เย็นวันนั้น หมู่บ้านและมูลนิธิจัด“ปาร์ตี้หมูกระทะ” เพื่อขอบคุณอาสาสมัคร บรรยากาศเป็กันเองภาคินนั่งฝั่งตรงข้ามกับพิมพ์นลิน โดยมีหมอทิวากรนั่งข้างๆ พิมพ์นลินและพิมพิกานั่งข้างๆ ภาคิน
พิมพ์นลินกำลังจะเอื้อมหยิบขวดน้ำจิ้ม หมอทิวากรรีบหยิบตัดหน้าแล้วเทให้พร้อมรอยยิ้ม
หมอทิวากร: "นลินทานเผ็ดไหมครับหมอตักพริกกระเทียมเพิ่มให้ไหม" พิมพ์นลินยิ้มหวาน
พิมพ์นลิน: "ขอบคุณค่ะพี่หมอกรคุณหมอใจดีที่สุดเลย"
ภาคินที่นั่งฝั่งตรงข้ามจ้องมองฉากนี้ตาเขม็งมือที่ถือตะเกียบคีบสามชั้นสดบดขยี้เนื้อหมูจนแทบแหลกคามือ หมอทิวากรคีบเนื้อหมูชิ้นที่นุ่มและสุกกำลังดีวางลงในจานของพิมพ์นลิน
หมอทิวากร: "ชิ้นนี้สุกพอดี นลินทานเยอะๆ นะครับ"
ยังไม่ทันที่พิมพ์นลินจะเอาเข้าปาก ตะเกียบยาวของภาคินพุ่งข้ามเตามาฉกหมูชิ้นนั้นออกจากจานพิมพ์นลินทันที!แล้วเอาเข้าปากตัวเองเคี้ยวหนึบหนับหน้าตาเฉย!
พิมพ์นลิน: "อ้าวพี่คิน! ชิ้นนี้คุณหมอคีบให้นลินนะ! พี่คินอยากกินก็คีบเองสิ เตายังว่าง!"
ภาคิน: (พูดเสียงนิ่งหน้าตาย) "ชิ้นนี้มันยังไม่สุกดีหมอดูยังไง ผิวเนื้อยังชมพูอยู่เลย พี่กลัวเธอท้องเสีย... แล้วนี่ในฐานะที่พี่โตกว่า พี่เตือนนะ กินหมูกระทะอย่าพูดมากน้ำลายมันจะกระเด็นลงเตาคนอื่นเขา"
พิมพ์นลิน: (โมโหจนหน้าดำหน้าแดง) "คนใจร้าย! พี่พายดูพี่คินสิคะ นิสัยไม่ดีเลย!"
พิมพิกา: (ยิ้มขำอย่างรู้ทัน เริ่มมองออกว่าภาคินแปลกไป) "พี่คินคะ...ปกติพี่คินทานแต่เนื้อสุกๆ ดิบๆ แบบมีเดียมแรร์ไม่ใช่เหรอคะ? วันนี้ทำไมอนามัยจัดจัง"
ภาคินถึงกับสำลักน้ำซุปหมูกระทะหน้าแดงก่ำ รีบยกแก้วน้ำดื่มอึกๆเพื่อกลบเกลื่อน โดยมีหมอทิวากรมองมา ยิ้มอย่างสุภาพ แต่เริ่มจับกระแสความหวงก้างได้ส่วนพิมพ์นลินก็แกล้งประชดด้วยการคีบกุ้งแกะเปลือกไปวางในจานหมอทิวากรบ้าง ภาคินเห็นดังนั้นก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เมื่อเห็นพิมพ์นลินกำลังจะเอื้ะเกียบไปคีบหมูสามชั้นชิ้นสุดท้ายที่กำลังสุกได้ที่บนกระทะภาคินก็เปิดฉากแกล้งทันที! ชายหนุ่มตวัดตะเกียบพุ่งเข้าสกัดฉกหมูชิ้นนั้นตัดหน้าตะเกียบของพิมพ์นลินไปอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที!
