บทที่ 3 สะใภ้ใหม่ผู้รักษากระดูกหลุด
หลังจากคิดครู่หนึ่ง แม่สามีก็พูดเสริมว่า "ฉันรู้นะว่าเธอเป็สาวในเมือง คงดูถูกครอบครัวชาวนาอย่างพวกเรา ที่ทำมาหากินกับเรือกสวนไร่นามาหลายชั่วอายุคน แต่ในเมื่อแต่งเข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ก็อย่าได้บ่นนู่นบ่นนี่ไปเลย!"
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกไม่สบายใจนัก
แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อนี่คือปัญหาที่เ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้ อีกอย่างเ้าของร่างเดิมก็เป็ฝ่ายผิด คนอื่นจะพูดอะไรสักหน่อยก็ถือว่าสมควรแล้ว
"แม่คะ เื่เมื่อวานเป็ความผิดของหนูเอง หนิงอันก็ได้คุยกับหนูแล้ว"
เสิ่นเสี่ยวเยว่เข้าใจดีว่า สิ่งที่ทำให้ครอบครัวสกุลสวี่ไม่พอใจที่สุดคือ การที่เ้าของร่างเดิมพยายามฆ่าตัวตายในงานแต่งงานเมื่อวาน เธอจึงพูดตรง ๆ ว่า
"แม่วางใจได้เลยนะคะ เื่แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ในเมื่อตอนนี้เป็สะใภ้ของบ้านสกุลสวี่แล้ว หนูสัญญาว่าจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดี"
"เธอเข้าใจก็ดีแล้ว" ซุนหลานกวาดพื้นเสร็จเกือบหมดแล้ว เตรียมจะเอาเศษขยะไปให้ไก่กิน
"อาหารเช้าอุ่นไว้ในครัวแล้ว เธอไปตักกินเองนะ ที่บ้านเรากินแค่วันละสองมื้อ ตอนเที่ยงไม่มีข้าวให้กินหรอก"
เดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็พูดเสริมอีกว่า "ถ้าหิวขนมมงคลก็กินได้นะ ของที่ซื้อมาจากในเมืองหวานเลี่ยนเกินไป พวกเราไม่ค่อยชินกับรสชาติแบบนั้นหรอก"
น้ำเสียงของซุนหลานดูผ่อนคลายลงมาก
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกโล่งใจ ดูเหมือนว่าแม่สามีคนนี้ก็ไม่ใช่คนใจร้ายนักหรอก ยังให้ขนมมงคลเธอกินด้วย
เมื่อเดินไปถึงห้องครัว ก็เห็นสวี่หนิงจิ้งนั่งเอามือเท้าคางอยู่หน้าเตา คอยเติมฟืนเป็ระยะ พอเห็นเธอเดินมาก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางตื่นเต้น
"พี่สะใภ้มาแล้ว เดี๋ยวหนูเอาอาหารเช้าให้ สักครู่นะคะ"
พูดพลางเปิดฝาหม้อ นำหมั่นโถวธัญพืชที่อุ่นไว้ออกมา หมั่นโถวนั้นดูร้อนจนปลายนิ้วของเด็กสาวแดงไปหมด "หนูอุ่นไว้ตลอดเลยค่ะ กลัวว่าถ้าเย็นแล้วจะไม่อร่อย"
จริง ๆ แล้วเธอตั้งใจจะเอาไปส่งให้พี่สะใภ้ถึงที่ แต่แม่ห้ามไว้ บอกว่าจะต้องให้พี่สะใภ้มาเอาเอง เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เชื่อฟังอย่างว่าง่าย
เสิ่นเสี่ยวเยว่ไม่ได้รีบกิน แต่กลับแบมือที่กำไว้ออก บนฝ่ามือขาวนวลมีกิ๊บติดผมสีแดงวางอยู่ "หนิงจิ้ง เธอคิดว่าอันนี้สวยไหม"
ดวงตาของสวี่หนิงจิ้งเบิกกว้าง เธอโตมาในชนบทั้แ่เด็ก อย่างมากก็แค่ทัดดอกไม้แดงที่เพิ่งเด็ดมาประดับผม หรือไม่ก็ใช้ริบบิ้นแดงตกแต่งนิดหน่อย ไม่เคยเห็นกิ๊บติดผมแบบนี้มาก่อนเลย
"สวยจัง..สวยมากเลยค่ะพี่สะใภ้"
เสิ่นเสี่ยวเยว่หัวเราะเบา ๆ แล้วเอากิ๊บติดผมให้สวี่หนิงจิ้ง "ถ้าชอบ พี่สะใภ้ให้เธอเลยแล้วกัน เธอติดแล้วสวยกว่าด้วย"
สวี่หนิงจิ้งทั้งใทั้งดีใจ เธอลูบผ้านุ่ม ๆ ของกิ๊บติดผมบนศีรษะ แล้วก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย "พี่สะใภ้ อันนี้แพงมากเลยใช่ไหมคะ?"
