้เธอจะรู้สึกดีตอนที่พี่เขาเอาของกินมาแขวนที่ประตูอยู่บ่อยๆ ก็ตาม
เพราะคราวนี้ยิปโซออกตัวเอง ทำให้ออกศึกไม่ต้องพูดอะไร เขาหันมองทางพี่ต้นแล้วแสร้งแสดงสีหน้าลำบากใจ แต่ต้นก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อยู่ดี
“งั้นก็ไปด้วยกันสามคนเลยสิ พี่เลี้ยงออกศึกด้วยก็ได้”
สาวน้อยหนึ่งเดียวทำหน้าอึ้งๆ ขณะที่ผู้ชายอีกคนที่ได้ฟังประโยคป๋าๆ จากรุ่นพี่หนุ่มก็รู้สึกหมั่นไส้จนโพล่งบอกไปอย่างรวดเร็ว
“แหม ใจดีจังครับพี่ต้น ผมไม่เกรงใจนะพี่ ถ้าเห็นผมกินเยอะแล้วห้ามเปลี่ยนใจน้า”
พ่อจะกินให้จนไปสองวีคเลย...