พิมพ์นลิน: "อ้าว!พี่ภาคิน! ชิ้นนี้นลินเล็งไว้ตั้งนานแล้วนะคะ แกล้งกันชัด ๆ เลย!" พิมพ์นลินท้วงเสียงสูง
ภาคิน: "เล็งแล้วไง? บนกระทะนี้ไม่มีป้ายแปะชื่อเธอไว้ซะหน่อยพิมพ์นลิน" ภาคินเค่นเสียงยิ้มหยันสะใจที่เห็นยัยตัวดีหน้าเหยเก ไม่เพียงแค่นั้นทุกครั้งที่พิมพ์นลินพยายามจะเทตับสดหรือวางปลาหมึกนุ่ม ๆ ลงบนกระทะภาคินจะใช้ที่คีบส่วนตัวคอยขยับเขี่ยสกัด ขัดขวางและแกล้งเบียดพื้นที่ปิ้งย่างอย่างเอาแต่ใจแกล้งปัดชิ้นเนื้อของเธอให้ร่วงหล่นลงไปในร่องน้ำซุปผักรอบกระทะจนเละเทะไม่มีชิ้นดีภาคิน: "อุ๊ย มือลั่น โทษทีนะ"ชายหนุ่มลอยหน้าลอยตาพูด
พิมพ์นลิน: "พี่ภาคินนิสัยไม่ดี!" พิมพ์นลินโวยวายต่อว่า ภาคินเพียงแค่ยักไหล่ และเพื่อเป็การ ‘เอาคืน’ ยัยเด็กดื้อ ภาคินเปลี่ยนโหมดมาเป็นุ่มนวลทันควันเขาประคองหมูสามชั้นชิ้นที่แย่งตัดหน้าพิมพ์นลินมาได้เมื่อครู่จุ่มเหยาะน้ำจิ้มรสแซ่บอย่างประณีต แล้วแกล้งเอื้อมมือเอาไปวางลงในถ้วยของ ‘พิมพิกา’ ทันที
ภาคิน: "พายครับ... ทานชิ้นนี้นะครับคินตั้งใจปิ้ง และเลือกชิ้นที่ดีที่สุดมาให้พายคนเดียวเลยนะครับ พายเหนื่อยมามากแล้ว" ภาคินพ่นคำหวานเอาใจพิมพิกา แต่มองพิมพ์นลินแบบสะใจที่เอาคืนได้สำเร็จ
พิมพิกา: "ขอบคุณค่ะพี่คิน" พิมพิกาส่งรอยยิ้มบางเบาตอบรับตามมารยาท แววตาคู่สวยกลับจับสังเกตอาการฟึดฟัดหึงหวงพิมพ์นลินของภาคินอยู่เงียบๆ ในใจด้วยความกังวลลึก ๆ ไม่ต่างจากหมอทิวากรที่ดูอยู่เงียบๆ
หมอหนุ่มรู้สึกสับสนระคนหน่วงหนึบในใจลึกๆ พิมพิกาแสนดีและอ่อนโยนกับเขามาตลอดทั้งวันแต่เธอกลับต้องมารับของกินประชดประชันจากชายอื่นหัวใจของคุณหมอผู้ใจเย็นเริ่มแกว่งไกวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
++++++++++
แสงแดดอบอุ่นยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านยอดไม้ร่มรื่นในพื้นที่หมู่บ้านถัดมาของคาราวานจิตอาสา บรรยากาศรอบนอกควรจะสดชื่นสงบเงียบทว่าภายในเต็นท์อำนวยการชั่วคราวของมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขากลับอบอวลไปด้วยรังสีความคุกรุ่นขมุกขมัวมาั้แ่ไก่โห่‘
คิน’ หรือ ‘ภาคิน’ ทนายความหนุ่มวัย27 ปี รูปร่างสูงใหญ่กำยำ เดินเข้ามาที่โต๊ะทำงานสนามั้แ่เช้าตรู่ชายหนุ่มยังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเนี้ยบกริบ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวก ๆตามสไตล์นักกฎหมายผู้ไม่ยอมทิ้งฟอร์ม ทว่าใบหน้าคมคายบัดนี้กลับบึ้งตึง อารมณ์บูดข้ามคืนยังคงตกค้างอยู่เต็มอกเมื่อภาพบาดตาบาดใจจากเตาหมูกระทะเมื่อคืนวานแล่นเข้ามาตามรังควานในห้วงความคิด...ภาพที่ยัยตัวแสบข้างบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ยิ้มหน้าบานแก้มป่อง ขยับมือใช้ตะเกียบคีบกุ้งตัวโตแกะเปลือกอย่างดีส่งวางลงในถ้วยของหมอทิวากร