"ไม่หรอก ในเมืองมีกิ๊บแบบนี้เยอะ ไม่ได้แพงเท่าไหร่"
เมื่อได้ยินแบบนั้น สวี่หนิงจิ้งถึงได้โล่งอก แต่ในใจเธอก็เริ่มเอนเอียงไปทางพี่สะใภ้คนใหม่คนนี้แล้ว
พี่สะใภ้ทั้งสวยทั้งใจดี ไม่เหมือนกับที่พี่ซู่ซู่เคยบอกว่าคนในเมืองน่ากลัวเลย
เสิ่นเสี่ยวเยว่หยิบเก้าอี้มานั่งข้างสวี่หนิงจิ้ง กินไปด้วยคุยไปด้วย "เสี่ยวจิ้ง พี่อยู่ในเมืองมาตลอด ไม่ค่อยรู้เื่แถวนี้เท่าไหร่ เธอช่วยเล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหม?"
สวี่หนิงจิ้งพอได้ยินก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที เพื่อจะทำตัวให้ดีต่อหน้าพี่สะใภ้ เธอเลยเล่าทุกอย่างที่รู้ออกมาราวกับเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่*[1]
ตอนนี้ในบ้านตระกูลสวี่มีผู้ชายอยู่สองคน คือสวี่อ้ายกั๋วซึ่งเป็พ่อและสวี่หนิงอัน ทั้งสองคนต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ส่วนซุนหลานก็ต้องออกไปทำงานเช่นกัน แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ลาหยุดสองวันเพื่อจัดงานมงคลที่บ้าน
ส่วนสวี่หนิงจิ้ง ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น
แม้ว่าครอบครัวจะยากจน แต่ก็ยังพยายามส่งเธอเรียนหนังสือ
ขณะที่พี่สะใภ้กับน้องสามีกำลังคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงะโของซุนหลานดังมาจากด้านนอก
"ที่รัก เกิดอะไรขึ้นกับคุณน่ะ!"
จากน้ำเสียงฟังดูร้อนรน แถมยังมีเสียงสะอื้นไห้แทรกเป็่ ๆ
เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งสองคนใ รีบวางของแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันที
เห็นคุณพ่อสวี่ถูกหนุ่ม ๆ สองคนหามกลับมาด้วยเปลหาม ตอนนี้นั่งอยู่บนแคร่ในบ้าน สีหน้าเ็ป ดูเหมือนว่าจะได้รับาเ็ที่ข้อเท้า
ซุนหลานที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้ากังวลมาก จับมือคุณพ่อสวี่ไว้พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น
หนุ่มคนหนึ่งเห็นซุนหลานดูสับสนวุ่นวายเหมือนจะเป็ลม จึงปลอบใจอย่างเก้ ๆ กัง ๆ "ป้าครับ อย่าเป็ห่วงไปเลยครับ คนในหน่วยบอกว่าลุงแค่กระดูกเคลื่อน ทายาสักหน่อยแล้วพักดี ๆ สักสองสามเดือนก็น่าจะหายแล้ว"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ค่อย ๆ พยุงซุนหลานไว้ พร้อมกับสังเกตอาการของคุณพ่อสวี่ในระยะใกล้
หนุ่มอีกคนที่อยู่ข้าง ๆ แทรกขึ้นมาว่า "ป้าครับ ผมได้ยินว่าสามารถส่งไปโรงพยาบาลกระดูกในเมืองได้นะครับ หายเร็วเลยด้วย"
คุณพ่อสวี่ที่เมื่อกี้ยังอ่อนแรงพูดไม่ออก จู่ ๆ ก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมา คัดค้านอย่างหนักแน่น "ไม่ได้ ๆ ฉันไม่ไปโรงพยาบาลหรอก จะต้องเสียเงินเยอะแยะไปทำไม!"
