ตอนเช้ามืดอู๋จางิ่กำลังปรึกษาหารือกับสามีเื่ที่จะทำภารกิจสอง ตอนนี้เธอมีของที่สามารถทำเงินจำนวนมหาศาลได้ ในกระเป๋ามิติของเธอมีส้มเขียวหวานเต็มไปหมด
“ ตกลงตามนั้น คุณกดรับทำภารกิจเลย ” หลี่ห่าวอี้พยักหน้า เมื่อความเห็นของพวกเธอทั้งสองคนตรงใจกัน อู๋จางิ่มองจอภาพสามมิติจากนั้นกดรับทำภารกิจ
โฮสต์โปรดเลือกทำภารกิจ
1. ขายสินค้าที่ตลาดมืด ทำยอดขาย 500 หยวน
2. ภานใน 1 ปี มีเงินเก็บ 5,000 หยวน
3. สร้างบ้านหลังใหญ่
4. ขายผัก-ผลไม้ เป็เวลา 7 วัน
หลังจากกดเลือกภารกิจ : ขายสินค้าที่ตลาดมืด ทำยอดขาย 500 หยวน สองสามีภรรยาหาวันว่างได้แล้ว อู๋จางิ่จึงสั่งให้เด็กๆอยู่แต่ภายในบ้านและห้ามออกไปเล่นข้างนอกเด็ดขาด เธอกับสามีต้องเดินทางเข้าไปทีี่อำเภอเพื่อทำธุระ
“ แม่คะ ซื้อลูกอมมาหน่อยได้ไหม ” หลี่จินเยว่ออดอ้อน
“ ได้สิ ถ้าพวกลูกทำตัวน่ารัก ไม่ดื้อ ไม่ซน แม่จะซื้อลูกอมมาฝาก ” อู๋จางิ่โน้มตัวลงพูดคุยกับลูกสาวอย่างเอ็นดู
“ รับทราบค่ะ/ครับ ” เด็กฝาแฝดกอดกันะโโลดเต้นอย่างดีใจ
“ บ้านสามจะเข้าไปในอำเภอ ไปทำอะไรกัน ” เหอจื่อรั่วเดินผ่านเข้ามาได้ยินแม่ลูกพูดคุยกัน
“ พี่สะใภ้รองช่วยกรุณาหยุดทำตัวน่ารังเกียจ น่่าขยะแยงสักทีเถอะ อย่าคิดว่าพวกฉันตาบอด หูหนวก หลายวันที่ผ่านมาฉันก็ยอมมามากพอแล้ว เลิกจับผิดพวกฉันแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม ” อู๋จางิ่กล่าวเสียงแข็ง
“ ทำไมล่ะ บ้านสามชอบทำตัวน่าสงสัยเอง หรือว่าตอนนี้รู้สึกหวาดกลัวแล้ว บ้านสามกลัวฉันจับได้ใช่ไหม ” เหอจื่อรั่วคิดเองเออเอง
“ ให้ตายเถอะ เป็ข้ออ้างที่แย่ที่สุด ” อู๋จางิ่หมดคำจะพูด พี่สะใภ้รองเกินเยียวยาจริงๆ
“สะใภ้รอง สะใภ้สาม พวกเธอจะทะเลาะกันอีกนานไหม ” จูหนิงหวงเดินผ่านมาเจอเข้าพอดี เธอรู้สึกหนักใจกับเหล่าสะใภ้จริงๆ โดยเฉพาะสะใภ้รอง ตอนนั้นเธอคิดยังไงถึงได้เชื่อแม่สื่อและเลือกเธอเป็ลูกสะใภ้บ้านหลี่
“ ฉันก็ไม่อยากทะเลาะเหรอ มันเสียเวล่ำเวลาของฉัน แต่คุณแม่ช่วยไปพูดกับพี่รอง พี่สะใภ้รองทีเถอะ อย่าคอยจับผิดพวกฉันอีกเลยและควรเอาเวลาไปพัฒนาสมองอันน้อยนิดที่มีอยู่ดีกว่าไหม ห่าวอี้ไปกันเถอะ ” อู๋จางิ่ได้พูดในสิ่งที่้าอยากจะพูดแล้ว เธอจึงเดินเชิดหน้าและไม่สนใจสายตาของพี่สะใภ้รองกำลังยืนจ้องเขม็งอยู่ใกล้ๆ เหอจื่อรั่วกำหมัดแน่นจนตัวสั่น เธอเกลียดสะใภ้สามมาก ปากเก่งดีนัก ค่อยดูไปเถอะ อย่าให้เธอมีโอกาสเอาคืน เธอจะสมน้ำหน้า
หลี่ห่าวอี้กับอู๋จางิ่นั่งเกวียนเทียมวัวประมาณ 30 นาทีก็เดินทางมาถึงอำเภอ หลี่ห่าวอี้ถือตะกร้าใบใหญ่เดินนำทางไปตลาดมืด อู๋จางิ่เคยไปตลาดมืดแต่ไม่บ่อยเท่าสามี
“ ขอโทษนะครับ ” หลี่ห่าวอี้เห็นหญิงชราเดินถือตะกร้าออกมาจากมุมมืด เขาเข้าไปทักทายอย่างเป็มิตร อู๋จางิ่ยืนอยู่ข้างๆสามี การจะเข้าไปตลาดมืดจะต้องมีรหัสผ่าน อีกอย่างรหัสผ่านจะถูกเปลี่ยนทุกๆ 1 สัปดาห์ พวกเธอจำเป็ต้องเข้าไปถามรหัสผ่านจากคนที่เพิ่งเดินออกมาจากตลาดมืด
“ มีอะไรเหรอพ่อหนุ่ม ” หญิงชราหยุดเดินพร้อมหันหน้ามาถามอย่างสงสัย