ขณะที่‘พิมพ์นลิน’ หรือ ‘นลิน’ นั่งชันเข่าคุยหยอกล้อหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับ‘เ้าดุ๊กดิ๊ก’ สุนัขแสนรู้ขากะเผลกอยู่ล่วงหน้าแล้วหล่อนแอบเหลือบเห็นแผ่นหลังหนาที่แผ่รังสีร้ายเดินตรงเข้ามา ยัยตัวแสบผู้ชอบแกล้งก็ยิ้มแบบเ้าเล่ห์แผนการล้างแค้นถูกกางออกในสมองฉลาดชั่วพริบตา
พิมพ์นลินสลัดมาดแก่นแก้วทิ้งชั่วคราวหญิงสาวประคองแก้วพลาสติกที่มีหยดน้ำเกาะพราว เดินนอบน้อมราวกับนางเอกแสนดีเอาแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็นสีดำสนิทมาเสิร์ฟยื่นส่งให้ภาคินถึงโต๊ะทำงาน
ภาคินชะงักมือที่กำลังจัดแฟ้มเอกสารข้อพิพาทสัตว์จรชายหนุ่มเลิกคิ้วหนาขึ้นมองจับพิรุธ แววตาคู่คมเต็มไปด้วยความระแวง
"มาไม้ไหนอีกพิมพ์นลิน?" ภาคินกอดอก เปล่งเสียงทุ้มต่ำ
"ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะมาบริการห่วงใยพี่ชายคนนี้แอบใส่ยาพิษลงไปในแก้วรึเปล่าฮะ"
"โถ่...พี่คิน" พิมพ์นลินแกล้งเอามือทาบอกทำหน้าเสียพยามบีบน้ำตาแต่ไม่มีออกมาสักหยด ส่งเสียงเจื้อยแจ้วแก้ตัว
"เมื่อคืนนลินกลับไปนอนคิดทบทวนดูดีแล้วค่ะ พี่คินคอยเตือนคอยดุด่าเพราะเป็ห่วงกลัวนลินจะท้องเสียจากการกินหมูกระทะนลินซาบซึ้งใจมาก เลยชงอเมริกาโน่เย็นสูตรพิเศษเข้มข้นมาไถ่โทษชดใช้ความผิดค่ะดื่มเลยนะคะ นลินตั้งใจทำเพื่อพี่คินคนเดียวเลยนะคะ!"
ภาคินเหลือบมองสายตาที่เป็ประกาย ของยัยเด็กดื้อ ประกอบกับศักดิ์ศรีคุณทนายฟอร์มจัดที่อยากโชว์มาดเท่ดุดัน เหนือกว่าต่อหน้าเธอ ชายหนุ่มจึงแสยะยิ้มหยัน คว้าแก้วกาแฟขึ้นมาจ่อริมฝีปาก ก่อนจะออกแรงยกขึ้นกระดกซดดื่มอึกใหญ่เข้าเต็ม ๆลำคอ...ทว่า... รสชาติที่พุ่งเข้ากระแทกประสาทรับรสกลับทำเอาทนายสายลุยถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความพะอืดพะอม รสชาติของมันทั้งขมปี๋ เฝื่อน สากลิ้นระคนกลิ่นสมุนไพรแปลกปลอมโชยหึ่งฟุ้งขึ้นมาติดจมูกหน้าตาหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
ยัยตัวแสบพิมพ์นลินะเิเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากสะใจจนตัวโยนเฉลยความจริง
"อ้อ!นลินลืมบอกไปค่ะ พี่คิน! นลินกลัวคุณพี่ทนายความจะง่วงนอนตอนนั่งตรวจสำนวนคดีเลยแอบหวังดีใส่ ‘ผงฟ้าทะลายโจรแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์’ ผสมลงไปด้วยสองช้อนชาเต็มๆ บำรุงสุขภาพดีต่อร่างกายแก้ไข้หวัดแดดจากการยืนดมควันเตาหมูกระทะเมื่อคืนได้วิเศษนัก ดีต่อร่างกายนะคะคุณพี่"
ใบหน้าภาคินในยามนี้เขียวคล้ำราวกับโดนบีบคอชายหนุ่มกลืนก็ไม่ได้ คายก็ไม่ออก ต่อหน้าทีมงานจิตอาสาที่แอบส่องสายตามองมา ชายหนุ่มจำต้องกัดฟันกลั้นใจฝืนใจกลืนก้อนกาแฟรสขมปร่าบาดลึกสุดขั้วลงลำคอแห้งผากไปพร้อมความแค้นใจ พลางจ้องมองยัยตัวแสบที่กำลังวิ่งหน้าตั้งพาสุนัขหนีออกจากเต็นท์ไปด้วยสายตาโมโห