ลูกชายคนโตเพิ่งแต่งงานไป เงินจัดงานแต่งนี่ก็ยังต้องหามาคืนอีกพักใหญ่ ตอนนี้จะกล้าไปโรงพยาบาลได้ยังไง
"ลุงครับ เื่เจ็บป่วยแบบนี้ไม่ควรประหยัดนะครับ"
"ฉันไม่เป็ไร แค่นอนพักที่บ้านก็พอแล้ว ยังไงก็ไปโรงพยาบาลไม่ได้อยู่แล้ว!"
คุณพ่อสวี่ยังไงก็ยืนกรานไม่ยอมไป แม้ทุกคนจะพยายามเกลี้ยกล่อมแต่ก็ไม่สำเร็จ
ซุนหลานก็ลังเลเช่นกัน เพราะการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองแพงมาก ได้ยินว่าต้องจ่ายหลายสิบหยวน แต่ในบ้านมีผู้ชายที่ทำงานได้แค่สองคนนี้ ถ้าหัวหน้าครอบครัวล้มป่วย อีกหลายเดือนข้างหน้าคงลำบากแน่
ในขณะที่ทุกคนกำลังอึดอัดกับสถานการณ์นี้ เสียงใส ๆ ก็ดังแทรกขึ้นมา
"พ่อคะ แม่คะ ให้หนูลองดูได้ไหมคะ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่มั่นใจว่าเธอสามารถจัดกระดูกข้อเท้าของคุณพ่อสวี่ให้เข้าที่ได้
เพราะในชีวิตก่อนใน่หลังที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเธอประกาศว่าไม่มีความสามารถพิเศษ ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอจึงทำงานในส่วนงานสนับสนุนเป็ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้าเ็และทำอาหาร
สำหรับการรักษาอาการกระดูกหลุดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ เธอค่อนข้างชำนาญพอสมควร
แต่คนอื่นไม่รู้เื่นี้ ดูจากลักษณะภายนอกของเ้าสาวใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์ก็ไม่เหมือนคนที่จะรักษาอาการาเ็ได้แล้ว
เสิ่นเสี่ยวเยว่กำลังจะวางมือลงบนไหล่ของคุณพ่อสวี่ แต่กลับมีมือใหญ่แข็งแรงอีกมือหนึ่งยื่นมาปัดมือเธอออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับผลักร่างเธอออกไปด้วย
เธอไม่ทันระวังตัว เซถลาไปหลายก้าวเกือบจะล้ม โชคดีที่สวี่หนิงจิ้งมีปฏิกิริยาไวคว้าเธอไว้ได้ทัน
"เฮ้ย ฉันจะบอกให้นะ นี่ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ เมื่อกี้หมอที่ห้องพยาบาลของทีมเรายังบอกว่ารักษาไม่ได้เลย แล้วผู้หญิงอย่างเธอจะรักษาได้งั้นเหรอ?"
ชายหนุ่มะโเสียงดัง แสดงท่าทีไม่เป็มิตรกับเธออย่างชัดเจน ทุกคำพูดล้วนแฝงไปด้วยการดูถูก
ชายหนุ่มอีกคนก็พูดแทรกขึ้นมา "ใช่ ๆ อย่ามาทำให้ลุงสวี่เป็อันตรายนะ ไม่งั้นเธอรับผิดชอบผลที่ตามมาไม่ไหวหรอก!"
พวกเขาล้วนเป็เพื่อนสนิทของสวี่หนิงอัน เมื่อวานผู้หญิงคนนี้ก่อเื่ใหญ่ในงานแต่งงาน เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนเรียบร้อย ทั้งยังดื้อรั้น นิสัยไม่ดี พวกเขายังแอบเสียดายว่าหนิงอันที่ดีขนาดนั้น ทำไมถึงได้แต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้
เย่ซู่ซู่คนนั้นยังดีกว่าเธอตั้งหลายเท่า!