“คือว่า ผม้าซื้อเนื้อให้ลูก ลูกของผมยังเด็กมากจึง้าเนื้อมาบำรุงร่างกายแต่ทางร้านสหกรณ์ต้องสั่งจองและใช้คูปองเนื้อ ผมไม่มีคูปองเนื้อสักใบ คุณยายครับ คุณรู้หรือเปล่าว่าจะต้องซื้อเนื้อหมูได้ที่ไหนอีกโดยไม่ต้องใช้คูปอง ” เสียงพูดของหลี่ห่าวอี้เบามาก เธอยืนอยู่ใกล้ๆแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย หัวใจของหญิงชราหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เธอรู้สึกใเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็ปกติทันที เธอมองสำรวจหลี่ห่าวอี้และพิจารณาอยู่ในใจ จากนั้นชำเมืองมองอู๋จางิ่ เธอตัดสินใจเดินเข้ามาใกล้ๆพ่อหนุ่มรูปงามพร้อมกระซิบเสียงเบา
“ ขอบคุณครับ” หลี่ห่าวอี้กล่าวขอบคุณหญิงชรา หญิงชรารีบขอตัวกลับบ้าน
“ ได้รหัสผ่านมาแล้วใช่ไหม” อู๋จางิ่เดินเข้าไปกระซิบข้างหูสามี
“ ได้มาแล้ว เข้าไปกันเถอะ ” ทั้งสองคนเดินเข้าไปในมุมมืด มีซอยลึกๆซ่อนอยู่ ทางเข้าตลาดมืดมีชายร่างใหญ่สองคนกำลังเฝ้าทางเข้าและออก หลี่ห่าวอี้บอกรหัสผ่านอย่างใจเย็น พวกเขาสำรวจมองสามีภรรยาคู่หนึ่งสักพักพร้อมผายมือเชิญเข้าไปด้านในได้
ภายในตลาดมืด มีพ่อค้าแม่ตั้งแผงลอยขายของและผู้คนมากมายกำลังแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า หลี่ห่าวอี้พาอู๋จางิ่มาหลบตรงมุมที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เธอมอบกระเป๋ามิติให้สามีพร้อมอนุญาตให้ใช้กระเป๋ามิติได้ตลอดเวลา
อู๋จางิ่จะเป็คนออกไปเสนอค้าขายครั้งนี้เอง เธอมองหาลูกค้ารายแรกและเจอเป้าหมายที่กำลังยืนสับสนไม่ห่างจากเธอมาก เธอเดินเข้าไปใกล้ๆผู้หญิงที่แต่งตัวดูดี เนื้อผ้าที่สวมใส่มีคุณภาพสูง นี่คือลักษณะของคนมีเงิน
“ สวัสดีค่ะ คุณต้องซื้อผลไม้ไหมคะ ” อู๋จางิ่เอ่ยถาม
“ ผลไม้เหรอคะ ” เกาซินซินถามเพื่อให้แน่ใจ เธอมองหาผลไม้สดๆแต่ไม่เจอเลย
“ ใช่ค่ะ ส้มเขียวหวานจากทางใต้ ” อู๋จางิ่ตอบอย่างร่าเริง
“ น่าสนใจนะคะ ฉันต้องขอดูสินค้าก่อน ถ้าเป็ของดีมีคุณภาพและมีราคาแพง ฉันก็ซื้อค่ะ ” เกาซินซินกล่าวเสียงเบา
“ ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ ” เธอไปตามหลี่ห่าวอี้ เขากำลังสะพายตะกร้าใบใหญ่เดินตามหลังมาพร้อมกับภรรยาของเขา เขาวางตะกร้าใบใหญ่ลงพร้อมเปิดผ้าที่ปิดเอาไว้ จากนั้นหยิบส้มเขียวหวานขึ้นมาให้ลูกค้ารายแรกดู
“ ลูกใหญ่นะคะ ฉันก็เคยซื้อผลไม้จากทางใต้เหมือนกันแต่ไม่เห็นจะลูกใหญ่แบบนี้เลย ” เกาซินซินเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“ แน่นอนว่าของฉันมีคุณภาพสูงกว่าค่ะ ถึงจะมาจากทางใต้เหมือนกันแต่การดูแลไม่เหมือนกันค่ะ ” อู๋จางิ่อธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ คุณขายเท่าไหร่คะ ” เกาซินซินตัดสินใจซื้อทันที
“ 1 จิน 4 หยวน ถ้าคุณมีคูปองสัก 2 ใบ ราคา 3 หยวนค่ะ ” อู๋จางิ่บอกราคาสินค้าซึ่งเป็ราคาไม่แพง ส้มที่ขายตามร้านสหกรณ์มีราคา 3 หยวนและคูปอง 2 ใบ
“ เอาส้ม 6 จิน ฉันไม่มีคูปองนะคะ ” เกาซินซินหยิบเงินออกมาจ่าย
“ ทั้งหมด 24 หยวน ฉันแถมให้คุณอีก 2 เหลี่ยง เนื่องจากคุณเป็ลูกค้ารายแรก ” อู๋จางิ่รับเงินมาจากเกาซินซิน สักพักก็มีลูกค้าเดินเข้ามาซื้ออย่างแออัด เธอจึงสั่งให้ลูกค้าต่อแถวซื้อส้มอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย จากนั้นเธอและสามีขายส้มที่มีอยู่จนหมด พวกเธอขายดีเป็เทน้ำเทท่า