เสี่ยวเยว่ก็ไม่ได้หวังว่าคนพวกนี้จะเชื่อเธอในทันที เธอเพียงแค่หันไปมองซุนหลานอย่างจริงจัง "แม่คะ ตอนที่หนูเรียนหนังสือ ได้เรียนวิธีปฐมพยาบาลกระดูกหลุดกับหมอในโรงเรียนมาโดยเฉพาะ เื่แบบนี้ยิ่งรักษาเร็วยิ่งดี เราไม่ควรปล่อยให้เสียโอกาสที่ดีที่สุดไปนะคะ!"
"หนูขอสัญญากับแม่ว่า ถ้าวันนี้หนูรักษาพ่อไม่หาย แม่จะหักแขนหนูเลยก็ได้!"
ซุนหลานลังเลใจ
สวี่หนิงจิ้งก็ช่วยพูดสนับสนุนพี่สะใภ้ "แม่คะ ให้พี่สะใภ้ลองดูสักครั้งเถอะ บางทีอาจจะได้ผลก็ได้"
ส่วนคุณพ่อสวี่มองลูกสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านมาเมื่อคืน แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่เขากลับรู้สึกเชื่อใจเธอขึ้นมาอย่างประหลาด ถึงแม้เธออาจจะไม่ได้อยากแต่งเข้ามาในครอบครัวของพวกเขาสักเท่าไหร่ แต่เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ใช่เด็กที่มีเจตนาร้าย
"เสี่ยวเยว่ งั้นเธอมาช่วยรักษาพ่อหน่อยสิ"
"โอ๊ย ลุง!" ชายหนุ่มสองคนมองคุณพ่อสวี่ด้วยความรู้สึกเสียดาย ที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้*[2]
พวกเขาไม่เชื่อเลยสักนิดว่าเสี่ยวเยว่จะมีความสามารถรักษาได้ แต่เมื่อคนที่เกี่ยวข้องตกลงแล้ว พวกเขาจะเข้าไปห้ามปรามก็คงไม่ดี
เสิ่นเสี่ยวเยว่ย่อตัวลงตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากยืนยันตำแหน่งแล้วก็บิดไปทั้งซ้ายและขวา
แกร๊ก!
"โอ๊ย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว!"
แค่คุณพ่อสวี่ร้องออกมาคำแรก ชายหนุ่มคนหนึ่งก็รีบเข้ามาดึงตัวเสิ่นเสี่ยวเยว่ออกทันที
"ผมก็รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีเจตนาดี! ไม่รู้ว่าพี่อันไปแต่งงานกับผู้หญิงใจร้ายแบบนี้เข้ามาในบ้านได้ยังไง!"
แม้พวกเขาจะไม่ได้ทำร้ายผู้หญิงคนนี้จริง ๆ แต่ก็ต้องทำให้เธอเจ็บตัวบ้าง เพื่อระบายความโกรธให้สวี่หนิงอัน
ซุนหลานมองดูเสิ่นเสี่ยวเยว่ด้วยสายตาตำหนิ "เสี่ยวเยว่ เธอทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้ได้ยังไง!"
เสิ่นเสี่ยวเยว่จ้องมองชายหนุ่มสองคนที่กำลังก่อกวนด้วยสายตาเ็า สำหรับซุนหลานที่เป็แม่สามีของเธอ การที่เธอร้อนใจก็พอจะเข้าใจได้
แต่ไอ้พวกโง่สองคนนี้โผล่มาจากไหน พูดจาใส่ร้ายเธอราวกับว่าเธอเป็ผู้หญิงชั่วร้าย จะกลืนกินตระกูลสวี่ทั้งเป็อย่างนั้นแหละ
"เดี๋ยวก่อน!"
[1] เทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่ (竹筒倒豆子) เป็สำนวนจีน หมายถึง พูดออกมาตรง ๆ อย่างชัดเจน ไม่อมพะนำไว้
[2] เสียดายที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ (恨铁不成钢) เป็สำนวนจีน ที่ใช้แสดงความผิดหวัง